<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2020 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2020 15:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สร้างโอกาสทางการศึกษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในช่วงตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ได้เป็นช่องทางในการรับบริจาคหนังสือ ผ่านโครงการ &amp;ldquo;กิจกรรมรับบริจาคหนังสือมีค่า&amp;rdquo; ให้แก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน โรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในถิ่นทุรกันดาร และห้องสมุดประชาชนทั่วประเทศ ผ่านจุดตั้งรับบริจาคหนังสือที่บิ๊กซี ทุกสาขาทั่วประเทศ ภายใต้กิจกรรมน้อมรำลึกเนื่องในโอกาสครบ 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โครงการกิจกรรมรับบริจาคหนังสือมีค่าได้เริ่มรับบริจาคตั้งแต่ 29 กันยายน-31 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา ณ จุดรับบริจาคหนังสือที่ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ทุกสาขาทั่วประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี เปิดเผยว่า กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ในฐานะองค์กรที่อยู่เคียงข้างสังคมไทย ตระหนักถึงการร่วมกิจกรรมเพื่อตอบแทนสังคม ซึ่งครั้งนี้ได้รับโอกาสจากภาครัฐบาลโดยสอดคล้องกับเป้าหมายหลักขององค์กร ผ่าน &amp;ldquo;กิจกรรมรับบริจาคหนังสือมีค่า&amp;rdquo; เพื่อนำไปมอบให้แก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน โรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในถิ่นทุรกันดาร และห้องสมุดประชาชนของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ทั่วประเทศ ซึ่งผลตอบรับโครงการดังกล่าวมีประชาชนและผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมบริจาคหนังสือเป็นจำนวนมาก โดยบิ๊กซีมุ่งมั่นพร้อมสนับสนุนส่งเสริมด้านการศึกษาและส่งต่อเรื่องราวดีๆ คืนสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางสาวอรนุช ศรีนนท์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ดำเนินกิจกรรมดังกล่าว เพื่อมอบหนังสือให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน และให้เด็กๆ ได้มีหนังสืออ่านอย่างเพียงพอ โดยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ 3 ภาคี ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ (สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และบิ๊กซี ในฐานะศูนย์กลางจุดรับบริจาคหนังสือ พร้อมคัดแยกประเภทหนังสือ และหนังสือทั้งหมดบิ๊กซีจะเป็นตัวกลางในการกระจายจัดส่งไปยังโรงเรียนดังกล่าวต่อไป และนี่เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ภาครัฐและภาคเอกชนได้สนับสนุนด้านการศึกษา และคาดว่าจะเกิดโครงการเพื่อสนับสนุนด้านการศึกษาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มบีเจซี บิ๊กซีจัดตัวแทนสาขาบิ๊กซีเพื่อเป็นศูนย์กลางในการกระจายหนังสือส่งมอบไปยังกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนของแต่ละภูมิภาคทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 4 ภูมิภาค ดังนี้ บิ๊กซี สาขารังสิตคลองหก เป็นตัวแทนส่งมอบให้แก่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 (พื้นที่ภาคกลาง ตะวันออก ตะวันตก) บิ๊กซี สาขา ขอนแก่น 1 เป็นตัวแทนส่งมอบให้แก่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 (พื้นที่ภาคอีสาน) บิ๊กซี สาขาเชียงใหม่ 1 เป็นตัวแทนส่งมอบให้แก่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3 (พื้นที่ภาคเหนือ) และบิ๊กซี สาขา หาดใหญ่ 1 เป็นตัวแทนส่งมอบให้แก่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 4 (พื้นที่ภาคใต้).&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88114</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กซี, อรนุช ศรีนนท์, อัศวิน เตชะเจริญวิกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201227/image_big_5fe84612a448f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79107</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 16:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 16:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กซี&#039;ประเมินเศรษฐกิจชะงักยาว 3 ปี  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 ก.ย.2563 &amp;nbsp;นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล &amp;nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศไทยและทั่วโลก โดยคาดการณ์ในระยะอีก 3 เดือนข้างหน้าว่าเศรษฐกิจของไทยจะไม่สามารถพลิกกลับมาเติบโตได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากการปิดกิจการของผู้ประกอบการ ทำให้พนักงานถูกเลิกจ้าง ความไม่แน่นอนของการกลับมาแพร่ระบาดรอบสอง รวมถึงการไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาสร้างรายได้แก่ธุรกิจบริการ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท มุ่งเน้นการจัดแคมเปญเพื่อตอบโจทย์เรื่องของราคามาอย่างต่อเนื่อง นับเป็นตัวช่วยที่ตอบโจทย์สภาพกำลังซื้อและเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ผู้บริโภคค่อนข้างมีความกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย แต่ยังต้องจับจ่ายของจำเป็นที่ใช้ในแต่ละวัน โดยเฉพาะแคมเปญ &amp;ldquo;ถูกจริง ประหยัดจริงที่บิ๊กซี&amp;rdquo; ซึ่งเป็นแคมเปญที่ดำเนินงานยาวไปจนถึงต้นปี 2564 หรือระหว่างวันที่ 25 กันยายน 2563- 3 มกราคม 2564 มีสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวันกว่า 5,000 รายการ เพื่อมอบราคาประหยัดแก่ผู้บริโภคชาวไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การทำแคมเปญเรื่องราคาสินค้า อาจะทำให้ขาดทุนกำไร แต่ไม่ได้ทำให้ผลประกอบการขาดทุน ตอนนี้สิ่งสำคัญคือทำยังไงให้ผู้คนในสังคมสามารถดำรงชีพต่อได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้เช่า ร้านค้าที่ซื้อของจากบิ๊กซีไปจำหน่ายต่อ หรือแม้แต่ผู้บริโภค หากพวกเขาอยู่ไม่ได้ก็ไม่เป็นผลดีกับบิ๊กซีในระยะยาว เพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นคงจะลากยาวจนกว่าจะมีวัคซีน เปรียบเหมือนการวิ่งมาราธอนต่อเนื่องไปอีก 3 ปี &amp;rdquo; &amp;nbsp;นายอัศวิน กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการลงทุนของบิ๊กซีไม่ได้ชะลอหรือต้องปรับแผนการดำเนินงานมากนัก เพียงแต่ต้องระมัดระวังการใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงยังต้องปรับรูปแบบของสาขาให้ตอบโจย์ผู้บริโภคได้ครอบคลุมหลากหลายกลุ่มมกกว่าเดิม มองว่าสาขาขนาดเล็กยังสามารถขยายได้ดีอยู่ ทำให้ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จะเน้นรูปแบบมินิ บิ๊กซี เป็นหลัก รวมถึงยังอยู่ระหว่างการพัฒนารูปแบบค้าส่ง &amp;ldquo;Big C Depot&amp;rdquo; โดยได้มีการทดลองให้บริการไปแล้วประมาณ 4-5 แห่ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัศวิน กล่าวว่า ในตอนนี้สิ่งที่ภาคธุรกิจค้าปลีกต้องแข่งขันกันอย่างหนัก คงเป็นเรื่องชิงแชร์กำลังซ้อของผู้บริโภคหรือเงินในประเป๋าลูกค้า รวมถึงเวลาที่เข้ามาใช้บริการภายในศูนย์การค้าต่างๆ บริษัทฯ จึงมีการพัฒนาธุรกิจบริการให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเพิ่มเติมร้านอาหาร เนื่องจากในปัจจุบันลูกค้าเลือกจะมาใช้ชีวิตอยู่ในไฮเปอร์มาร์เก็ต แล้วค่อนซื้อของ จากอดีตที่ลูกค้าจะมาซื้อของแล้วค่อยใช้บริการร้านอาหารและอื่นๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79107</URL_LINK>
                <HASHTAG>#เศรษฐกิจไทย, บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน), อัศวิน เตชะเจริญวิกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181213/image_big_5c11c2681b92c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2020 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2020 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กซีปักธงสมุทรปราการเปิด&quot;บิ๊กซี ฟู้ดเพลส สาขาหนามแดง&quot;  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.2563 นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี เปิดเผยว่า บริษัทเล็งเห็นศักยภาพของจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ และความเจริญในทุกด้าน ล่าสุดบริษัทจึงเปิด &amp;ldquo;บิ๊กซี ฟู้ดเพลส สาขาหนามแดง&amp;rdquo; เป็นสาขาประเภทไฮเปอร์และมาร์เก็ตลำดับที่ 1,329 ของบิ๊กซีทุกรูปแบบ และเป็นบิ๊กซีในรูปแบบฟู้ดเพลส ลำดับที่ 5 ของบิ๊กซี เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าและประชาชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ได้เข้าถึงสินค้าคุณภาพดีราคาคุ้มค่า ตลอดจนรองรับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ 24 ชั่วโมง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภายในศูนย์การค้ามีสินค้าและบริการครบครัน ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหารสด ของใช้ในชีวิตประจำวัน เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม โดยมุ่งหวังที่จะเป็นศูนย์การค้าที่ผู้บริโภคนึกถึงเป็นอันดับแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือรองรับสินค้าคุณภาพคุ้มค่าคุ้มราคามากถึง 13,367 รายการ พร้อมบริการพื้นที่จอดรถยนต์ จำนวน 360 คัน และจักรยานยนต์ จำนวน 246 คัน &amp;nbsp;มีพนักงาน 49 คนเป็นการจ้างงานในท้องถิ่น 24 คนและพนักงานโอนย้ายกลับภูมิลำเนาจำนวน &amp;nbsp;25 คน ตลอดจนมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายพิเศษต่างๆ เพื่อสร้างสีสันในการช้อปปิ้งให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ บริษัทยังช่วยขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าผักและผลไม้ให้กับเกษตรกรไทย ด้วยการรับซื้อตรงจากกลุ่มเกษตรกร เพื่อช่วยกระจายสินค้าออกสู่ตลาดได้ ช่วยพยุงราคาสินค้าเกษตรไม่ให้ตกต่ำจากการกดราคาของพ่อค้าคนกลาง รวมถึงยังเข้าไปช่วยยกระดับความสามารถของเกษตรกรในการผลิตสินค้าขึ้นมาสู่ตลาดบนได้อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75614</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน), บีเจซี, อัศวิน เตชะเจริญวิกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b207aa78e502.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2019 10:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2019 10:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“บีเจซี” ฟุ้งอากาศร้อนหนุนบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มขายดี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มี.ค. 2562 นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีเจซี เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในช่วงที่ผ่านมาของปี 2562 ยอมรับว่าต้องใช้พลังในการขับเคลื่อนพอสมควร เนื่องจากลูกค้ายังรอความชัดเจนกับปัจจัยต่าง ๆ แต่คาดว่าสถานการณ์จะปรับตัวดีขึ้นช่วงไตรมาส 3 และ 4 /2562เนื่องจากปีนี้สภาพอากาศค่อนข้างร้อน ทำให้เกิดความต้องการบริโภคเครื่องดื่มมากขึ้น ส่งผลต่อบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วให้สามารถขยายตัวตามไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการลงทุนของบีเจซีในปี 2562 ในส่วนของการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เบื้องต้นคาดว่าจะต้องใช้เงินลงทุน 1,000 ล้านบาท ยกระดับเทคโนโลยี และนำออโตเมชั่นมาใช้ในงาน เนื่องจากการแข่งขันในบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วโดยหลักจะเป็นเรื่องคุณภาพ รวมถึงเทรนด์ความต้องการขวดที่น้ำหนักเบา และบางกว่าเดิม แต่ต้องมีความเหนียว ซึ่งจากการดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 66 ปี ทำให้บริษัทมีความแข็งแกร่งในการพัฒนาสินค้า และยังมีพาร์ทเนอร์ โอเว่น อิลลินอยส์ อิงค์ ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก จึงทำให้บริษัทเชื่อว่าจะมีสินค้าตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันบริษัทยังเตรียมหาโอกาสในการสร้างโรงการผลิตในอาเซียน โดยเฉพาะคาบสมุทรอินโดจีน ได้แก่ เมียนมา กัมพูชา และ สปป. ลาว โดยจะต้องดูความต้องการบรรจุภัณฑ์ของประเภทนั้น ๆ มาประกอบการพิจารณาลงทุนสร้างโรงงาน หรืออย่างน้อยต้องมีกำลังการผลิต 250 ตันต่อวัน มีขนาดพื้นที่ 30 ไร่ และน่าจะต้องใช้เงินลงทุน 1,000-1,500 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนโรงงานของเมืองไทยที่อยู่ใน จ. สระบุรี และ จ. สมุทรปราการ มีกำลังผลิตรวมกันที่ 3,400 ตันต่อวัน มีการส่งออกไปต่างประเทศ 6% ส่วนมากอยู่ในประเทศ 94% และมีสัดส่วนระหว่างผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วและแคนที่ 50:50 โดยยังมีโรงงานในประเทศเวียดนามกำลังการผลิต 300 ตันต่อวัน และมาเลเซีย 510 ตันต่อวัน ที่กำลังจะขยายเป็น 650 ตันต่อวัน ส่งผลให้มีการผลิตรวมทั้งในและต่างประเทศ 4,350 ตันต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัศวิน กล่าวว่า ภาพรวมตลาดบรรจุภัณฑ์อยู่ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท มีอัตราการเติบโต 4-5% อยู่ในระดับที่ไม่หวือหวามากนัก และจะเติบโตมาจากการออกสินค้าที่มีนวัตกรรมและดีไซน์ใหม่ โดยในปี 2561 มียอดขายบรรจุภัณฑ์รวม 2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นขวดแก้ว 1.2 หมื่นล้านบาท เติบโต 8% และแคนอีก 8,000 ล้านบาท เติบโต 6-7% โดยแนวโน้มของบรรจุภัณฑ์แก้วจะมีการขยายตัวได้ดีกว่า เป็นไปตามเทรนด์ความต้องการของผู้บริโภคทั่วไป และขวดแก้วในหลายประเทศแถบยุโรปและอเมริกาก็เติบโตดีมากเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32010</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม, บริษัทเบอร์ลี่ ยุคเกอร์, บีเจซี, อัศวิน เตชะเจริญวิกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181213/image_big_5c11c2681b92c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2018 09:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2018 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> บิ๊กซี โชว์ล้ำใช้บิ๊กดาต้าวิเคราะห์ลูกค้าหวังช่วยเพิ่มยอดขาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บิ๊กซี เอาจริงระบบวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้ารายบุคคล ผนึกนีลเส็น ชูซีสมาร์ทโซลูชั่น หวังช่วยคู่ค้าทำยอดขายดีขึ้น พร้อมขยายฐานสมาชิกบิ๊กการ์ดเป็น 20 ล้านคนปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ในกลุ่มบริษัทบีเจซี เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการยกระดับการทำความเข้าใจผู้บริโภคอย่างเจาะลึกรายบุคคลมากยิ่งขึ้น บริษัทได้ใช้เงินลงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท ในการนำเทคโนโลยีทางด้าน ดาต้า อนาไลติค (Data &amp;nbsp;Analytic) มาวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าบิ๊กซีที่ปัจจุบันมีฐานสมาชิกมากกว่า 17 ล้านคน เพิ่มจากในอดีตที่มีอยู่ประมาณ 12 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการวิเคราะห์ลูกค้าดังกล่าว จะทำให้พันธมิตรหรือคู่ค้าของบิ๊กซีสามารถผลิตสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากมีเครื่องมือวัดที่มีประสิทธิภาพ บริษัทมองว่าการแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกระยะยาวนั้น ผู้ประกอบการต้องทำความเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง หรือเรียกว่าเข้าใจยิ่งกว่าลูกค้าเข้าใจตัวเอง โดยฐานข้อมูลลูกค้าต่างๆ ที่ได้จากการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย จะเป็นหัวใจสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าที่กำลังจะเกิดขึ้น เป็นความร่วมมือกับ นีลเส็น ซึ่งเป็นบริษัทด้านการวัดและวิเคราะห์ข้อมูลระดับโลก ภายใต้ชื่อ ซี สมาร์ท โซลูชั่น (C Smart Solution) โดยเทคโนโลยีใหม่ในครั้งนี้ใช้กับเมืองไทยเป็นประเทศแรกของโลก บริษัทมองว่าการวิเคราะห์ข้อมูลไม่ต้องการเพียงระดับการรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่ต้องสามารถวิเคราะห์ ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้น จนสามารถสร้างเป็นรูปแบบเพื่อคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัศวิน &amp;nbsp;กล่าว่า บริษัทมุ่งมั่นที่จะลงทุนทางด้านนี้อย่างจริงจัง เพื่อจัดเก็บทุกพฤติกรรมของลูกค้าที่เข้าสู่บิ๊กซีทุกช่องทาง เห็นพฤติกรรมการใช้จ่ายของลูกค้าแต่ละวัน แต่ละช่วงเวลา แต่ละสถานที่ มีความเชื่อมโยงกันอย่างไร ทำให้บิ๊กซีเข้าใจและรู้จักลูกค้าจนทำ แคมเปญกับพันธมิตรร้านค้าต่าง ๆ ส่งโปรโมชั่นถึงลูกค้าแบบเฉพาะบุคคลได้ นอกจากนี้วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลใหม่ๆ ที่จะช่วยให้เราเข้าใจและเข้าถึงลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้นำเสนอประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้า ทั้งในแง่การคัดเลือกสินค้า กำหนดราคาและแคมเปญโปรโมชั่นที่เหมาะสมได้ทางหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี หลังจากใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเข้ามาช่วยเสริมศักยภาพทางการดำเนินธุรกิจแล้ว เชื่อว่าจะมีผลให้ฐานสมาชิกเพิ่มเป็น 20 ล้านคนในปีหน้า โดยมีเป้าหมายดึงลูกค้าเก่าที่เคยเป็นสมาชิกกลับมาใช้บริการในบิ๊กซีอีกครั้ง รวมถึงขยายไปสู่ลูกค้าใหม่ๆ และเพิ่มยอดการใช้จ่ายต่อใบเสร็จที่มากขึ้นตามไปด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24120</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซี สมาร์ท โซลูชั่น, บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน), บิ๊กดาต้า, วิเคราะห์ลูกค้า, อัศวิน เตชะเจริญวิกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181213/image_big_5c11c2681b92c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2018 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2018 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เสี่ยเจริญ&quot; ปลื้มบ้านเมืองสงบค้าขายคึกคัก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เสี่ยเจริญ&amp;quot; ปลื้มบ้านเมืองสงบ หนุนการค้าขาย ลุยอัดแคมเปญ &amp;quot;บิ๊กซี&amp;quot; กระตุ้นยอด พร้อมจัดตั้งบริษัทซอสซิ่งสินค้าในจีน พร้อมขยายสาขาเพื่อนบ้านปีหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย. 61- นายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอร์เรจ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สถานการณ์ของประเทศไทยในเวลานี้ ค่อนข้างดี เนื่องจากบ้านเมืองไม่ทะเลาะกัน ก็ทำค้าขายได้ เป็นปัจจัยส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมั่น หากบ้านเมืองยังมีการทะเลาะกันก็จะไม่มีความสุข ขณะเดียวกันก็จะทำการค้าขายไม่ได้ &amp;nbsp;หากถามว่าในช่วงนี้มีปัจจัยที่ต้องกังวลหรือไม่ ก็ต้องบอกว่าไม่มีเรื่องน่ากังวล เพราะทุกคนก็ร่วมมือกันหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี เปิดเผยว่า จากการดำเนินธุรกิจของบิ๊กซีในเมืองไทย 25 ปี โดยในส่วนของบีเจซีได้เข้ามาดูแลมากกว่า 2 ปีแล้วนั้น จึงได้มีการจัดงาน &amp;ldquo;Big C Expo 2018&amp;rdquo; ช้อปหยุดโลก ที่ขนขบวนพาเหรดสินค้าอุปโภคและบริโภคหมวดหมู่ต่างๆ มาจัดจำหน่ายอย่างคึกคักในราคาที่ให้มากกว่าคำว่าถูกกว่า 20,000 รายการ หรือมากกว่า 1 ล้านชิ้น ลดสูงสุดถึง 90% ระหว่างวันที่ 20-23 ก.ย. 2561 เป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายทางหนึ่ง และคาดการณ์ว่าจะสร้างยอดขาย 200 ล้านบาทตลอดการจัดแคมเปญดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ จะมุ่งเน้นเสริมความแข็งแกร่งให้กับบิ๊กซี ทั้งในเรื่องสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง โดยสินค้าใหม่จะถูกนำเข้าจากต่างประเทศให้มากขึ้น เมื่อต้นปี 2561 ที่ผ่านมาได้มีการจัดตั้งบริษัทในประเทศจีน เพื่อทำการซอสซิ่ง (Sourcing) หรือจัดหาสินค้ากลุ่มนอนฟู้ดเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า และกระเป๋าเดินทาง ในราคาพิเศษ คุ้มราคา ผู้บริโภคชาวไทยเข้าถึงได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กลุ่มบีเจซี มีบริษัทลูกอยู่ในหลายประเทศ อาทิ กัมพูชา สปป. ลาว มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง เวียดนาม และจีน ที่มองว่าคงเริ่มจากการทำเทรดดิ้งก่อน หากมีซอลุ่มขนาดใหญ่ ก็อาจมีการลงทุนโรงงานในอนาคต แต่ต้องยอมรับว่าจีนเป็นตลาดที่ใหญ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการยกระดับเรื่องของการบริการ ซึ่งในปีหน้า 2562 จะเดินหน้าปรับปรุงสาขาให้ใหม่อยู่เสมอ รวมถึงบริการที่ลูกค้าเข้ามาใช้บริการบิ๊กซีจะต้องได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการช้อปปิ้งมากขึ้น เป็นหน้าที่ของบริษัทที่ต้องหาปัจจัยบวกที่ทำให้ลูกค้าต้องการกลับมาใช้บริการซ้ำว่ามาจากสาเหตุใด แล้วจึงดำเนินการเพื่อตอบโจทย์สิ่งเหล่านั้น โดยช่วง 2 ปีที่ผ่านมาบิ๊กซีสามารถเพิ่มฐานสมาชิกจาก 10 ล้านคนเป็น 16 ล้านคน และมีเป้าหมายจะทำให้เติบโตมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัศวิน กล่าวว่า การลงทุนขยายธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้าน สำหรับแบรนด์บิ๊กซีจะเริ่มเห็นความชัดเจนได้ช่วงปี 2562 ไม่ว่าจะเป็นในกัมพูชาจำนวน 1 สาขา รูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ต และใน สปป. ลาว อีก 1 สาขา ใช้แบรนด์บิ๊กซีและเป็นรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตเช่นเดียวกัน จากตอนนี้มีซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่ 46 สาขา ขณะที่มาเลเซียน่าจะเป็นทำเลที่ใกล้กับประเทศไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18036</URL_LINK>
                <HASHTAG>Big C Expo 2018, บิ๊กซี, บีเจซี, อัศวิน เตชะเจริญวิกุล, เจริญ สิริวัฒนภักดี, ไทยเบฟเวอร์เรจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180920/image_big_5ba35a8915210.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
