<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 12:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 12:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยุทธ์พงศ์&#039;เย้ย&#039;ปารีณา&#039;คนละชั้น ปัดเป็นองครักษ์พิทักษ์กรมทางหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 ก.ค.64 -ที่รัฐสภา นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะอนุกรรมมาธิการ(กมธ.)ครุภัณฑ์และไอซีที กล่าวถึงสาเหตุการแขวนการพิจารณางบประมาณของกองทัพเรือ และให้ชี้แจงอีกครั้งในวันที่ 27 ก.ค. ว่า เนื่องจากกองทัพเรือไม่ได้นำเอกสารสัญญาซื้อขายเรือดำน้ำลำที่2-3 และเรือแอลพีดี มาชี้แจงต่อกรรมาธิการ ซึ่งขอตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติและความไม่โปร่งใสต่อการใช้งบประมาณแผ่นดิน โดยเฉพาะข้อสังเกตว่าการซื้อขายรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจีเก๊ หรือไม่ ทั้งนี้ วันที่ 25 ก.ค. จะแถลงข่าวและนำหลักฐานที่ชี้ว่าเป็นการซื้อแบบจีทูจีเก๊มาเปิดเผย และขอยืนยันว่าหากกองทัพเรือไม่นำเอกสารดังกล่าวมาชี้แจงคณะกมธ.ก็จะต้องไม่เห็นชอบอนุมัติงบประมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ตั้งฉายาให้เป็น &amp;ldquo;องครักษ์พิทักษ์การจัดซื้อของกรมทางหลวง&amp;rdquo; ว่า ตนไม่ใช่องครักษ์พิทักษ์ แต่กรมทางหลวง(ทล.)ซื้อโดรนเครื่องละ 1 แสนบาท 40 ตัว มูลค่า 4 ล้านบาท ในภารกิจบินสำรวจการจราจร&amp;nbsp; ซึ่งเทียบไม่ได้กับโครงการของกองทัพเรือที่ใช้งบ 4,100 ล้านบาท ยืนยันไม่มีนอกมีในกับกรมทางหลวง และพร้อมให้ตรวจสอบ ตนไม่ได้ทำหน้าที่เอาใจใคร แต่เป็นการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมขอท้าให้น.ส.ปารีณา ยกมือสนับสนุนการจัดซื้อเรือดำน้ำไปเลย และอย่าเล่นการเมืองน้ำเน่า ขอให้ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเอง ว่าตัวเองก็มีปัญหาเช่นกัน&amp;nbsp; โดยเฉพาะกรณี ความไม่โปร่งใสเกี่ยวกับที่ดินฟาร์มไก่ ระหว่างผมกับส.ส.ปารีณา คนละชื่อชั้นกัน&amp;nbsp; ซึ่งผมเคยดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีมาแล้ว&amp;rdquo;นายยุทธพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110832</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซื้อเรือดำน้ำ, น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, อากาศยานไร้คนขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fa58f823425.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 17:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2020 12:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สทป. แสดงศักยภาพความพร้อมจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมระบบอากาศยานไร้คนขับ ตามมาตรฐานสากลแห่งแรกของประเทศและภูมิภาคอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ปัจจุบันเทคโนโลยีระบบอากาศยานไร้คนขับ ถูกนำไปประยุกต์ใช้งานด้านการพัฒนาประเทศ ทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคพลเรือน และเพื่อการพาณิชย์ อีกทั้งมีแนวโน้มในการนำระบบอากาศยานไร้คนขับมาประยุกต์ใช้งานด้านต่าง ๆ อาทิ การบินสำรวจถ่ายภาพ จัดทำแผนที่ 3 มิติ งานด้านการเกษตรกรรม การตรวจสภาวะแวดล้อม เพื่อการช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัย การปราบปรามอาช&amp;shy;ญากรรม ภารกิจด้านการรักษากฎหมายและภารกิจด้านมนุษยธรรมฯลฯ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ หรือ สทป. แสดงศักยภาพความพร้อมจัดตั้งศูนย์ฝึกระบบอากาศยานไร้คนขับ ตามมาตรฐานสากลแห่งแรกของประเทศและภูมิภาคอาเซียน พร้อมพัฒนาบุคลากรผู้ใช้งานระบบอากาศยานไร้คนขับในประเทศไทยที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;พลอากาศเอก ดร.ปรีชา ประดับมุข ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมระบบอากาศยานไร้คนขับ เปิดเผยว่า การนำระบบอากาศยานไร้คนขับมาปฏิบัติภารกิจทั้งทางทหารและพลเรือนนั้น บุคลากรด้านการบินระบบอากาศยานไร้คนขับเป็นองค์ประกอบที่สำคั&amp;shy;ญ เนื่องจากการปฏิบัติงานของระบบอากาศยานไร้คนขับต้องอาศัยบุคลากรที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก เช่น เจ้าหน้าที่ควบคุมและวางแผนการปฏิบัติภารกิจ เจ้าหน้าที่ควบคุมอุปกรณ์ Payload เจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักบินผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งมีความจำเป็นในการควบคุมอากาศยานไร้คนขับ ทั้งการนำเครื่องบินขึ้น &amp;ndash; ลง การกำหนดเส้นทางการบิน และควบคุมอากาศยานในกรณีฉุกเฉิน &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;โดยบุคลากรต้องได้รับการฝึกอบรมพัฒนาให้เป็นไปตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับตามมาตรฐานสากลเพื่อให้มีขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ซึ่งความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคั&amp;shy;ญ เพราะในปี 2558 ประเทศไทยมีบทเรียนที่สำคัญ คือ ได้รับธงแดงจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) สาเหตุมาจากมาตรฐานด้านการบินของไทยมีความเสี่ยงสูงและไม่ปลอดภัย ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย ภายใน 2 ปีที่โดนธงแดงทำให้เกิดการสู&amp;shy;เสียในเชิงเศรษฐกิจเป็นมูลค่าหลายแสนล้านบาท ซึ่งในขณะนั้น ผมได้รับมอบหมายให้เป็นเลขานุการคณะทำงานการแก้ไขปั&amp;shy;ญหาดังกล่าวและเมื่อช่วงต้นปี 2561 ผมได้มีโอกาสเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ จึงได้นำประสบการณ์การทำงานในครั้งนั้นมากำหนดเป็นวิสัยทัศน์และนโยบายการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมระบบอากาศยานไร้คนขับตามมาตรฐานสากลแห่งแรกในประเทศและภูมิภาคอาเซียนขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการในการพัฒนาบุคลากรของกระทรวงกลาโหม หน่วยงานด้านความมั่นคง บุคคลทั่วไป และสามารถรองรับการขยายตัวของการใช้งานภายในประเทศที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เพื่อให้การฝึกอบรมหลักสูตรนักบินอากาศยานไร้คนขับให้แก่หน่วยงานภาครัฐภาคเอกชนมีความปลอดภัย เป็นไปตามมาตรฐานสากลที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เป็นผู้กำหนด &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;สทป. มีขีดความสามารถในการประสานความร่วมมือกับทุกเหล่าทัพ รวมถึงหน่วยงานภายนอกกระทรวงกลาโหมทั้งภาครัฐและเอกชนภายในประเทศ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของเหล่าทัพ รวมทั้งหน่วยงานพลเรือน ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลให้ได้ผลอย่างเป็นรูปธรรม สทป. จึงมีความเหมาะสมที่จะเป็นศูนย์กลางบูรณาการด้านการฝึกอบรมบุคลากรผู้ใช้งานระบบอากาศยานไร้คนขับที่เป็นมาตรฐานสากล ดังนั้น ศูนย์ฝึกอบรมระบบอากาศยานไร้คนขับ (Defence Technology Institute Unmanned Aircraft Systems Training Centre : DTI-UTC) จึงมีความพร้อมในทุกด้าน ทั้งนโยบาย โครงสร้างองค์กร งบประมาณ และบุคลากรที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านการฝึกอบรม การใช้งานระบบอากาศยานไร้คนขับซึ่งเป็นเทคโนโลยีสองทาง (Dual Use) ที่สามารถนำไปใช้งานทั้งทางทหารและพลเรือนในการนำไปประยุกต์ใช้งานด้านการพัฒนาแผนที่ 3 มิติ สร้างแบบจำลองพยากรณ์สถานการณ์ เป็น Solution ในการป้องกันปั&amp;shy;ญหา รวมถึงการนำไปวิจัยและพัฒนาประยุกต์ใช้แก้ไขปั&amp;shy;ญหาในเรื่องต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมด้านเศรษฐกิจและสร้างรายได้ในเชิงธุรกิจ เพื่อการขับเคลื่อนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ด้วยกลยุทธ์ที่สำคั&amp;shy;ญ คือ เน้นการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานหรือลูกค้า ด้วยการสร้างความแตกต่าง ไม่ใช่เพียงแค่การฝึกให้บุคลากรใช้งานอากาศยานไร้คนขับเพื่อถ่ายภาพทั่วไป แต่จะเน้นการพัฒนาผู้เข้ารับการฝึกอบรมด้วยกระบวนการ Competency Based Training ให้มีความรู้ (Head) ความชำนา&amp;shy; (Hand) และทัศนคติที่ถูกต้อง (Heart) เพื่อให้มีขีดความสามารถในการใช้งานระบบอากาศยานไร้คนขับที่เหมาะสมตามภารกิจและวัตถุประสงค์ในการใช้งานการบินอากาศยานไร้คนขับได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงต่ออุบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่ง สทป. มีผู้เชี่ยวชา&amp;shy;เฉพาะด้าน Safety Management System และ Quality Assurance ด้านมาตรฐานการบินจากทั้งภายใน และภายนอก สทป. &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;การฝึกอบรมการบินระบบอากาศยานไร้คนขับของ DTI-UTC หลักสูตรแรก ได้แก่ หลักสูตร Remote Pilot Licence (RPL) ที่ฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎี ภาคการฝึกจำลอง (Simulator) และภาคอากาศ ทั้งแบบ Aeroplane และแบบ Multi Rotor เป็นไปตามหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ในการฝึกอบรมให้แก่กำลังพลของเหล่าทัพ หน่วยงานพลเรือน ภาคเอกชน และบุคคลทั่วไป หลักสูตรที่ 2 คือ หลักสูตรครูการบินระบบอากาศยานไร้คนขับ รวมถึงการดำเนินการภารกิจด้านการศึกษา รวบรวมข้อมูล สร้างเครือข่ายการวิจัยและพัฒนาด้านการฝึกอบรม และการใช้งาน พร้อมทั้งให้ความรู้ บริการ ส่งเสริม สนับสนุน ทดสอบ ซ่อมบำรุง และบูรณาการความร่วมมือในด้านวิจัยและพัฒนา และการประยุกต์ใช้งานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภายในและภายนอกประเทศ มีส่วนร่วมในการพัฒนามาตรฐานด้านการบินระบบอากาศยานไร้คนขับให้กับประเทศ และมิตรประเทศในภูมิภาคอาเซียน โดยบุคลากรของ สทป. มีความพร้อมและมีศักยภาพในทุกด้าน เช่น มีพื้นฐานความรู้และประสบการณ์ในการสอนนักบินให้กับเหล่าทัพ และหน่วยงานความมั่นคงมาแล้วมากกว่า 5 ปี และได้เปิดการฝึกอบรมนักบินโดรนมาแล้วกว่า 6 รุ่นด้วยกัน &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ทั้งนี้ สทป. ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOA) กับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เพื่อร่วมมือในการพัฒนาด้านมาตรฐานการบินโดรนภายในประเทศ ร่วมกับหน่วยงานด้านการบินที่มีชื่อเสียงจากต่างประเทศอีกด้วย โดย สทป. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ในคณะทำงานร่างหลักสูตรไปศึกษาดูงานยังหน่วยงานต่างประเทศ เพื่อเทียบเคียง และสืบค้นมาตรฐานจาก Authority ทั้ง ICAO, FAA, EASA, CASA และ JARUS เพื่อนำมาบูรณาการแสวงหาความร่วมมือ จัดทำร่างหลักสูตรขึ้นใหม่ ปรับเข้าสู่มาตรฐาน นำเข้าขั้นตอนขอรับรองให้เป็นสถาบันฝึกอบรมด้านการบิน (Approved Training Organization) จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็น Regulator ด้านมาตรฐานการบินของประเทศไทย ให้อนุมัติและรับรองหลักสูตร ทำให้ DTI-UTC สามารถเปิดสอนนักบินอากาศยานไร้คนขับได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมีศักดิ์และสิทธิ์ในการให้ใบประกาศนียบัตร (Certificate) แก่ผู้ผ่านการฝึกอบรมเพื่อไปสอบใบอนุ&amp;shy;ญาตจาก CAAT ได้ โดยประเทศไทยจำเป็นจะต้องมีการพัฒนากฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับด้านการบินอากาศยานไร้คนขับ ภายในประเทศให้เป็นไปตามกฎหมายสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปี 2565 ตามวงรอบ ICAO ก็จะกลับมาตรวจสอบมาตรฐานการบินของประเทศไทย หากเราไม่พัฒนาและเตรียมการในเรื่องนี้ตั้งแต่วันนี้ไว้แต่เนิ่น ๆ ลองจินตนาการว่าอีกไม่นานจะเห็นอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรนบินในบ้านเราเต็มไปหมด และหากโดรนเหล่านั้นบินโดยไม่มีมาตรการใด ๆ มาควบคุม หรือบินโดยที่ไม่มีความตระหนักรู้ จะเป็นสาเหตุที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย สร้างความเสียหาย หรือมีการนำโดรนไปแสวงประโยชน์ในทางที่ผิด กลายเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;DTI-UTC ขอเชิ&amp;shy;ญชวนให้ท่านที่ใช้งานโดรน ตระหนักถึงการสร้างมาตรฐานการบินโดรนอย่างปลอดภัยและร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศชาติ เข้ารับการฝึกอบรมนักบินโดรนตามหลักสูตรที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งคาดว่าจะเปิดรับสมัครในช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้ และเริ่มเปิดการฝึกอบรมได้ภายในต้นปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.dti.or.th และ facebook fanpage : Defence Technology Institute โดยการดำเนินงานจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมระบบอากาศยานไร้คนขับที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อดำเนินการให้สอดคล้องและบรรลุ ซึ่งวิสัยทัศน์ของ สทป. คือ &amp;ldquo;เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศในภูมิภาค ตอบสนองความต้องการของกองทัพไทย และพันธมิตรอาเซียน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72819</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลอากาศเอก ดร.ปรีชา ประดับมุข, สทป., อากาศยานไร้คนขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200729/image_big_5f210eff4cfaa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2019 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2019 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดเจ๋ง!ทอ.จัดอากาศยานไร้คนขับบินตรวจสภาพจราจรทั่วประเทศช่วงปีใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27ธ.ค.62-พลอากาศเอก มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ มีความห่วงใยและต้องการให้ประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ มีความสุขและความปลอดภัย จึงได้มอบหมายให้ทุกกองบิน และโรงเรียนการบิน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลประชาชน โดยจัดอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ซึ่งเป็นยุทโธปกรณ์ทางทหาร ทำการบินสำรวจสภาพการจราจรในเส้นทางคมนาคมสายหลักทั่วประเทศ พร้อมส่งข้อมูลภาพแบบ Realtime ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ใช้ประโยชน์ในการวางแผนการอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชน อาทิ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงคมนาคม พร้อมตั้งจุดดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่พี่น้องประชาชน ช่วงเทศกาลปีใหม่ ตามนโยบายของรัฐบาล โดยกำหนดจัดระหว่างวันพุธที่ 25 ธันวาคม 2562ถึงวันศุกร์ที่ 3มกราคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกิจกรรมการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ประจำปี 2563จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ &amp;quot;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;quot; โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งประกอบด้วยชุดแพทย์พยาบาลเพื่อให้บริการทางการแพทย์ ชุดช่างเพื่อให้บริการตรวจเช็คและบำรุงรักษายานพาหนะเบื้องต้น ชุดสารวัตรทหารอากาศเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจรและรักษาความปลอดภัย การให้บริการสอบถามข้อมูลเส้นทาง ตลอดจนบริการกาแฟ น้ำดื่ม ผ้าเย็น และเตียงสนาม สำหรับประชาชนที่จอดพักรถให้ได้พักผ่อน ผ่อนคลายอิริยาบถ รวมถึงการให้บริการห้องสุขาหรือรถสุขาเคลื่อนที่
ทั้งนี้กองทัพอากาศได้จัดตั้งจุดบริการประชาชน ทั้งสิ้น 13จุด บริเวณกองบินทั่วประเทศ และ โรงเรียนการบิน ได้แก่
- ที่ตั้งดอนเมือง จัดตั้งจุดบริการประชาชน
1.บริเวณท่าจอดรถขาออกต่างจังหวัด (ตรงข้ามฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต) อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี๒. บริเวณด้านหน้าสนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี
- กองบิน 1จัดตั้งจุดบริการประชาชน บริเวณสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ปตท. สาขาสวัสดิการ บน.1(ถนนราชสีมา-ปักธงชัย) เส้นทางระหว่างอำเภอเมือง และ อำเภอปักธงชัย ถนนหมายเลข 304จังหวัดนครราชสีมา
- กองบิน 2จัดตั้งจุดบริการประชาชน บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลเขาพระงาม ถนนพหลโยธิน ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี
- กองบิน 4จัดตั้งจุดบริการประชาชน บริเวณข้างบริษัท ส.ใหญ่ยนต์จูนนิ่ง (ช่องทางขาเข้า อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์) และ บริเวณสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงสวัสดิการ กองบิน 4
- กองบิน 5จัดตั้งจุดบริการประชาชน บริเวณชายหาดอ่าวมะนาว ตำบลเกาะหลัก อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
- กองบิน 7จัดตั้งจุดบริการประชาชน บริเวณหน้าช่องทางเข้ากองบิน ๗ ตำบลมะลวน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
- กองบิน 21จัดตั้งจุดบริการประชาชน บริเวณสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ปตท. บริเวณบ้านปลาดุก ระหว่าง อำเภอเมือง และ อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี
- กองบิน 23จัดตั้งจุดบริการประชาชน บริเวณสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ปตท. ถนนทหาร (ขาออก) ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี
- กองบิน 41จัดตั้งจุดบริการประชาชน บริเวณหน้าช่องทางเข้า - ออกที่ ๓ กองบิน 41ถนนมหิดล ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
- กองบิน 46จัดตั้งจุดบริการประชาชน บริเวณสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ปตท.ท่าโพธิ์ ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก
- กองบิน 56จัดตั้งจุดบริการประชาชน บริเวณหน้ากองบิน ๕๖ ถนนชูพันธ์ ตำบลโคกม่วง อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา
- โรงเรียนการบิน จัดตั้งจุดบริการประชาชน บริเวณสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง PT ถนนมาลัยแมน
ตำบลกระตีบ อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม
นอกจากนี้ ยังได้เปิดแหล่งท่องเที่ยวในเขตทหารที่กองทัพอากาศรับผิดชอบ ให้ประชาชนได้ท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยงดเว้นค่าธรรมเนียมการเข้าชม ได้แก่ พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ ดอนเมือง, กิจกรรมขึ้นเขาล้อมหมวก กองบิน 5 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, อุทยานประวัติศาสตร์ กองบิน ๕ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ พระมหาธาตุนภเมทนีดล พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53362</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพอากาศ, พลอากาศเอก มานัต วงษ์วาทย์, สำรวจสภาพการจราจร, อากาศยานไร้คนขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191227/image_big_5e058099189ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50266</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2019 15:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2019 14:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดตัวเครื่องบินF-5THอัพเกรดทันสมัย เทียบชั้นกริพเพน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ย. 62 - ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีบรรจุประจำการเครื่องบินขับไล่ F-5 TH จำนวน 14 ลำ และอากาศยานไร้คนขับแบบ RTAF U1 โดยเครื่องบินขับไล่ F-5 ได้มีการปรับปรุงติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และระบบ Avionics ที่ทันสมัย ระบบป้องกันตนเอง ระบบเรดาร์ใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับเป้าหมาย รวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถในการใช้อาวุธสมัยใหม่ที่มีความแม่นยำสูงและระยะยิงไกล อีกทั้งยังมีขีดความสามารถในการปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (Network Centric Operation) ระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี (Tactical Data Link) เพื่อรองรับการใช้งานระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี (Link-T) เทียบเท่าเครื่องบินขับไล่ GRIPEN 39 C/D ในยุค 4.5 ทั้งนี้โครงการปรับปรุงทั้งหมดจะแล้วเสร็จในปี 2565 โดยF5เป็นเครื่องบินรบของสหรัฐฯ ที่อายุใช้งานเก่าที่สุด ในภูมิภาคนี้เหลือแค่ไทยเพียงประเทศเดียวที่ยังประจำการอยู่และได้มีการพัฒนาปรับปรุงให้ทันสมัยเพื่อยืดอายุใช้งานได้ต่อไปอีก 15 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้กองทัพอากาศ ยังได้ร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศในการสนับสนุน และร่วมมือกันผลิต อากาศยานไร้คนขับแบบ RTAF U1 จำนวน 17 เครื่อง ซึ่งได้รับการออกแบบและผลิตตามมาตรฐาน รวมถึงข้อกำหนดความสมควรเดินอากาศสากล โดยสามารถปฏิบัติภารกิจได้ต่อเนื่อง 8 ชั่วโมง ในรัศมีปฏิบัติการ 100 กิโลเมตร และสามารถวิ่งขึ้นและร่อนลงสนามบินด้วยระบบอัตโนมัติ มีสมรรถนะ และขีดความสามารถในการปฏิบัติการทางทหาร และการปฏิบัติการทางทหารนอกเหนือจากสงคราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อ.มานัต แถลงว่า ทั้งสองโครงการทำด้วยมันสมองคนไทย โดยการอัพเกรด F-5 ครั้งนี้ได้ใช้ร่างกายเดิมของเขา แต่ใส่จิตวิญญาณของกองทัพอากาศเข้าไป ทุกอย่างมีการทำใหม่หมด ถ้าให้ต่างประเทศทำก็คาดว่าจะงบประมาณหลักหมื่นล้านบาท แต่กองทัพอากาศดำเนินการเองก็ใช้งบประมาณประมาณแค่หลักห้าพันล้านบาท ต่อไปจะมีสร้างนักบินรบ วิศวกรต้นแบบ รวมถึงวิศวกรซอฟแวร์ในกองทัพอากาศไทยขึ้น เพื่อคิดค้น ซอฟแวร์แอพพลิเคขั่นที่ฝังอยู่ในอากาศยาน โดยลงลึกถึงระดับ Source code หรือคำสั่งในโปรแกรม ซึ่งเป็นสิ่งที่เราตั้งใจให้ยืนอยู่บนขาของตัวเองให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กองทัพอากาศจะใช้แนวคิดนี้ไปสู่การอัพเกรดเครื่องบิน Alpha Jet ให้เป็น-Multi Role และอัพเกรด Au-23 Peace Maker และในยุทธศาสตร์ปลายปี 2580 กองทัพอากาศน่าจะมีขีดความสามารถในการสร้างอากาศยานของเราเองได้ ไม่จำเป็นต้องผลิตทุกชิ้นส่วน แต่ชิ้นส่วนที่สำคัญอาจต้องผลิตเอง คือมันสมอง นั่นก็คือจิตวิญญาณของเครื่องบินรบทั้งหมด อันเป็นไปตามยุทธศาสตร์ Purchase and Development ไม่ใช่ซื้อ ใช้งบฯอย่างเดียว ต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาต่อยอดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบ.ทอ. กล่าวว่า กองทัพอากาศเดินตามนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์ 20 ปี และยุทธศาสตร์ความมั่นคง แผนปฏิรูปกองทัพ เลยไปถึงยุทธศาสตร์ทอ.ปี 80 เรามีการจัดทำอย่างเป็นรูปธรรม มีแผนโครงการทั้งหมด โครงนี้สำคัญเพราะเป็นโครงการในประเทศ และ เป็นฝีมือคนไทยภาคเอกชนมีความสำคัญ สร้างแรงงานและตำแหน่งงานชั้นดี โดยเราทำเองแม้กระทั่งสายไฟ เราผลิตจากภัยคุกคามบ้านเราและตีโจทย์ออกมา แปลงสู่เทคโนโลยีและชิ้นส่วนอุปกรณ์ มีการเส้นทางการพัฒนาที่ซับซ้อนและใช้เวลาค่อนข้างนานและใช้ความพยายามสูง มีการลงแรง ลงใจ และลงปัญญา ส่วนที่มีการบอกว่าของไทยไม่มีคุณภาพนั้นก็เป็นเป็นการตั้งโจทย์กันเอง ความจริงแล้วคนไทยเป็นคนที่ฉลาดมาก แต่เราไม่ได้สอนให้คนไทยตั้งโจทย์ เรามียุทธศาสตร์ชาติและยุทธศาสตร์กองทัพ ก็ต้องไปดูว่าอะไรอยู่ในยุทธศาสตร์และดึงมาหาคำตอบให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;fด้าน น.อ.นภดร คงสเถียร ผู้รับผิดชอบการจัดตั้งศูนย์อากาศยานไร้คนขับกองทัพอากาศ กล่าวว่า สำหรับอากาศยานไร้คนขับแบบ RTAF U1 ที่ทอ.ร่วมกับเอกชน ในการผลิตและพัฒนา จะนำเข้าประจำการในพื้นที่เดิมของฝูงบิน 206 โดยจะใช้ในภารกิจการฝึกเป็นหลัก และจะดำเนินการจัดตั้ง ศูนย์ฝึกนักบิน UAV ที่เป็นระบบ เพื่อสร้างกำลังพล เพื่อสนับสนุน ฝูงบิน UAV ตามยุทธศาสตร์ของ ทอ. ในการสร้าง นักบิน UAV ในอนาคต สำหรับฝูงบิน 404 เดิม ที่ มี UAV แบบ AeroStar ที่ซื้อจากอิสราเอล ก็จะใช้ในภารกิจปฏิบัติการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อ.สุทธิพันธ์ กฤษณคุปต์ เสนาธิการทหารอากาศ&amp;nbsp;กล่าวว่า UAV U1 ทำโดยคนไทย เกือบ 100% โดยใน อนาคตจะพัฒนาต่อยอด เพื่อทำหน้าที่ในด้านความมั่นคงอื่นๆ แนวคิดที่กองทัพอากาศวางไว้ ทำให้เกิดการพัฒนาต่อยอด ของคนไทยด้วยกัน ยุทโธปกรณ์ปัจจุบันราคาสูง หากไม่คิดพัฒนาด้วยตนเอง ต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง ถ้าเราพัฒนาด้วยตนเองการใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.อ.สุรศักดิ์ เสสะเวช ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาการรบ สำนักนโยบายและแผน กรมยุทธการทหารอากาศ กล่าวว่า เราทำซอฟแวร์ของเราด้วยสมองของคนในกองทัพอากาศ ด้วยวิศวกรคนไทยจะมีการติดตั้งจรวดนำวิถีอากาศสู่อากาศ แบบ IRIS-T ของเยอรมัน และเป็นครั้งแรกของโลกที่ F5ติดอาวุธนำวิถีแบบนี้ รวมถึง Python4 ของอิสราเอล นี่คือจิตวิญญาณ เราต้องการให้อาวุธนำวิถืทั้งสองชาติอยู่บน F5 มีแต่ชาติไทยที่ทำได้ เราก็เอาจิตวิญญาณ กริพเพน ที่มี เน็ตเวิร์ค เซนทริค ซึ่งเราก็เอาจิตวิญญาณมาพัฒนาให้เหมาะสมกับความต้องการทางยุทธวิธีของเรา เช่นเดียวกับ U1 ซึ่งเรามี Aero star และ อากาศยานไร้คนขับอีกแบบที่เรากำลังจะเข้าประจำการ ก็ได้นำจิตวิญญาณ และ ความต้องการทางยุทธการ มาพัฒนาเครื่องที่เรามีอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.อ.สุรพงษ์ ศรีวนิชย์ ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผน สำนักนโยบายและแผน กรมยุทธการทหารอากาศทอ.มียุทธศาสตร์กำลังรบที่ไม่ใช่การจัดหาอย่างเดียว และจะใช้แนวคิด Purchase and development ยกเว้นอากาศยานที่มีสมรรถนะสูง ส่วนไหนที่เราพัฒนาได้ก็จะพัฒนาเอง ทั้งนี้เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณแผ่นดิน การจะใช้จัดหาเครื่องบินใหม่ต้องใช้งบประมาณสูง ทอ.ตระหนักดีว่างบประมาณทั้งหมดเป็นภาษีของประชาชน ยุทธศาสตร์เขียนชัดเจนว่าการจัดสรรงบประมาณในหายุทโธปกรณ์ต้องเป็นไปอย่างคุ้มค่า ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นอากาศยานทุกแบบ เครื่องบินรบ หรือ เซ็นเซอร์ ต้องสนองตอบภารกิจป้องกันประเทศ และพัฒนาประเทศ ช่วยเหลือประชาชน ตามรัฐธรรมนูญ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50266</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทอ., พล.อ.อ.มานัต, อัพเกรด, อากาศยานไร้คนขับ, เครื่องบินF-5TH</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191114/image_big_5dccfef0537df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
