<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117833</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2021 19:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2021 19:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐไฟเขียวปล่อยตัวทายาท&#039;หัวเว่ย&#039; แลกจีนคืนอิสรภาพ2พลเมืองแคนาดา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เมิ่ง หว่านโจว ผู้บริหารที่เป็นทายาทของผู้ก่อตั้งบริษัท หัวเว่ย ได้รับอิสรภาพจากการถูกกักบริเวณนาน 3 ปี และเดินทางกลับจีนในวันเสาร์ ภายหลังอัยการสหรัฐทำความตกลงระงับข้อกล่าวหาคดีฉ้อโกง เปิดทางให้แคนาดาปล่อยตัวเธอ ส่วนจีนก็ปล่อยตัวพลเมืองแคนาดา 2 คนที่ถูกคุมขังข้อหาเป็นสายลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมิ่ง หว่านโจว ซีเอฟโอหัวเว่ย ออกจากบ้านที่แวนคูเวอร์เพื่อไปขึ้นศาลเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2564&amp;nbsp; (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันเสาร์ที่ 25 กันยายน กล่าวว่า ทางการแคนาดาปล่อยตัวเมิ่ง หว่านโจว ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากอัยการสหรัฐประกาศเมื่อวันศุกร์ว่าได้บรรลุข้อตกลงกับเมิ่ง โดยฝ่ายเมิ่งยินยอมรับคำแถลงข้อเท็จจริงของคดี เพื่อแลกกับการที่สหรัฐระงับข้อกล่าวหาของเธอจนถึงปี 2565 และจะยกเลิกในที่สุดหากเมิ่งปฏิบัติตามเงื่อนไขในข้อตกลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (ซีเอฟโอ) ของหัวเว่ยวัย 49 ปี เป็นบุตรีของเหริน เจิ้งเฟย อภิมหาเศรษฐีชาวจีนผู้ก่อตั้งบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่แห่งนี้ เธอโดนทางการแคนาดาจับกุมที่สนามบินแวนคูเวอร์เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2561 ตามคำร้องขอของทางการสหรัฐ ที่ต้องการให้แคนาดาส่งตัวเธอเป็นผู้ร้ายข้ามแดนมาดำเนินคดีฉ้อโกงและละเมิดกฎหมายคว่ำบาตรอิหร่าน เธอถูกกักบริเวณที่บ้านระหว่างรอการพิจารณาคดีส่งผู้ร้ายข้ามแดนมาสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจับกุมเมิ่งจุดชนวนความขัดแย้งทางการทูตระหว่างแคนาดากับจีน โดยไม่กี่วันต่อมา ทางการจีนจับกุมไมเคิล คอฟริก อดีตนักการทูตแคนาดา และไมเคิล สปาวอร์ นักธุรกิจชาวแคนาดา ด้วยข้อหาจารกรรม ที่นักวิจารณ์กล่าวกันว่าเป็น &amp;quot;การทูตจับตัวประกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังได้รับการประกันตัว เมิ่งขึ้นเครื่องบินเดินทางกลับนครเซินเจิ้นของจีนทันที โดยเธอโพสต์ข้อความ &amp;quot;ขอบคุณพรรคและรัฐบาล&amp;quot; ลงโซเชียลมีเดียของจีนขณะอยู่บนเครื่องบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ของแคนาดา ประกาศว่า พลเมืองแคนาดาทั้ง 2 ขึ้นเครื่องบินเดินทางพ้นจากน่านฟ้าของจีนแล้ว และกำลังมุ่งหน้ากลับบ้านในวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐยืนเคียงข้างประชาคมระหว่างประเทศ ในการต้อนรับการตัดสินใจปล่อยตัวชายทั้งสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐกล่าวหาเมิ่ง &amp;quot;เจ้าหญิงแห่งหัวเว่ย&amp;quot; ว่าฉ้อโกงและหลอกลวงธนาคารเอชเอสบีซี โดยบอกว่าเมิ่งพยายามปิดบังกรณีที่บริษัท สกายคอม ที่เป็นบริษัทย่อยของหัวเว่ย ฝ่าฝืนกฎหมายคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐ แต่จีนระบุว่าข้อกล่าวหาและจับกุมเธอเป็น &amp;quot;เหตุการณ์ทางการเมืองล้วนๆ&amp;quot; โดยเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ต่อต้านบริษัท หัวเว่ย ที่สหรัฐกล่าวว่าใกล้ชิดกับรัฐบาลจีนและกองทัพจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กาย เซนต์-ฌากส์ อดีตเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำจีน กล่าวกับเอเอฟพีว่า การปล่อยตัวคอฟริงและสปาวอร์ในเวลาประจวบเหมาะกับการปล่อยตัวเมิ่ง &amp;quot;ยืนยันว่านี่คือการทูตจับตัวประกัน&amp;quot; และยังหมายความว่า ขวากหนามความสัมพันธ์ทวิภาคีลดลงไปหนึ่งอย่าง แต่ความสัมพันธ์ระหว่างแคนาดาและจีนคงจะไม่กลับมาเหมือนแต่ก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117833</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีนปล่อยพลเมืองแคนาดา, หัวเว่ย, อัยการสหรัฐ, เมิ่ง หว่านโจว, แคนาดาปล่อยตัวผู้บริหารหัวเว่ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210925/image_big_614f185c17959.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2021 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2021 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐรวบ2เมียนมาวางแผนฆ่าทูตหม่องประจำยูเอ็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการสหรัฐจับกุมและตั้งข้อหาพลเมืองเมียนมา 2 คน ฐานวางแผนจ้างนักฆ่าทำร้ายร่างกายหรือสังหารจ่อ โม ตุน เอกอัครราชทูตเมียนมาประจำยูเอ็นที่ต่อต้านรัฐประหารและขัดขืนคำสั่งผู้นำทหารให้พ้นจากตำแหน่ง พบหนึ่งในนี้ได้รับการติดต่อจากนักค้าอาวุธรายหนึ่งในไทยที่มีสายสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม อ้างคำแถลงของการอัยการออเดรย์ สเตราส์ จากนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า พนักงานสอบสวนของสหรัฐค้นพบและสามารถขัดขวางแผนการลอบทำร้ายทูตเมียนมาผู้นี้ หลังจากสืบพบว่า ชายชาวเมียนมา 2 คนสนทนากันถึงการจ้างนักฆ่ามาบีบบังคับให้จ่อ โม ติน ยอมลาออกจากตำแหน่ง หรือถ้าเขาปฏิเสธ ก็จะฆ่าทิ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งคู่วางแผนจะทำร้ายเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำองค์การสหประชาชาติให้บาดเจ็บสาหัส หรือฆ่าเขา ในแผนการโจมตีเจ้าหน้าที่ต่างชาติบนแผ่นดินอเมริกา&amp;quot; อัยการเขตใต้ของนิวยอร์กกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แจ็กเกอลีน แม็กไกวร์ รักษาการผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) กล่าวว่า เจ้าหน้าที่พิทักษ์กฎหมายดำเนินการอย่างรวดเร็วและขันแข็ง หลังจากรับรู้แผนการลอบสังหารที่วางแผนกันก่อเหตุในเวสต์เชสเตอร์เคาน์ตี ชานเมืองทางเหนือของนิวยอร์ก ที่ทูตผู้นี้พำนักอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกสารที่ยื่นต่อศาลของรัฐบาลกลางที่เวสต์เชตเตอร์กล่าวว่า เอฟบีไอได้รับเบาะแสเมื่อวันอังคาร โดยผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมและตั้งข้อหาคือ พโย เฮน ทุ อายุ 28 ปี และเย เฮน ซอ อายุ 20 ปี ทั้งคู่อาจถูกตัดสินจำคุก 5 ปีหากศาลตัดสินว่ามีความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่าผู้ต้องสงสัยทั้งสองมีความสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารเมียนมาหรือไม่ อัยการสหรัฐกล่าวว่า พโย เฮน ทุ ติดต่อกับนักค้าอาวุธรายหนึ่งในไทยที่ค้าขายอาวุธกับกองทัพเมียนมา ทั้งสองสนทนากันผ่านบริการวิดีโอแชตเฟซไทม์ขณะที่พโย เฮน ทุ อยู่ภายในสำนักงานของผู้แทนเมียนมาประจำยูเอ็นในนครนิวยอร์ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักค้าอาวุธรายนี้กล่าวกับพโย เฮน ทุ เกี่ยวกับการว่าจ้างบุคคลหลายคนมาดำเนินการตามแผน ซึ่งรวมถึงการเจาะยางรถยนต์ของทูตเมียนมาให้เกิดอุบัติเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องต่อศาลยังแนบภาพถ่ายของเงิน 4,000 ดอลลาร์ ที่เย เฮน ซอ จ่ายให้แก่พโย เฮน ทุ ผ่านแอปพลิเคชัน Zelle ในรูปแบบเงินดิจิทัลเมื่อเดือนกรกฎาคม เป็นเงินมัดจำล่วงหน้าสำหรับการจ้างวาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทูตจ่อ โม ตุน เคยเป็นบุคคลในข่าวชูสามนิ้วในที่ประชุมยูเอ็น เพื่อต่อต้านการรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือน และขัดขืนคำสั่งของรัฐบาลทหารที่ปลดเขาพ้นตำแหน่ง เขาบอกกับเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่ากำลังถูกปองร้ายและต้องได้รับการคุ้มครองความปลอดภัยเพิ่มเติม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112510</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับ2เมียนมา, จ่อ โม ตุน, ทูตเมียนมาประจำยูเอ็น, รัฐประหารเมียนมา, วางแผนลอบฆ่าทูตเมียนมาประจำยูเอ็น, อัยการสหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210807/image_big_610e4bd9d3fe2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95672</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2021 22:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2021 22:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซัดทอด&#039;ปธน.ฮอนดูรัส&#039;ช่วยพ่อค้ายาขนโคเคนหลายตันเข้าสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ฉาวข้ามชาติ อัยการสหรัฐกล่าวหาประธานาธิบดีฮวน ออร์ลันโด เอร์นันเดซ ของฮอนดูรัสว่าช่วยเหลือพ่อค้ายาเสพติดจำเลยในคดีของเขา ลักลอบขนโคเคนหลายตันเข้าสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีฮวน ออร์ลันโด เอร์นันเดซ แห่งฮอนดูรัส ระหว่างมาร่วมการประชุมที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2561 (Photo by Michael Brochstein/SOPA Images/LightRocket via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 10 มีนาคม กล่าวว่า อัยการเจค็อบ กัตวิลลิก กล่าวโทษประธานาธิบดีฮวน ออร์ลันโด เอร์นันเดซ ของฮอนดูรัสระหว่างการเปิดคดีในศาลรัฐบาลกลางประจำนิวยอร์กเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยเขาระบุว่า จีโอวันนี ฟูเอนเตส จำเลยในคดีของเขา ติดสินบนประธานาธิบดีเอร์นันเดซเป็นเงินสด 25,000 ดอลลาร์ (ราว 767,000 บาท) ระหว่างการพบกันในปี 2556 และ 2557 เพื่อให้การปกป้องจำเลยรายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟูเอนเตส ซึ่งปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เป็นประธานาธิบดีประเทศลาตินอเมริกาแห่งนี้มาตั้งแต่เดือนมกราคม 2557&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการสหรัฐกล่าวอีกว่า โฮเซ ซันเชซ นักบัญชีซึ่งอยู่ในการพบปะเหล่านั้นด้วย จะให้การต่อคณะลูกขุนถึงความช็อกและความหวาดกลัวที่เกิดกับเขา เมื่อได้เห็นจำเลยนั่งอยู่กับประธานาธิบดีผู้นี้ นักบัญชีรายนี้ทำงานให้บริษัทปลูกข้าวที่จำเลยใช้ฟอกเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยานรายนี้จะบอกต่อลูกขุนว่า ประธานาธิบดีเอร์นันเดสกล่าวกับฟูเอนเตสว่า พวกเขาจะขนโคเคนจำนวนมากเข้าสหรัฐให้พวกอเมริกันเสพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านอีแลน ชูลแมน ทนายความของจำเลย พยายามทำลายความน่าเชื่อถือของพยานรายนี้ทั้งเรื่องจำนวนเงินที่ใช้ติดสินบนประธานาธิบดี และว่าซันเชสได้ประโยชน์โดยแทบไม่มีอะไรต้องเสีย เพราะเขามีใบสมัครลี้ภัยรอหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายผู้นี้ยังบอกกับลูกขุนด้วยว่า ไม่ควรเชื่อคำให้การของเลโอเนล ริเบรา อดีตหัวหน้าแก๊งลอส กาชีรอส ที่เคยฆ่าคน 78 คน พยายามฆ่าอีก 15 คน และขณะนี้ถูกคุมขังในคุกสหรัฐฐานค้ายาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการสหรัฐถือว่าเอร์นันเดซเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับฟูเอนเตสในการลักลอบขนโคเคนหลายตันเข้าสหรัฐ แต่พวกเขายังไม่ตั้งข้อหาเอร์นันเดซ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเอร์นันเดซ ทวีตเมื่อวันจันทร์ว่า พยานหลายคนในคดีนี้กำลังจะ &amp;quot;ให้การเท็จ&amp;quot; เพื่อกล่าวโทษเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โทนี เอร์นันเดซ น้องชายของประธานาธิบดีเอร์นันเดซ ถูกศาลนิวยอร์กตัดสินว่ามีความผิดฐานลักลอบขนยาเสพติดในปี 2562 การพิพากษาโทษของเขาถูกเลื่อนมาหลายครั้ง โดยศาลนัดครั้งใหม่วันที่ 23 มีนาคม เขาอาจถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต อัยการกล่าวว่าเขาเป็นคนกลางระหว่างฟูเอนเตสกับพี่ชาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ไบรอัน แฟร์แบงส์ จากสำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐ ซึ่งเป็นพยานคนแรก บอกกับลูกขุนว่า เขาพบที่อยู่อีเมลและหมายเลขโทรศัพท์ของเอร์นันเดซในโทรศัพท์ของจำเลย อัยการยังแสดงภาพถ่ายของน้องชายและลูกชายเอร์นันเดซที่พบในโทรศัพท์ของฟูเอนเตสด้วย และยังมีภาพอาวุธหลายชนิดในบัญชีไอคลาวด์ของลูกชายคนหนึ่งของฟูเอนเตส รวมถึงปืนไรเฟิลอัตโนมัติที่ระบุว่าเสนอให้เอร์นันเดซเป็นของขวัญโดยมีอักษรย่อชื่อของเขาสลักไว้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95672</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนโคเคนเข้าสหรัฐ, ประธานาธิบดีฮอนดูรัส, อัยการสหรัฐ, ฮวน ออร์ลันโด เอร์นันเดซ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210310/image_big_6048e4c8d16ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23856</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2018 21:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2018 21:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; จี้อัยการ &#039;มุลเลอร์&#039; ยุติสอบรัสเซียแทรกแซงเลือกตั้งสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องอีกครั้งให้โรเบิร์ต มุลเลอร์ อัยการพิเศษ ยุติการสอบสวนเรื่องรัสเซียแทรกแซงเลือกตั้งสหรัฐ ระบุเป็นแค่การหาเรื่องใส่ความ หลังจากอัยการสหรัฐเปิดเผยข้อมูลใหม่ที่ได้จากปากคำอดีตทนายความทรัมป์ว่ารัสเซียพยายามเสนอให้ความร่วมมือตั้งแต่ปี 2558 เพื่อช่วยให้ทรัมป์ชนะเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ โรเบิร์ต มุลเลอร์ อัยการพิเศษสหรัฐ เดินทางกลับภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมกับคณะกรรมาธิการตุลาการวุฒิสภา ที่อาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำปฏิเสธของผู้นำสหรัฐและการกดดันให้ยุติการสอบสวนผ่านทวิตเตอร์เมื่อวันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม 2561 มีออกมาภายหลังคณะสอบสวนของรัฐบาลกลางภายใต้การนำของมุลเลอร์ยื่นเอกสารต่อศาลเมื่อวันศุกร์ ซึ่งไม่ได้เปิดเผยหลักฐานใดๆ ของการสมรู้ร่วมคิดระหว่างรัสเซียกับคณะทำงานหาเสียงของทรัมป์ แม้ในวันเดียวกันอัยการสหรัฐจะระบุว่า ทรัมป์สั่งให้ไมเคิล โคเฮน ทนายความของเขาในตอนนั้น จ่ายเงินปิดปากผู้หญิง 2 คนที่ทรัมป์เคยมีสัมพันธ์ทางเพศด้วย เพื่อไม่ให้เปิดเผยเรื่องราวที่จะกระทบต่อการหาเสียงเลือกตั้งปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในทวิตเตอร์เมื่อวันเสาร์ ทรัมป์ไม่ได้ตอบโต้เรื่องการจ่ายเงินปิดเรื่องอื้อฉาวทางเพศของเขา แต่ได้พาดพิงถึงเอกสารที่คณะสอบสวนของมุลเลอร์และอัยการนิวยอร์กยื่นต่อศาลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา &amp;quot;ถึงเวลาที่การหาเรื่องใส่ความต้องยุติ&amp;quot; ทรัมป์ทวีต พร้อมกับอ้างอิงคำพูดของเจอรัลโด ริเวรา พิธีกรโทรทัศน์ที่เป็นเพื่อนของเขา ด้วยว่าการกล่าวหาว่าทีมงานหาเสียงของเขาสมคบคิดกับรัสเซียนั้นเป็น &amp;quot;ภาพหลอนของการสมรู้ร่วมคิด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทวีตก่อนหน้านั้น ทรัมป์โจมตีการสอบสวนของมุลเลอร์ด้วยว่า หลังจากใช้เวลาสอบสวน 2 ปี และตรวจสอบเอกสารหลายล้านหน้า ไม่รวมการใช้เงินไปกว่า 30 ล้านดอลลาร์ ข้อสรุปที่ได้คือ &amp;quot;ไม่มีการสมรู้ร่วมคิด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า แม้เอกสารของอัยการจะไม่ได้เปิดเผยหลักฐานการสมรู้ร่วมคิด แต่ก็ได้ให้ข้อมูลใหม่ๆ เกี่ยวกับประเด็นที่คณะสอบสวนของมุลเลอร์กำลังตรวจสอบ รวมไปถึงข้อมูลจากอัยการรัฐบาลกลางในรัฐนิวยอร์ก ซึ่งระบุชัดว่า ทรัมป์คือคนสั่งการให้โคเฮนจ่ายเงินปิดปากสตรี 2 คนนี้ และจากการจ่ายเงินนี้ ถือได้ว่าพฤติกรรมของโคเฮนกระทำด้วยเจตนาโน้มน้าวการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กล่าวโดยเจาะจง และเป็นไปตามที่โคเฮนได้รับสารภาพแล้ว ด้วยการจ่ายเงินทั้ง 2 ก้อนนี้ เขากระทำการด้วยความร่วมมือและทำตามคำสั่งของบุคคลที่ 1&amp;quot; อัยการนิวยอร์กกล่าวถึงทรัมป์ในเอกสารคำฟ้องคดีโคเฮน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เงินปิดปากเหล่านี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสอบสวนกรณีรัสเซีย แต่เป็นการบรรยายภาพพจน์ของโคเฮน ซึ่งเคยคลุกคลีในกลุ่มผู้ช่วยที่ทรัมป์เชื่อถือ ว่าเขาได้ทำผิดกฎหมายอาญาอย่างกว้างขวาง จงใจ และร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ไมเคิล โคเฮน อดีตทนายความของทรัมป์ ออกจากศาลรัฐบาลกลางในนิวยอร์กซิตี เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตทนายความของทรัมป์วัย 52 ปีรายนี้เคยรับสารภาพผิดเมื่อเดือนสิงหาคม ว่าได้ฝ่าฝืนกฎหมายทุนหาเสียง จากการจ่ายเงินปิดปากอดีตคู่ขาของทรัมป์ คำฟ้องของอัยการกล่าวว่า โคเฮนหลอกลวงประชาชนที่ออกเสียงเลือกตั้งด้วยการปิดบังข้อเท็จจริงที่เขาเชื่อว่าจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในบันทึกช่วยจำอีกฉบับที่อัยการชุดของมุลเลอร์ส่งต่อศาล กล่าวไว้ด้วยว่า โคเฮนได้รับการติดต่อจากบุคคลสัญชาติรัสเซียคนหนึ่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 เพื่อเสนอ &amp;quot;ให้ความร่วมมือในระดับรัฐบาล&amp;quot; จากรัสเซีย ซึ่งเป็นการทาบทามหลายเดือนก่อนหน้าที่ทรัมป์จะได้เป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันลงสมัครเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ และเป็นการติดต่อกันก่อนหน้าช่วงเวลาที่เคยมีรายงานเรื่องการติดต่อระหว่างสองฝ่ายมาก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวรัสเซียซึ่งอ้างว่ามีสายสัมพันธ์กับทำเนียบเครมลิน ยังได้เสนอจัดการพบกันระหว่างทรัมป์กับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน อีกหลายครั้งด้วย โดยเขาอ้างว่าการพบกันจะส่งผลสะเทือนระดับปรากฏการณ์ ไม่เพียงต่อด้านการเมืองเท่านั้น แต่รวมถึงในแง่ธุรกิจด้วย แต่อัยการมุลเลอร์กล่าวในเอกสารว่า โคเฮนไม่เคยติดตามเรื่องนี้ต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวหาเรื่องการผสมผเสผลประโยชน์ทางการเมืองและธุรกิจเข้าด้วยการอาจสร้างปัญหาแก่ทรัมป์ได้ ช่วงกลางปี 2559 ที่ทรัมป์กำลังชิงชัยเก้าอี้ประธานาธิบดีนั้น ธุรกิจของเขาเคยพยายามขออนุญาตสร้างอาคารทรัมป์ทาวเวอร์ในกรุงมอสโก และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โคเฮนก็รับสารภาพว่าเคยโกหกสภาคองเกรสเกี่ยวกับโครงการที่ว่านี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23856</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัสเซีย, อัยการสหรัฐ, แทรกแซงเลือกตั้ง, โดนัลด์ ทรัมป์, โรเบิร์ต มุลเลอร์, ไมเคิล โคเฮน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181209/image_mid_5c0d24797320a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
