<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42492</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2019 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2019 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถักนิตติ้ง...ป้องกันอัลไซเมอร์ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่างานฝีมือผู้สูงวัยอย่างการถักนิตติ้งผ้าพันคอเพื่อให้ตัวเองได้ใช้สอย หรือถักให้ลูกหลานก็แล้วแต่นั้น สามารถช่วยป้องกันอัลไซเมอร์ได้ เพราะทางการแพทย์บอกว่าป้องกันโรคความจำเสื่อมได้จริง นัยว่าตอนทำนั้นผู้สูงวัยจะต้องใช้สมาธิสูงในการจดจำลวดลาย และต้องนับจำนวนของการควักเส้นไหมพรม เพื่อถักหรือเกี่ยวเส้นไหมพรมให้เป็นผืนผ้าหรือลวดลายต่างๆ แถมยังเป็นงานฝีมือที่ไม่ต้องใช้สายตามเพ่งมากนัก คนหลัก 5 หลัก 6 ก็สามารถหยิบขึ้นมาทำได้อย่างสบายๆ เช่น ถักผ้าพันคอ ถักตุ๊กตา ถุงมือ ถักกระเป๋า และในต่างประเทศมีการถักนิตติ้งประดับราวถนน เพื่อให้คนวัยเก๋าและวัยทีนไปถ่ายรูปเซลฟีคู่กับงานฝีมือที่สวยงามสุดประณีตดังกล่าวในช่วงสิ้นปี นับได้ว่าเป็นงานยามว่างที่ไม่จำกัดอยู่แค่ของใช้เท่านั้น แต่ยังสร้างสรรค์ให้เป็นชิ้นงานสำหรับประดับตกแต่งก็เก๋อย่าบอกใคร.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลโดย: แพทย์หญิงบุษยา เตชะเสน&amp;nbsp;
กรรมการผู้จัดการ &amp;ldquo;ภิญญ์ ช็อป&amp;rdquo; (PINN SHOP)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42492</URL_LINK>
                <HASHTAG>อัลไซเมอร์, เล็กๆน้อยๆ, แพทย์หญิงบุษยา เตชะเสน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a3767e7341e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23023</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สูงวัยอย่างไร...ห่างไกลอัลไซเมอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัลไซเมอร์เป็นโรคสมองเสื่อมชนิดหนึ่ง พบบ่อยในผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป โดยพบในหญิงมากกว่าชาย เป็นการสูญเสียความสามารถทางสมอง โดยเฉพาะความจำระยะสั้นที่จะเสียไป รวมถึงความเฉลียวฉลาด การใช้เหตุผล ภาษา การคิด การตัดสินใจ อาจมีอาการทางจิตร่วมด้วย ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน หากมีอาการเช่นนี้ควรรีบพบแพทย์ระบบประสาทหรือจิตแพทย์โรคอัลไซเมอร์โดยด่วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาการหลงลืมแตกต่างจากโรคอัลไซเมอร์อย่างไร อาการหลงลืมตามวัย ได้แก่ หลงลืมเรื่องที่ไม่สำคัญ ไม่บ่อย และต้องไม่มีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวัน อาการหลงลืมตามวัยนี้จะสามารถช่วยให้ดีขึ้นได้ ถ้ามีความตั้งใจที่จะจดจำอย่างจริงจัง จดบันทึก เตือนตัวเองโดยวิธีการต่างๆ ฝึกตัวเองให้มีสติอยู่เสมอ จะช่วยลดอาการหลงลืมให้น้อยลงได้ เราสามารถสังเกตอาการของโรคอัลไซเมอร์ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อมูลดีๆ โดยทีมแพทย์โรงพยาบาลในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด ได้สรุปการเฝ้าระวังอัลไซเมอร์ไว้ว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ความเข้าใจภาษาลดลง ใช้ภาษาไม่ถูกต้อง เรียกชื่อสิ่งของไม่ถูก อาจหยุดพูดกลางคันและไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรต่อ หรือพูดย้ำกับตัวเอง รวมถึงอาจพูดน้อยลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.สับสนเรื่องเวลาหรือสถานที่ อาจลืมว่าตอนนี้ตนอยู่ที่ใดและเดินทางมายังสถานที่นั้นได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ไม่สามารถทำกิจกรรมที่เคยทำได้มาก่อน เช่น ลืมวิธีการเปลี่ยนช่องทีวี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.บกพร่องในการรับรู้หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไม่ทราบว่าของสิ่งนี้มีไว้ทำอะไร หรือไม่สามารถแยกแยะรสชาติหรือกลิ่นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.บกพร่องในการบริหารจัดการ และตัดสินใจแก้ไขปัญหา ไม่กล้าตัดสินใจหรือตัดสินใจผิดพลาดบ่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.บกพร่องในการทำกิจวัตรประจำวัน เช่น อาบน้ำ แต่งตัว ไม่สามารถไปไหนตามลำพังได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.บุคลิกภาพเปลี่ยนแปลง เช่น ซึมเศร้า เฉื่อยชา โมโหฉุนเฉียวง่ายโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน เห็นภาพหลอน หวาดระแวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนั้นคุณหมอที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคอันตรายภัยเงียบดังกล่าวได้มีคำแนะนำในการทำให้ตัวเองห่างไกลโรคอัลไซเมอร์ว่า ได้แก่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ไม่ควรอยู่กับบ้านเฉยๆ ควรทำกิจกรรมหรืองานอดิเรกที่ชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ร่วมกิจกรรมทางสังคมที่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เช่น อาสาสมัคร ชมรมต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ออกกำลังกาย แอโรบิค โยคะ เดินในที่อากาศโปร่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;. เล่นกีฬาที่มีการฝึกสมอง เช่น หมากรุก หมากฮอส ช่วยให้ใจสงบ มีสมาธิ และเป็นการปรับร่างกายให้เข้าสู่ภาวะสมดุลและกระตุ้นสมองให้คิดและวางแผน ตัดสินใจ ทำให้สมองแข็งแรงและทำงานอย่างสมดุล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;. ทำกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวมือ เท้า และประสาทสัมผัสทั้ง 5 ให้เกิดการเชื่อมโยงของระบบกล้ามเนื้อ ระบบประสาทและสมองส่วนต่างๆ ให้ทำงานประสานกันอย่างเป็นระบบ ทำจิตใจให้แจ่มใส และฝึกสมองให้มีการใช้ความคิด ความจำ เช่น อ่านหนังสือ ฟังดนตรี ร้องเพลง เต้นรำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;. สิ่งสำคัญคือต้องดูแลร่างกายให้แข็งแรง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้หลากหลาย งดเหล้าและบุหรี่ และลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดซึ่งจะมีผลกระทบต่อภาวะสมองเสื่อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพียงเท่านี้ เราก็สามารถสังเกตอาการเบื้องต้นของการเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้ หรือสามารถขอคำปรึกษาได้จากทีมแพทย์โรงพยาบาลในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ หรือหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.princhealth.com.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23023</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, อัลไซเมอร์, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181128/image_mid_5bfe840980dd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนะวิธีปฏิบัติตัว..ชะลอโรคอัลไซเมอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โรคอัลไซเมอร์คือภาวะสมองเสื่อมที่พบมากที่สุด เกิดจากการฝ่อตัวของสมองซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างและการทำงานของสมองบริเวณนั้นๆ โดยเฉพาะสมองที่ทำหน้าที่ควบคุมความคิด ความทรงจำ และการใช้ภาษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุที่ชัดเจนของโรคอัลไซเมอร์นั้นยังไม่ทราบ ทราบแต่เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างในสมองขึ้น จนทำให้สมองทำหน้าที่ลดลงและเหี่ยวไป ไม่ได้เป็นโรคติดต่อ แต่อาจมีการถ่ายทอดในครอบครัวทางกรรมพันธุ์ได้ในผู้ป่วยส่วนน้อย ส่วนใหญ่ไม่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญคือ อายุที่มากขึ้น โดยจะพบมากขึ้น 2 เท่าทุก 5 ปีที่อายุมากกว่า 60 ปี คือร้อยละ 1 ตอนอายุ 60 ปี เป็นร้อยละ 2 ตอน 65 ปี เพิ่มจนเป็นร้อยละ 32 ตอน 85 ปี เนื่องจากปัจจุบันนี้คนเราอายุยืนขึ้น โรคนี้จึงพบได้มากขึ้นเรื่อยๆ และจะเป็นปัญหาที่สำคัญของทุกประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาการของโรคอัลไซเมอร์ในระยะเริ่มต้นจะเริ่มจากการหลงลืมที่ไม่รุนแรง เช่น ลืมบทสนทนาหรือเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ทำอะไรซ้ำๆ หลายครั้ง อารมณ์แปรปรวน ระยะกลางคือ ผู้ป่วยจะยิ่งมีปัญหาด้านความทรงจำ จำชื่อของคนรู้จักไม่ได้ ทำกิจวัตรประจำวันที่มีหลายขั้นตอนได้ยากขึ้น ระยะสุดท้ายเป็นระยะที่อาการของโรครุนแรงมากขึ้น โดยมีอาการประสาทหลอน อาละวาด เรียกร้องความสนใจ มีอาการชัก ทั้งนี้ ปัญหาเกี่ยวกับความทรงจำอาจไม่ได้มีสาเหตุมาจากโรคสมองเสื่อมเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดขึ้นได้จากภาวะซึมเศร้า ความเครียด ผลข้างเคียงจากยารักษาโรค หรือปัญหาสุขภาพอื่นๆ ซึ่งแพทย์จะสามารถช่วยตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุของอาการที่เกิดขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ประพันธ์ พงศ์คณิตานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กล่าวว่า การรักษาโรคอัลไซเมอร์ในปัจจุบันมีเพียงการใช้ยารักษา และการดูแลที่จะช่วยบรรเทาอาการด้านความคิดและพฤติกรรมของผู้ป่วยได้เพียงชั่วคราว หรืออาจช่วยให้พัฒนาการของโรคช้าลงได้ในบางราย โดยการดูแลรักษา ได้แก่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.การวางแผนดูแลผู้ป่วยโดยแพทย์ร่วมกับสาขาวิชาชีพอื่นๆ ซึ่งจะมีการพูดคุย สอบถามถึงสิ่งที่ผู้ป่วยหรือผู้ดูแลอาจต้องการความช่วยเหลือ 2.สร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วย มีการปรับสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิต 3.การออกกำลังกาย เป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพและควรปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ โดยอาจให้ผู้ป่วยเดินเป็นประจำทุกๆ วัน เพื่อปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการเดิน อาจขี่จักรยานอยู่กับที่ หรือออกกำลังกายโดยนั่งบนเก้าอี้แทน 4.การรับประทานอาหาร ควรเสริมด้วยน้ำปั่นจากผลไม้ผสมนมหรือโยเกิร์ตที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ มีแคลอรีสูง หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน 5.การใช้ยารักษา แพทย์จะสั่งจ่ายยาเพื่อช่วยบรรเทาอาการบางชนิดและชะลอการพัฒนาของโรค 6.การบำบัดทางจิต โดยนักจิตวิทยา เช่น การกระตุ้นสมองช่วยปรับปรุงความสามารถด้านความทรงจำ ทักษะการแก้ปัญหา รวมทั้งการบำบัดด้วยการปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม ดนตรีบำบัด ศิลปะบำบัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สาเหตุการเกิดโรคอัลไซเมอร์ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด จึงไม่มีวิธีป้องกันการเกิดโรค แต่มีวิธีที่อาจช่วยชะลอการเริ่มต้นของโรคด้วยการปฏิบัติ ดังนี้ เลิกสูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หมั่นออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาทีใน 5 วันต่อสัปดาห์ ควบคุมระดับความดันโลหิต และที่สำคัญควรฝึกการทำงานของสมอง เช่น อ่านหนังสือ เล่นดนตรี เล่นกีฬา เป็นต้น&amp;quot; นพ.ประพันธ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16909</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, นพ.ประพันธ์ พงศ์คณิตานนท์, อัลไซเมอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180905/image_big_5b8fd82e410cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13661</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้านสมองเสื่อม..ด้วยขมิ้นชัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นำเหง้าแก่สดของขมิ้นชันยาวประมาณ 2 นิ้วมาขูดเปลือก ล้างน้ำให้สะอาด ตำให้ละเอียด เติมน้ำ คั้นเอาแต่น้ำ กินครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ วันละ 3-4 ครั้ง หรือกินแบบแคปซูล วันละ 1,000 มิลลิกรัม มีการศึกษาพบว่า ในกลุ่มคนเอเชียที่กินขมิ้นชันเป็นประจำทุกวัน จะมีอัตราการเป็นอัลไซเมอร์น้อยกว่าคนในแถบยุโรปที่ไม่ได้กินขมิ้นชันเกือบ 5 เท่า นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณต้านมะเร็ง ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13661</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขมิ้นชัน, ต้านมะเร็ง, ป้องกันโรคหัวใจ, อัลไซเมอร์, เล็กๆน้อยๆ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a3767e7341e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7443</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2018 19:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทำตุงกระดาษสา&#039; ดีต่อสุขภาพวัยเก๋า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานศิลปะไม่ได้มีดีแค่ผ่อนคลายอารมณ์ แต่ทว่ายังช่วยป้องกันโรคนิ้วล็อกและอัลไซเมอร์ได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะงานอาร์ตจากท้องถิ่น ของชาว จ.เชียงใหม่ อย่างการทำตุงกระดาษสา ที่ต้องใช้มือรีด ใช้สมองในการคิด นั่นจึงทำให้ผู้สูงอายุมีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำ จึงทำให้เลิกคิดเรื่องอื่นๆ ที่สำคัญยังเป็นงานฝีมือที่ต้องใช้ความประณีตในการทำ ซึ่งสื่อถึงความตั้งใจของคุณตาคุณยายที่หยิบงานศิลปะดังกล่าวขึ้นมาทำอีกด้วย และยังเป็นการอนุรักษ์ศิลปะการประดับตกแต่งงานมงคล, งานรื่นเริง และการประดับตุงเพื่อสะเดาะเคราะห์ ฯลฯ ของชาวล้านนาให้คงอยู่เพื่อให้ลูกหลานได้สืบทอด.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลโดย: ศิริวรรณ อรุณทิพย์ไพฑูรย์&amp;nbsp;
ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวง พม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7443</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานศิลปะ, ตุงกระดาษสา, ป้องกันโรคนิ้วล็อก, ผู้สูงอายุ, อนุรักษ์ศิลปะ, อัลไซเมอร์, อาจารย์ศิริวรรณ อรุณทิพย์ไพฑูรย์, เล็กๆน้อยๆ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a3767e7341e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6225</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2018 19:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทคนิคเช็กสมอง  ป้องกันอัลไซเมอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นำมาเตือนกันถี่ขึ้นสำหรับ &amp;ldquo;โรคอัลไซเมอร์&amp;rdquo; หรือโรคสมองเสื่อมที่สามารถเกิดขึ้นได้ในคนอายุ 60 ปีขึ้นไป เพราะหากเป็นแล้ว การรักษาด้วยยาทำได้ลำบาก เพราะเป็นโรคที่ต้องอาศัยการดูแลเป็นพิเศษของลูกหลานและคนรอบข้าง และหลายครั้งที่ลูกหลานอาจสับสนระหว่างการหลงลืมในคนสูงวัยกับโรคอัลไซเมอร์นั้นแตกต่างกันอย่างไร เนื่องจากมีรายละเอียดที่ซับซ้อนขึ้นไปอีก โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคความจำเสื่อม ที่บางรายยังสามารถช่วยตัวเองได้ทั้งที่ป่วยอยู่ นั่นอาจทำให้คนในครอบครัวมองข้ามโรคดังกล่าว หรือคิดว่าผู้สูงอายุไม่ได้ป่วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ในงาน &amp;ldquo;ไฟเซอร์-รู้-เฒ่า (เท่า) ทัน-สุข&amp;rdquo; จ.อุบลราชธานี พญ.ภาพันธ์ ไทยพิสุทธิกุล จากภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวโรค ตลอดจนการสังเกตอาการ &amp;ldquo;สมองเสื่อม&amp;rdquo; ไว้น่าสนใจ ทั้งนี้ เพื่อนำมาสู่การป้องกันและดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;(พญ.ภาพันธ์ ไทยพิสุทธิกุล)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พญ.ภาพันธ์ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;ลูกหลานหลายคนที่แยกไม่ออกว่าผู้สูงอายุในบ้านป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์หรือเป็นอาการหลงๆ ลืมๆ ทั่วไปของผู้ที่อายุมากกันแน่ หมออยากแนะนำว่า ให้จำหลักการสังเกตง่ายๆ ว่าผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมจะ &amp;ldquo;มีปัญหาเกี่ยวกับความจำระยะสั้น&amp;rdquo; เช่น หากผู้สูงอายุมีอาการลืมจนถึงขึ้นไม่สามารถดูแลตัวเองได้ หรือ จำไม่ได้ว่าวิธีตักข้าวรับประทานทำอย่างไร??, พูดหรือถามซ้ำไปซ้ำมาในเรื่องเดิม, นึกคำพูดไม่ออก, ไม่ชอบเข้าสังคมทั้งที่ก่อนหน้าเคยชอบทำกิจกรรม, หลงทางได้ง่าย โดยเฉพาะในจุดที่มีแสงสว่างน้อย, ตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ได้ไม่ดีเท่าเดิม, ขาดความสามารถในการเข้าใจสีหน้าและท่าทางของผู้อื่น ในขณะที่ต้องเข้าสังคมกับผู้อื่น, ขาดการยับยั้งชั่งใจ เช่น สามารถปัสสาวะในที่สาธารณะ, ทำร้ายผู้อื่น, ถ่มน้ำลายต่อหน้าผู้อื่น,&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีอาการนิ่ง เฉยเมย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันและผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมีโอกาสป่วยโรค อัลไซเมอร์ได้)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ผู้ป่วยยังสามารถเกิดภาวะหูแว่ว ประสาทหลอนได้ (กรณีพบเป็นโรคอัลไซเซอร์เมอร์ที่มีอายุน้อย) ซึ่งอาการอย่างหลังนี้ไม่ใช่เป็นผู้ป่วยโรคจิตเภท แต่เป็นภาวะของความจำเสื่อมนั่นเอง กระทั่งอาการที่พบได้ทั่วอย่าง อาการหลงผิดโดยคิดว่ามีผู้อื่นมาขโมยเงิน โดยเฉพาะผู้ที่ดูแล, ตื่นบ่อย และอยากเดินออกไปนอกบ้าน ลูกหลานจึงจำเป็นต้องจัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัยกับผู้อายุ เป็นต้นว่า ต้องไม่มีสิ่งของที่เป็นอันตรายวางอยู่กับพื้น ที่ลืมไม่ได้ ผู้ป่วยบางรายจะมีความต้องการทางเพศ ซึ่งอาจต้องรีบพาผู้ป่วยไปพบแพทย์ เพื่อจัดยาในการควบคุมอารมณ์ทางเพศให้กับผู้ป่วย ทั้งนี้ หากอาการที่กล่าวมามีภาวะที่ดีขึ้นก็อาจไม่ใช่โรคสมองเสื่อม แต่หากมีอาการข้างต้นและสงสัยก็ควรพาผู้สูงอายุไปพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อรับการวินิจฉัยโรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทั้งนี้ สาเหตุของโรคสมองเสื่อมมักเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งการป่วยโรคไทรอยด์เป็นพิษ หรือผู้สูงอายุที่ป่วยโรคหลอดสมอง กระทั่งผู้ที่ป่วยเป็นโรคพาร์กินสันประมาณ 5-6 ปี ก็เป็นปัจจัยของโรคสมองเสื่อมได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้ก็มีกลุ่มผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่สามารถดูแลตัวเองได้ จะเป็นกลุ่มที่จะมีอายุยืนยาวขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ยังสามารถพูดคุยโทรศัพท์ติดต่อกับลูกหลานได้, ทำอาหารกินเองได้, อาบน้ำและแต่งตัว กระทั่งไปถอนเงินที่ธนาคารได้, จัดยาให้ตัวเองได้, เดินจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งโดยไม่หลงลืม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำหรับการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ที่ดีที่สุดคือ การหมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะการเอกเซอร์ไซส์จะกระตุ้นฮอร์โมนแห่งความสุข อีกทั้งเป็นวิธีคลายเครียดได้เป็นอย่างดี ทำให้สมองปลอดโปร่งและร่างกายแข็งแรง หรือแม้แต่การเล่นเกมจับคู่ หรือเกมบวกเลขง่ายๆ ก็เท่ากับเป็นการบริหารสมองที่ดีเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ก็แนะนำให้กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยไม่จำเป็นต้องกินวิตามินเสริม และต้องเลือกกินไขมันที่ดีต่อร่างกาย เช่น ไขมันจากพืชอย่างน้ำมันมะกอก เป็นต้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;หากลูกหลานสงสัยว่าคุณตาคุณยายป่วยเป็นโรคความจำเสื่อมหรือไม่ นอกจากสังเกตพฤติกรรมที่กล่าวมาแล้ว หรือแม้แต่การซักถามจากผู้ป่วย ซึ่งหากท่านไม่ยอมรับ หมอมีวิธีเช็กอาการโรคสมองเสื่อมอย่างง่ายๆ ที่เรียกกันว่า &amp;ldquo;Mini-cog&amp;rdquo; โดยเริ่มจาก 1.บอกให้ผู้สูงอายุจำ 3 สิ่งต่อไปนี้ ได้แก่ &amp;ldquo;ดอกไม้&amp;rdquo;, &amp;ldquo;รถไฟ&amp;rdquo;, &amp;ldquo;นาฬิกา&amp;rdquo; 2.ให้ผู้สูงอายุหยิบกระดาษเปล่าขึ้นมาและวาดเป็นรูปนาฬิกา โดยการใส่เลขให้ครบ และให้นาฬิกาที่ผู้สูงวัยวาดบอกเวลาที่ 11.15 นาที 3.ให้ผู้สูงอายุบอกสิ่งของ 3 อย่าง ตามข้อที่ 1 หากผู้สูงอายุทำได้ตรงตามที่กล่าวมาทั้ง 3 ข้อ ถือว่ายังไม่เข้าข่ายเป็นโรคความจำเสื่อม แต่หากผู้สูงอายุไม่สามารถทำได้ทั้ง 3 ข้อ แนะนำว่าควรรีบไปพบแพทย์โรคสมอง, อายุรแพทย์ทั่วไป, แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว, อายุรแพทย์ผู้สูงอายุ, จิตแพทย์ เพื่อทำการรักษาต่อไป หรือหากผู้สูงอายุสามารถวาดนาฬิกาได้ถูกต้อง แต่จำสิ่งของในที่ 1 ไม่ได้ อาจเข้าข่ายป่วยโรคอัลไซเมอร์ แต่ระดับของอาการยังไม่สูงมาก&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6225</URL_LINK>
                <HASHTAG>Mini-cog, คุณภาพชีวิต, ประสาทหลอน, ผู้สูงวัย, พญ.ภาพันธ์ ไทยพิสุทธิกุล, รพ.รามาธิบดี, หูแว่ว, อัลไซเมอร์, อุบลราชธานี, โลกวัยเกษียณ, ไฟเซอร์-รู้-เฒ่า (เท่า) ทัน-สุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180401/image_big_5ac0d447dcae7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
