<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>12585</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2018 21:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2018 21:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เม็กซิโกเลือกฝ่ายซ้ายเป็นประธานาธิบดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวเม็กซิกันเทคะแนนเลือกอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ เป็นประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายคนแรกของประเทศในรอบเกือบศตวรรษ&amp;nbsp; ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ด้วยความเบื่อหน่ายการคอร์รัปชันดกดื่นและความรุนแรงนองเลือด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ และนางเบียทริซ กูเตียร์เรซ มูเลร์ ภรรยา ชูกำปั้นต่อหน้าผู้สนับสนุนภายหลังชนะการเลือกตั้ง / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม 2561 โลเปซ โอบราดอร์ หรือที่ชาวเม็กซิกันเรียกว่า &amp;quot;อัมโล&amp;quot; ได้คะแนนสนับสนุนถึง 53% และทำให้นักการเมืองผมสีดอกเลาฝีปากจัดจ้านรายนี้เป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกในประวัติศาสตร์เม็กซิโก ที่ชนะคะแนนเกินครึ่งหนึ่งของการเลือกตั้ง และยังเขี่ยพรรคการเมืองหลัก 2 พรรคพ้นจากการบริหาร ปกครองประเทศมายาวนานเกือบ 100 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้เป็นวันประวัติศาสตร์ และจะเป็นค่ำคืนแห่งความทรงจำ&amp;quot; โลเปซ โอบราดอร์ กล่าวสุนทรพจน์ฉลองชัยชนะของเขาที่สวนสาธารณะอาลาเมดาในกรุงเม็กซิโกซิตี ต่อหน้าผู้สนับสนุนนับหมื่นคนที่ดีใจกันอย่างเหลือล้น พากันออกมาร้องรำทำเพลงและร้องตะโกนว่า &amp;quot;เราทำได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สนับสนุนอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ชุมนุมที่จัตุรัสโซกาโลในกรุงเม็กซิโกซิตีเพื่อฉลองภายหลังรู้ผลคะแนนเบื้องต้น เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักการเมืองฝ่ายซ้ายวัย 64 ปีรายนี้กล่าวต่อผู้สนับสนุน โดยพยายามบรรเทาความหวั่นเกรงว่านโยบายที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงของเขาจะทำให้เม็กซิโกเป็นเหมือนกับเวเนซุเอลา ว่า นโยบายใหม่ของเขาก็คือการสร้างประชาธิปไตยของแท้ ไม่ใช่การสร้างระบอบเผด็จการ ไม่ว่าโดยเปิดเผยหรือซ่อนเร้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน โลเปซ โอบราดอร์ ยังให้คำมั่นว่าเขาจะสร้างมิตรภาพและร่วมมือกับสหรัฐ ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญของเม็กซิโก ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนท่าทีจากการหาเสียงที่เขาเคยคุยว่าจะทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับไปอยู่ในที่ของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งนโยบายต่อต้านการค้าและต่อต้านคนเข้าเมืองของเขาได้สร้างความโกรธแค้นแก่ชาวเม็กซิโก ก็แสดงความพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่กับผู้นำคนใหม่ของเม็กซิโกเช่นกัน โดยทวีตว่า เขาเฝ้ารอที่จะได้ร่วมงานกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีของแคนาดา แสดงความยินดีกับโลเปซ โอบราดอร์ พร้อมกับย้ำว่าแคนาดาและเม็กซิโกเป็นพันธมิตรใกล้ชิดและหุ้นส่วนกันมายาวนาน และแคนาดาจะร่วมมือกับเม็กซิโกในการเจรจาต่อรองความตกลงการค้าเสรีนาฟตากับสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า นักการเมืองฝ่ายซ้ายรายนี้ประสบความสำเร็จในการชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีในความพยายามครั้งที่ 3 ของเขา ด้วยอานิสงส์ที่ชาวเม็กซิโกกำลังโกรธกับปัญหาคอร์รัปชันที่ไม่จบไม่สิ้น และเหตุการณ์รุนแรงน่ากลัวจากคดีฆาตกรรมมากถึง 25,000 รายในประเทศเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งโหมกระพือจากการเข่นฆ่านองเลือดของพวกเจ้าพ่อค้ายา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มพันธมิตรของโลเปซ โอบราดอร์ ซึ่งนำโดยพรรคโมเรนา ที่เขาก่อตั้งเมื่อปี 2557 ก็กำลังจะชนะอย่างท่วมท้นทั้งในระดับรัฐและรัฐสภาของประเทศ โดยเอ็กซิตโพลชี้ว่าฝ่ายของเขาจะชนะการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐ 6 จาก 9 รัฐที่จัดให้มีการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ นั่นรวมถึงกรุงเม็กซิโกซิตี ซึ่งจะได้ผู้หญิงเป็นผู้ว่าการรัฐเป็นครั้งแรก ได้แก่ คลอเดีย เชนบวม นักวิทยาศาสตร์และนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ตัวแทนกลุ่มพันธมิตร &amp;quot;ฆุนตอส อาเรมอส อิสตอเรีย&amp;quot; ฉลองชัยชนะต่อหน้าผู้สนับสนุน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็กซิตโพลยังชี้ด้วยว่า กลุ่มแนวร่วมของโลเปซ โอบราดอร์ จะได้ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรแน่ๆ และอาจจะรวมถึงวุฒิสภาด้วย ซึ่งจะถือเป็นการปฏิวัติครั้งสำคัญสำหรับพรรคที่ชิงชัยในการเลือกตั้งระดับประเทศเป็นครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ริคาร์โด อานายา จากพรรคกิจแห่งชาติ (พีเอเอ็น) ซึ่งได้อันดับ 2 และโฆเซ อันโตนีโอ มีอาเด จากพรรคปฏิวัติสถาบัน (พีอาร์ไอ) ซึ่งได้อันดับ 3 ต่างแสดงความยินดีกับเขาและอวยพรให้เขาประสบความสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พีอาร์ไอและพีเอเอ็นสลับกันบริหารเม็กซิโกมาเกือบ 1 ศตวรรษ ชัยชนะของโอบราดอร์จะทำให้เขาเป็นประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายคนแรกของประเทศในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ เมื่อเขาเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ ต่อจากเอนริเก เปนญา นีเอโต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12585</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดี#, ฝ่ายซ้าย, อันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์, อัมโล, เม็กซิโก, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180702/image_big_5b3a2d775a962.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
