<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 17:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 17:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ.ยัน จัดสรรเงินเยียวยา 2 พัน ไม่มีหักค่าใช้จ่ายอื่นๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8ก.ย.64-นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวถึงกรณีโลกออนไลน์มีการแชร์ข้อมูลการจ่ายเงินเยียวยานักเรียนและผู้ปกครองจำนวน 2,000 บาท ว่า การจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้จ่ายตามจำนวนนักเรียนที่มีตัวตนอยู่จริง ณ วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ.2564 และต้องเรียนอยู่ในโรงเรียนณวันที่จ่ายเงิน โดยการเบิกจ่ายสามารถดำเนินการได้ 2 วิธี คือ โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารผู้ปกครองหรือนักเรียน หรือจ่ายเป็นเงินสด โดยโรงเรียนจ่ายเงินให้เต็มจำนวนไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ส่วนที่มีผู้ปกครองกล่าวว่ามีการเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมโอนเงิน 50 บาทด้วยนั้น เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เนื่องจากสพฐ.ได้ส่งหนังสือแจ้งไปผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้สถานศึกษาในสังกัดจ่ายเงินให้กับผู้ปกครองหรือนักเรียนเต็มจำนวน โดยไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัมพร กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีรายชื่อนักเรียนตกหล่น ทำให้ไม่ได้รับเงินเยียวยา ทั้งในกรณีนักเรียนย้ายเข้ามาจากสังกัดอื่น เช่น สำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นต้น รวมทั้งนักเรียนที่มีตัวตนอยู่ในโรงเรียน ณ วันที่จ่ายเงิน แต่ไม่มีข้อมูลนักเรียนในระบบ DMC ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2564 ให้โรงเรียนรายงานข้อมูลเพื่อขอสนับสนุนเพิ่มเติม ไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และ สพฐ. เพื่อพิจารณาข้อมูลประกอบการจัดสรรเพิ่มเติมต่อไป อย่างไรก็ตามเพื่อให้การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อยได้เน้นย้ำให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต กำกับ ติดตาม ให้สถานศึกษาถือปฏิบัติตามแนวทางการจ่ายเงินเยียวยาอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116061</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., อัมพร พิสานะ, เงินเยัยวยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dc214a71124.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115506</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 14:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 14:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สพฐ.&#039; ย้ำประเมินเพื่อเลื่อนชั้นยังต้องมี เพียงแต่ไม่มีการสอบวัดความรู้ตามเนื้อหาการเรียนเท่านั้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3ก.ย.64-นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ส่งผลให้ต้องจัดการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ ทำให้เด็กได้รับความรู้ไม่เต็มที่นั้น ในส่วนของการประเมินผลการเรียน หรือจัดสอบเพื่อเลื่อนชั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ย้ำกับโรงเรียนต่างๆ ว่า การประเมินผลการเรียนเพื่อเลื่อนชั้น ยังคงต้องมี แต่ให้ปรับยืดหยุ่นตามสถานการณ์ ไม่มีการสอบวัดความรู้ตามเนื้อหาการเรียน แต่อาจใช้การประเมินผ่านใบงาน หรือยืดหยุ่นตามบริบทของพื้นที่ เช่นเดียวกับการเรียนในภาคเรียนที่2 โรงเรียนก็ต้องยืดหยุ่นการเรียนการสอนได้ตามสถานการณ์ พร้อมยืนยันว่า นโยบายของ สพฐ.ให้สถานศึกษาเป็นผู้ตัดสินใจในการจะเปิดหรือไม่เปิดสอนยังสถานศึกษา โดยการตัดสินใจต้องได้รับการยอมรับจากชุมนุมเป็นอันดับแรก จากนั้นต้องขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการโรคติดต่อประจำจังหวัดเป็นผู้อนุมัติ และ โรงเรียนต้องปฏิบัติตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเข้มข้นที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้มีสถานศึกษาหลายแห่งที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดสีแดงเข้มแต่ในชุมนุมไม่มีการระบาดของโควิด-19 และถือว่าเป็นสีเขียว &amp;nbsp;จะเปิดการเรียนการสอนที่สถานศึกษา โดยความร่วมมือกันระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง ชุมนุม และ อสม.เข้ามาดูแลเพื่อให้บุตรหลานได้กลับมาเรียนยังสถานศึกษา ซึ่งขณะนี้ สพฐ. ได้รับรายงานว่ามีสถานศึกษาในลักษณะดังกล่าวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น สถานศึกษาในจังหวัดเชียงราย ก็ดำเนินการในลักษณะนี้แล้ว หรือแม้แต่จังหวัดน่าน ที่สถานศึกษาแต่ละแห่งอยู่ห่างไกลกันก็ดำเนินการในลักษณะดังกล่าวแล้ว &amp;nbsp;ทั้งนี้ ยืนยันว่า สพฐ.คงไม่มีนโยบายเดียวให้โรงเรียนทุกแห่งทั่วประเทศต้องปฏิบัติเหมือนกันหมด แต่จะให้ดูความเหมาะสมกับบริบท และความต้องการของแต่ละพื้นที่เป็นสำคัญ&amp;rdquo;เลขาฯ กพฐ.กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัมพร กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่าการดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุ และแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ที่ต้องเลื่อน ออกไปเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ปรกอบกับจะมีข้าราชการครูจำนวนหนึ่งต้องเกษียณอายุในเดือน กันยายน อาจส่งผลกระทบปัญหาขาดแคลนครู นั้นขอยืนยันว่าไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เนื่องจากการในปีนี้มีครูและบุคคลากรทางการศึกษาจะเกษียณอายุราชการประมาณ 20,000 คน ขณะที่ สพฐ.ที่สถานศึกษาในสังกัดทั้งหมดกว่า 35,000 แห่ง เฉลี่ยแล้วเกษียณอายุราชการแห่งละคน รวมถึงสถานศึกษาแต่ละแห่งก็มีการจ้างครูอัตราจ้างอยู่แล้วจึงไม่กระทบแต่อย่างใด แต่อย่างไรก็ตาม หากสถานศึกษาใดมีผลกระทบจากการขาดแคลนครูก็ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแต่ละแห่งทั่วประเทศบริหารจัดการให้พื้นที่เรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115506</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., ประเมินผลการศึกษา, อัมพร พิสานะ, เลื่อนชั้นการศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607ea539ca8f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111947</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2021 15:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ. ประกาศสรรหา ประธาน-กรรมการ บอร์ด กพฐ โดยเปิดช่องให้ผู้สนใจเสนอชื่อเข้ามาได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2ส.ค.64-นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า เนื่องจากประธานกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้พ้นจากตำแหน่งตามวาระ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ดังนั้น เพื่อให้การสรรหาและการเลือกประธานกรรมการ และกรรมการ ในคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและบังเกิดผลดีอาศัยอำนาจตามข้อ 6 และข้อ 9 แห่งกฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2546 ประกอบกับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร .505/ว 102 ลงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2559 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จึงประกาศ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา และการเลือกประธานกรรมการและกรรมการในคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และขั้นตอนการดำเนินการ ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2564 เป็นต้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;สำหรับการสรรหาและการคัดเลือกจะเปิดให้มีการเสนอชื่อผู้ที่มีความเหมาะสมแยกเป็นผู้แทนองค์กรเอกชน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนองค์กรวิชาชีพ และผู้ทรงคุณวุฒิ โดยส่งใบสมัครพร้อมประวัติทางไปรษณีย์ หรือยื่นโดยตรงที่ สำนักอำนวยการ อาคาร สพฐ. 2 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ เขตดุสิต กรุงเทพฯ ไม่เกินวันที่ 24 สิงหาคมนี้ เวลา 16.30 น. ทั้งนี้สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2283-5288 , 0-2288-5871.&amp;quot;เลขาฯ กพฐ.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111947</URL_LINK>
                <HASHTAG>#การสรรหา, บอร์ดกพฐ., อัมพร พิสานะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210602/image_big_60b745864387e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 16:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตรีนุช&#039; เล็งพัฒนาบ้านพักครู หวังสร้างขวัญกำลังใจ &#039;อัมพร&#039; ปิ๊งไอเดีย ใช้รร.ปล่อยทิ้งร้างทำเป็นหมู่บ้านครู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7ก.ค.64- นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ &amp;nbsp;(รมว.ศธ.) กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาบ้านพักครู ว่า ขณะนี้ตนได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปดำเนินการวางแผนงานเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งเรื่องนี้เป็นหนึ่งในนโยบายที่สำคัญในการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ครู เพราะปัญหาบ้านพักครูเป็นเรื่องที่สะสมมานาน อีกทั้งเมื่อตนลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานศึกษาในพื้นที่ต่างๆ ก็ได้รับเสียงสะท้อนที่ต้องการให้มีการแก้ไขปัญหาบ้านพักครู โดยเบื้องต้นตนจะแบ่งการดำเนินการแก้ไขปัญหาบ้านพักครูเป็น 2 รูปแบบ คือ ปรับปรุงบ้านพักเดิม และ การก่อสร้างบ้านพักหลังใหม่ ซึ่งส่วนตัวตนต้องการให้การสร้างบ้านพักครูโฉมใหม่เป็นรูปแบบของอาคารสูง เพื่อความปลอดภัยของครูผู้หญิง เนื่องจากทุกวันนี้บ้านพักครูส่วนใหญ่ห้องน้ำจะแยกออกจากตัวบ้านพักทำให้เสี่ยงอันตรายสำหรับครูผู้หญิงหากต้องเข้าห้องน้ำในช่วงเวลากลางคืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า &amp;nbsp;ตนได้รับข้อสั่งการจาก รมว.ศธ.มาแล้ว โดยจากการสำรวจบ้านพักครูในปัจจุบัน พบว่า บ้านพักครูส่วนใหญ่สร้างมานาน มีสภาพชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา และที่ผ่านมา สพฐ.ปรับปรุงซ่อมแซมบ้านพักครูครั้งใหญ่ไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้คุณภาพเท่าที่ควร ดังนั้น รมว.ศธ.จึงต้องการที่จะเห็นสวัสดิการและสวัสดิภาพของครูดีขึ้นจึงมีแนวคิดว่าจะจัดสร้างเป็นหมู่บ้านพักครูเกิดขึ้น โดยขณะนี้ สพฐ.อยู่ระหว่างการสำรวจ ว่า มีโรงเรียนใดบ้างที่ถูกควบรวมไปแล้ว และพื้นที่ปล่อยร้างไม่ได้ใช้งานก็จะปรับพื้นที่ดังกล่าวมาก่อสร้างหมู่บ้านพักครูให้ ซึ่งในแต่ละอำเภอจะมีหมู่บ้านพักครูอยู่หนึ่งจุด เพื่อให้ครูมาอยู่รวมกัน ทั้งนี้การก่อสร้างในรูปแบบหมู่บ้านพักครูนั้น จะเป็นหมู่บ้านพักครูแบบครบวงจร เช่น สนามกีฬา มีระบบดูแลรักษาความปลอดภัย เป็นต้น เพื่อให้ได้บ้านพักครูที่มีมาตรฐาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108961</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, #ศธ., งบซ่อมบ้านพักครู, อัมพร พิสานะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e2d9423c335.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 15:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 15:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัมพร&#039;ประกาศ &#039;สพฐ.&#039;เข้าสู่ปีที่ 19 มุ่งทำให้การศึกษามีคุณภาพ ไม่ใช่แค่การทำงานให้เสร็จ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
7ก.ค.64-นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ในปีการศึกษา 2564 นี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้สถาปนาครบรอบ 18 ปี ซึ่งสพฐ.มีภาระกิจหลักในการรับผิดชอบการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน และมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานให้เป็น &amp;ldquo;การศึกษาขั้นพื้นฐานวิถีใหม่ วิถีคุณภาพ&amp;rdquo; โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยในสถานศึกษา ส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม และบริหารจัดการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายคุณภาพของนักเรียนเป็นสำคัญ ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศ ถึงแม้จะเกิดวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ทำให้หลายโรงเรียนไม่สามารถจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนได้ แต่เราต้องเดินหน้าจัดการศึกษาเพื่อให้เยาวชนสามารถเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สพฐ.ได้ครบรอบ 18 ปีและจะย่างก้าวเข้าสู่ปีที่ 19 นั้น อยากให้ทุกคนมองเป็นโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนา เพื่อต่อยอดสิ่งใหม่ๆไปพร้อมกับการฝ่าวิกฤตโควิด-19 &amp;nbsp;ซึ่งก้าวต่อไปของ สพฐ.เราจะมุ่งสู่มิติแห่งคุณภาพ &amp;nbsp;โดยความหมายของคุณภาพนั้นเราจะไม่ใช่การทำงานให้เสร็จ แต่การทำงานด้านการศึกษาจะต้องขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายไม่ว่าจะเป็นการสร้างโอกาส การสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา การสร้างคุณภาพ เพื่อตอบโจทย์คุณภาพของนักเรียนแม้เราจะต้องเผชิญกับการบริหารจัดการศึกษาภายใต้สถานการณ์โควิดก็ตาม ขณะเดียวกันในเรื่องการจัดอบรมและการพัฒนาครูเราจะต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบให้สอดคล้องกับสถานการณ์กับปัจจุบัน ดังนั้นอยากให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และสถานศึกษา จะต้องปรับบทบาทเป็นหน่วยพัฒนาในการแสวงหานวัตกรรมทางการศึกษารูปแบบใหม่ที่จะต้องทำให้เกิดขึ้นให้ได้ทุกพื้นที่&amp;rdquo;เลขาฯ กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108949</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., คุณภาพการศึกษา, อัมพร พิสานะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dc214a71124.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108170</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 14:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 14:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัมพร&#039; ย้ำเตือนครู- นร.ต้องประเมินตนเองผ่านแอป Thai Save Thai ชี้เป็นเรื่องสำคัญในช่วงโควิดระบาดหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
30มิ.ย.64 -นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวภายหลังประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้มีการรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 เพื่อสามารถเตรียมการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แก่นักเรียนในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งติดตามนิเทศการจัดการเรียนการสอนหลังจากเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 เพื่อรับทราบว่าหลังจากเปิดเทอมแล้วมีปัญหาอุปสรรค ข้อเสนอแนะ หรือมีส่วนใดที่สามารถช่วยเหลือแก้ไขได้ โดยสถานศึกษาสามารถเลือกใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสานใน 5 รูปแบบ ตามความเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ยกเว้นสถานศึกษาในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือพื้นที่สีแดงเข้ม ให้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนเฉพาะรูปแบบทางไกลเท่านั้น ได้แก่ ON-LINE, ON-AIR, ON-DEMAND, และ ON-HAND ผ่านทางไปรษณีย์ พร้อมกับปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร เด็กทุกคนต้องไม่พลาดโอกาสในการเรียนรู้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในส่วนของการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ภายในสถานศึกษา ศธ.ได้จัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กระทรวงศึกษาธิการ (ศบค.ศธ.) เพื่อเป็นศูนย์ดําเนินการร่วมระหว่างหน่วยงานภายใน ศธ. ในการบริหารจัดการ เฝ้าระวัง และประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดได้อย่างแม่นยําและรวดเร็ว โดยใช้การวางแผนการดําเนินงานเชิงรุกในระดับพื้นที่ได้อย่างทันสถานการณ์ และให้ความช่วยเหลือหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดและในกํากับของกระทรวงศึกษาธิการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สิ่งสำคัญที่ครูและนักเรียนต้องตระหนักในตอนนี้คือ การประเมินตนเองผ่านแอปพลิเคชั่น Thai Save Thai &amp;ldquo;ไทยประเมินเซฟไทย ครัวเรือนปลอดภัย ที่ทำงานไร้โควิด&amp;ldquo; หากประเมินแล้วพบว่ามีความเสี่ยงสูงให้ไปพบแพทย์และไม่ต้องมาสถานศึกษา พร้อม 6 มาตรการหลักที่ต้องดำเนินการอย่างเข้มแข็ง ได้แก่ 1.การคัดกรอง : มีมาตรการคัดกรอง วัดไข้และอาการเสี่ยง ก่อนเข้าสถานศึกษา 2.การสวมหน้ากากอนามัย : สวมใส่หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า ตลอดเวลาเมื่ออยู่สถานศึกษา 3.ล้างมือให้สะอาด : ให้มีจุดบริการล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล อย่างเพียงพอ 4.Social Distancing : จัดให้มีการเว้นระยะห่างทางสังคม อย่างน้อย 1-2 เมตร 5.ทำความสะอาดสม่ำเสมอ : ทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสที่มีการใช้ร่วมกันบ่อย และ 6.ลดความแออัด : ไม่จัดกิจกรรมที่มีการสัมผัสร่วมกัน ในกรณีเรียนในห้องแอร์ ให้ปิดแอร์ และระบายอากาศทุก 2 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย&amp;quot;เลขาฯ กพฐ. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108170</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ครู, #นักเรียน, #สพฐ., #โควิด19, thai save thai, อัมพร พิสานะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dc214a71124.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ให้ออกราชการไว้ก่อน วิศวกร  สังกัดสพฐ.ขู่เรียกเงินโครงการก่อสร้างอาคาร รร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28มิ.ย.64-นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) บุกจับกุมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญระดับ 9 สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยข่มขู่เรียกเงินเพื่อเป็นค่าดูแลในโครงการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ของโรงเรียนแห่งหนึ่งย่านบางเขน มูลค่าการก่อสร้างประมาณ 28 ล้านบาทว่า ตนได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งได้เรียกนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) มาสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งตนได้ย้ำว่าหากมีเรื่องทุจริตที่เกิดปรากฎหลักฐานชัดเจนอาจจะต้องดำเนินการให้ออกจากราชการไว้ก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอัมพร กล่าวว่า ตนได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้มีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะเป็นการตรวจสอบให้ชัดเจนว่าบุคคลดังกล่าวเป็นข้าราชการสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) หรือไม่ และมีการกระทำในเรื่องดังกล่าวจริงหรือไม่ &amp;nbsp;โดยการสืบข้อเท็จจริงจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน ทั้งนี้หากผลการสืบข้อเท็จจริงสรุปออกมาแล้วพบว่า เป็นข้าราชการสังกัด สพฐ.และได้มีพฤติกรรมดังกล่าวจริงก็จะดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107938</URL_LINK>
                <HASHTAG>#การทุจริต, #ตรีนุช เทียนทอง, #สพฐ., อัมพร พิสานะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d9a1c88f2ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
