<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55410</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2020 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2020 18:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชัยวัฒน์&#039; เปิดใจหลังอัยการสั่งไม่ฟ้อง ยันบริสุทธิ์ไม่ได้ฆ่าบิลลี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ม.ค.63 - นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปัตตานี อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กล่าวถึงกรณ๊อัยการสั่งไม่ฟ้องคดีร่วมกับพวกฆ่าบิลลี่ ว่า วันนี้มีโทรศัพท์เข้ามาสอบถามหลายสาย ว่ารู้ข่าวไหมเรื่องคดีบิลลี่ ที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง ตนเองก็เพิ่งทราบข่าวจากสื่อมวลชนที่มีการนำเสนอในวันนี้เช่นกัน ว่าสั่งไม่ฟ้องเกือบหมด เหลือเพียงคดีน้ำผึ้งป่า จึงยังไม่สามารถตอบได้ว่าข้อเท็จจริงนั้นเป็นอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์ กล่าวว่าเพิ่งไปรายงานตัวที่ศาลมาเมื่อวานนี้ก็ไม่ทราบหรือระแคะระคายอะไรเลย ถ้าเป็นเรื่องจริง ก็ต้องกราบขอบพระคุณอัยการพิเศษและอัยการสูงสุด ที่ให้ความเมตตาและให้ความเป็นธรรมตนกับลูกน้องอีก 3 คน ถ้าถามว่าดีใจหรือไม่ ก็ตอบได้ว่ารู้สึกโล่งใจส่วนหนึ่ง ถ้าเป็นจริงก็จะรู้สึกในความเป็นธรรมต่อกระบวนการยุติธรรมมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อันที่จริงแล้วผมเพิ่งไปรายงานตัวที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางเมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่า จะมีนัดครั้งต่อไปในวันที่ 3 ก.พ.ที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายในการฝากขังพลัดฟ้อง เพราะครบกำหนด 7 ผลัด &amp;nbsp;ผลัดละ 12 วัน รวม 84 วัน ก็ให้เตรียมทั้งทนายและนายประกันมาด้วย เพราะในวันนี้ต้องดูว่า จะมีการสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้อง หรือมีคำสั่งเพิ่มหรือไม่ ข้อมูลก็มีเท่านี้ที่ทราบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์ &amp;nbsp;กล่าวต่อว่าจนถึงนาทีนี้ ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้นกับกรณีนายบิลลี่ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตนเองพอรับได้แต่ครอบครัว ได้รับผลกระทบมาก ที่สำคัญลูกน้องและครอบครัวของลูกน้องต่างก็ได้รับความเสียหาย นับถึงขนาดนี้ก็ประมาณ 5-6 เดือน ตลอดเวลาที่มีข่าวแทบไม่อยากไปไหนเพราะกลัวเขาไม่ต้อนรับ ก็ข่าวที่ออกมาเป้าหมายที่ตนเองทั้งสิ้น แม้ว่าที่ผ่านมา จะต้องเครียดและทนทุกข์กับข่าวที่ DSI ออกเป็นระยะ ทำให้ครอบครัวและตนเองต้องทุกข์ใจอย่างแสนสาหัส และหากไม่มีเงินประกันตัวป่านนี้ก็คงต้องนอนอยู่ในเรือนจำ ขนาดประกันตัวออกมาแล้ว DSI ก็ยังตาม จะขอให้ศาล ยกเลิกการปล่อยตัวชั่วคราวอีก ไหนจะผู้คนในสังคมสาปแช่ง ก่นด่า โดยที่เขาไม่รู้ข้อเท็จจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมและครอบครัว และลูกน้องทั้ง 4 คน ต้องทนทุกข์ทรมาน ทั้งทางด้านจิตใจ และร่างกาย ตลอดระยะเวลาในการรับราชการมา ได้สร้างผลงานไว้มากมายในการปกป้องทรัพยากร เราได้ทรัพยากรทั้งที่ดินและ ทรัพยากรธรรมชาติคืนมา แต่ต้องมารับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเรื่องนี้ ซึ่งผมก็ยืนยันมาตลอดว่าไม่เป็นเรื่องจริง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขา กล่าวด้วยว่าส่วนกรณีที่หลายฝ่ายถามว่าจะมีการ ฟ้องกลับเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมหรือไม่นั้นตนเองคงยังต้องปรึกษาหารือ อย่างที่เรียนตั้งแต่ช่วงต้นว่า ก็เพิ่งทราบข่าวเหมือนกันสุดท้ายคงต้องรอวันที่ 3 ก.พ.นี้ ซึ่งเป็นวันครบตัดฝากขังว่า จะมีการ สั่งฟ้องหรือไม่หรือมีการแจ้งข้อหาอะไรเพิ่มเติมอีกหรือเปล่า คงต้องหารือกันอีกที ขณะนี้ยังไม่คิดเกินเลยไปถึงขั้นนั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55410</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร, ดีเอสไอ, บิลลี่, พอละจี รักจงเจริญ, อัยการพิเศษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200124/image_big_5e2acd4533138.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2018 13:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2018 13:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สันธนะ&#039; ขึ้นศาลหลังครบฝากขัง ยันไม่หนีประเทศนี้น่าอยู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สันธนะ&amp;#39;ขึ้นศาลหลังครบฝากขัง-อัยการยื่นฟ้องคดีกรรโชกทรัพย์ตลาดใหม่ดอนเมือง ซัดเละ ตร.คู่ปรปักษ์ ศาลนัดสอบคำให้การพุธ 4 ก.ค.นี้ ยันไม่หนีประเทศนี้น่าอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;2ก.ค.61-ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อายุ 59 ปี อดีตรองผู้กำกับการสันติบาล 2 ในฐานะประธานที่ปรึกษา บริษัท พัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง จำกัด ผู้ต้องหาในคดีกรรโชกทรัพย์ตลาดใหม่ดอนเมือง เดินทางมารายงานตัวต่อศาล หลังครบกำหนดฝากขัง 4 ผัด รวม 48 วัน ตามเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวในชั้นฝากขังของศาล ซึ่งล่าสุดในคดีนี้ พ.ต.ท.สันธนะ และพนักงานตลาดที่ถูกกล่าวหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์กลุ่มผู้ค้าในตลาดใหม่ดอนเมืองได้ถูกอัยการยื่นฟ้องต่อศาลอาญาไปเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;
พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า เมื่อวันศุกร์ (29 มิ.ย.) ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แถลงข่าวว่าได้สรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้องตนเองและผู้เกี่ยวข้องในคดีรวม 11 คน อยากจะเรียนให้สังคมทราบว่ากระบวนการสอบสวนเป็นเบื้องต้น ชั้นพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นคู่ปรปักษ์กับตนเองมาโดยตลอด จึงไม่แปลกใจที่พนักงานสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความเห็นสั่งฟ้อง &amp;nbsp;แต่แปลกใจในเรื่องรายละเอียดของคดีตามแถลงข่าว รวมถึงข้อมูลในสำนวนการสอบสวน ปรากฏว่าคดีนี้ผู้เสียหายในคดี 11 คน เป็นกลุ่มผู้ค้าที่ตลาดใหม่ดอนเมือง มีพยาน 9 คน ความเสียหายทั้งสิ้น 770,000 กว่าบาท ในช่วงเวลา 2 ปี มีการกรรโชกทรัพย์ความเสียหายเพียงแค่ 7 แสนกว่าบาท แล้วไม่ทราบพวกตนเอง 10 กว่าคนไปแบ่งกันใช้ยังไง
&amp;nbsp;
พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวต่อไปว่า ตนเองถึงบอกว่ามันไปไม่ได้แล้ว คุณหาพยานหลักฐานอะไรไม่ได้ &amp;nbsp;เสียใจกับผู้เสียหายและเป็นผู้กล่าวหาตนเองในคดีนี้ทั้ง 11 คน ว่าคุณตกเป็นเหยื่อของกระบวนการยุติธรรมเบื้องต้นที่ไม่ยุติธรรม ส่วนตัวคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนก็น่าจะมีอนาคตเป็นผู้อำนวยความยุติธรรมให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ ดูท่าเหมือนราชสีห์ แต่ถึงเวลาจริงๆ ถูกสัตว์เลื้อยคลานดึงหางไปก็ตามเขา เพียงเพื่อหวังทะเยอทะยานในตำแหน่งสูงสุดขององค์กร ไม่คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อประชาชน ตนเองจะบอกสังคมต่อไปว่ามันมีเหตุที่มาที่ไปอย่างไร ตั้งคณะพนักงานสอบสวน 174 คน สรุปสำนวนได้เท่านี้ อย่างที่บอกมันไม่มีการกระทำผิด ไม่มีเหตุเกิดขึ้นจริง สิ่งที่เขาพยายามยัดเยียดกล่าวหาตนก็ทำไม่ได้ตามเป้า วันนี้ก็สิ้นสุดขอบเขตอำนาจของพนักงานสอบสวนแล้ว
&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ยื่นร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการหรือไม่ พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า ไม่ร้อง แต่ผู้ต้องหาอื่นก็แล้วแต่ ทราบว่ามีการไปร้องต่ออัยการสูงสุด ก็เป็นดุลยพินิจของท่านอัยการสูงสุด อยากให้มีคำพิพากษาของศาลออกมา ถ้าตนเองไปร้องอัยการสูงสุดแล้วท่านมีความเห็นแย้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เชื่อในรายละเอียดของตนเอง ก็ต้องใช้เวลาอีกเยอะ กว่าจะส่งสำนวนไปให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พิจารณา แน่นอน ผบ.ตร.ก็คู่กรณีคู่ปรปักษ์ใช้วิธีการมากมายที่จะยื้อคดีไม่ใช่ประสงค์ของตนเอง &amp;nbsp;ทั้งนี้อยากเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่ตกใจกับการเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลย ไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องยากเย็น เมื่อคดีมีคำพิพากษาออกมาแล้วตนเองไม่ได้กระทำผิดใครคือคนรับผิดชอบ ไม่เป็นไรเปิดหน้าสู้ แต่เอาคนอื่นมาเกี่ยวข้องมาแถลงเหมือนเป็นกระบวนการยุติธรรมขั้นสูงสุดพิพากษาเขาหมด กล่าวหาแบบนั้นแบบนี้เดี๋ยวคุณโดนบ้างเหมือนที่ทำกับพวกเขา
&amp;nbsp;
เมื่อถามถึงกรณีที่เคยบอกว่าจะยื่นฟ้องนายพล พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ติดขัดทางคดี เขาไม่มอบเอกสารอะไรให้เลย เมื่อวันศุกร์ถึงต้องไปทวงเอง คุณกลัวทำไมในเมื่อเปิดหน้าทุกคนก็ทราบแล้ว เราไม่ใช่คดีปกติ เป็นเรื่องระหว่างพวกคุณกับผม &amp;nbsp;ถึงบอกว่าจะชี้ให้สังคมทราบว่ามีเหตุอะไร มีที่มาที่ไปอย่างไร ทำไมถึงต้องออกมาล่อเป้า
&amp;nbsp;
เมื่อถามว่าทางอัยการมีคำสั่งฟ้องมาอย่างไรได้ดูหรือไม่ พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ท่าน เมื่อตำรวจสรุปสำนวนสั่งฟ้องส่งให้อัยการแล้ว วันนี้หมดอำนาจควบคุมฝากขังของทางอัยการก็สุดแท้แต่ ถ้ายื่นฟ้องไม่ทันก็ต้องปล่อยตัว แต่เชื่อว่าในคดีท่านคงยื่นฟ้องได้ทัน เพราะไม่มีในส่วนของตนเอง ซึ่งได้ปฏิเสธไม่ให้การในชั้นอัยการด้วย ก็ไม่มีเหตุอะไรที่ท่านจะไม่ฟ้อง &amp;nbsp;ซึ่งก็น้อมรับในชั้นนี้ ในชั้นศาลก็ต่อสู้เต็มที่แน่นอน ไม่หนีไปไหนอยู่แล้ว ประเทศนี้น่าอยู่
&amp;nbsp;
ต่อมา พ.ต.ท.สันธนะ เปิดเผยหลังการรายงานตัวว่า ในคดีนี้ตนเองก็จะต้องเดินทางมาศาลอีกครั้งในวันที่ 4 ก.ค.นี้ พร้อมกับพนักงานตลาดที่ตกเป็นผู้ต้องหาร่วมด้วยอีก 10 คน ตามที่ศาลอาญานัดหลังจากอัยการได้ยื่นฟ้องตนกับพนักงานตลาดรวม 11 คน ไว้แล้ว ซึ่งตนเองก็จะเดินทางมาตามนัดในเวลา 9.00 น.
&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อายุ 59 ปี, นายชนะโชติ หรือตั๋ม สุขสุคนธ์ อายุ 40 ปี, นายวรรณชัย หรือแก้ว ใจเรือง อายุ 36 ปี, นายวันเพ็ญ ผิวดำดี อายุ 51 ปี, นายสิริชัย หรือชัย เหล่ากุลประสิทธิ์ อายุ 65 ปี, นายประนอม หรือนอม แก้วสวัสดิ์ อายุ 59 ปี, นายกฤษณะ หรือตั้ม หลำรอด อายุ 41 ปี, นายคเณศ หรือต้น เปรมครุฑ อายุ 42 ปี, นายอดิศักดิ์ หรือโต้ง จันทร์ศรี อายุ 39 ปี, นายอนุชา หรือทอม วรเดช อายุ 53 ปี และนายอนุ หรือตุ๋ย สุขสุคนธ์ อายุ 41 ปี เป็นจำเลยที่ 1-11 ในข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์และซ่องโจร โดยศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.1951/2561 นัดสอบคำให้การวันที่ 4 ก.ค.นี้ใน&amp;nbsp;เวลา 8.30 น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12557</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรโชกทรัพย์, ตลาดใหม่ดอนเมือง, ศาลนัด, ศาลอาญา, สันธนะ, อัยการพิเศษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180702/image_big_5b39c51778799.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8375</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2018 21:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2018 21:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สื่อปูดข้อซักถาม &#039;ทรัมป์&#039; คดีรัสเซีย เผยอัยการขู่ออกหมายเรียกเข้าให้การ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นิวยอร์กไทมส์เผยแพร่คำถาม 49 ข้อที่คณะสอบสวนของอัยการพิเศษ โรเบิร์ต มุลเลอร์ เตรียมไว้ซักถามประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งรวมถึงประเด็นการขัดขวางกระบวนการสอบสวนด้วย ขณะวอชิงตันโพสต์เผยอัยการขู่ออกหมายเรียกทรัมป์ให้การ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ซ้าย) โรเบิร์ต มุลเลอร์ อดีตผู้อำนวยการสำนักสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นอัยการพิเศษสอบสวนคดีรัสเซียแทรกแซงเลือกตั้งสหรัฐ กับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐผู้ยืนกรานไม่ได้สมรู้ร่วมคิดกับรัสเซีย ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2561 ว่ารายงานข่าวนี้น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนของการสอบสวนคำกล่าวหาที่ว่าคนในคณะทำงานหาเสียงของทรัมป์สมรู้ร่วมคิดกับการที่รัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปลายปี 2559 และทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่พอใจ บริภาษการเปิดเผยข้อซักถามชุดนี้ว่า &amp;quot;น่าอัปยศ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิวยอร์กไทมส์ซึ่งเผยแพร่คำถามชุดนี้เป็นรายแรก กล่าวว่า ทีมทนายความของทรัมป์เป็นผู้รวบรวมคำถาม ซึ่งมีไม่ต่ำกว่า 48 ข้อ และไทมส์ได้รับมาจากใครบางคนที่ไม่ได้อยู่ในทีมทนาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทมส์กล่าวว่า คำถามที่อัยการพิเศษมุลเลอร์ต้องการถามทรัมป์ แสดงให้เห็นว่า มุลเลอร์ต้องการคำตอบว่า ทรัมป์รู้เรื่องการติดต่อสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในคณะหาเสียงของเขา กับรัสเซีย หรือไม่ การติดต่อนั้นรวมถึงการพบปะกับทนายความชาวรัสเซียที่อาคารทรัมป์ทาวเวอร์ในนิวยอร์กเมื่อเดือนมิถุนายน 2559 ที่ทนายหญิงรายนี้เสนอจะให้ข้อมูลที่สามารถสร้างความเสียหายต่อนางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ทวีตหลายข้อความเมื่อเช้าวันอังคาร โจมตีว่า รายงานข่าวนี้เป็นการหาเรื่องใส่ความ &amp;quot;ดูจะเป็นเรื่องยากมากที่จะขัดขวางความยุติธรรมในคดีอาชญากรรมที่ไม่เคยเกิดขึ้น! ล่าแม่มด!&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าทรัมป์เป็นผู้ต้องสงสัยอย่างเป็นทางการ หรือมุลเลอร์พบหลักฐานว่าทรัมป์สมคบกับรัสเซีย ซึ่งทรัมป์ปฏิเสธอีกครั้งเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง วอชิงตันโพสต์รายงานเมื่อคืนวันอังคารว่า มุลเลอร์ได้แจ้งต่อทนายความของทรัมป์เมื่อต้นเดือนมีนาคมว่า เขาอาจขอให้ศาลออกหมายเรียกทรัมป์มาให้การต่อคณะลูกขุนใหญ่ หากทรัมป์ปฏิเสธจะให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนของรัฐบาลกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โพสต์บอกด้วยว่า เป็นเพราะคำสนทนาครั้งนั้น ที่ทำให้เจย์ เซคูโลว์ ทนายของทรัมป์ รวบรวมรายการคำถามที่อาจใช้ซักถามทรัมป์ ซึ่งไทมส์นำมาตีพิมพ์โดยระบุว่าคณะของมุลเลอร์อ่านให้ทีมทนายของทรัมป์ฟังทางโทรศัพท์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8375</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อซักถาม, ทรัมป์, รัสเซีย, หมายเรียก, อัยการพิเศษ, แทรกแซงเลือกตั้ง, โรเบิร์ต มุลเลอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180502/image_big_5ae9c402819f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6957</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2018 21:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2018 21:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำเนียบขาวยืนยัน &#039;ทรัมป์&#039; มีสิทธิปลดอัยการพิเศษสอบรัสเซียยุ่งเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทำเนียบขาวของสหรัฐยืนกรานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีอำนาจในการไล่ออกอัยการพิเศษ &amp;quot;โรเบิร์ต มุลเลอร์&amp;quot; กระตุ้นความหวั่นเกรงว่าทรัมป์อาจคว่ำการสอบสวนคำกล่าวหาที่ว่ารัสเซียแทรกแซงเลือกตั้ง ซึ่งสาวใกล้ถึงตัวคณะทำงานของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;โรเบิร์ต มุลเลอร์ (ซ้าย) กับโดนัลด์ ทรัมป์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 11 เมษายน 2561 กล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์เคยปฏิเสธตลอดหลายเดือนที่่ผ่านมาว่า เขาไม่เคยคิดจะปลดอดีตผู้อำนวยการสำนักสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) พ้นจากการทำหน้าที่อัยการพิเศษสอบสวนเรื่องอื้อฉาวดังกล่าว แต่ทรัมป์เปลี่ยนท่าทีไปภายหลังเอฟบีไอบุกตรวจค้นสำนักงานของทนายความส่วนตัวของทรัมป์เมื่อวันจันทร์ ทำให้ประธานาธิบดีคนนี้ควันออกหู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มุลเลอร์ได้รับแต่งตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ให้สอบสวนคำกล่าวหาที่่ว่ารัสเซียพยายามก้าวก่ายการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปี 2559 เพื่อโน้มนำให้ทรัมป์ชนะเลือกตั้ง ปีที่ผ่านมาการสอบสวนของมุลเลอร์ขุดคุ้ยเรื่องการฟอกเงิน, การฉ้อโกง และการขัดขวางกระบวนการยุติธรรมโดยคนวงในใกล้ชิดกับทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีผู้ช่วยของทรัมป์ 4 คน ซึ่งรวมถึงพอล มานาฟอร์ด ประธานคณะหาเสียงของทรัมป์เมื่อปี 2559 และไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ โดนตั้งข้อหา หรือไม่ก็ยอมรับสารภาพผิด และล่าสุด ไมเคิล โคเฮน ทนายความส่วนตัวที่ทำงานให้ทรัมป์มายาวนาน และเก็บงำความลับมากมายเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวและการทำธุรกิจของทรัมป์ กำลังตกเป็นเป้าหมายหลักของการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกหญิงของทำเนียบขาว กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่ทรัมป์จะปลดมุลเลอร์ว่า เราได้รับคำแนะนำว่าประธานาธิบดีมีอำนาจที่จะตัดสินใจดังกล่าวอย่างแน่นอน และตัวเธอคิดว่า ประธานาธิบดีได้แสดงออกอย่างชัดเจนว่า ท่านคิดว่าการสอบสวนนี้ชักไปกันใหญ่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ตัดสินใจปักหลักอยู่ที่ทำเนียบขาว และยกเลิกกำหนดการเยือนลาตินอเมริกาครั้งแรกที่จะเริ่มต้นในวันศุกร์นี้ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจทำให้อเมริกาตกสู่วิกฤติด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ในเวลาเดียวกัน ทรัมป์ยังต้องทำการตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยว่าจะเปิดฉากโจมตีทางทหารในซีเรียหรือไม่ เพื่อตอบโต้การใช้อาวุธเคมี ตามที่ชาติตะวันตกกล่าวหาซีเรีย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6957</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลด, รัสเซียแทรกแซงเลือกตั้ง, อัยการพิเศษ, เอฟบีไอ, โดนัลด์ ทรัมป์, โรเบิร์ต มุลเลอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5ace143a43eb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
