<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 00:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งข้อหาอาผะลักพาตัว พรากผู้เยาว์คดีน้องจีน่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ตร.เชียงใหม่จ่อแจ้งข้อหา &amp;ldquo;อาผะ&amp;rdquo; มืออุ้ม &amp;ldquo;น้องจีน่า&amp;rdquo; พรากผู้เยาว์-ลักพาตัว พร้อมขยายผลหาคนร่วมแก๊ง &amp;ldquo;น้องจูเนียร์&amp;rdquo; พี่ชายให้เบาะแสอีกรอบ สอบผู้ต้องสงสัยเพิ่มญาติ-หมอผี พ่อเผยอาการดีขึ้น มีรอยยุงกัดเต็มตัว ยอมให้อุ้มแล้ว ส่วนคดีปล่อย จนท.ทำงาน
ความคืบหน้ากรณี &amp;ldquo;น้องจีน่า&amp;rdquo; เด็กหญิงอายุ 1 ปี 11 เดือน ถูกลักพาตัวหายออกไปจากบ้านในหมู่บ้านห้วยฝักดาบ ต.อินทขิล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ วันที่ 5 ก.ย.2564 ต่อมานายเสี่ยว หรือ อาผะ อายุ 44 ปี ชาวเมียนมา ผู้ต้องสงสัยสารภาพว่าลักพาตัวน้องไปทิ้งไว้หน้าถ้ำในป่าบนภูเขา จนวันที่ 8 ก.ย. พบน้องจีน่าถูกทิ้งอยู่ลำพังในกระท่อมบนภูเขา ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลจนปลอดภัยแล้วนั้น
วันที่ 9 ก.ย. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ นางสาวแอน น้าของน้องจีน่า ได้พาตัวน้องจูเนียร์ อายุ 4 ปี พี่ชายของน้องจีน่า เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ ภายในห้องศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันการค้ามนุษย์ บก.ภว.จว.เชียงใหม่
พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า วันนี้ทางทีมสหวิชาชีพพร้อมพนักงานสอบสวนเชิญตัวน้องจูเนียร์ อายุ 4 ปี พี่ชายของน้องจีน่า มาสอบปากคำเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้งหลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการสอบปากคำไปแล้วครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ เพื่อขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการและพาตัวน้องจีน่าไป โดยถึงแม้ทางตำรวจจะสามารถจับตัวนายอาผะ หรือเสี่ยว ผู้ต้องหาที่เป็นคนลักพาตัวน้องจีน่าไปได้แล้ว แต่พบว่าช่วงที่นายอาผะถูกจับกุมตัวนั้น กลับมีการไปพบตัวน้องจีน่าอยู่บนกระท่อมร้างบนภูเขาท้ายป่าหมู่บ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เด็กไม่สามารถเดินทางไปได้ด้วยตัวเองและไม่น่าอยู่เพียงลำพังได้โดยไม่มีผู้ดูแล เวลานี้ตำรวจกำลังสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ยังไม่ได้มีการตัดประเด็นใดทิ้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขณะเดียวกันยังได้ทำการสอบสวนตัวลุงและญาติที่เป็นผู้ขึ้นไปพบเจอน้องจีน่าด้วย ส่วนตัวหมอผีที่ทางญาติฝ่ายแม่น้องจีน่าไปถามนั้น จะต้องไปสอบสวนเช่นกัน แต่เบื้องต้นยังไม่มีการออกหมายจับใครเพิ่ม และยังไม่มีการตั้งข้อหากับนายอาผะเพิ่ม ข้อมูลที่ปรากฏไปตามข่าวนั้นตำรวจรับฟัง จะนำมารวบรวมเป็นพยานหลักฐานหาเบาะแสว่าเชื่อมโยงไปถึงใครบ้าง และภายใน 1-2 วันนี้ จะมีการตั้งข้อหาเพิ่มเติมกับนายอาผะ ข้อหาพรากผู้เยาว์และลักพาตัวเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา&amp;quot; พล.ต.ต.พิเชษฐกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุริยะ วงศิลารุ่ง พ่อน้องจีน่า&amp;nbsp;กล่าวว่า หลังพบตัวน้องจีน่า และได้ส่งตัวมารับการรักษาที่โรงพยาบาลนครพิงค์เชียงใหม่ เนื่องจากน้องมีอาการอ่อนเพลียจากการที่ถูกลักพาตัวไปนานถึง 3 วัน เบื้องต้นแพทย์ให้น้ำเกลือ ตรวจร่างกาย พบมีอาการขาดน้ำและมีร่อยรอยบาดแผลถูกบาดด้วยหญ้าหรือกิ่งไม้ตามร่างกาย รวมถึงร่อยรอยของยุงและแมลงกัดเต็มตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันที่พบตัวน้องยังมีอาการผวาคนรอบข้าง แม้แต่พ่อเองก็ไม่ยอมให้อุ้มหรือกอด แต่เช้าวันนี้อาการหวาดผวาลดลง ยอมให้พ่อแม่กอด หมอยังให้น้ำเกลือ แต่ทานอาหารได้เป็นปกติแล้ว อาการขาดน้ำดีขึ้น น้องแข็งแรงและสดชื่นมากกว่าวานนี้ หมอบอกแข็งแรง แต่ให้รอดูอาการต่อ ดูแลสภาพจิตใจจะมีจิตแพทย์เด็กเข้ามาช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจน้องด้วย ทางครอบครัวดีใจที่สุดได้น้องจีน่าคืนมาปลอดภัย ส่วนเรื่องคดีการสอบสวนต่างๆ ขอให้ตำรวจดำเนินการอย่างเต็มที่&amp;quot; นายสุริยะกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116188</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้องจีน่า, พรากผู้เยาว์, รอยยุงกัดเต็มตัว, ลักพาตัว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาการดีขึ้น, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_61382ab02ae64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2021 23:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> 5ช้างอมก๋อยปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ช้าง 5 เชือกกินยาฆ่าหญ้าที่อมก๋อยปลอดภัยแล้ว! ทีมสัตวแพทย์ชี้อาการดีขึ้น กลืนผลไม้ได้แล้ว คาดอีก 2 สัปดาห์ให้กลับบ้านได้ วอนเกษตรกรเลิกใช้สารพิษร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงพยาบาลช้าง สถาบันคชบาลแห่งชาติฯ (ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย) อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ทีมผู้อำนวยการสถาบันคชบาลฯ พร้อมด้วยทีมสัตวแพทย์ของโรงพยาบาลและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) รวมถึงสมาคมสมาพันธ์ช้างไทย ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าอาการบาดเจ็บของช้าง 5 เชือก ซึ่งเป็นช้างบ้านที่กินสารเคมียาฆ่าหญ้า หรือสารพาราควอต ในพื้นที่บ้านโม๊ะผ๊ะโด๊ะ ต.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ วันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา และถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลช้าง ส่วนอีก 2 ตัวเป็นช้างป่า ได้มีการผลักดันให้อยู่ในพื้นที่ ซึ่งอาการบาดเจ็บไม่มากนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสัตวแพทย์ (นสพ.) ดร.ทวีโภค อังควานิช หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์ช้าง สถาบันคชบาลแห่งชาติฯ เปิดเผยว่า ขณะนี้ช้างทั้ง 5 เชือกมีอาการดีขึ้น ตอบสนองต่อยาที่ให้การรักษาดี บางเชือกอนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่ต้องการให้รักษาตัวที่โรงพยาบาลก่อนประมาณ 2 สัปดาห์ เพราะเมื่อแผลภายนอกบริเวณในปาก งวง หายแล้ว ต้องมีการตรวจดูภายใน เพราะไม่แน่ใจว่าช้างเชือกไหนที่มีการกลืนสารพิษเข้าไปบ้าง แต่ที่น่าดีใจคือทุกเชือกอาการดีขึ้นทั้งหมด เดิมลูกช้างพลายวิลลี่ เพศผู้ อายุ 1 ปี ที่มีแผลในปาก โดยเฉพาะที่ลิ้น เพดานและรอบปาก ขณะนี้สามารถกลืนผลไม้ได้ อาการดีขึ้น เช่นเดียวกับแม่ คือ พังคำมูล เพศเมีย อายุ 10 ปี อาการดีขึ้นเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนขั้นตอนการรักษาการให้ยา 4 แนวทาง คือ การให้ยาทางเส้นเลือด การให้สารน้ำเพื่อปรับกรด-เบสในร่างกาย การให้ยากดภูมิ และการให้ยาลดอนุมูลอิสระ เนื่องจากสารพิษที่ช้างกินเข้าไปทำปฏิกิริยาออกซิเจนแล้วไปทำลายอวัยวะภายใน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.นสพ.ดร.ฉัตรโชติ ทิตาราม หัวหน้าศูนย์วิจัยช้างและสัตว์ป่า คณะสัตวแพทยศาสตร์ มช. กล่าวว่า ที่ผ่านมามีช้างที่โดนสารพิษ 25 เชือก ซึ่งหลังจากสถานการณ์โควิด-19 และช้างต้องกลับบ้าน ภายใน 2 ปีนี้มีถึง 10 เชือก ซึ่งเกิดจากสารพิษ โดยเฉพาะยาฆ่าหญ้า สารเคมีทางการเกษตร ทางทีมสัตวแพทย์ขอสนับสนุนให้มีการบอยคอตการใช้สารเคมีที่นำมาใช้ในการเกษตร เพราะที่ผ่านมาเป็นอันตรายทั้งคน พืชและสัตว์ ซึ่งขณะนี้สัตว์ใหญ่อย่างช้างได้รับอันตรายด้วย และขอให้ดูแลเรื่องนี้ให้มากขึ้น หลังจากที่มีการแบนสารพิษเหล่านี้ไปตั้งแต่ มิ.ย.ปีที่แล้ว แต่สารเหล่านี้ยังคงมีการนำมาใช้ หมายความว่ายังมีร้านค้าแอบขาย หรือเกษตรกรมีหลงเหลือเก็บไว้ใช้งานอยู่ หรือไม่ก็ปล่อยทิ้งไว้ไม่มีการจัดการที่ดี ปล่อยทิ้งขว้างจนสัตว์ที่ไม่รู้ไปพบเห็นอาจจะนำมากินและได้รับอันตราย และควาญช้างอย่าปล่อยให้ช้างกินอยู่ตามธรรมชาติแบบปล่อยทิ้ง ต้องหมั่นเข้าไปดูช้างอย่างสม่ำเสมอ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95298</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช้างกินยาฆ่าหญ้า, ทีมสัตวแพทย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาการดีขึ้น, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210307/image_big_6044cffde186c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
