<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78831</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2020 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2020 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.ลุ้นอัยการฯตรวจสัญญา O&amp;M มอเตอร์เวย์ 2 สายก่อนลงนามก่อสร้างกับเอกชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย. 2563 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินงานและบำรุงรักษา (Operation and Maintenance: O&amp;amp;M) โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา วงเงิน 33,258 ล้านบาท และหมายเลข 81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี วงเงิน 27,828 ล้านบาท ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบไปแล้วเมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2563 ที่ผ่านมาว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะนี้ ทล. อยู่ระหว่างรอคำตอบจากอัยการสูงสุดที่ได้พิจารณาเอกสารแนบท้ายสัญญาให้อัยการสูงสุดตรวจพิจารณา เพื่อให้เกิดความชัดเจน รอบคอบ ก่อนที่จะมีการลงนามในสัญญากับกลุ่มกิจการร่วมค้าบีจีเอสอาร์ ในฐานะผู้ชนะการประมูล พร้อมทั้งหารือถึงความพร้อมในการส่งมอบพื้นที่ว่า สามารถส่งมอบพื้นที่ได้บริเวณใด และยังมีประเด็นในพื้นที่ไหนบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน กลุ่มกิจการร่วมค้าบีจีเอสอาร์ นำโดยบริษัทบีทีเอสกรุ๊ปโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดี เวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) บริษัท บมจ. ชิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จะต้องไปดำเนินการจดทะเบียนนิติบุคคล พร้อมทั้งนำเอกสารสัญญาเงินกู้กับธนาคาร มาแสดงให้กับ ทล. ก่อนที่ ทล.จะออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (Notice to process หรือ NTP) และส่งมอบพื้นที่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ กล่าวต่ออีกว่า หลังจากมีการลงนามในสัญญาแล้วนั้น ทล. จะส่งมอบพื้นที่ให้เอกชนเข้าดำเนินการ โดยในส่วนของมอเตอร์เวย์ สายบางปะอิน-นครราชสีมา มีความพร้อมในการส่งมอบพื้นที่ทันที สำหรับโครงการดังกล่าว แบ่งการก่อสร้างเป็น 40 ตอน ดำเนินการแล้วเสร็จ 17 ตอน และอยู่ระหว่างการดำเนินการอีก 23 ตอน โดยในจำนวนดังกล่าว จะต้องมีการปรับรูปแบบ จำนวน 17 ตอน ซึ่ง ทล.จะเร่งเคลียร์ปัญหาการปรับรูปแบบการก่อสร้างให้จบภายใน ธ.ค. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ถึงแม้การปรับรูปแบบจะทำให้งบประมาณเพิ่มขึ้นนั้น ยืนยันว่าจะไม่เกินกรอบวงเงินของโครงการมอเตอร์เวย์ สายบางปะอิน-นครราชสีมา ขณะที่ มีกรณีการรุกพื้นที่ป่าของกรมป่าไม้นั้น ยืนยันว่า ทล. ได้ดำเนินการขออนุญาตตามขั้นตอน รวมถึงปฏิบัติตามระเบียบข้อกฏหมายทุกอย่าง และได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้เรียบร้อยแล้ว โดยล่าสุดมีความคืบหน้าด้านงานโยธา ประมาณ 85-90% คาดว่าจะทดสอบระบบ และทดลองเปิดให้บริการได้ภายในปลายปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนมอเตอร์เวย์สายบางใหญ่-กาญจนบุรีนั้น คาดว่าจะส่งมอบพื้นที่ได้ในช่วงเวลาไม่แตกต่างจากสายบางปะอิน-นครราชสีมา จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ว่าจะล่าช้าประมาณ 6 เดือน เนื่องจากการดำเนินการสามารถเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่องโดยในขณะนี้มีความคืบหน้างานโยธาประมาณ 35% จากช่วงต้นปีที่มีความคืบหน้าแค่ประมาณ 10% เท่านั้น ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ตามแผนที่กำหนด หรือช่วงกลางปี 2566 อย่างไรก็ตาม O&amp;amp;M ทั้ง 2 สายนั้น มีระยะเวลาการก่อสร้าง 3 ปี หรือ 36 เดือน แต่ได้มีการเร่งรัดให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีครึ่ง หรือ 30 เดือน โดยเอกชนจะได้สัมปทานในการดำเนินการ 30 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกรมทางหลวง (ทล.) ระบุว่า กิจการร่วมค้าบีจีเอสอาร์ ได้ยื่นข้อเสนอขอรับค่าตอบแทนจากภาครัฐต่ำสุด ประกอบด้วย มอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-นครราชสีมา เสนอราคาต่ำสุดวงเงิน 21,329 ล้านบาท จากราคากลาง 33,258 ล้านบาท ส่วนมอเตอร์เวย์สายบางใหญ่-กาญจนบุรี เสนอต่ำสุด 17,809 ล้านบาท จากราคากลาง 27,828 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78831</URL_LINK>
                <HASHTAG>สราวุธ ทรงศิวิไล, อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.), อัยการตรวจสัญญา, โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200721/image_big_5f16d79f6105f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
