<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เต้นประกาศยืนข้างม็อบ3นิ้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ม็อบทะลุฟ้าสลายแล้ว เล็งรวมตัวใหม่แต่ไม่รู้เมื่อไหร่ &amp;ldquo;ราชทัณฑ์&amp;rdquo; เผยอาการเพนกวินยังปกติ ส่วน &amp;ldquo;ธนาธร&amp;rdquo; เข้ารับทราบข้อกล่าวหามาตรา 112 ยันเฟซบุ๊กไลฟ์เรื่องวัคซีนพระราชทานไม่เข้าข่าย &amp;ldquo;จตุพร&amp;rdquo; เดือดถูกกล่าวหาปลุกไล่ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; วันที่ 4 เม.ย. เพราะรับงานสัมภเวสีเหลี่ยม &amp;ldquo;ทั่นเต้น&amp;rdquo; ประกาศจุดยืนการต่อสู้ไม่เปลี่ยนแปลง รับห่วงใยรุ่นลูก-รุ่นหลานที่สู้เพื่ออิสรภาพ ชี้สัญญาณเปลี่ยนแปลงชัด ถ้าไม่เข้าใจจะเสียหายทั้งระบบไม่เหลือแม้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอังคารที่ 30 มีนาคม บรรยากาศบริเวณโดยรอบทำเนียบรัฐบาลยังคงมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด หลังกลุ่มผู้ชุมนุมหมู่บ้านทะลุฟ้าได้นัดหมายเพื่อทำกิจกรรม &amp;quot;ตะโกนประยุทธ์ออกไป&amp;quot; ในเวลา 14.00 น. โดยเวลา 13.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตู้คอนเทนเนอร์มาวางขวางบริเวณถนนพระราม 5 ฝั่งตรงข้ามทำเนียบฯ ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของกลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้า โดยระหว่างดำเนินการกลุ่มผู้ชุมนุมที่ทยอยมาได้โห่ร้องไม่พอใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.45 น. เริ่มมีมวลชนทยอยกันเดินทางมารอเข้าร่วมชุมนุมเพื่อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1.ปล่อยเพื่อนเรา 2.ประยุทธ์ออกไป และ 3.ยกเลิกมาตรา 112 ทั้งนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมอ่านรายชื่อแกนนำที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนได้ปิดการจราจรที่สะพานชมัยมรุเชฐ ถ.พิษณุโลกฝั่งขาออกมุ่งหน้าไปแยกนางเลิ้ง โดยได้นำตู้คอนเทนเนอร์มาวางปิด 1 ช่องการจราจร รวมถึงมีรถฉีดน้ำควบคุมฝูงชนมาจอดสแตนด์บายไว้ใกล้ประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล ส่วนการสัญจรรถยังคงสัญจรได้ตามปกติในทุกช่องทาง ยกเว้น ถ.พิษณุโลก ที่ปิดการจราจร โดยมีเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนจำนวน 3 กองร้อย หรือ 450 นายดูแลบริเวณโดยรอบ ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมที่เดินทางเข้ามาร่วมกิจกรรมในเบื้องต้นคาดว่ามีประมาณ 100 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 15.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมเดินทะลุฟ้าได้นำรูปแกนนำกลุ่มราษฎรที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำมาติดไว้บริเวณโล่ของเจ้าหน้าที่กองร้อยควบคุมฝูงชน ต่อมาเวลา 15.50 น. ได้ยืนเรียงหน้ากระดานบริเวณสะพานชมั?ยม?รุเช?ฐ?เพื่ออ่านแถลงการณ์?ข้อเรียกร้องเรียก 4 ข้อ คือ 1.ปล่อยเพื่อนเรา 2.จัดทำรัฐธรรมนูญ?ฉบับประชาชน 3.ยกเลิกมาตรา 112 และ 4.พล.อ.ประยุทธ์? จันทร์?โอชาออกไป ?และเล่นดนตรี นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมปูพรมแดง ตั้งเก้าอี้จัดกิจกรรมจำลองการถ่ายรูปคณะรัฐมนตรี (ครม.) ฉบับประชาชน เรียกตัวเองว่าคณะราษมนตรี เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ก่อนจะยุติการชุมนุมในเวลา 16.05 น. โดยหลังจากนี้กลุ่มผู้ชุมนุมเตรียมนัดชุมนุมใหม่ แต่ไม่ยังไม่กำหนดวันและสถานที่ รวมถึงรูปแบบการชุมนุมว่าจะเดินหรือปักหลักชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ แม้กลุ่มทะลุฟ้าจะยุติการชุมนุม แต่กลุ่มอาชีวะยังคงชุมนุมในบริเวณดังกล่าวต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ สน.นางเลิ้ง มีความคืบหน้ากรณีวัยรุ่นชายอายุ 16 ปี โยนระเบิดปิงปองบริเวณแยกสนามม้านางเลิ้งขณะตำรวจสลายการชุมนุมของกลุ่มเดินทะลุฟ้าเมื่อช่วงค่ำวันที่ 28 มี.ค. โดยผู้ก่อเหตุยังไม่เข้ามารับทราบ ทั้งนี้ ตำรวจได้มีวิดีโอบันทึกภาพว่าในการก่อเหตุวัยรุ่นดังกล่าวใส่เสื้อแขนสั้นสีขาว นุ่งกางเกงขายาว สวมหมวกกันน็อกเต็มใบสีขาว ได้จุดระเบิดปิงปองก่อนขว้างมาทางตำรวจก่อนพยายามหลบหนี ซึ่งเยาวชนชาย อายุ 16 ปี เคยก่อเหตุในการชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนีมาแล้วด้วย
&amp;ldquo;เพนกวิน&amp;rdquo;ยังปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน กรมราชทัณฑ์ได้เผยอาการล่าสุดของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน หลังประกาศอดอาหารว่า เมื่อเวลา 07.35 น. เจ้าหน้าที่พยาบาลได้ตรวจติดตามอาการ เบื้องต้นพบว่าเจ้าตัวปฏิเสธการเจาะเลือดตรวจน้ำตาลจากปลายนิ้ว โดยยังมีน้ำหนัก 103 กิโลกรัม สัญญาณชีพโดยทั่วไปปกติ อุณหภูมิร่างกาย 36.5 องศาเซลเซียส อัตราเต้นของหัวใจ 68 ครั้งต่อนาที อัตราการหายใจ 18 ครั้ง/นาที ความดันโลหิต 112/ 66 มิลลิเมตรปรอท ซึ่งนายพริษฐ์ยังนอนหลับพักได้ปกติ มีอาการอ่อนเพลียเล็กน้อย โดยยังคงปฏิเสธการรับประทานอาหาร ยังคงให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำและดื่มเกลือแร่ทดแทน ส่วนอาการผื่นคันบริเวณหน้าอกและผื่นที่หลังขณะนี้ลดลงแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกล่าวถึงกรณี ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.ยุติธรรมประสานนางสุรีรัตน์ ชิวารักษ์ มารดาของนายพริษฐ์ให้เลิกอดอาหารเพราะเป็นห่วงสุขภาพ ว่าทุกคนให้ความเป็นห่วงนายพริษฐ์ เพราะถ้าเกิดเจ็บป่วยขึ้นมาจะเกิดปัญหา โดยได้กำชับไปแล้วต้องไม่มีเหตุอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น และสัปดาห์นี้จะวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ให้ผู้อำนวยการเรือนจำทั้งหมดรับทราบนโยบายและเรียนรู้สิ่งที่เกิดขึ้นให้ทันต่อเหตุการณ์ ไม่ใช่ว่าถ้าถามข้อมูลอะไรก็ไม่ทันการณ์ มันจะเกิดความเสียหาย และต้องปฏิบัติตามระเบียบ เป็นไปตามสิทธิมนุษยชน ซึ่งต้องมีความละเอียด ไม่ให้มีเรื่องของความไม่เข้าใจเกิดขึ้น และต่อความยาวสาวความยืดกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากนายพริษฐ์เจ็บป่วยขึ้นมาโรงพยาบาลกรมราชทัณฑ์มีมาตรฐานเพียงพอหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า เรื่องมาตรฐานโรงพยาบาลดีเหมือนกันหมด ไม่มีปัญหา เพียงแต่เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์มีจำกัดเพียง 1 คนต่อนักโทษ 33 คน ซึ่งจะกำชับให้ดูแลละเอียดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะป้องกันอย่างไรไม่ให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ เพราะล่าสุด น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง ประกาศจะอดอาหารบ้าง นายสมศักดิ์กล่าวว่า ป้องกันอะไรไม่ได้ แต่เราระมัดระวังอย่าให้เขาเป็นอันตราย ก็ทำให้ดีที่สุด และไม่ปล่อยปละละเลย โดยเฉพาะข้อมูล ต้องประสานกันให้รวดเร็วเพื่อป้องกันความไม่เข้าใจ เพราะบางครั้งก็เป็นข่าวไปหลายวัน สร้างความสับสน ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่มีอะไรรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีศาลอาญามีคำสั่งในคำร้องคดีหมายเลขดำ อ.287/2564 ที่นายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มราษฎร ได้เขียนจดหมายร้องถึงศาลขอคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตหวั่นถูกทำร้ายในเรือนจำ จากการที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เข้าตรวจไวรัสโควิด-19 กลางดึกคืนวันที่ 15-16 มี.ค.2564 ว่ากรมราชทัณฑ์อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการจัดทำ Standard Operating Procedures หรือ SOPs เพื่อเป็นระเบียบกลางในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ โดยเฉพาะรายละเอียดขั้นตอนพื้นฐาน เพื่อลดการใช้ดุลพินิจของผู้ปฏิบัติงานให้น้อยลง และให้เป็นมาตรฐานเดียวกันในเรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่งทั่วประเทศ อีกทั้งยังช่วยปรับปรุงระเบียบข้อบังคับที่อาจไม่สอดคล้องกับสภาพสังคม ให้เกิดความเหมาะสมมากขึ้น ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมข้อเสนอแนะจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการทบทวนเอกสารและคำสั่งที่เคยใช้ และเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ปฏิบัติงาน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในช่วงกลางเดือน เม.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม&amp;nbsp; และสิทธิมนุษยชน โพสต์เฟซบุ๊กถึงการเดินทางไปเยี่ยมเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ของคณะอนุ กมธ.การศึกษาการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน และ กมธ.การกฎหมายฯ ว่าได้มีโอกาสทักทายระยะไกลกับนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข, นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ และยังได้พูดคุยทางวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ซึ่งไผ่แจ้งว่าความเป็นอยู่ในเรือนจำถือว่าเป็นไปตามมาตรฐาน กินอิ่ม นอนหลับ แต่อยากอยู่ข้างนอกมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมยังได้เสนอต่อรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ให้ผู้ต้องหาในคดีการเมือง โดยเฉพาะผู้ต้องหาในมาตรา 112 ได้รับความเป็นส่วนตัวในพบปะหารือกับทนาย เนื่องจากผู้ต้องหาไม่ได้รับการประกันตัว จึงจำเป็นต้องใช้เวลาหารือกับทนายมากพอสมควร ซึ่งรองอธิบดีรับไปดำเนินการปรับปรุงต่อไป&amp;rdquo; นายรังสิมันต์โพสต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.นางเลิ้ง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า พร้อมนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ เข้าพบ พ.ต.ท.อธิชย์ ดอนนันชัย รอง ผกก. (สอบสวน) สน.นางเลิ้ง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามกฎหมายอาญามาตรา 112 กรณีไลฟ์สดเฟซบุ๊กบรรยายหัวข้อ &amp;quot;วัคซีนพระราชทาน ใครได้ใครเสีย&amp;quot; บนเพจคณะก้าวหน้าและเพจนายธนาธร
ธนาธรยันไม่เข้าข่าย 112
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวภายหลังให้ปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมงว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้ง 2 ข้อหาตามกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แม้ยืนยันความบริสุทธิ์ใจในการวิพากษ์วิจารณ์แสดงความคิดเห็นเพื่อหวังให้ประชาชนเข้าถึงวัคซีนได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การเปิดประเทศเร็วขึ้น อีกทั้งการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กก็เกิดประโยชน์จริง เพราะหลังจากนั้นรัฐบาลได้ปรับเปลี่ยนการจัดซื้อทำให้ประชาชนเข้าถึงวัคซีนได้รวดเร็วขึ้นกว่ากำหนดเดิม &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ได้นัดนำเอกสารหลักฐานส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อสอบคำให้การอีกครั้งในวันที่ 7 พ.ค.นี้ ผมไม่มีความกังวล และยังยืนยันว่า หากกลับไปฟังการอภิปรายจะไม่มีข้อความใดที่ละเมิดข้อหานี้เลย ส่วนกรณีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ขออนุญาตศาลให้ถอดเฟซบุ๊กไลฟ์นั้น ศาลชั้นต้นตัดสินให้คงคลิปไว้ได้ ส่วนการแจ้งข้อหาวันนี้ก็อยู่ที่ตำรวจว่าจะพิจารณาอย่างไร เพราะผมมีเจตนาดีต่อสังคม สิ่งที่พูดไว้เมื่อ 2 เดือนก่อนเป็นจริงในตอนนี้ หากพึ่งบริษัทใดบริษัทหนึ่งมากเกินไป ก็อาจเป็นความเสี่ยงต่อสังคม&amp;quot; นายธนาธรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้เดินทางมาติดตามการสอบสวนคดี โดยยืนยันว่าให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย&amp;nbsp; เมื่อแจ้งข้อหาเสร็จจะไม่ควบคุมตัว ไม่ใช่ว่าตำรวจมีสองมาตรฐาน หรือเลือกปฏิบัติ เพราะทำตามพยานหลักฐาน ใครจะวิจารณ์ก็เป็นสิทธิ์ ส่วนสาเหตุที่ต้องเข้ามาติดตามคดีด้วยตัวเองนั้น เนื่องจากเป็นคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากมีคดีความมั่นคง ระดับกองบัญชาการต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ถึงการนัดชุมนุมในวันที่ 4 เม.ย. ว่าเป็นเรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องปัจเจกบุคคล ไม่ใช่องค์กร จึงใช้ชื่อเรียกกันว่าสามัคคีประชาชน เพื่อหยุดยั้งการสืบอำนาจต่อไปไปอย่างน้อย 6 ปีหรือมากกว่านั้น และไม่ต้องการคนตระบัดสัตย์ได้อยู่ในอำนาจต่อไป ใครไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ และต้องการสถาปนารัฐธรรมนูญของประชาชน ต้องไปพบกันที่อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม วันที่ 4 เม.ย. เวลา 4 โมงเย็น
&amp;ldquo;ที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดว่าอยากให้บ้านเมืองเป็นแบบเดิมหรือไม่ ถ้าอยากให้บ้านเมืองเกิดอะไรขึ้นแบบเดิม สื่อก็ช่วยขยายให้เขาก็แล้วกัน อยากทบทวนให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้รับทราบไว้ ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ได้ทำตามคำมั่นอะไรที่ให้ไว้กับประชาชน ส่วนที่บางกลุ่มปั่นกระแสใส่ร้ายว่ารับงานจาก ดร.ทักษิณ ชินวัตร อยากบอกว่าอย่ามายัดเยียดกล่าวหากัน อย่ามาใส่ร้าย อย่ามาสกัดขัดขวางด้วยการวิจารณ์สาดเสียเทเสียกัน ผมมีคำถามง่ายๆ ใครอยากใส่เสื้อสีอะไรก็ใส่มา อยากให้ประยุทธ์อยู่ต่อก็ไม่ต้องมา ก็แค่นั้น ไม่มีใครว่าอะไรกัน การมาร่วมกันนั้นเป็นเรื่องของปัจเจก ไม่ใช่เรื่ององค์กร&amp;rdquo; นายจตุพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่สำนักงาน UDD NEWS ห้างสรรพสินค้าเอเวอรี่มอลล์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. พร้อมคณะ แถลงหลังถอดกำไลอีเอ็มคืนสู่อิสรภาพ ว่าขอยืนยันจุดยืนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เคยรู้สึกเสียใจที่เลือกเส้นทางสายนี้ ส่วนกรณีนายจตุพรประกาศนัดถกแนวทางเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ในวันที่ 4 เม.ย.นั้น ตั้งแต่ออกมายังไม่ได้หารือเรื่องแนวทางทางการเมืองกับนายจตุพร มีโทรศัพท์พูดคุยกันบ้างก็ตามประสาพี่น้องเพื่อนมิตรที่กอดคอต่อสู้กันมา ยังไม่ได้พบปะ ยังไม่ได้พูดคุยกัน ดังนั้นการเคลื่อนไหวหรือนัดหมายในวันที่ 4 เม.ย. ได้ทราบเรื่องจากสื่อเท่านั้น ยังไม่ได้รับแจ้งหรือยังไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารใดๆ
เต้นเตือนสัญญาณเปลี่ยนชัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงปรากฏการณ์ของนักศึกษาประชาชนในช่วงเวลานี้ ประเมินหรือไม่ว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน นายณัฐวุฒิกล่าวว่า คงไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะประเมินว่าไปได้ไกลแค่ไหนหรือไม่ เพราะว่าเมื่อพวกเขาออกมายืนบนวิถีการต่อสู้ เมื่อพวกเขาได้วางชีวิตอิสรภาพของตัวเองลงเป็นเดิมพันในการต่อสู้นี้ พวกเขาก็เท่ากันกับตน ถ้าจะพูดได้ จะพูดเพียงว่าภายใต้จุดยืนทางการเมืองที่ไม่เปลี่ยนแปลงของตน และพี่น้องที่ร่วมต่อสู้กันมาจนวันนี้ ขอแสดงตัวเคียงข้างนิสิตนักศึกษาและประชาชนที่กำลังต่อสู้อยู่ในตอนนี้ แต่ขอปฏิเสธข้อกล่าวหาบิดเบือนให้ร้ายป้ายสี ว่าการแสดงท่าทีเช่นนี้หมายถึงการมุ่งร้าย หมายถึงการมุ่งล้มทำลายสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มีโอกาสได้พบกับพวกเขาหลายคนเมื่ออยู่ในเรือนจำ แม้ไม่ได้พูดคุยกันมากนัก แม้แต่ละช่วงเวลาได้พูดคุยกันสั้นๆ แต่ว่าห่วงใยพวกเขา และจากประสบการณ์ชีวิตที่เป็นพ่อคน สิ่งหนึ่งที่เขาปิดบังและปฏิเสธไม่ได้ คือพวกเขายังเป็นเด็ก บางคนถ้ามีลูกเร็วตอน 24-25 ปี พวกเขาถือเป็นลูก ทั้งนี้ ชะตากรรมของคนหนุ่มสาวที่เกิดขึ้นคนรุ่นเราต้องรับผิดชอบ เอาเด็กออกจากห้องขัง แล้วเรามาแก้ปัญหากันแบบผู้ใหญ่ ด้วยเหตุผลและความปรารถนาดีต่อบ้านเมืองอย่างแท้จริง&amp;rdquo; นายณัฐวุฒิกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า เมื่อพลังแห่งความเปลี่ยนแปลงส่งสัญญาณชัดขนาดนี้ กลายเป็นว่าผู้มีอำนาจ กลายเป็นว่ารัฐได้ทุ่มเทใช้กำลัง กฎหมาย ทรัพยากรต่างๆ ใช้ความรุนแรงเพื่อควบคุมทั้งๆ ที่สิ่งที่เป็นจริงความพยายามเข้าใจมันต่างหาก ไม่เชื่อว่าจะมีใครไปล้างสมอง หรือมีอิทธิพลเหนือจิตวิญญาณของคนหนุ่มสาวในวันนี้ จึงถึงขั้นทำให้เขาสามารถเคลื่อนไหวหรือทำอะไรก็ตามแต่คนที่ล้างสมองปรารถนา ไม่ใช่จะท้าทายและออกไปเดินนำหน้าขบวนที่เขากำลังอยู่เวลานี้ แต่พูดจากหัวใจจริงๆ ถ้าหากว่าใครก็ตามจะเห็นว่าการพูดวันนี้ เป็นเรื่องที่เป็นปัญหาร้ายแรงทำลายชาติบ้านเมือง ก็จะไม่เปลี่ยนคำพูด ยืนยันว่าความเปลี่ยนแปลงมันกำลังเกิดขึ้นและเดินเร็ว ถ้าไม่เข้าใจไม่เท่าทันจะพังหมดและเสียหายทั้งระบบไม่เหลือแม้ใครฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การประกาศอยู่เคียงข้างนักศึกษาประชาชนจะมีโอกาสได้เห็นนายณัฐวุฒิขึ้นเวทีประกาศการต่อสู้อีกครั้งหรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า เมื่อเทียบเคียงกับน้องๆ ที่เป็นแกนนำหลักจำนวนมากในขณะนี้ ก็อาวุโสกว่าพวกเขาพอสมควร ความอาวุโสนี้ทำให้ต้องตระหนักกับตัวเองว่าเราต้องรอบคอบรัดกุม และให้เกียรติ พวกเขาต่อสู้กันมา มีประวัติศาสตร์ร่วมกัน มีวันเวลาที่แสดงความกล้าหาญ และแบกรับความเจ็บปวดร่วมกัน คงไม่ใช่วาระที่จะมาประกาศวันนี้ว่าจะไปขึ้นเวทีหรือเป็นแกนนำร่วมกัน มีหน้าที่ต้องเคารพและให้เกียรติพวกเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คงไม่ได้หมายความว่าผมอยู่ๆ จะเดินลงจากโต๊ะแถลงนี้เดินพรวดพราดไปขึ้นเวทีที่น้องๆ เขาสู้กันอยู่ คงไม่ได้หมายความอย่างนั้น แต่อนาคตต่อไปข้างหน้า ถ้าสถานการณ์มันเกิดความจำเป็น ถ้าสถานการณ์มันไม่อาจจะมีวิธีการอื่นๆ ได้ ก็ขอให้เป็นเรื่องอนาคต&amp;rdquo; นายณัฐวุฒิกล่าว.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97821</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม. 112, ม็อบทะลุฟ้า, รวมตัวใหม่, ราชทัณฑ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาการเพนกวิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_60633017bc108.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
