<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85373</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2020 12:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2020 12:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมออัษฏางค์&quot; รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เสียชีวิตกระทันหัน ขณะร่วมวิ่งมินิฮาร์ฟมาราธอน ที่สิงห์บุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29พ.ย.63-เมื่อเวลา9.00น. มีรายงานข่าวจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี ว่าขออนุญาตแจ้งข่าวจาก สคร.4 ได้รับแจ้งจากสสจ.สิงห์บุรีว่า นพ.อัษฎางค์ &amp;nbsp;รวยอาจิน รองอธิบดี กรมควบคุมโรค ซึ่งเข้าร่วมกิจกรรมวิ่ง ถิ่นวีรชน. มินิฮารฟ์มาราธร ครั้งที่ 4 วันที่. 29 พฤศจิกายน. 2563 ณอุทยานวีรชนค่ายบางระจัน. อำเภอค่ายบางระจัน. จังหวัดสิงห์บุรี ได้หมดสติระหว่างวิ่ง &amp;nbsp;แพทย์ได้ทำการปฐมพยาบาล ณ ที่เกิดเหตุและนำส่งถึงโรงพยาบาลค่ายบางระจัน เวลา 06.00 น โดยคนไข้ไม่รู้สึกตัว ได้พยายามทำการฟื้นคืนชีพเพื่อช่วยชีวิต ด้วยการ CPR OnEtTube &amp;nbsp;เป็นเวลา 1ชม.15 นาที และใช้เครื่องกระตุกหัวใจ &amp;nbsp;5 ครั้ง แต่คนไข้ไม่ตอบสนอง เสียชีวิต ด้วยหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน เมื่อเวลา7.15น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85373</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, อัษฏางค์ รวยอาจิณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201129/image_big_5fc31fd09d337.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41618</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2019 16:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2019 16:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ยันยังไม่เคยพบผู้ป่วยอีโบลาในไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;22ก.ค.62- นพ. อัษฏางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มอบหมายให้กรมควบคุมโรค ยกระดับการดำเนินมาตรการเพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาอย่างเข้มข้น เน้นการเฝ้าระวังตามจุดผ่านเข้าประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณสนามบิน หลังจากที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับประเทศไทย ไม่มีรายงานผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาแต่อย่างใด ทั้งนี้ ได้มีการเตรียมความพร้อมอย่างเข้มข้นทุกระดับ โดยดำเนินมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาอย่างต่อเนื่องทุกช่องทางเข้า-ออก ทั้งที่ด่านควบคุมโรคที่สนามบิน ด่านทางน้ำ และด่านพรมแดนทางบก ซึ่งกรมควบคุมโรค ได้ติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาในต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่มีรายงานผู้ป่วยในช่วงเดือนสิงหาคม พ.ศ.2561 ที่ผ่านมา และขอยืนยันถึงระบบป้องกันควบคุมโรคของประเทศไทยว่ามีความเข้มแข็งและได้มาตรฐานสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.อัษฏางค์ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยได้ดำเนินการคัดกรองผู้เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาอย่างเข้มข้น &amp;nbsp;ล่าสุดในปีนี้ที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีผู้เดินทางมาจากพื้นที่ดังกล่าว (ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. &amp;ndash; 8 ก.ค. 62) จำนวน 318 ราย หรือเฉลี่ยสัปดาห์ละประมาณ 10-15 ราย ซึ่งไม่พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาแต่อย่างใด โดยทุกรายจะได้รับการตรวจคัดกรองตามมาตรฐานสากล นอกจากการดำเนินมาตรการที่ด่านควบคุมโรคที่สนามบินแล้ว ในด่านทางน้ำ และด่านพรมแดนทางบก ก็ได้ดำเนินมาตรการอย่างเข้มข้นเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กรณีที่มีรายงานข่าวไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ H1N1 pdm09 ในประเทศเพื่อนบ้าน นั้น กรมควบคุมโรค ได้มอบหมายให้กองระบาดวิทยา และกองโรคติดต่อทั่วไป ติดตามสถานการณ์โรคและกำชับไปยังเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ให้มีการเฝ้าระวังและให้คำแนะนำในการป้องกันโรคกรณีที่พบผู้สงสัยว่าป่วย เนื่องจากโรคไข้หวัดใหญ่ ไม่ใช่โรคติดต่ออันตราย ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 อีกทั้งทางองค์การอนามัยโลก ยังไม่ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับมาตรการการคัดกรองที่ช่องทางเข้า-ออกประเทศ จึงขอแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย หากเจ็บป่วยควรหยุดเรียน หยุดงาน และไม่ควรไปในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก แม้อาการจะไม่มากก็ควรหยุดพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน จนกว่าจะหายเป็นปกติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคำแนะนำสำหรับผู้ที่จะเดินทางจากประเทศไทยไปยังประเทศที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา เนื่องจากองค์การอนามัยโลก ยังไม่มีประกาศห้ามการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาด ผู้ที่จะเดินทางยังสามารถเดินทางไปได้ โดยต้องปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนี้ 1.หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่า ทั้งที่ป่วยหรือไม่ป่วย 2.หลีกเลี่ยงการรับประทานสัตว์ป่าที่ป่วยตายโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะสัตว์จำพวกลิง หรือค้างคาว หรืออาหารเมนูพิสดารที่ใช้สัตว์ป่าหรือสัตว์แปลกๆ มาประกอบอาหาร 3.การหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารคัดหลั่ง เช่น เลือดจากผู้ป่วย สิ่งของเครื่องใช้ของผู้ป่วยที่อาจปนเปื้อนกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วย หรือศพ 4.หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วย หากมีความจำเป็นให้สวมอุปกรณ์ป้องกันร่างกายและล้างมือบ่อยๆ และ 5.หากมีอาการเริ่มป่วย เช่น มีไข้สูง อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ เจ็บคอ อาเจียน ท้องเสีย ภายหลังกลับจากประเทศที่มีการระบาด ให้รีบพบแพทย์ทันที &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากข้อมูลล่าสุดขององค์การอนามัยโลก สถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก พบผู้ป่วยแล้ว 2,522 ราย เสียชีวิต 1,698 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 16 กรกฎาคม 2562) &amp;nbsp;ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41618</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, อัษฏางค์ รวยอาจิณ, อีโบลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190722/image_big_5d3580495a7d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
