<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2018 08:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2018 08:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;บิ๊กซี&quot;ปรับโฉมสาขาราชดำริ รับนักท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บิ๊กซี&amp;rdquo; ปรับโฉมสาขาราชดำริ รองรับนักท่องเที่ยวปีละ 4 ล้านคน เพิ่มแบรนด์ไทยเอาใจนักช้อปต่างชาติ เล็งอัดกิจกรรมเต็มสูบครึ่งปีหลัง หวังเพิ่มฐานลูกค้าบิ๊กการ์ด ควบกระตุ้นการจับจ่ายมากขึ้น

นายอัศวิน เตชะเจริญกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่ม บริษัทเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (บีเจซี) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทพร้อมจะเปิดให้บริการบิ๊กซี สาขาราชดำริ โฉมใหม่ ภายใต้แนวคิด&amp;ldquo;แบ็งคอก ช้อปปิ้ง แลนด์มาร์ค&amp;rdquo;(Bangkok Shopping Landmark) โดยหลังจากรีโนเวทภายในสาขาดังกล่าวแล้ว จะทำให้มีร้านค้าเปิดใหม่อีก 22 ร้าน รวมเป็น 95 ร้านค้า จากเดิม 73 ร้านค้า ไม่ว่าจะเป็นร้านนารายาหรือกระเป๋าแบรนด์ไทยเป็นที่นิยมทั้งคนไทยและต่างชาติ รวมถึงร้านวาวี กาแฟพรีเมียมออร์กานิก ทำให้บิ๊กซี ราชดำริ มีทางเลือกแก่ผู้ใช้บริการที่หลากหลายยิ่งขึ้น

&amp;ldquo;เราได้เพิ่มร้านค้าที่เป็นของคนไทยให้มากขึ้น ตอกย้ำการเป็นห้างของคนไทยเพื่อคนไทย โดยบิ๊กซี ราชดำริ นับเป็นหนึ่งในสาขาหลักของการสร้างรายได้ หรือติดท็อป 5 จากจำนวน 143 สาขา และยังมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาใช้บริการปีละมากกว่า 4 ล้านคน โดยเฉพาะตลาดจีนและเวียดนาม หรือคิดเป็นสักส่วน 50% ที่เป็นต่างชาติ&amp;rdquo; นายอัศวิน กล่าว

สำหรับในส่วนของสโตร์ของบิ๊กซีที่มีขนาดพื้นที่ขายมากกว่า 1 หมื่นตารางเมตร ได้ปรับโฉมใหม่ให้มีความทันสมัยและเต็มไปด้วยสินค้าคุณภาพ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ทั้งในส่วนของแผนกเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้ปรับรูปแบบเป็นshop in shop ซึ่งทำให้ลูกค้าได้เลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์ต่างๆ ได้อย่างครบครันมากขึ้น ทั้งยังได้รับสินค้าคุณภาพในราคาสมเหตุสมผล ส่วนแผนกอาหารสดได้นำสินค้าจากต่างประเทศ รวมถึงสินค้าไทย โดยทำการเพิ่มพื้นที่ขายสินค้ายอดนิยมของนักท่องเที่ยวอีกกว่า 100 ตารางเมตรในแผนกอาหารสดอีกด้วย

นายอัศวิน กล่าวว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง 2561 นี้ เบื้องต้นจะเน้นการเพิ่มสมาชิกบิ๊กการ์ดโดยเฉพาะการมอบสิทธิประโยชน์ เพิ่มการสะสมแต้ม เพื่อสร้างความน่าสนใจและกระตุ้นการใช้จ่ายจากผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมตามช่วงเทศกาลต่างๆ อาทิ ช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก ก็ได้รับอานิสงส์จากกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงกิจกรรมขนาดใหญ่ไม่ว่าจะเป็นฉลองครบรอบ 25 ปี และบิ๊กซี เอ็กโป ที่คาดว่าน่าจะจัดขึ้นในช่วงปลายปี

พร้อมกันนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับกลุ่มอาหารสดจำนวน 9 รายการหลักที่ผู้บริโภคนิยมซื้อเป็นประจำ ในการนำเสนอราคาอย่างเหมาะสม ทั้งยังได้รับสินค้าที่มีความสดใหม่เสมอ เพราะเชื่อว่าไม่ว่าสภาพเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไร แต่เรื่องของกลุ่มอาหารยังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคอยู่ตลอด

อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ผ่านมาแม้ว่ายอดขายอาจไม่เป็นไปตามเป้า เนื่องจากบริษัทวางไว้ค่อนข้างสูง แต่มองว่ากำไรยังเป็นบวก ขณะที่ค้าปลีกยังคงแข่งขันกันอย่างเต็มที่ โดยคู่แข่งก็มีการเปิดตัวหลายอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน บริษัทเองก็ต้องปรับตัวเพื่อให้สอดรับกับตลาดด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11944</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กซี, อัศวิน เตชะเจริญกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180623/image_big_5b2da769f0eb6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8550</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2018 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2018 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“บิ๊กซี” ทุ่ม 1 หมื่นล้านบาท ปูพรมขยายสาขาต่างจังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บิ๊กซี&amp;rdquo; ทุ่ม 1 หมื่นล้านบาท ปูพรมขยายสาขาควบรีโนโวท เตรียมเปิดตัวแผนกของสดรูปแบบใหม่ สาขาราชดำริ หวังยกระดับบริการมากขึ้น ยิ้มไตรมาสแรกยอดขายเติบโตดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัศวิน เตชะเจริญกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่ม บริษัทเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (บีเจซี) เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจปี 2561 ยังมุ่งเน้นขยายสาขาตามทำเลศักยภาพต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ต่างจังหวัดหรือย่านที่บิ๊กซียังไม่เข้าไปเปิดให้บริการ เบื้องต้นวางงบการลงทุนรวมไว้กว่า 1 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในช่วงไตรมาสแรกของปี 2561 ที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดสาขาใหม่รูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ต 3 สาขา ได้แก่ จ.สกลนคร 2 สาขา และสัตหีบ 1 สาขา ซึ่งในปีนี้น่าจะมีสาขาใหญ่หรือไฮเปอร์มาร์เก็ต 9-10 สาขา เงินลงทุน 200-300 ล้านบาทต่อสาขา พร้อมกับปรับปรุงสาขาเดิมที่เปิดให้บริการมานานอีกอย่างน้อย 10 สาขา โดยเฉพาะเรื่องของอาหารสดที่มีรุปแบบใหม่นำร่องในบิ๊กซี ราชดำริ บริษัทได้ปรับเปลี่ยนทั้งบรรยากาศและบริการให้ตอบโจทย์ได้ดียิ่งขึ้น เพราะการมีสินค้าดีอย่างเดียวอาจไม่พอ แต่การเข้ามาใช้บริการต้องมีบรรยากาศที่ดีด้วยเช่นกัน คาดการณ์ว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือน มิ.ย. 2561 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บิ๊กซี ราชดำริ ยังอยู่ระหว่างการปรับปรุงหลายอย่าง โดยด้านหน้าอาคารยังมีมินิ บิ๊กซี เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง รองรับตลาดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาจับจ่ายได้อีกด้วย ขณะเดียวบิ๊กซียังมีสาขาเปิดให้บริการ 9.00- 02.00 น. จากเดิมปิดให้บริการ 23.00 น. ได้แก่ ราชดำริ รัชดา และภูเก็ต 2 โดยจะให้บริการในพื้นที่ขายเท่านั้น ส่วนนี้เป็นการขยายเวลาเพื่อรองรับผู้บริโภคที่ต้องการจับจ่ายยามค่ำมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัศวิน กล่าวว่า นอกเหนือจากการลงทุนขยายสาขาแล้ว บริษัทยังให้ความสำคัญกับระบบฐานข้อมูลลูกค้า เพื่อเชื่อมโยงระหว่างต้นนำกับปลายน้ำ นำฐานข้อมูลมาวิเคราะห์ทำตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความเข้าใจลูกค้ามากขึ้น โดยหลังจากที่บีเจซีเข้ามาบริหารบิ๊กซี ก็ผลักดันให้ลูกค้าเข้ามาทำบัตรสมาชิกเพียง 6 เดือน มากถึง 2 ล้านคน จากเดิมมีสมาชิกอยู่ประมาณ 12 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง จึงได้จัดงานเทศกาลผลไม้จากสวน ปี 2 บิ๊กซีสนับสนุนเกษตรกรไทย ในการนำสินค้าจากเกษตรกรหลายพื้นที่ ขยายโอกาสช่องทางการขยายไปสู่จังหวัดอื่นๆ มากขึ้น โดยปีนี้เตรียมพัฒนาสินคน้ากับคู่ค้าหลายรายการ อาทิ ทุเรียนทอดกรอบ ขนุน กล้วย มะขาม มะนาว เป็นต้น นับเป็นอีกหนึ่งทางที่ช่วยสร้างรายได้แก่เกษตรกรไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในปี 2560 มีผลกำไรเติบโตมากกว่า 10% และในส่วนของรายได้ของบีเจซีก็อยู่ที่ 1.5 แสนล้านบาท โดยไตรมาสแรกของปี 2561 พบว่าสถานการณ์ทางด้านกำลังซื้อปรับตัวดีขึ้น ซึ่งบิ๊กซีเองก็มีการเติบโตดีกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้บริโภคเข้ามาจับจ่ายในแผนกเสื้อผ้าและอุปกรณ์การเรียนจำนวนมาก บริษัทเองก็จัดทำแคมเปญแบ็คทูสคูลเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองเช่นเดียวกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8550</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายสาขา, บริษัทเบอร์ลี่ ยุคเกอร์, บิ๊กซี, บีเจซี, มินิบิ๊กซี, หัวเมือง, อัศวิน เตชะเจริญกุล, ไฮเปอร์มาร์เก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180505/image_big_5aed265e8a99f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
