<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>12331</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห่วงทีมหมูป่าเหมือนญาติ ทั่วไทยขอพรให้ปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนไทยห่วงใย &amp;quot;13 ชีวิต&amp;quot; เหมือนญาติตัวเอง ทั่วประเทศร่วมตั้งจิตภาวนา สวดมนต์ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้ปลอดภัย นักเรียน ม.ปลายพับนกกระเรียนพันตัวส่งแรงใจ &amp;quot;โจ้ 5 หลา&amp;quot; ให้กำลังใจทีมหมูป่าฯ พร้อมเป็นโค้ชส่วนตัวสานฝันฟุตบอลอาชีพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) มูลนิธิ สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง โพลความห่วงใย 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวน 1,044 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 24-27 มิ.ย. พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.3 สนใจติดตามข่าวช่วย 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง มีเพียงร้อยละ 2.7 ไม่ได้สนใจติดตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ เกินครึ่งหรือร้อยละ 51.4 ติดตามข่าวจนรู้สึกห่วงใยมากที่สุดเหมือนจะเป็นญาติของตนเอง เห็นแล้วตื้นตันใจความช่วยเหลือเกื้อกูลกันของคนไทย, ร้อยละ 45.5 รู้สึกห่วงใยมาก ขณะที่เพียงร้อยละ 3.1 รู้สึกเฉยๆ นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 54.3 รับรู้ถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในชาติช่วยเหลือ 13 ชีวิตติดถ้ำหลวงมากที่สุด ในขณะที่ร้อยละ 44.4 รับรู้มาก และร้อยละ 1.3 รับรู้น้อยถึงไม่รับรู้เลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสอบถามถึงการรับรู้ต่อการทุ่มเททำงานหนักของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 53.7 รับรู้ถึงการทุ่มเททำงานหนักของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากที่สุด และร้อยละ 45.1 รับรู้มาก และร้อยละ 1.2 รับรู้น้อยถึงไม่รู้เลย นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.6 เห็นด้วย ถึงเห็นด้วยอย่างยิ่ง ต่อเหตุการณ์ช่วยชีวิตคนยามฉุกเฉิน ทุกวินาทีมีค่าที่ต้องช่วยเหลือกัน มีเพียงร้อยละ 1.4 ที่ไม่เห็นด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงความปลอดภัยที่ทุกหน่วยงานเกี่ยวข้องกับแหล่งท่องเที่ยว เช่น น้ำตก ภูเขา ถ้ำ และเกาะแก่งต่างๆ ต้องเพิ่มมาตรการความปลอดภัยมากขึ้น พบว่า ร้อยละ 89.3 เห็นด้วยถึงเห็นด้วยอย่างยิ่ง ในขณะที่ร้อยละ 10.7 ไม่เห็นด้วยถึงไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นครราชสีมา ก่อนการประชุมกรมการจังหวัดนครราชสีมาและหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดนครราชสีมา ประจำเดือน มิ.ย. นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ให้หัวหน้าส่วนราชการสังกัดทุกกระทรวงทบวงกรม ทหาร ตำรวจ รัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสถานศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำองค์กร นักเรียน นักศึกษา พ่อค้า คหบดีผู้ที่เข้าร่วมประชุมกว่า 500 คน ได้ลุกขึ้นยืนพนมมือไหว้สวดมนต์ พร้อมสวดอธิษฐานขอพรพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลประทานพรให้เด็กๆ และโค้ชรวม 13 คน รวมถึงผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือน้องๆ ให้ออกจากถ้ำเขาหลวงขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ด้วยความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดเจติยภูมิ หรือวัดพระธาตุขามแก่น &amp;nbsp;ต.บ้านขาม อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น นายศุภชัย ลีเขาสูง นายอำเภอน้ำพอง นำคณะสงฆ์และชาวขอนแก่น รวมกว่า 300 คน ร่วมกันประกอบพิธีสืบต่อดวงชะตา สะเดาะเคราะห์ให้กับทีมหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 ชีวิต ที่ยังคงสูญหายอยู่ภายในถ้ำหลวงฯ โดยพิธีกรรมดังกล่าวเป็นไปตามความเชื่อของชาวอีสาน เพื่อต่อดวงชะตาให้กับทั้ง 13 คน ให้รอดพ้นจากอันตราย กลับบ้านคืนสู่อ้อมอกครอบครัวได้โดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จ.ขอนแก่น นายวัฒนา ช่างเหลา รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ในฐานะประธานสโมสรฟุตบอล ขอนแก่น ยูไนเต็ด ได้จัดทำเสื้อชุดพิเศษ ที่เป็นการนำชุดแข่งทีมในบ้านของสโมสร สีแดง สกรีนหมายเลข 13 ไว้ที่ด้านหลังเสื้อ และทำการสกรีนชื่อทีม &amp;ldquo;MOOPA FC&amp;rdquo; เพื่อส่งกำลังให้กับทีมนักฟุตบอลเยาวชน &amp;ldquo;หมูป่าอะคาเดมี&amp;rdquo; และโค้ช&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัฒนากล่าวว่า ทุกคนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทั้ง 13 คนจะปลอดภัย และกลับสู่อ้อมกอดของคนในครอบครัว และก้าวสู่วงการฟุตบอลตามที่ใฝ่ฝัน ซึ่งสโมสรฟุตบอลขอนแก่นฯ พร้อมรับน้องๆ ทั้ง 12 คนเข้าสู่กระบวนการการเรียนการสอนฟุตบอล และเข้าสู่วงการฟุตบอลอาชีพตามที่แต่ละคนนั้นต้องการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรายุทธ ชัยคำดี หรือ โจ้ 5 หลา อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย หัวหน้าผู้ฝึกสอนสโมสรฟุตบอลขอนแก่นฯ กล่าวว่า ได้ทำคลิปโพสต์ในโซเชียลฯ เพื่อส่งกำลังใจให้กับทั้ง 13 คน และคณะทำงานที่ทำงานกันอย่างหนัก และเพื่อสานฝันให้กับเด็กๆ ทั้ง 12 คน พร้อมที่จะเป็นโค้ชส่วนตัวให้กับทุกคนเพื่อก้าวสู่วงการฟุตบอลอาชีพ และเป็นกำลังหลักของวงการฟุตบอลไทยในอนาคตด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.บุรีรัมย์ นายปัณณทัต วิวัตรชัย ผู้อำนวยการโรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม พร้อมคณะครู บุคลากร และนักเรียนกว่า 3,000 คน พร้อมใจกันร่วมสวดมนต์ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำโรงเรียน และนั่งสมาธิตั้งจิตภาวนาขอให้นักฟุตบอลเยาวชนและโค้ชทีม &amp;ldquo;หมูป่าอะคาเดมี&amp;rdquo; &amp;nbsp; ทั้ง 13 คนปลอดภัย และขอให้เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือทุกคนออกมาได้โดยเร็วด้วย นอกจากนี้นักเรียนยังได้รวมพลังกันตะโกนคำว่า &amp;ldquo;หมูป่าอะคาเดมี สู้ๆ&amp;rdquo; เพื่อให้กำลังใจทั้ง 13 คน รวมถึงครอบครัวของทีมหมูป่าฯ &amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี ดร.พินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ พร้อมใจกันสวดมนต์ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์และยืนสงบนิ่ง ส่งกำลังใจไปให้กับน้องๆ นักฟุตบอลทีมหมูป่าฯ ที่ยังคงติดอยู่ในถ้ำเป็นวันที่ 6 ภาวนาขอให้ทั้ง 13 คน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยที่เข้าไปช่วยเหลือปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณหน้าพระพุทธมหาธรรมราชา พุทธอุทยานเพชบุระ อ.เมืองฯ จ.เพชรบูรณ์ นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมนายอธิวัฒน์ ชิดอรุณธนวัฒน์ อัยการจังหวัดเพชรบูรณ์, นายอดิเทพ กมลเวชช์ ปลัดจังหวัดเพชรบูรณ์ ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการฝ่ายพลเรือน ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนชาวเพชรบูรณ์ พร้อมใจกันตั้งจิตอธิษฐานขอพรต่อหน้าพระพุทธมหาธรรมราชา พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเพชรบูรณ์ ขอให้คุ้มครองปกปักรักษาให้นักฟุตบอลทีมหมูป่าฯ และโค้ช จำนวน 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวงฯ ออกมาจากถ้ำได้สำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.กระบี่ พ.ต.ท.หม่อมหลวงกิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ และนายอัสนาวี มุคุระ ประธานอิสลามประจำจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยผู้นำศาสนา โต๊ะอิหม่าม โต๊ะครู และกรรมการมัสยิดทุกพื้นที่ในจังหวัดกระบี่ ได้มาร่วมกิจกรรมในการจัดงานอิดิ้ลฟิตรี ที่โรงแรมมารีไทม์ปาร์คแอนด์สปารีสอร์ท จังหวัดกระบี่ &amp;nbsp; ทำกิจกรรมสงบนิ่งเพื่ออธิษฐานและขอพรจากพระเจ้า จงดลบันดาลให้เยาวชนทีมฟุตบอลหมูป่าฯ และโค้ชทั้งหมด 13 ชีวิต พร้อมด้วยกองกำลังเจ้าหน้าที่ที่ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือ ให้มีความปลอดภัยและประสบความสำเร็จ ออกมาโดยเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต คณะผู้บริหาร ครู และนักเรียนโรงเรียนกะทู้วิทยา จำนวน 1,180 คน ร่วมสวดมนต์ &amp;ldquo;โมรปริตร&amp;rdquo; &amp;nbsp;ซึ่งเป็นบทสวดมนต์เพื่อความแคล้วคลาด ปลอดภัย พร้อมกับภาวนาและนั่งสมาธิ &amp;nbsp;ส่งจิตให้กับกลุ่มนักฟุตบอลทั้ง13 ชีวิตที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวงฯ ให้ออกมาจากภายในถ้ำอย่างปลอดภัย กลับสู่อ้อมกอดของครอบครัวอันเป็นที่รักต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.พิษณุโลก นักเรียนภาษาญี่ปุ่น ชั้น ม.5 และ ม.6 โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี ได้ร่วมกันพับนกกระเรียนให้ได้มากกว่า 1,000 ตัว ตามความเชื่อของคนญี่ปุ่นว่าเป็นนกศักดิ์สิทธิ์ และเป็นสัญลักษณ์ของการมีอายุยืนยาว ความหวัง ความโชคดี และความสุข เพื่อส่งกำลังใจให้นักฟุตบอลทีมหมูป่าฯ ให้ยังคงมีชีวิตและช่วยเหลือออกมาได้อย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12331</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.พินิจ บุญเลิศ, นครราชสีมา, นพดล กรรณิกา, ปัณณทัต วิวัตรชัย, พ.ต.ท.หม่อมหลวงกิติบดี ประวิตร, วัฒนา ช่างเหลา, วัดเจติยภูมิ, วิเชียร จันทรโณทัย, ศรายุทธ ชัยคำดี, ศุภชัย ลีเขาสูง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดิเทพ กมล, อธิวัฒน์ ชิดอรุณธนวัฒน์, อัสนาวี มุคุระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180628/image_big_5b34f06d8f705.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11032</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิสลาม15จังหวัด ออกแถลงการณ์! ล่ามือฆ่ากก.มุสลิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รอง ปธ.กก.อิสลามปัตตานีอาการน่าห่วง &amp;nbsp; สมาพันธ์อิสลาม 15 จังหวัดเสียขวัญแถลงการณ์เร่งจับมือยิง เผยคนร้ายเพิ่งละหมาดเดินออกจากมัสยิดพร้อมผู้ตาย ขณะที่ตัวแทนจุฬาราชมนตรีลงพื้นที่แก้ปม รร.อนุบาลผู้ปกครองต้านทางการห้ามใส่ฮิญาบ ชี้รัฐต้องมาคุย-รับความต่างอัตลักษณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีคนร้ายแต่งกายเป็นสตรีคลุมผ้าปิดใบหน้าใช้อาวุธปืนยิงนายอดุลเดชร์ เจ๊ะแน รองประธานกรรมการอิสลามปัตตานี หลังจากละหมาดวันศุกร์ที่มัสยิด กระสุนฝังในอาการสาหัสนั้น เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. บรรยากาศที่หน้าห้องไอซียู โรงพยาบาลปัตตานี มีญาติพี่น้อง ลูกศิษย์ และเพื่อนร่วมงานของนายอดุลเดชร์ได้เดินทางมาเยี่ยมเป็นจำนวนมาก แต่ไม่สามารถเข้าไปได้ทั้งหมด เนื่องจากแพทย์เกรงว่าผู้ป่วยอาจจะติดเชื้อได้ อาการล่าสุดปรากฏว่าหน้าบวมจนจำหน้าเดิมไม่ได้ ความดันโลหิตลดลง อาการน่าเป็นห่วง เป็นตายเท่ากัน ซึ่งแพทย์ได้ทำความเข้าใจกับภรรยาและบุตรแล้ว ครอบครัวพร้อมทำใจกับเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น ส่วนสาเหตุการประกบยิง เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล ยังไม่มีความคืบหน้าคดีนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอัสนาวี มุคุระ ประธานสมาพันธ์คณะกรรมการอิสลาม 15 จังหวัดภาคใต้ ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า นายอดุลเดชร์ถูกประกบยิงถึง 3 นัด ถูกที่ศรีษะ คนร้ายเดินออกจากมัสยิดพร้อมกับท่าน ซึ่งไม่มีใครคาดคิดว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้น เพราะทุกคนต่างก็ละหมาดวันศุกร์ร่วมกันด้วย แม้แต่คนร้ายก็ละหมาดวันศุกร์ เป็นเรื่องที่สะเทือนใจแก่ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ ทั้งนี้ ในนามประธานสมาพันธ์ฯ ขอให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในองค์กรคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยได้ติดตามให้ประจักษ์โดยเร็ว มิฉะนั้นคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดคงหมดขวัญและกำลังใจในการทำงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศทั่วไปในตัวเมืองปัตตานี ประชาชนยังดำเนินชีวิตตามปกติ แต่ช่วงนี้สถานการณ์รายวันเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ ทำให้ฝ่ายความมั่นคงเข้มงวดและใช้มาตรการเข้มตรวจสอบรถทุกคันที่ผ่านเส้นทางต่างๆ ในเขตเมืองปัตตานี &amp;nbsp;พร้อมตรวจสอบที่มาที่ไปของยานพาหนะและผู้ขับขี่อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น มีตั้งจุดตรวจจุดสกัดเส้นทางต่างๆ นอกจากนั้นได้ประสานการงานร่วมกับทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง โดยเน้นดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่รอบนอกที่ห่างไกลอย่างเข้มงวด โดยเน้นรักษาความปลอดภัย พร้อมทั้งลาดตระเวนเส้นทางต่างๆ ที่เป็นเส้นทางหลัก ระหว่างจังหวัด ระหว่างอำเภอ พร้อมทั้งตั้งจุดตรวจลอยพื้นที่ที่มีรายงานความเคลื่อนไหวของคนร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ยังคงเกิดเหตุก่อความไม่สงบต่อเนื่อง โดย ร.ต.อ.สาธิต สุรัตนสัญญา รอง สว.สอบสวน สภ.บ้านโสร่ง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พร้อมด้วยตำรวจพิสูจน์หลักฐาน กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อหาพยานหลักฐานเหตุคนร้ายได้ก่อเหตุยิงกันบนถนนชนบท บริเวณพื้นที่ ม.6 บ้านโคกขี้เหล็ก ม.6 ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ 100 สีน้ำเงิน ล้มอยู่กลางถน และพบรอยเลือดเป็นกอง ส่วนคนถูกยิงทราบชื่อว่า นายฮามิ กาซอ อายุ 72 ปี และนางอามีเนาะ กาซอ อายุ 61 ปี ที่อยู่ &amp;nbsp;53 ม.6 ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เป็นสองสามีภรรยา ได้รับบาดเจ็บทั้งสองมีบาดแผลถูกยิงบริเวณลำตัว พลเมืองดีนำส่ง รพ.ศูนย์ยะลา แต่นายฮามิทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายเป็นอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ก่อนเกิดเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์มาทำธุระข้างนอก โดยมีภรรยานั่งซ้อนท้าย เพื่อจะกลับบ้าน พอเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นที่เปลี่ยวและมืด ได้มีคนร้าย 2 คนขี่ จยย.เป็นยานพาหนะประกบ พอได้โอกาสคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนสั้นกระหน่ำยิงทันที 3 นัด เป็นเหตุให้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนสาเหตุเชื่อว่าเป็นการแก้แค้นเรื่องส่วนตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ห้องประชุม สำนักงานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดปัตตานี บ้านทุ่งนเรนทร์ หมู่ที่ 1 ตำบลบ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ดร.วิสุทธิ์ บิลล่าเต๊ะ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงาน สำนักจุฬาราชมนตรี ได้เดินทางลงพื้นที่พบผู้ปกครองโรงเรียนอนุบาลปัตตานี หลังจากที่ได้ยื่นหนังสือถึงจุฬาราชมนตรี ผ่านนายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี กรณีการแต่งกายตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อรับทราบปัญหาและข้อกังวลที่เกิดขึ้น โดยมีนายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี, นายเศรษฐ์ อัลยุฟรี นายก อบจ.ปัตตานี, &amp;nbsp;พ.อ.ชัชพล สว่างโชติ ผู้อำนวยการกองงานมวลชน ศูนย์สันติสุข และผู้ปกครองของนักเรียนโรงเรียนอนุบาล รวมกว่า 50 คน เข้าร่วมประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.วิสุทธิ์ บิลล่าเต๊ะ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงาน สำนักจุฬาราชมนตรี กล่าวว่า เป็นการพบปะผู้ปกครองเพื่อรับฟังปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งทำให้เห็นว่าปัญหาฮิญาบคงไม่ใช่ปัญหาที่จะสร้างความแตกแยกเลย แต่เป็นปัญหาที่รัฐนำมาใช้ประโยชน์ได้ ในฐานะที่เราต้องการสร้างความสมานฉันท์ ความปรองดอง และเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม ที่อุดมด้วยมิตรภาพอันแท้จริง สิ่งต่างๆ เหล่านี้อยากให้ทางภาครัฐได้ตระหนัก อยากจะให้ผู้บริหารโรงเรียนได้ตระหนัก เพราะไม่มีผู้ปกครองคนไหนเลยที่จะสร้างความแตกแยก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่มันก็เป็นธรรมชาติที่คนต่างชาติพันธุ์ต่างชาติศาสนาก็จะมีอัตลักษณ์ที่แตกต่างกันไป ทีนี้ก็เป็นเรื่องที่ว่าจะทำยังไงที่จะทำให้พื้นที่โรงเรียนเด็กๆ อยู่กันได้อย่างมิตรภาพ แสดงออกซึ่งกันและกันในความเป็นพี่น้องร่วมชาติและร่วมสังคม ซึ่งความต่างของอัตลักษณ์เป็นสิ่งที่งดงาม วิธีที่ดีที่สุดคือการเจรจาพูดคุยเพื่อสร้างความเข้าใจ ทั้งในระดับพื้นที่ ระดับโรงเรียนและระดับผู้รับผิดชอบ ที่จะต้องป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด วันนี้เราต้องช่วยกันในระดับนโยบาย จะต้องมาคุยกันว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ที่เห็นต่างได้มีเวทีมาแลกเปลี่ยนกันมากขึ้น วันนี้ก็มีโอกาสได้ชี้แจงกับพี่น้องผู้ปกครองให้อดทน และใช้วิธีที่นุ่มนวล ชี้แจงถึงเหตุผลที่เราจำเป็นต้องคลุมฮิญาบ ซึ่งเป็นหลักศาสนา&amp;quot; ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงาน สำนักจุฬาราชมนตรี ระบุ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11032</URL_LINK>
                <HASHTAG>สมาพันธ์อิสลาม, หนังสือพิมพ์, อัสนาวี มุคุระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180609/image_big_5b1bdba2490ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
