<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83115</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน&#039;มั่นใจคว่ำ&#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับคะแนนมา 4 วันแล้วยังฟันธงไม่ได้ใครจะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนต่อไป แต่ &amp;quot;โจ ไบเดน&amp;quot; แถลงมั่นใจจะเป็นผู้ชนะ ขณะ &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; ไม่มีท่าทียอมรับความพ่ายแพ้ เตือนไบเดนอย่าได้ประกาศชัยชนะโดยมิชอบ แม้ผลคะแนนชี้ไบเดนนำใน 4 จาก 5 รัฐสมรภูมิที่ยังนับบัตรไม่ครบ รีพับลิกันเรียกระดมทุน 60 ล้านดอลลาร์ใช้ต่อสู้ทางกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาไม่เคยใช้เวลาในการสรุปผลนานเท่านี้มาก่อนนับตั้งแต่ปี 2543 ที่อดีตรองประธานาธิบดีอัล กอร์ จากพรรคเดโมแครต ชิงกับจอร์จ ดับเบิลยู. บุช จากพรรครีพับลิกัน ที่ฝ่ายหลังเป็นผู้ชนะหลังจากศาลฎีกาสั่งยุติการนับบัตรใหม่ในรัฐฟลอริดาที่คะแนนสูสีกันมาก โดยผลคะแนนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อวันอังคารที่นับบัตรถึงช่วงค่ำวันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายนของไทย ยังเหลือคะแนนจาก 5 รัฐที่ไม่สามารถสรุปผลชี้ขาดได้เนื่องจากผลต่างคะแนนน้อยแต่ยังเหลือบัตรไม่ได้นับอีกมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสื่อกระแสหลักระบุว่า อดีตรองประธานาธิบดีไบเดนวัย 77 ปี มีจำนวนคณะผู้เลือกตั้งนำทรัมป์อยู่ที่ 253 ต่อ 214 คน ขออีกเพียง 17 คนเขาก็จะเป็นผู้ชนะ โดยคะแนนล่าสุดนั้น ไบเดนนำทรัมป์ในรัฐเพนซิลเวเนีย (มีคณะผู้เลือกตั้ง 20 คน), จอร์เจีย (16 คน), เนวาดา (6 คน) และแอริโซนา (11 คน) ส่วนคะแนนรวมทั้งประเทศนั้น ไบเดนได้คะแนนมากกว่าแล้ว 4.1 ล้านคน จากผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่มากเป็นประวัติการณ์ถึง 147 ล้านคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์กล่าวว่า การนับคะแนนถึงเช้ามืดวันเสาร์ตามเวลาสหรัฐหรือช่วงค่ำของไทย ที่รัฐจอร์เจีย ไบเดนนำทรัมป์ 7,248 คะแนน จากบัตรที่นับไปแล้ว 99%, รัฐเพนซิลเวเนีย ไบเดนนำทรัมป์ 27,130 คะแนน นับแล้ว 96%, รัฐเนวาดา ไบเดนนำทรัมป์ 22,657 คะแนน นับแล้ว 93% ส่วนรัฐแอริโซนา คะแนนที่ไบเดนนำทรัมป์ลดลงเหลือ 29,861 คะแนน นับแล้ว 97% แต่รัฐนอร์ทแคโรไลนานั้น ทรัมป์นำห่างเกิน 76,000 คะแนน นับไปแล้วกว่า 98%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คะแนนของเพนซิลเวเนียซึ่งต่างกันไม่ถึง 0.5% อาจต้องนับคะแนนใหม่โดยอัตโนมัติตามกฎหมายของรัฐ กระนั้นรัฐนี้ยังมีบัตรเลือกตั้งที่ยังไม่ได้นับอีกมากจากเมืองฟิลาเดลเฟียและบัตรจากกองทัพกับบัตรเลือกตั้งเฉพาะกาล ที่ทำให้การนับคะแนนอาจต้องรออีกหลายวันจึงจะสรุปได้ คล้ายกับที่รัฐจอร์เจียซึ่งคะแนนที่ชนะกันไม่กี่พันคะแนนอาจทำให้ต้องนับคะแนนใหม่เช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรัฐแอริโซนา ยังเหลือบัตรที่ไม่ได้นับอีกราว 173,000 ใบ สำนักงานเลขาธิการรัฐเผยว่า การนับคะแนนอาจล่าช้าถึงวันพุธหน้า ขณะที่รัฐเนวาดาก็ยังเหลือบัตรจากเมืองใหญ่อย่างลาสเวกัสและบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์อีกจำนวนมากที่จะต้องนับในวันอาทิตย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัยชนะในรัฐเพนซิลเวเนียเพียงรัฐเดียวเพียงพอที่จะทำให้ไบเดนชนะเนื่องจากมีผู้เลือกตั้งถึง 20 เสียง แต่พรรครีพับลิกันพยายามถึงที่สุดเพื่อขัดขวาง ในวันศุกร์พวกเขายื่นคำร้องต่อผู้พิพากษาซามูเอล อาลีโต ตุลาการศาลฎีกา เพื่อขอให้ระงับการตรวจนับบัตรหลังจากคะแนนของไบเดนพลิกแซงนำทรัมป์ในช่วงท้าย แต่ตุลาการหัวอนุรักษนิยมท่านนี้ปฏิเสธการสั่งหยุดนับคะแนน โดยบอกว่าตุลาการเต็มคณะจะพิจารณาอีกทีในวันเสาร์ พร้อมกันนั้นได้มีคำสั่งให้รัฐแยกบัตรที่มาถึงหลังวันเลือกตั้งไว้ต่างหาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงดึกของวันศุกร์ ไบเดน พร้อมด้วยนางคามาลา แฮร์ริส คู่หูของเขาในตำแหน่งรองประธานาธิบดี แถลงจากเมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ บ้านของเขา กล่าวย้ำว่า เขาเชื่อมั่นว่าจะเป็นผู้ชนะเลือกตั้ง แต่ก็จะรอจนกว่ากระบวนการเสร็จสมบูรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตัวเลขบอกเราว่า เป็นเรื่องราวที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือ เราจะชนะการแข่งขันนี้&amp;quot; อดีตรองประธานาธิบดีในรัฐบาลบารัก โอบามา กล่าว และว่า คนอเมริกันมอบอำนาจให้เขาจัดการกับโรคระบาดโควิด-19, แก้ปัญหาเศรษฐกิจ, ภาวะโลกร้อน และการเหยียดผิวอย่างเป็นระบบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเขาแสดงความชัดเจนว่า พวกเขาต้องการให้ประเทศนี้รวมตัวกัน ไม่แยกจากกันอีกต่อไป&amp;quot; ไบเดนกล่าวถึงความเป็นเอกภาพชาวอเมริกัน ที่แตกแยกอย่างรุนแรงในยุคของทรัมป์ &amp;nbsp;&amp;quot;ความรับผิดชอบของผมในฐานะประธานาธิบดีคือการเป็นตัวแทนของคนทั้งประเทศ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนกล่าวด้วยว่า เขาจะเริ่มดำเนินแผนควบคุมไวรัสโควิดทันทีในวันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง แม้จะไม่สามารถรักษาชีวิตที่สูญเสียไปแล้ว แต่ก็จะช่วยรักษาชีวิตคนได้อีกมากในหลายเดือนข้างหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โรคโควิด-19 คร่าชีวิตคนอเมริกันแล้วมากกว่า 236,000 คน และในช่วงสามวันหลังจากวันเลือกตั้ง มีผู้ติดเชื้อรายใหม่วันละมากกว่า 100,000 ราย โดยในวันศุกร์นั้นมีผู้ติดเชื้อมากเป็นสถิติใหม่ 127,000 คน และมีรายงานด้วยว่า มาร์ก มีโดวส์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว เป็นคนใกล้ชิดของทรัมป์รายล่าสุดที่ติดเชื้อไวรัสนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีกล่าวว่า หลังจากทีมงานของไบเดนประกาศว่าเขาจะแถลงต่อชาวอเมริกันในคืนวันศุกร์ ก็มีการคาดเดาว่าเขาจะประกาศชัยชนะอย่างเป็นทางการ แต่ดูเหมือนว่าไบเดนจะเปลี่ยนท่าทีหลังจากเครือข่ายโทรทัศน์ช่องต่างๆ และองค์กรที่ทำนายผลเลือกตั้งไม่ฟันธงว่าเขาเป็นผู้ชนะ เขามีแผนจะแถลงต่อคนอเมริกันอีกครั้งในวันเสาร์ตามเวลาสหรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ไม่มีทีท่าว่าเขาพร้อมจะยอมรับความพ่ายแพ้ โดยปฏิเสธที่จะยอมรับผลคะแนนที่ชี้ว่าไบเดนนำ ทีมงานของเขาได้ยื่นฟ้องเพื่อต่อสู้ทางกฎหมายในหลายรัฐ แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวกันว่าคงไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ได้ ข้อความที่ทรัมป์โพสต์ทางทวิตเตอร์เมื่อวันศุกร์ ทรัมป์เตือนว่า โจ ไบเดน ไม่ควรอ้างว่าเป็นผู้ชนะตำแหน่งประธานาธิบดีเองโดยมิชอบ เพราะตัวเขาก็อ้างได้เช่นกัน กระบวนการต่อสู้ทางกฎหมายเพิ่งเริ่มต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทวีตอีกข้อความ ทรัมป์โอดครวญว่า ในคืนวันเลือกตั้งนั้น เขามีคะแนนนำห่าง แต่คะแนนที่เคยนำกลับหายวับไปอย่างอัศจรรย์ในไม่กี่วันถัดมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีสหรัฐวัย 74 ปีผู้นี้กล่าวโจมตีความซื่อสัตย์สุจริตของการเลือกตั้งโดยอ้างผิดๆ หลายครั้งว่าเขาถูกขโมยคะแนนและบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์นั้นถูกออกแบบมาเพื่อให้ไบเดนชนะ ผู้สนับสนุนของเขา ซึ่งจำนวนมากพกอาวุธปืนหรา ยังพากันออกมาชุมนุมด้านนอกศูนย์ตรวจนับคะแนนในหลายเมือง เช่นที่ฟินิกซ์และดีทรอยต์ กล่าวหาว่ามีการขโมยผลเลือกตั้ง ทั้งที่ไม่มีหลักฐานของการกระทำความผิด ผู้สนับสนุนเขามีแผนชุมนุมในหลายสิบเมืองในวันเสาร์ภายใต้หัวข้อว่า &amp;quot;หยุดการขโมย&amp;quot;.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83115</URL_LINK>
                <HASHTAG>คามาลา แฮร์ริส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัล กอร์, โควิด-19, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201107/image_big_5fa6995a94dc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82404</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลือกตั้งอเมริกา 2020 สัญญาณเกิดเหตุรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ภาพ : โจ ไบเดน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ที่มา : https://www.facebook.com/ABC15/photos/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เลือกตั้ง 2020 พิเศษกว่าทุกปีเกิดคำถามว่าจะลงเอยด้วยเหตุรุนแรงหรือไม่ มีสัญญาณบ่งชี้ การเลือกตั้งน่าจะสงบเรียบร้อยหากทรัมป์เป็นฝ่ายชนะซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา บางปีรู้ว่าใครน่าจะชนะ บางปีไม่แน่ใจ สำหรับปี 2020 คำถามที่น่าสนใจไม่ใช่แค่เรื่องใครชนะ แต่เป็นคำถามว่าสิ่งที่ตามมาหลังวันเลือกตั้งคือสงบสันติ หรือจลาจลวุ่นวาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ทรัมป์สัมพันธ์กับโอกาสเกิดความรุนแรง :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การวิเคราะห์ว่าเลือกตั้งประธานาธิบดี 2020 อาจเกิดเหตุรุนแรงสัมพันธ์กับความเป็นตัวตนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการแรก ทรัมป์ไม่เคารพหลักประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลโพลที่นำเสนอต้นเดือนพฤศจิกายน 2019 ของ AP-NORC ระบุว่า คนอเมริกันร้อยละ 61 คิดว่าทรัมป์ไม่เคารพหลักประชาธิปไตย ในจำนวนนี้ร้อยละ 26 เป็นพวกรีพับลิกัน &amp;nbsp;ผลโพลเดียวกันนี้ยังระบุอีกว่าร้อยละ 85 ของพวกรีพับลิกันสนับสนุนทรัมป์เป็นประธานาธิบดีต่ออีกสมัย แม้หลายคนยอมรับว่าทรัมป์มีปัญหาเรื่องความซื่อสัตย์ มักพูดเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความไม่เป็นประชาธิปไตยของทรัมป์เป็นที่โจษจัน Robert Boxwell สรุปว่านับจากเริ่มเข้ารับตำแหน่งพวกเดโมแครต เรียกประธานาธิบดีว่าเป็น &amp;ldquo;เผด็จการ&amp;rdquo; (dictator) &amp;ldquo;กษัตริย์&amp;rdquo; (king) หรือไม่ก็ &amp;ldquo;ฟาสซิสต์&amp;rdquo; (fascist) คำเหล่านี้มีความหมายไม่แตกต่างในแง่ไม่เป็นประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 2 ทรัมป์เป็นพวกเหยียดผิวเหยียดเชื้อชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความไม่เป็นประชาธิปไตยของทรัมป์ยังแสดงออกผ่านการเหยียดผิวเหยียดเชื้อชาติ (racism) ไม่คิดว่าทุกคนเท่าเทียมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โจ ไบเดน กล่าวว่า แทนที่ประธานาธิบดีจะทำหน้าที่รวมทุกสีผิวทุกเชื้อสายเข้าเป็นหนึ่ง คนอเมริกันทุกคนคือส่วนหนึ่งของประเทศ เขาทำตรงข้าม &amp;ldquo;แบ่งแยกประเทศ แบ่งแยกประชาชน&amp;rdquo; ยึดแนวทางสุดโต่ง โหมกระพือ &amp;ldquo;white supremacy&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 3 สู้เพื่อประชาธิปไตย หมายถึงเรื่องปากท้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะที่คนอเมริกันครึ่งประเทศเห็นว่าทรัมป์เป็นภัยต่อระบอบประชาธิปไตย แต่อีกครึ่งต้องการให้ประธานาธิบดีทรัมป์อยู่ต่อ คนกลุ่มหลังเห็นว่าการ &amp;ldquo;สู้เพื่อทรัมป์คือการสู้เพื่อประชาธิปไตย&amp;rdquo; แท้จริงแล้วคนเลือกทรัมป์ไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนอย่างไร แต่เลือกโดยดูว่าดูแลเศรษฐกิจได้ดีเพียงใด รัฐบาลจะเผด็จการหรือไม่ ไม่น่ากลัวเท่ากับความอดอยาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีทรัมป์เตือนว่าตลาดหุ้นจะพังหากเขาแพ้เลือกตั้ง คนจะตกงานมากกว่านี้ ยุคเขาเศรษฐกิจดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;แรงสนับสนุนจาก QAnon :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ย้อนหลังเลือกตั้งปี 2016 ฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งทรัมป์ถูกตีตราว่าเป็นตัวแทนของชนชั้นปกครอง ส่วนทรัมป์เป็นคนของประชาชน หลายคนจึงสนับสนุนทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเลือกตั้งปีนี้เกิดทฤษฎีสมคบคิดของ QAnon ชี้ว่าหากไบเดนชนะ รัฐบาลไบเดนจะสนับสนุนการลักพาเด็ก ค้าประเวณีเด็ก ข้อมูลของ HOPE Not Hate ชี้ว่าร้อยละ 20 ของคนที่สนับสนุนทรัมป์คือพวก QAnon พวกเขาต้องการให้ทรัมป์ชนะเลือกตั้งอีกครั้ง มองว่าทรัมป์คือผู้กอบกู้อเมริกา ต้องต่อต้านไบเดนที่เป็นตัวแทนของชนชั้นปกครอง จะเห็นว่าสถานการณ์เลือกตั้งรอบนี้มีส่วนคล้ายเลือกตั้งปี 2016 ต้องเลือกทรัมป์จึงจะออกจากวังวนชนชั้นปกครอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พวกเขายืนยันว่าทรัมป์กำลังสู้กับ &amp;ldquo;รัฐพันลึก&amp;rdquo; (Deep State) ฮิลลารี คลินตัน, บารัค โอบามา คือแกนนำรัฐพันลึกและตอนนี้มุ่งเป้า โจ ไบเดน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ความขัดแย้งที่ขยายตัวและบาดลึก : &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความขัดแย้งระหว่าง 2 พรรคใหญ่สร้างความแตกแยกทางการเมือง สื่อรายงานแทบทุกวันถึงความแตกแยกของคนในชาติ ความขัดแย้งทางการเมืองของอเมริกาขยายตัวเรื่อยๆ&amp;nbsp; ในยุคทรัมป์ความขัดแย้งบาดลึกชัดเจน หลายคนชี้ว่าทรัมป์เป็นพวกเหยียดผิวเหยียดเชื้อชาติ สนับสนุนคนผิวขาวแบบสุดโต่ง ผู้นำประเทศเป็นผู้กระตุ้นกระแสเหยียดหยามมนุษย์ เหยียดหยามคนในชาติเดียวกัน มีคนตั้งคำถามว่าทรัมป์ละเมิดรัฐธรรมนูญอเมริกาหรือไม่ ละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือเปล่า แต่ทรัมป์ยังคงประพฤติเหมือนเดิม พลอยให้การคุกคามรังแกเหยียดผิวเหยียดเชื้อชาติทวีความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สื่อจีน Global Times พิพากษ์ว่าแท้จริงแล้วนโยบายของพรรคการเมืองแทบไม่แตกต่าง แต่สร้างความแตกแยก ต่างกันที่ชอบทรัมป์กับไม่ชอบทรัมป์ ที่น่าประหลาดใจคือพวกที่ชอบทรัมป์จะหลับหูหลับตาชอบ ทำนองเดียวกับพวกไม่ชอบจะเอาแต่ตำหนิติเตียน ละทิ้งตรรกะเหตุผล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โจ ไบเดน คู่ชิงจากเดโมแครตโจมตีทรัมป์ว่าทำให้อเมริกาเป็นสถานที่อันตรายกว่าเดิม ยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งระหว่างเชื้อชาติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยรวมแล้วสมัยรัฐบาลทรัมป์ความขัดแย้งของคนในชาติเพิ่มขึ้น ความขัดแย้งระหว่างสีผิวเชื้อชาติเด่นชัดกว่าเดิม เกิดภาวะสะสมความจงเกลียดจงชังต่อกัน ผู้นำประเทศที่น่าจะรวมคนทั้งประเทศเข้าด้วยกันกลับทำสิ่งตรงข้าม อธิบายได้ว่าเพื่อให้คนส่วนหนึ่งสนับสนุนตนอย่างไม่ลืมหูลืมตา ให้ตนชนะเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;สัญญาณส่อเค้าความรุนแรง :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีหลายเหตุการณ์ที่ส่งสัญญาณส่อเค้าความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการแรก ทรัมป์ส่งสัญญาณ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในมุมมองทรัมป์เลือกตั้งอเมริกาไม่โปร่งใส พวกเดโมแครตจะโกงเลือกตั้ง กลางสิงหาคมทรัมป์ประกาศตัดงบประมาณการไปรษณีย์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (The United States Postal Service : USPS) หวังขัดขวางการลงคะแนนเลือกตั้งผ่านทางไปรษณีย์ เพราะเมื่องบไม่พอ ระบบดังกล่าวจะไม่ทำงาน ทรัมป์อ้างว่าการลงคะแนนทางไปรษณีย์เป็นกลโกงเลือกตั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ย้ำหลายรอบว่าหากต้องการให้การเลือกตั้งสงบเรียบร้อย ต้องให้ยกเลิกวิธีลงคะแนนทางไปรษณีย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 2 กระแสทรัมป์ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากท่าทีของทรัมป์เกิดข้อสงสัยว่าทรัมป์อาจไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ซึ่งทรัมป์ออกตัวว่าไม่ใช่ตนไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง แต่อาจต้องให้ศาลสูงตัดสิน ซึ่งหมายความว่าจะไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งง่ายๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บนเวทีปราศรัยหาเสียง ทรัมป์พูดชี้ช่องให้ผู้สนับสนุนรู้ว่าควรทำอย่างไรหากตนแพ้เลือกตั้ง คำพูดนี้ถูกตีความว่าให้ฝ่ายขวาเตรียมพร้อมกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่ผ่านมาทรัมป์สนับสนุนฝ่ายขวาเต็มที่ รวมทั้งพวกที่พร้อมใช้ความรุนแรง ถืออาวุธสงคราม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลุ่มขวาจัด Proud Boys มั่นใจว่าทรัมป์จะชนะเลือกตั้งอีก ฝ่ายเดโมแครตจะไม่ยอมออกมาเผาบ้านเผาเมือง พวกตนจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือด้วยอาวุธสงคราม ข้อนี้จะเป็นจริงหรือไม่ต้องรอพิสูจน์ เป็นวาทกรรมที่ฝ่ายขวาวางไว้ พวกเขาพร้อมใช้อาวุธเพื่อ &amp;ldquo;ป้องกัน&amp;rdquo; การโกงเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในอีกวาระทรัมป์เตือนว่าจะเกิดปฏิวัติ (revolution) หากไบเดนชนะเลือกตั้ง พูดเป็นนัยว่าพวกที่เลือกตนจะไม่ยอม จะลุกฮือไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน อัล กอร์ (Al Gore) อดีตรองประธานาธิบดีพรรคเดโมแครตเรียกร้องให้กองทัพออกมาหากทรัมป์ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ชี้ว่าเหตุที่ทรัมป์ตั้งข้อสงสัยว่าเลือกตั้งจะไม่โปร่งใสคือแผนที่วางไว้ว่าจะไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากข้อมูลทั้งหมดนักวิเคราะห์บางคนตีความว่าเลือกตั้งปีนี้อาจไม่จบง่ายๆ สัปดาห์ก่อนกลุ่มชาติอียู 27 ประเทศหารือรับมือหากเลือกตั้งอเมริกาลงเอยด้วยความรุนแรง อะไรจะเกิดขึ้นหากทรัมป์ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง หากสังคมอเมริกันสับสนว่าใครชนะเลือกตั้ง ใครควรเป็นประธานาธิบดีคนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นเรื่องปกติที่ในช่วงหาเสียงจะห้ำหั่นกันด้วยคำพูด เลือกตั้ง 2020 พิเศษกว่าทุกปีเกิดคำถามว่าจะลงเอยด้วยเหตุรุนแรงหรือไม่ หวังว่าจะไม่เกิดหรือเกิดเล็กน้อยบางจุดเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเลือกตั้งน่าจะสงบเรียบร้อยหากทรัมป์เป็นฝ่ายชนะ ซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้เช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82404</URL_LINK>
                <HASHTAG>สถานการณ์โลก, อัล กอร์, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37c198cdef1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
