<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการยันฟ้องเจ้าสัว6ข้อหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการจังหวัดทองผาภูมิสรุปสำนวนคดีฆ่าเสือดำทุ่งใหญ่นเรศวรส่งศาล สั่งฟ้อง &amp;quot;เปรมชัย&amp;quot; 6 ข้อหา &amp;quot;อสส.&amp;quot; เห็นพ้อง &amp;quot;อัยการภาค 7&amp;quot; ไม่ฟ้อง 3 ข้อหาตามตำรวจแย้ง แต่เพิ่มชดเชยค่าเสียหายเป็น 3 ล้านบาท อีกคดี &amp;quot;อัยการคดีทุจริตฯ ภาค 7&amp;quot; ส่งฟ้อง &amp;quot;เจ้าสัว&amp;quot; ให้สินบนเจ้าพนักงาน ศาลประทับฟ้องนัดสอบปากคำจำเลย 28 พ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานอัยการภาค 7 วันที่ 30 เม.ย. นางสมศรี วัฒนไพศาล อธิบดีอัยการภาค 7 &amp;nbsp;พร้อมด้วยนายสมเจตน์ อำนวยสวัสดิ์ อัยการพิเศษ ฝ่ายคดีอาญา 2 ภาค 7 แถลงผลความคืบหน้าการพิจารณาคดีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 4 ราย ผู้ต้องหาร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าด้านตะวันตก จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสมศรีกล่าวว่า ได้สั่งฟ้องและสั่งไม่ฟ้องนายเปรมชัยพร้อมพวกทุกข้อหาเช่นเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยสั่งฟ้องนายเปรมชัย ผู้ต้องหาที่ 1 จำนวน 6 ข้อหา คือ 1.ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง &amp;nbsp;หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ 2.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาตฯ 3.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตฯ 4.ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากของสัตว์ป่าฯ 5.ร่วมกันช่วยซ่อนเร้นช่วยพาเอาไปเสียหรือรับไว้ด้วยประการใดๆ ซึ่งซากของสัตว์ป่าอันได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมาย และ 6.ร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 รายนั้นสั่งฟ้องนายยงค์ โดดเครือ ผู้ต้องหาที่ 2 จำนวน 7 ข้อหา ซึ่ง 6 ข้อหาเหมือนนายเปรมชัย เพิ่มเติมอีก 1 ข้อหา คือ ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต สั่งฟ้องนางนที เรียมแสน ผู้ต้องหาที่ 3 จำนวน 5 ข้อหา และสั่งฟ้องนายธานี ทุมมาศ ผู้ต้องหาที่ 4 จำนวน 7 ข้อหา เหมือนนายยงค์ ผู้ต้องหาที่ 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีอัยการภาค 7 กล่าวว่า เมื่อส่งสำนวนการสอบสวนไปให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบช.ภ.7) พิจารณากรณีสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาบางคน บางข้อหา ต่อมา ผบช.ภ.7 ได้มีความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาที่ 1 และที่ 4 ฐานร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ฐานร่วมกันนำเครื่องมือสำหรับใช้ในการล่าสัตว์ป่าหรือจับสัตว์หรืออาวุธใดๆ เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ ผู้ต้องหาที่ 1 ถึง 3 ฐานร่วมกันพยายามล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ และผู้ต้องหาที่ 3 &amp;nbsp;ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ และร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองฯ และได้ส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมความเห็นแย้งไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อพิจารณาชี้ขาดความเห็นแย้งดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีอัยการภาค 7 กล่าวว่า อัยการสูงสุดได้ชี้ขาดความเห็นแย้งดังกล่าวแล้ว โดยมีคำสั่งเห็นพ้องกับคำสั่งไม่ฟ้องของอธิบดีอัยการภาค 7 ดังนี้ 1.ชี้ขาดไม่ฟ้องนายเปรมชัย นายยงค์ นางนที และนายธานี ฐานร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และร่วมกันนำเครื่องมือสำหรับใช้ในการล่าสัตว์หรืออาวุธใดๆ เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ 2.ชี้ขาดไม่ฟ้องนายเปรมชัย นายยงค์ นางนที ฐานร่วมกันพยายามล่าสัตว์ป่า (กระรอก) ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 3.ชี้ขาดไม่ฟ้องนางนที ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ &amp;nbsp; ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นางนทีกล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 เม.ย. นายเปรมชัยได้ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมต่ออธิบดีอัยการภาค 7 ขอให้สอบสวนพยานเพิ่มเติม ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานที่อยู่ของนายเปรมชัยในช่วงวันเวลาเกิดเหตุ พร้อมส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องมาด้วย และขอให้สอบสวนเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก 3 คน รวมทั้งให้สอบสวนบุคคลภายนอกและนายวิเชียร ชิณวงษ์ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เอกสารที่นายเปรมชัยส่งมาประกอบคำร้องขอความเป็นธรรม ทั้งการขอให้สอบพยานบุคคลเพิ่มเติมนั้น คณะทำงานและอธิบดีอัยการภาค 7 พิจารณาแล้วเห็นว่า พยานที่อ้างถึงมิใช่พยานที่เกี่ยวข้องในคดี เป็นเพียงผู้ที่แสดงความคิดเห็นผ่านสื่อมวลชนเท่านั้น ส่วนพยานที่เกี่ยวข้องตามประเด็นที่นายเปรมชัยร้องขอความเป็นธรรม ได้มีการสอบสวนพยานดังกล่าวไว้แล้ว คำร้องขอความเป็นธรรมของนายเปรมชัยจึงมีลักษณะเป็นการประวิงคดี ทั้งข้อเท็จจริงตามสำนวนการสอบสวนได้ความครบถ้วนแล้ว &amp;nbsp;จึงไม่จำเป็นต้องสอบสวนเพิ่มเติมตามประเด็นที่นายเปรมชัยร้องขอความเป็นธรรมและจะยื่น พร้อมทั้งให้นายเปรมชัยพร้อมพวกชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด 3,012,000 บาท&amp;quot; อธิบดีอัยการภาค 7 กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้อัยการภาค 7 พิจารณาให้ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวน 462,000 บาทแก่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี นายพนมฤทธิ์ หอมนิจสกุล อัยการจังหวัดทองผาภูมิ &amp;nbsp;พร้อมด้วยนายกฤษฎา ชูโต รองอัยการจังหวัดทองผาภูมิ และเจ้าหน้าที่ได้นำสำนวนข้อกล่าวหาคดีนายเปรมชัยพร้อมพวกเข้าไปล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ส่งเจ้าหน้าที่ศาลที่ห้องรับคดี ใช้เวลาเพียง 10 นาทีจึงเสร็จเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพนมฤทธิ์กล่าวว่า คดีนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน เชื่อว่าศาลจะพิจารณาคดีในเร็ววัน โดยในวันที่ 2 &amp;nbsp;พ.ค.นี้นายเปรมชัยและพวกรวม 4 คนต้องมารายงานตัวต่อศาล ศาลจะสอบถามในเรื่องคดีว่าจะรับสารภาพหรือปฏิเสธ จากนั้นก็เข้าสู่การพิจารณาต่อไป ส่วนเรื่องคดีอัยการสั่งฟ้องไปรวม 6 ข้อหาตามที่ทราบกันแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีอัยการสูงสุดเห็นพ้องกับอัยการภาค 7 สั่งฟ้องนายเปรมชัยกับพวก 6 ข้อหา ไม่ฟ้อง 3 ข้อหาที่ ผบช.ภ.7 มีความเห็นแย้ง เหตุเพราะเป็นโทษทางปกครอง ส่วนโทษอาญาไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้ ก็เป็นดุลพินิจของอัยการสูงสุดที่จะสั่งไม่ฟ้อง ตำรวจมีการรวบรวมพยานหลักฐานเต็มที่อยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานอัยการคดีปราบปรามทุจริตประพฤติมิชอบ 1 ภาค 7 วันเดียวกัน นายอภิชาติ ต่อดำรงค์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 7, นายบุญธรรม วิริยะประสิทธิ์ รองอธิบดีอัยการ &amp;nbsp;รักษาราชการแทนอธิบดี สำนักงานคดีปราบปรามทุจริตภาค 7, นายอภิชนษ์ รากบัว อัยการผู้เชี่ยวชาญ &amp;nbsp;สำนักงานอัยการพิเศษคดีปราบปรามทุจริต 1 ภาค 7 แถลงคดีนายเปรมชัยกับพวก คดีร่วมกันให้สินบนเจ้าพนักงาน โดยระบุมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะสั่งฟ้องนายเปรมชัยกับพวกในข้อหาให้สินบนเจ้าพนักงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิชนษ์กล่าวว่า ได้พาตัวนายเปรมชัย จำเลยที่ 1 และนายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 มาส่งฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 ในความผิดฐานร่วมกันให้สินบนเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 114, 83 ที่บัลลังก์ 1 โดยมีผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 และผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 พิจารณาคดี มีคำสั่งให้ประทับฟ้องจำเลยทั้งสองไว้พิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก่อนเริ่มพิพากษาศาลได้สอบถามจำเลยทั้งสองว่ามีทนายความหรือไม่ จำเลยทั้งสองแถลงว่ายังไม่มีทนายความ และประสงค์จะแต่งตั้งทนายความต่อสู้คดีเอง จึงขอเลื่อนคดีไปก่อน ศาลสอบโจทก์แล้ว โจทก์ไม่แถลงค้าน จึงเลื่อนนัดสอบปากคำให้การทั้งสองอีกครั้งในวันที่ 28 พ.ค.61&amp;quot; อัยการผู้เชี่ยวชาญระบุ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8209</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุ่งใหญ่นเรศวรส่งศาล สั่งฟ้อง, นางสมศรี วัฒนไพศาล, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, ยการจังหวัดทองผาภูมิ, สรุปสำนวนคดีฆ่าเสือดำ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัยการคดีทุจริตฯ, เปรมชัย, ให้สินบนเจ้าพนักงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180430/image_big_5ae7280812ca4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
