<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115680</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2021 15:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2021 15:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยเขย่า&#039;อัศวิน&#039;  จับตาสุมหัวลักไก่ต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสีเขียว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย.64 - นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ว่า คาดว่าจะมีการเลือกตั้งส.ก. และผู้ว่ากทม.ในเดือน พ.ย. เนื่องจากกกต.ประกาศเขตเลือกตั้งส.ก.เรียบร้อยแล้ว วันที่ 2 ก.ย. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ลงนามเสนอคณะรัฐมนตรีให้จัดเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้อนถิ่น ที่หมดวาระไปตั้งแต่เดือนพ.ค. 61 ขอเรียกร้องไปยัง พล.อ.อนุพงษ์ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ให้รีบจัดเลือกตั้ง ส.ก. และ ผู้ว่ากทม. รวมถึงผู้บริหารท้องถิ่นต่างๆให้เรียบร้อย ช่วงนี้ฝนตกหนักรถติดไม่เห็น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่ากทม.ไปแก้ปัญหาอะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ ระบุว่า ถ้ามั่นใจว่าคนกทม.รัก ให้พล.ต.อ.อัศวินลงเลือกตั้ง ขอให้จับตาดูว่า พล.ต.อ.อัศวิน จะทิ้งทวนนำเรื่องการต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเป็นวาระจรหรือไม่ โดยให้พล.อ.อนุพงษ์ เป็นผู้เสนอ สุดท้ายถ้ามีการดำเนินการเรื่องดังกล่าวจะถือว่า พล.อ.ประยุทธ์ ใจดำอำมหิตมาก ให้ประชาชนออมาเป็นคาร์ม็อบไล่พล.อ.ประยุทธ์ออกไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ ระบุว่า วันนี้ กทม.เป็นหนี้บีทีเอส ของ นายคีรี กาญจนพาสน์ 3 หมื่นล้านบาท แกไม่อยากได้เงิน3 หมื่นล้านหรือทำไมเจ้าสัวคีรี ไม่ฟ้องกทม.เอาเงินคืนเสียที หรือรอต่อขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงชลมุนหรือ ตอนนี้ บิ๊กตู่อายุสั้นแล้ว เพราะคะแนนไว้วางใจน้อย ผู้ว่าอัศวินกำลังจะไป ให้จับตาดูให้ดี ผู้ว่าอัศวิน บิ๊กป็อก กับนายกฯ เตรียมทิ้งทวนลักไก่ต่อสัญญา ที่วิเคราะห์เช่นนั้นเพราะเจ้าสัวคีรี บอกกทม.เป็นหนี้ 3หมื่นล้านบาท ทำไมไม่ฟ้องไม่อยากได้เงินหรือ ฝากไปยังเจ้าสัวคีรี ให้รีบฟ้องสมัยผู้ว่าฯอัศวินอยู่ แน่จริงให้รีบฟ้องผู้ว่าฯอัศวิน .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115680</URL_LINK>
                <HASHTAG>อัศวิน ขวัญเมือง, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210905/image_big_6134781348d47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114249</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.-ซีพี-ซีพีเอฟ-ส.ผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ มอบข้าวกล่องครัวปันอิ่ม 2 ล้านกล่อง ช่วยชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค. 2564 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ฤทธิพันธ์ นันทศุภกร ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร ร่วมรับมอบข้าวกล่องอุ่นร้อนพร้อมรับประทานและหน้ากากอนามัย จาก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ และพันธมิตร สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ภายใต้โครงการ &amp;ldquo;ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด-19&amp;rdquo; เพื่อส่งมอบแก่ประชาชนในชุมชนต่างๆ ของพื้นที่กรุงเทพมหานคร ช่วยแบ่งเบาภาระและบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงสถานการณ์โควิด-19 โดยมี นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ และ นางสาวพิมพ์รภัส ศิริไพรวัน นายกสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ร่วมส่งมอบ ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่สีแดงซึ่งมีผู้เดือดร้อนและได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เป็นจำนวนมาก ไม่ใช่เพียงผู้ติดเชื้อที่ทำ Home Isolation อยู่ที่บ้าน แต่ยังมีคนตกงาน ผู้ขาดรายได้ และกลุ่มเปราะบาง ที่อาศัยอยู่ในชุมชนต่างๆ ซึ่งต้องขอขอบคุณภาคเอกชนอย่างเครือซีพี-ซีพีเอฟที่นำโครงการครัวปันอิ่มมาแบ่งปันอาหารให้เข้าถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตนี้ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาหารแก่ประชาชนได้อย่างมาก รวมถึงร้านค้ารายย่อยให้มีรายได้ในช่วงนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่าการระบาดในระลอกที่ 3 ค่อนข้างรุนแรง เครือซีพีและซีพีเอฟ จึงดำเนินโครงการครัวปันอิ่ม พร้อมได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรหลายหน่วยงาน ในการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ รวมถึง ศูนย์พักคอย รพ.สนาม รวมถึง สำนักงานเขตหลายแห่ง อาทิ เขตพระนคร หนองจอก มีนบุรี สวนหลวง บางกอกน้อย และ ประเวศ ที่ช่วยกระจายอาหารจากครัวปันอิ่มให้ถึงมือประชาชนในชุมชนต่างๆ เพื่อให้ทุกคนได้รับประทานอาหารอร่อย สะอาด ปรุงสุกใหม่ทุกเช้า เป็นกำลังใจและเติมกำลังกายให้ทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางกรรณิการ์ หยกเล็ก ประธานชุมชนราชบพิธพัฒนากล่าวขอบคุณ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างเครือซีพีและซีพีเอฟที่นำอาหารมามอบแก่คนในชุมชน ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด ทั้งตกงานและรายได้ลดลง โดยเฉพาะในระลอก 3 ที่มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ในชุมชนมีผู้กักตัว ตลอดจนกลุ่มเสี่ยงอยู่เป็นจำนวนมาก อาหารเหล่านี้จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าอาหารในแต่ละวันได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการ &amp;ldquo;ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด-19&amp;Prime; เป็นการผนึกกำลังเครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมกับพันธมิตรกว่า 100 องค์กร ส่งมอบข้าวกล่องอุ่นร้อนพร้อมรับประทาน จำนวน 2 ล้านกล่อง ประกอบด้วย 1 ล้านกล่องแรกมาจากร้านอาหารรายย่อยในกทม. และปริมณฑล และอีก 1 ล้านกล่องมาจากซีพีเอฟ เป็นอาหารที่ปรุงใหม่ สุก สะอาด ถูกสุขอนามัย มีเมนูอาหารที่หลากหลาย โดยเครือข่ายจิตอาสา มูลนิธิ และหน่วยงานพันธมิตร จะรับอาหารไปกระจายสู่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ที่ขาดรายได้ ว่างงาน กลุ่มเปราะบาง กลุ่มที่กักตัวดูอาการ และผู้ที่รักษาตัวที่บ้านหรือ Home Isolation ในชุมชนต่างๆ ตลอดจนช่วยอุดหนุนธุรกิจร้านอาหารรายย่อยในกรุงเทพให้มีรายได้ในสถานการณ์นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114249</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด-19, ซีพี, ซีพีเอฟ, สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ, อัศวิน ขวัญเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210823/image_big_612359c197305.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111547</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 18:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 18:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มปกป้องสถาบัน บุกยื่นผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน สอบ &#039;อัศวิน&#039; ล้มเหลวแก้โควิดกทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.64 - ที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)กระทรวงการคลัง นายพานสุวรรณ ณ แก้ว แกนนำภาคีเครือข่ายปกป้องสถาบันและคณะ เดินทางมายื่นหนังสือเปิดผนึกถึง นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน&amp;nbsp;เรียกร้องให้ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของกรุงเทพมหานคร จากนั้นได้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์บริเวณหน้าสตง.เพื่อสื่อถึงการบริหารสถานการณ์โควิด-19 ที่ผิดพลาดของพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. พร้อมระบุว่ามีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพานสุวรรณ อ่านแถลงการณ์ว่า จากสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งกทม.เป็นพื้นที่แพร่ระบาดมากที่สุดปรากฏภาพมีประชาชนเข้าไม่ถึงระบบสาธารณสุข ประชาชนนอนตายบนถนน สะท้อนความล้มเหลวการบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ การไร้ความสามารถในการบริหารของผู้ว่าฯกทม. จนเป็นที่สงสัยในเรื่องความโปร่งใส&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รธน.60 หมวดที่ 4 มาตรา 50 กำหนดให้บุคคล มีหน้าที่ป้องกันประเทศ รักษาผลประโยชน์ของชาติ จึงเรียกร้องให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ตรวจสอบการใช้งบประมาณของกทม. ทั้งขอเรียกร้องให้ส่วนราชการอื่นๆรวมถึงกองทุนต่างๆ ที่จัดตั้งขึ้นภายใต้ภาษีประชาชนนำเงินนอกงบประมาณ มาแก้ปัญหา ไม่ควรนั่งกอดระเบียบจนประชาชนล้มตาย หรืออ้างกลัวการตรวจสอบของสตง. เรียกร้องให้ สตง.เร่งตรวจสอบและเปิดเผยสัญญาการจัดซื้อ วัคซีนที่ทางรัฐบาลทำสัญญา กับบริษัทต่างๆตามที่ทางกลุ่มได้เคยยื่นหนังสือเรียกร้องไปก่อนหน้านี้ รวมถึงการกระจายวัคซีนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพานสุวรรณเปิดเผยอีกว่า ขอตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ว่าราชการกทม.กำลังใช้ประโยชน์ทางการเมือง ช่วงการแพร่ระบาดไวรัสโควิด มาหาเสียงเลือกตั้งหรือไม่ เพราะไปดูตามจุดต่างๆในกทม.&amp;nbsp;เห็นถุงยังชีพ ป้ายของพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111547</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน, ผู้ว่าฯกทม., อัศวิน ขวัญเมือง, เครือข่ายปกป้องสถาบัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_61028bd19dfec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111352</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 08:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 08:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.ตั้งงบฯ จ่ายพิเศษ 377,424,100 บาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28&amp;nbsp;ก.ค.64 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่กรุงเทพมหานครมีความจำเป็นต้องจ่ายรายจ่ายพิเศษจากเงินสะสมจ่ายขาดของกรุงเทพมหานครที่สภากรุงเทพมหานครได้ให้ความเห็นชอบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 97 และมาตรา 103 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 กรุงเทพมหานครจึงตราข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมขึ้นไว้โดยความเห็นชอบของสภากรุงเทพมหานคร ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 1 ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้เรียกว่า &amp;ldquo;ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 2 ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 3 งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 ให้ตั้งเป็นรายจ่ายพิเศษจำนวน 377,424,100 บาท ตามรายละเอียดเอกสารงบประมาณ โดยจำแนก ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) สำนักการแพทย์ รวม 214,773,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนงานบริการด้านการแพทย์ 214,773,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. งานรักษาพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลกลาง 22,857,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. งานรักษาพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลตากสิน 14,864,800 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. งานรักษาพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ 39,722,500 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. งานรักษาพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร อุทิศ 7,644,700 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. งานรักษาพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 4,629,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. งานรักษาพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ 44,350,200 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. งานรักษาพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลสิรินธร 34,858,700 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. งานรักษาพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ 10,105,500 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. งานรักษาพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลผู้สูงอายุ บางขุนเทียน 32,007,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. งานรักษาพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลคลองสามวา 153,600 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11. งานรักษาพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลบางนา กรุงเทพมหานคร 3,580,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) สำนักอนามัย รวม 344,100 บาท
แผนงานอนามัย 344,100 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานควบคุมโรคเอดส์ วัณโรคและโรคติดต่อ ทางเพศสัมพันธ์ 344,100 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) สำนักการศึกษา รวม 57,068,400 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก. แผนงานบริหารทั่วไป 56,897,400 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. งานบริหารทั่วไปด้านการศึกษา 160,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. งานบริหารการคลัง 56,737,400 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข. แผนงานพัฒนาคุณภาพการศึกษา 171,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 171,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(4) สำนักสิ่งแวดล้อม รวม 61,238,600 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนงานรักษาความสะอาด 61,238,600 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานจัดการมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล 61,238,600 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(5) สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว รวม 44,000,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนงานการกีฬา 44,000,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานการกีฬา 44,000,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 4 ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครควบคุมการเบิกจ่ายเงินงบประมาณตามรายการและจำนวนเงินที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 5 ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครรักษาการตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๔&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;อ่านต้นฉบับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111352</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., กรุงเทพ, งบจ่ายพิเศษ, งบประมาณรายจ่าย, อัศวิน ขวัญเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210307/image_big_60449eb034253.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2021 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2021 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม. งัดแผนจัดตั้ง &#039;ศูนย์พักคอย&#039; ดูแลผู้ป่วยระหว่างรอเตียง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค. 2564 &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก &amp;quot;ผู้ว่าฯอัศวิน&amp;quot; ระบุว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์การแพร่ระบาดในตอนนี้ กทม. ได้เร่งนำส่งผู้ป่วยเข้ารับการรักษาใน รพ. มาอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. จนถึงวันนี้ ส่งผู้ป่วยโควิดเข้า รพ. แล้ว 19,337 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การระบาดในแต่ละวัน มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ยังมีผู้ป่วยตกค้างอยู่ ถึงแม้ว่า กทม. ได้เพิ่มจำนวนเตียงเพื่อรองรับผู้ป่วยให้มากที่สุดแล้วก็ตาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะต้องทำอย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดในครอบครัวและในชุมชนเพิ่มมากขึ้น คือ การแยกผู้ป่วยออกจากครอบครัว โดยการจัดตั้ง &amp;ldquo;ศูนย์พักคอย&amp;rdquo; ใช้เป็นสถานที่ให้ผู้ป่วยโควิดสีเขียวอยู่ระหว่างการรอส่งต่อโรงพยาบาล และใช้เป็นสถานที่สำหรับดูแล กลุ่มคนที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษระหว่างรอเตียง เช่น เด็กที่พ่อแม่ติดเชื้อที่ไม่มีคนในครอบครัวดูแล &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ศูนย์พักคอย รอการส่งต่อผู้ป่วยโควิดเข้ารักษาในโรงพยาบาล&amp;rdquo; หรือ Community Isolation กทม. มีแผนจะจัดตั้งให้ครบทั้ง 6 กลุ่มเขต และจะจัดตั้งให้มากที่สุดทุกเขตทั่วพื้นที่ กทม.&amp;nbsp;
การดูแลผู้ป่วยโควิดที่ศูนย์พักคอยทุกแห่ง จะมีเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่ อาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) คอยดูแลผู้ป่วยประเมินอาการอย่างใกล้ชิด โดยมีอุปกรณ์ที่จำเป็น ยาและเครื่องมือทางการแพทย์ดูแลอาการผู้ป่วยโควิด ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เครื่องวัดค่าออกซิเจนปลายนิ้ว ไว้สำหรับวัดค่าออกซิเจนในเลือด เพราะคนไข้ที่ติดเชื้อโควิด&amp;nbsp; สีเขียวจำนวนมากที่ไม่แสดงอาการเปลี่ยนเป็นผู้ป่วยเหลืองได้เร็ว แต่หากมีการวัดค่าออกซิเจนในระหว่างที่รอส่ง รพ. และพบว่ามีค่าต่ำกว่าปกติมาก (ต่ำกว่า 95%) จะได้รีบส่งเข้ารักษาใน รพ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เครื่องออกซิเจน ใช้สำหรับช่วยชีวิตผู้ป่วยที่มีออกซิเจนต่ำกว่า 95% ระหว่างการรอส่งเข้าโรงพยาบาล เพราะผู้ป่วยโควิดเขียว หากมีอาการขึ้นมาจะเปลี่ยนเป็นผู้ป่วยเหลืองได้เร็วมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีที่ผู้ป่วยสมัครใจแยกกักตัวในบ้านที่พักอาศัยของตนเอง หรือ Home Isolation ระหว่างรอเตียงเข้ารักษาในโรงพยาบาล จะต้องผ่านการพิจารณาวินิจฉัยจากแพทย์ว่าสามารถรักษาตัวที่บ้านได้ โดยจะต้องเป็นผู้ป่วยโควิดสีเขียวที่ไม่มีอาการ ไม่มีภาวะอ้วน ไม่มีโรคประจำตัว และไม่เป็นผู้สูงอายุ โดยระหว่างการแยกกักตัวที่บ้าน จะมีเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่ อาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) คอยดูแลผู้ป่วยประเมินอาการอย่างใกล้ชิด มีการตรวจวัดค่าออกซิเจน และให้ยาตามอาการ ซึ่งถ้าผู้ป่วยมีอาการ เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลืองจะรีบนำส่งเข้ารักษาในโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ศูนย์พักคอยฯ&amp;rdquo; เป็นสิ่งที่จำเป็นมากในสถานการณ์การแพร่ระบาดนี้ เพื่อเป็นสถานที่ที่ดูแลอาการเบื้องต้นให้กับผู้ป่วยโควิดสีเขียวในชุมชนหรือในพื้นที่ใกล้บ้าน เพื่อกักตัวผู้ป่วยออกจากคนในครอบครัว รอส่งต่อเข้ารักษาใน รพ. สนาม หรือ รพ.หลัก เพื่อลดการติดเชื้อกันในครอบครัวที่จะทำให้แพร่ระบาดต่อไปในชุมชนหรือในที่ทำงานได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้มั่นใจและขอเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานอย่างเต็มกำลังทุกท่านครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#โควิดกรุงเทพ #ศูนย์พักคอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108538</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศูนย์พักคอย, ศูนย์แก้ปัญหาโควิดกรุงเทพฯ-ปริมณฑล, อัศวิน ขวัญเมือง, โควิดกรุงเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a275c0c330f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 15:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 15:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คณะแพทย์ ไฟเขียว กทม.ใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ ในกลุ่มผู้ป่วยสีเขียว หวังศึกษาข้อดี-ข้อเสีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ค.64- &amp;nbsp; พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการบริหารจัดการการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ของผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมี คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร สำนักการแพทย์ สำนักอนามัย &amp;nbsp;คณะแพทย์จากทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ลีลารัศมี นายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ &amp;nbsp;รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล นายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทยฯ พล.อ.ต.นพ.สันติ ศรีเสริมโภค รองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ฯลฯ ร่วมประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในพื้นที่กรุงเทพมหานครขณะนี้เป็นสถานการณ์พิเศษซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรการปฏิบัติที่เข้มข้นมากกว่าปกติ ด้วยความห่วงใยในสถานการณ์แพร่ระบาด ในปัจจุบัน กรุงเทพมหานครจึงได้เตรียมพร้อมยาฟาวิพิราเวียร์กว่า 600,000 เม็ด เพื่อดูแลประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดยในที่ประชุมได้ร่วมกันหารือแนวทางการใช้ยาเพื่อให้เกิดประสิทธิผลและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และเห็นร่วมกันว่า การให้ยาฟาวิพิราเวียร์แก่ผู้ป่วยเร็วจะมีผลดีต่อผู้ป่วยมากกว่าการให้ยาช้า รวมทั้งเห็นว่าแนวทางปฏิบัติเพื่อดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุขเป็นแนวทางหลักที่ต้องถือปฏิบัติตาม อย่างไรก็ตามกรุงเทพมหานครจะกำหนดมาตรการเสริมเพิ่มเติม อาทิ การเร่งตรวจหาผู้ป่วยเชิงรุกอย่างเข้มข้น จากนั้นจะคัดกรองผู้ป่วยตามระดับอาการป่วยแบ่งเป็นสีเขียว เหลือง และแดง และนำส่งต่อระบบการรักษาพยาบาล ในส่วนของผู้ป่วยที่อยู่ระดับสีเขียวคือไม่มีอาการหรือมีอาการน้อยรวมทั้งไม่มีปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดอาการรุนแรงของโรคจะได้รับการรักษาและติดตามอาการตามที่กทม. กำหนด คือการให้ยาฟาวิพิราเวียร์เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดความรุนแรงของโรค โดยเป็นผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวบางส่วนเท่านั้นที่จะได้รับการรักษาด้วยยาฟาวิพิราเวียร์ คือต้องอยู่ในเกณฑ์ตามการประเมินของแพทย์ที่กรุงเทพมหานคร อาทิ เป็นผู้ป่วยที่มีปริมาณไวรัสในร่างกายมากกว่าผู้อื่นและเสี่ยงต่อการลุกลามของโรค ซึ่งเชื่อว่ากลุ่มคนเหล่านี้หากได้รับยาตั้งแต่แรกได้และรักษาต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 5-10 วัน จะช่วยรักษาไม่ให้กลายเป็นผู้ป่วยระดับสีเหลืองหรือสีแดงในอนาคตได้ อย่างไรก็ดีสิ่งสำคัญที่สุดคือกลุ่มผู้ป่วยสีเขียวนี้ต้องให้ความยินยอมในการรักษาด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กรุงเทพมหานครจะจัดให้มีระบบการจัดเก็บข้อมูลจากการรักษา รวมทั้งมีมาตรการป้องกันผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการรักษาที่เพื่อปกป้องผู้ที่เข้าร่วมการรักษา และต้องมีการประเมินผลว่า การดำเนินตามนี้จะมีผลดีต่อการรักษาด้วยยาอย่างไร หรือจะมีผลทำให้เกิดเชื้อดื้อยาในอนาคตหรือไม่ ซึ่งการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ครั้งนี้จะเป็นไปภายใต้การควบคุมของแพทย์ มีการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล มีระบบการติดตามผลและประเมินซึ่งราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะร่วมให้คำแนะนำในการศึกษา ติดตามและประเมินผลครั้งนี้ด้วย &amp;nbsp;และหากพบว่าการรักษาตามที่กรุงเทพมหานครกำหนดครั้งนี้เกิดประโยชน์อาจนำไปเพิ่มเติมในคำแนะนำในการดูแลรักษาระดับประเทศต่อไปในอนาคตได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในปัจจุบันนี้กรุงเทพมหานครมีผู้ป่วยสะสมในพื้นที่ 1,478 ราย ในระดับสีเขียว คืออาการเพียงเล็กน้อย กว่า 1,241 ราย ระดับสีเหลือง 199 ราย และระดับสีแดง 38 ราย ที่ยังไม่ได้รับยา ซึ่งจะได้รับยาต่อเมื่อเลื่อนระดับอาการเป็นสีเหลืองและแดง คือมีปอดอักเสบและอาการรุนแรง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101848</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ยาฟาวิพิราเวียร์, #โควิด19, กทม., อัศวิน ขวัญเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201006/image_big_5f7c2eadbf023.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98746</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2021 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2021 11:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯกทม. เผยสถานที่ตั้งโรงพยาบาลสนามมีหลายแห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เม.ย.64 - เมื่อเวลา 09.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า สำหรับสถานที่ที่จะสร้างโรงพยาบาลสนามในกรุงเทพนั้นมีหลายแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่ามีที่ใดบ้าง นายอัศวินกล่าวว่า &amp;quot;มีหลายที่ เช่น รพ.ราชพิพัฒน์ ย่านพุทธมณฑลสาย 3&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;โรงพยาบาลผู้สูงอายุ บางขุนเทียน ของสำนักการแพทย์ กทม.&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98746</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., อัศวิน ขวัญเมือง, โควิด19, โรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606b0a1e578a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
