<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2020 06:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2020 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานก.อ.แจงข่าวอัยการเกี่ยวข้องคดีบอสหนีไปต่างประเทศไม่เป็นความจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย. 63- นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) กล่าวถึงการที่มีสำนักข่าวแห่งหนึ่งได้ลงข้อมูลทำนองว่า ตนเป็นผู้ให้สัมภาษณ์ว่าพนักงานอัยการที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนความเร็วคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง ได้เดินทางหนีออกนอกประเทศแล้ว ว่า ภายหลังจากที่มีการนำเสนอข่าวดังกล่าว ปรากฏว่ามีน้องๆ อัยการโทรเข้ามาสอบถามตนเป็นจำนวนมากว่าอัยการคนดังกล่าวเป็นใคร เดินทางหนีออกนอกประเทศไปแล้วจริงหรือไม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอยืนยันตรงนี้ว่าข่าวที่ออกไปดังกล่าวไม่เป็นความจริง คือ 1.ผมไม่เคยไปให้สัมภาษณ์ถ้อยคำหรือข้อความดังกล่าว 2.ผมไม่ทราบและไม่รู้จักว่าอัยการที่ถูกกล่าวอ้างเป็นใคร เมื่อทราบว่ามีสำนักข่าวที่มีชื่อเรื่องสืบสวนสอบสวนแห่งหนึ่งได้รายงานข่าวว่าได้สัมภาษณ์ผม ผมก็ได้โทรศัพท์ไปสอบถามนักข่าวอาวุโสคนหนึ่งซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักข่าวแห่งนั้น ต่อว่าในการนำเสนอข่าวที่ไม่เป็นความจริง โดยผู้อำนวยการสำนักข่าวดังกล่าวยอมรับว่าข่าวดังกล่าวไม่มีต้นตอที่น่าเชื่อถือ โดยคนที่ทำการเผยแพร่ข่าวเป็นลูกน้องในทีม จะดำเนินการลบข่าวให้&amp;quot;
นายอรรถพล กล่าวว่า&amp;nbsp; เนื่องจากข่าวดังกล่าวถูกแพร่กระจาย มีน้องๆ ที่สำนักงานอัยการโทรมาถามเป็นจำนวนมาก จึงต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงตรงนี้ เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าวเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76481</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวรยุทธ อยู่วิทยา, นายอรรถพล ใหญ่สว่าง, อัยการสั่งไฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3ba64454600.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 19:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2020 19:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทนายสมัคร&#039; สุดอึดอัดคดีบอส เผยครอบครัวเฉลิม อยู่วิทยา เตรียมแถลงการณ์ชี้แจงรายละเอียดต่อสังคม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค.63 - นายสมัคร เชาวภานันท์ ทนายความประจำครอบครัวนายเฉลิม อยู่วิทยา เปิดเผยถึงกรณีที่อัยการสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา ว่า จากข่าวที่ระบุว่ามีกมธ.สภาผู้แทนฯ เตรียมเรียกเข้าชี้แจงนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือจากกมธ.ฯ ทั้งนี้ช่วงนี้ตนอยู่ระหว่างพักฟื้นหลังจากผ่าตัดสมอง และวันที่ 5 ส.ค.นี้มีนัดเข้าพบหมอเพื่อติดตามการรักษา แต่ก็ไม่หนักใจหากถูกเรียกเข้าชี้แจงและพร้อมเข้าชี้แจงทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมัคร กล่าวว่า สำหรับข้อสงสัยว่ามีการใช้กลไกกมธ.กฎหมาย สนช. เข้าไปมีผลต่อคดี ขอยืนยันว่าหลังการปฏิวัติเมื่อปี 2557 ตนไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ไม่เคยเข้าเป็นที่ปรึกษาของกมธ.คณะใด การยื่นเรื่องร้องขอความเป็นธรรมให้กับนายวรยุทธ โดยมีนายธนิต บัวเขียว ทนายความ เป็นผู้นำยื่นนั้น ตนรับทราบและให้ได้คำปรึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเป้าหมายการยื่นขอความเป็นธรรมกับกมธ.กฎหมาย การยุติธรรมและกิจการตำรวจ สนช.ครั้งนั้น เนื่องจากอัยการที่ทำคดีจะยื่นฟ้องคดีโดยใช้ความเร็วรถที่ 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งที่มีข้อมูลระบุถึงอัตราความเร็วรถนั้นไม่เกิน 80 กม.ต่อชั่วโมง จึงต้องร้องขอความเป็นธรรม และการพิจารณาของกมธ.ทราบเพียงว่าทางกมธ.เชิญนักวิชาการ คือนายสายประสิทธิ์ เกิดนิยม อาจารย์ประจำ และหัวหน้าศูนย์วิจัยเฉพาะทางวิศวกรรมการประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มาให้ข้อมูลเรื่องขอความเร็วเท่านั้น และในสำนวนของคดีไม่มีปรากฏว่าได้อ้างอิงข้อมูลจากทางกมธ.ฯ ของสนช. การยื่นเรื่องต่อกมธ. ไม่คาดหวังให้มีผลเปลี่ยนแปลงคดี อีกทั้งในทางการต่อสู้ รายงานของกมธ.ของสภาฯ ไม่มีผลใดๆ ต่อสำนวนการสืบสวนสอบสวนของอัยการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมัคร กล่าวว่า สำหรับพยานที่อยู่ในสำนวน 2 รายนั้น ยืนยันมีตั้งแต่ต้น ไม่ใช่นำเข้ามาภายหลัง กรณีของนายจารุชาติ มาดทอง พยานที่ขับรถกระบะเป็นพยานฝ่ายตำรวจที่เข้าให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่หลังเกิดเหตุครั้งแรก และให้ปากคำเพิ่มเติมอีกครั้งราวปี 2560 หรือปี 2561 เป็นครั้งที่สอง หลังจากที่ทนายความของนายวรยุทธร้องขอให้ตามตัวมาให้ปากคำเพิ่มเติม ส่วนเหตุผลที่ใช้เวลานาน จากปี 2555 ในครั้งแรก ห่างจากครั้งที่สองถึง 5 ปีเพราะร้องขอไปทางตำรวจให้ดำเนินการ ตอนแรกไม่สามารถตามตัวได้ แต่ภายหลังสามารถตามตัวได้ จึงเข้าสู่การให้ปากคำเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมัคร กล่าวว่า สำหรับสาระการให้ปากคำนั้นเป็นประโยชน์กับทางคุณวรยุทธ เนื่องจากระบุว่าในวันเกิดเหตุนายจารุชาติ ขับรถกระบะแซงรถเฟอร์รารี่ของนายวรยุทธ ใช้ความเร็วประมาณ 80 กม.ต่อชั่วโมง ดังนั้นทำให้เห็นว่ารถเฟอร์รารี่นั้น ทำความเร็วที่ไม่เกิน 80 กม.ต่อชั่วโมงเท่านั้น หากเร็วกว่านั้นรถกระบะจะไม่สามารถแซงได้ นอกจากนั้นแล้วปากคำยืนยันว่ารถจักรยานยนต์ของด.ต.วิเชียรนั้นเปลี่ยนช่องทางจราจรจากช่องแรก ไปช่องสามแบบกะทันหัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การตายของนายจารุชาติ ซึ่งเป็นพยานฝ่ายตำรวจ ผมว่ามีพิรุธ แต่เมื่อเขาเสียชีวิตแล้ว ในทางคดีสามารถนำข้อมูลที่เขาเบิกความในชั้นสอบสวนต่อสู้ต่อไปได้ อย่างไรก็ดีในคดีนี้มีพยาน 2 คนนั้น ผมยืนยันว่าเขาทั้งคู่ไม่รู้จักกันมาก่อน โดยกรณีของพล.อ.ท.จักรกฤช ถนอมกุลบุตร อดีตนายทหารนั้น ยอมรับว่าทราบภายหลังเกิดเหตุว่าเป็นผู้ที่เห็นเหตุการณ์อีกคน เพราะมีคนสนิทของนายเฉลิมรับทราบจากการพูดคุยในวงสนทนาในงานเลี้ยงหนึ่ง จากนั้นได้ร้องขอให้มาเป็นพยานให้&amp;rdquo;นายสมัครกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมัคร กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่คดีนี้ในภาพรวมใช้เวลานานและกว่าจะทราบผลช้า เพราะมีการร้องขอความเป็นธรรมประมาณ 7-8 ครั้ง และการร้องขอความเป็นธรรมเฉพาะการยื่นเรื่องไปอัยการสูงสุด และตำรวจนั้นกินเวลาอย่างน้อย 5 เดือน อย่างไรก็ตามในการสรุปสำนวนของคดี ไม่ทราบว่าตำรวจตั้งข้อหาว่านายวรยุทธฆ่าคนตาย เพราะรูปคดีไม่เป็นเช่นนั้น แต่หากผลสอบยืนยันว่าผิดจริง พร้อมจะชดใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รายละเอียดของคดีนั้นเป็นความลับของคู่ความ โดยมารยาทและจริยธรรมของทนายความนั้น ไม่สามารถพูดได้หากไม่ได้รับอนุญาตจากทางครอบครัว ซึ่งผมอึดอัดมาก อยากพูดให้สังคมรับรู้ข้อเท็จจริง เพราะขณะนี้กระแสสังคมวิจารณ์ไปในทางที่วิจารณ์ด่าทอ มากกว่าพูดถึงข้อเท็จจริงของคดี แต่ถึงแม้อยากอธิบายแต่ทำไม่ได้ อย่างไรก็ตามผมทราบว่าประเด็นที่เกิดขึ้นนั้น ทางครอบครัวเตรียมทำแถลงการณ์เพื่อชี้แจงรายละเอียดกับสังคม ส่วนจะเป็นเมื่อใดนั้นขอให้ติดตามอีกครั้ง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่เกิดขึ้นหากมั่นใจว่าไม่ใช่กระทำโดยเจตนา ทำไมนายวรยุทธถึงหนี นายสมัคร ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลและออกความเห็น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73327</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบวนการยุติธรรม, ขับรถชนตำรวจ, คดีบอส, สมัคร เชาวภานันท์, อัยการสั่งไฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200725/image_big_5f1bf7bd2d419.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
