<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96273</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อากาศร้อนจัด ‘อ้วน-สูงอายุ’ เสี่ยงอันตราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กรมควบคุมโรคเตือน 6 กลุ่มเสี่ยง &amp;quot;อ้วน-นักดื่ม-คนงานก่อสร้าง-เด็กเล็ก-คนชรา-ผู้มีโรคประจำตัว&amp;quot; ระวังอันตรายจากอากาศร้อนจัดอาจเป็นฮีตสโตรกถึงตายได้ แนะหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดด ถ้าจำเป็นให้กางร่ม-ใส่หมวก แนะดื่มน้ำมากกว่าปกติชดเชยเหงื่อออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 16 มี.ค. นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการแล้ว ทำให้สภาพอากาศโดยทั่วไปมีอุณหภูมิสูงขึ้นในหลายพื้นที่ ซึ่งประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอาจเจ็บป่วยจากโรคฮีตสโตรก (Heat stroke) เป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัวหรือควบคุมระดับความร้อนภายในร่างกายจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดได้ โดยมีอาการสำคัญ ได้แก่ ตัวร้อน อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเกิน 40 องศาเซลเซียส ทำให้เกิดอาการหน้ามืด เพ้อ กระสับกระส่าย มึนงง หายใจเร็ว หัวใจเต้นผิดจังหวะ ชักเกร็ง ช็อก จนถึงหมดสติ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจทำให้เสียชีวิตได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงมี 6 กลุ่ม ได้แก่ 1.ผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดด เช่น ผู้ที่ทำงานก่อสร้างหรือออกกำลังกาย 2.เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ และผู้สูงอายุ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ดีเท่าคนหนุ่มสาว 3.ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูง 4.ผู้ที่มีภาวะอ้วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งผู้ที่มีภาวะอ้วนและนอนไม่เพียงพอจะส่งผลต่อกลไกควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย และ 6.ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก โดยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะทำให้เส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังขยายตัวได้มากขึ้น ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่สูงกว่าคนที่ไม่ได้ดื่ม ซึ่งในสภาพอากาศที่ร้อนจัด แอลกอฮอล์จะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้รวดเร็ว และออกฤทธิ์กระตุ้นหัวใจให้สูบฉีดเลือดเร็วและแรงขึ้น มีผลทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น หัวใจต้องทำงานหนักเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย อาจทำให้ช็อกและเสียชีวิตได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแพทย์โอภาสกล่าวเพิ่มเติมว่า คำแนะนำสำหรับประชาชนในการดูแลสุขภาพตนเอง ดังนี้ สวมใส่เสื้อผ้าสีอ่อน ระบายความร้อนได้ดี ควรอยู่ในที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ลดหรือเลี่ยงทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงกลางแจ้งนานๆ สวมแว่นกันแดด กางร่ม สวมหมวกปีกกว้าง ควรดื่มน้ำให้มากกว่าปกติเพื่อชดเชยการเสียน้ำในร่างกายจากเหงื่อออก หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด และอย่าทิ้งเด็ก ผู้สูงอายุ หรือสัตว์เลี้ยงไว้ในรถที่จอดไว้กลางแจ้ง เนื่องจากอุณหภูมิภายในรถจะสูงกว่าภายนอก ส่วนผู้ที่ออกกำลังกายควรเลือกในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น เนื่องจากเป็นช่วงที่อากาศไม่ร้อนมากและเป็นเวลาที่เหมาะสม หากสงสัยผู้มีอาการเจ็บป่วยจากภาวะอากาศร้อนควรให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยให้ดื่มน้ำเย็นและเช็ดตัวด้วยน้ำเย็น ให้อยู่ในที่ระบายอากาศที่ดี ถ้ามีอาการรุนแรงหรือหมดสติควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที ทั้งนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96273</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, กลุ่มเสี่ยง, ถึงตายได้, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อันตรายจากอากาศร้อนจัด, อากาศร้อน, อากาศร้อนจัด, อ้วน-สูงอายุ, ฮีตสโตรก, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210316/image_big_6050b53715d2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65589</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2020 07:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2020 07:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตุฯเตือนพายุฤดูร้อนถล่มทุกภาค ลมแรง-ลูกเห็บตก-อากาศร้อนจัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค. 63 - กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า&amp;nbsp; ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือ ในขณะที่บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงไว้ด้วยสำหรับลมตะวันออกยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้. ภาคเหนืออากาศร้อนถึงร้อนจัดหลายพื้นที่ โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่กับมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก ตาก กำแพงเพชรพิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-41 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออากาศร้อนถึงร้อนจัดหลายพื้นที่ โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่กับมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-42 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลางอากาศร้อนถึงร้อนจัดหลายพื้นที่ โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่กับมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี อุทัยธานี และสุพรรณบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 26-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-41 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกอากาศร้อน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่กับมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 27-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาสอุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ พังงา ภูเก็ต ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง อุณหภูมิต่ำสุด 28-30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65589</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฝนฟ้าคะนอง, พายุฤดูร้อน, ลูกเห็บตก, อากาศร้อนจัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1477482218.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2020 07:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2020 07:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯเตือนอากาศร้อนจัด ฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรงทั่วทุกภาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค. 63 - กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า หย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้มีอากาศร้อนโดยทั่วไป และร้อนจัดบางพื้นที่ ในขณะที่มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่งเกิดขึ้นได้ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในระยะนี้ไว้ด้วย สำหรับภาคใต้ ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง เนื่องจากลมตะวันออกยังคงพัดปกคลุม ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมในระยะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณหัวเกาะสุมาตรา มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 4 - 9 พฤษภาคม 2563 และจะเคลื่อนตัวเข้าสู่อ่าวเบงกอลตอนบน ซึ่งจะส่งผลทำให้คลื่นลมในทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น ฝุ่นละอองขนาดเล็กฝุ่นละอองในระยะนี้ เนื่องจากบริเวณประเทศไทยมีฝนตกเป็นระยะๆ ทำให้สภาวะหมอกควันลดลงโดยทั่วไป และคุณภาพอากาศดีขึ้นตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ อากาศร้อนโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-40 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง อากาศร้อนถึงร้อนจัด กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง และสิงห์บุรี อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-41 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64989</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุุนิยมวิทยา, ทุกภาค, ฝนฟ้าคะนอง, อากาศร้อนจัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1477482218.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63659</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2020 07:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2020 07:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตุฯเตือนฝนฟ้าคะนองทุกภาค &#039;เหนือ-กลาง&#039;ร้อนจัด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย. 63 - กรมอุตุนิยมวิทยารายงานลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไปกับมีอากาศร้อนจัดบริเวณภาคเหนือ และภาคกลาง โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก สำหรับภาคใต้มีฝนลดลง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศร้อนถึงร้อนจัดไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 04.00 น. ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าว มีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ในขณะที่มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลเข้ามาปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้มีกำลังอ่อนลง ทำให้ภาคใต้มีฝนลดลงในระยะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ฝุ่นละอองในระยะนี้ ภาคเหนือตอนบนอากาศมีการสะสมฝุ่นละออง/หมอกควันลดลง ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันยังคงน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ อากาศร้อนถึงร้อนจัดหลายพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-41 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง อากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรอยุธยา อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี และระยอง อุณหภูมิต่ำสุด 26-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 27-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63659</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฝนฟ้าคะนอง, ภาคกลาง, ภาคเหนือ, อากาศร้อนจัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1477482218.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62228</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2020 07:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2020 07:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อากาศร้อนจัดฝนฟ้าคะนองทุกภาค! &#039;เหนือ&#039;ฝุ่น-หมอกควันสะสมมาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 เม.ย. 63 - กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ในภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ใกล้สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝุ่นละอองขนาดเล็กฝุ่นละอองในระยะนี้ ลมใต้ และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีกำลังแรง ทำให้การสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันยังคงน้อย ส่วนภาคเหนือตอนบนอากาศลอยตัวขึ้นได้ไม่ดีในตอนเช้า เกิดการสะสมฝุ่นละออง/หมอกควันมาก ส่วนมากทางตอนบนของภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย ตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนืออากาศร้อนถึงร้อนจัดหลายพื้นที่ กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดกำแพงเพชร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-42 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลางอากาศร้อนกับมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-41 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกอากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 27-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62228</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฝนฟ้าคะนอง, ฝุ่น, หมอกควัน, อากาศร้อนจัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1477482218.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35624</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2019 10:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2019 10:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จากพายุปาบึก-ร้อนตับแตกทั้งวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลายเป็นหนึ่งในทอล์คออฟเดอะทาวน์ ในทุกช่องทางการสื่อสารสำหรับเรื่องราวอากาศร้อนจัดในช่วงเดือนเมษายน และยาวมาถึงวันนี้ ที่เป็นเดือนพฤษภาคมในปีนี้&amp;nbsp; จนติดท็อปชาร์ตแฮชแทค #แดดเมืองไทย #ขอโทษนะนี่แดดประเทศไทยหรือไออุ่นจากนรก ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพอากาศร้อนจัดที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือที่ร้อนทะลุ 44 องศาเซลเซียส&amp;nbsp; ส่วนภาคกลาง อีสาน และใต้ ก็มีอากาศร้อนไม่แพ้กัน ขณะที่ชาวกรุงเทพมหานครต้องรับมือกับระดับความร้อนที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียสร้อนกว่าปกติ&amp;nbsp; อากาศที่ร้อนระอุ แถมร้อนตลอดทั้งวัน ทำให้มีผู้ป่วยเป็นโรคลมแดดหรือฮีทสโตรกจนเสียชีวิต&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คำถามมากมายว่า ทำไมประเทศไทยร้อนกว่าปกติหรือร้อนเท่าปีก่อนมั้ย นายบุญธรรม ตั้งล้ำเลิศ นักอุตุนิยมวิทยาชำนาญการ กองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งเฝ้าติดตามสภาพอากาศ ภูมิอากาศ พาไปดูลักษณะอากาศของประเทศไทยชัดๆ&amp;nbsp; โดยเปรียบเทียบกับสถิติอุณหภูมิสูงที่สุดในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย ระหว่าง พ.ศ.2494 -2561 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญธรรม ตั้งล้ำเลิศ นักอุตุนิยมวิทยา นักวิชาการกองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญธรรม กล่าวว่า จากสถิติอุณหภูมิสุงสุดถ้าดูจากเทรนด์อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นมาตลอด โดยสูงกว่าค่าเฉลี่ย 1-2 องศาเซลเซียส&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปีนี้ภาคเหนือมีอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ จ.ลำปาง, ตาก, อุตรดิตถ์ อากาศร้อนมากกว่า 44 องศาเซลเซียส&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเทียบกับเมษายนปี 2559 อุณหภูมิสูงที่สุดที่ จ.แม่ฮ่องสอน อยู่ที่ 44.6 องศาเซลเซียส รองลงมา จ.สุโขทัย อากาศร้อน 44.5 องศาเซลเซียส ฉะนั้น อุณหภูมิสูงสุดปีนี้จึงไม่ได้ทำลายสถิติในอดีต ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์เคยร้อนมาแล้ว&amp;nbsp; ขณะที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมื่อเทียบกับสถิติ พบว่า อุณหภูมิสูงสุดสูงกว่าปีที่แล้ว จ.ปทุมธานีปีที่แล้ว&amp;nbsp; 39 องศาเซลเซียส ปีนี้ทะลุ 41 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ปัญหาสภาพอากาศที่ชัดเจนขึ้นในปีนี้ คือ อดีตกลางวันและกลางคืนอุณหภูมิแตกต่างกันมาก&amp;nbsp; ไม่ได้ร้อนทั้งวัน&amp;nbsp; ไม่เหมือนปัจจุบันที่ลักษณะอากาศมีความร้อนอบอ้าวทั้งวัน ทั้งที่กลางคืนควรจะเย็นลง แต่มันไม่เย็น&amp;nbsp; อุณหภูมิต่ำสุดและสูงสุดใกล้เคียงกัน&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 30-40 องศาเซลเซียส ทำให้คนรู้สึกถึงอากาศที่ร้อนจัด&amp;nbsp; จากแผนข้อมูลภูมิอากาศ แสดงค่าเฉลี่ยอุณหภูมิต่ำสุดของประเทศไทย 22 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อกาลเวลาผ่านมา กรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ อุณหภูมิต่ำสุดสูงเฉลี่ยถึง 25 - 30&amp;nbsp; องศาเซลเซียส แสดงถึงอุณหภูมิที่สูงขึ้นๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถติอุณหภูมิประเทศไทยในรอบ66ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; อากาศร้อนผิดปกติเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศของโลก มีการเปลี่ยนแปลงในหลายรูปแบบ ประชากรของโลกเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp; พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป การสร้างสาธารณูปโภค ถนนหนทาง สิ่งปลูกสร้าง การใช้ชีวิต การใช้พลังงานต่อหน่วยที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล้วนส่งผลทำให้สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไปจากอดีต สิ่งแวดล้อมที่ดี มีปัจจัยแทรกแซงทำให้ลดลง ไม่กลับมาเหมือนเดิม การขาดต้นไม้หรือพื้นที่สีเขียว ทำให้เมืองขาดประสิทธิภาพในการกักเก็บก๊าซคาร์บอนมาอยู่ในเนื้อไม้&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้เกิดการสะสมความร้อน เพราะก๊าซเรือนกระจก นอกจากมาจากก๊าซภาคอุตสาหกรรมแล้ว&amp;nbsp; ยังมาจากไอน้ำและก๊าซคาร์บอน ทำให้ชั้นบรรยากาศมีอุณหภูมิสูงขึ้น ฉะนั้น&amp;nbsp; โอกาสเสี่ยงที่จะเกิดอากาศร้อนจัดกำลังเพิ่มขึ้นทุกขณะ&amp;nbsp; เช่นเดียวกับพฤติกรรมฝนที่เปลี่ยนแปลงไป ปกติฝนตก 1,500 -2,000 มิลลิเมตรต่อปี&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตกเป็นระยะๆ ปัจจุบันตกหนัก ปริมาณฝนมากต่อครั้ง ทำให้การจัดการน้ำทำได้ยากขึ้น ปัจจุบันนี้เรารับผลจากการกระทำในอดีต&amp;nbsp; ถึงลงมือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในปัจจุบัน ก็ไม่ได้หมายความว่า สภาพอากาศที่ดีจะกลับคืนมาใน 5 ปี&amp;nbsp; 10 ปี แต่สิ่งแวดล้อมจะค่อยๆ ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม อุณหภูมิขึ้นแล้ว ขึ้นเลย ไปไม่กลับ ไม่เหมือนวัฏจักรน้ำ ฝน มีขึ้น มีลง&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพความเสียหายจากพายุปาบึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายบุญธรรม กล่าวว่า สภาพอากาศร้อนจัดในประเทศไทย ถ้าร่างกายรับมือกับความอ่อนเพลียจากความร้อนไม่ได้ จะมีอาการโรคลมแดด หรือฮีทสโตรก&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขาดน้ำ ซึ่งต้องได้รับการรักษาโดยด่วน&amp;nbsp; อาจถึงขั้นเสียชีวิต&amp;nbsp; จะต่างกับการเกิดคลื่นความร้อนในยุโรป หรือเขตอบอุ่น ซึ่งอุณหภูมิสูงสุดอยู่ระหว่าง 30-35 องศาเซลเซียส เมื่อคนยุโรปเผชิญปรากฎการณ์คลื่นความร้อน 40 องศาเซลเซียส ระบบร่างกายเปลี่ยนไป รับไม่ไหว เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง ซึ่งประเทศไทยไม่มีผลกระทบเรื่องคลื่นความร้อน&amp;nbsp; เพราะอยู่ในเขตร้อนอยู่แล้ว อุณหภูมิฤดูร้อนอยู่ระหว่าง 35-40 องศาเซลเซลเซียส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพอากาศที่ร้อนจัดไม่ใช่สัญญาณเตือนครั้งแรกจากภาวะเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก&amp;nbsp; นายบุญธรรม กล่าวว่า&amp;nbsp; ปรากฏการณ์พายุโซนร้อนปาบึกที่เกิดขึ้น ในเมื่อเดือนมกราคม 2562&amp;nbsp; ที่ผ่านมา จากปกติที่ฤดูกาลของพายุทางตอนใต้ของไทยมักเกิดขึ้นช่วงปลายปีประมาณเดือนตุลาคม -ธันวาคม&amp;nbsp; ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบ 60 ปี&amp;nbsp; แสดงถึงฤดูกาลของพายุจะเปลี่ยนแปลงไป&amp;nbsp; ถ้ายังจำกันได้ ปี 2505 พายุโซนร้อนแฮเรียตเข้าถล่มภาคใต้สร้างความเสียหาย&amp;nbsp; 27 ปี ต่อมา หรือพ.ศ.2532 พายุไต้ฝุ่นเกย์เข้าชายฝั่งอ่าวไทย จากนั้นอีก 15 ปี พายุไต้ฝุ่นลินดาเข้าไทยเดือนพฤศจิกายน 2547&amp;nbsp; แสดงให้เห็นว่า การสะสมพลังงานที่ทำให้เกิดพายุในทะเลจีนใต้ หรืออ่าวไทยลดลง&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;มาถึงพายุโซนร้อนปาบึก เกิดต้นปี 2562 หรือผ่านมา 15 ปีเหมือนกัน แต่หากมองสถิติย้อนกลับไป 70 ปี&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือน มค. ,ก.พ., มี.ค. ไทยไม่เคยเจอพายุเลย หมายความว่า ภูมิอากาศโลกและจำนวนพายุได้เปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม ต้องเฝ้าติดตามพายุหมุนเขตร้อน หากใน 5-10 ปีนี้มีพายุเข้าไทยช่วงมกราคมอีก จะถือได้ว่า ฤดูกาลเปลี่ยนอย่างถาวรแล้ว ไม่ใช่ชั่วคราว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ในแง่การพยากรณ์อากาศ บุญธรรมบอกว่า ขณะนี้ เหตุการณ์สภาพอากาศเปลี่ยนเร็ว การพยากรณ์ยากขึ้น เนื่องจากลักษณะของตัวแปร การใช้พลังงาน การใช้ประโยชน์ในพื้นดิน ปัจจุบันการพยากรณ์ใช้ข้อมูลเบื้องต้นเข้าไปในแบบจำลอง เป็นข้อมูล 5-10 ปีที่แล้ว แต่โลกปัจจุบันมีคนกว่า 60 ล้านคน และจะเพิ่ม 120 ล้านคน ใน 20 ปีข้างหน้า เพราะฉะนั้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องพัฒนาแบบจำลองให้ทันสมัยตลอดเวลา&amp;nbsp; รวมถึงการประเมินผล ต้องอาศัยข้อมูลนำเข้าที่ดีและทันสมัยมากขึ้น ในแผนงานหรือนโยบายพัฒนาประเทศต้องบูรณาการ&amp;nbsp; และคำนึงถึงประเด็นภูมิอากาศมากขึ้น เพราะสภาวะอากาศทั้งพายุหรือสภาพแล้ง มีผลกระทบต่อพืชพรรณที่ปลูก อย่างพายุเข้าใต้ทุก 15 ปี ชาวสวน ชาวประมง ภาครัฐได้มีการเตรียมพร้อมรับมือในอนาคตหรือไม่ จากการพยากรณ์ฤดูฝนปีนี้&amp;nbsp; ฝนจะมาเร็ว และเกรงว่าฝนจะทิ้งช่วง นับเป็นเรื่องน่ากลัว เกษตรกรต้องเตรียมพร้อม ใช้น้ำท่ากับน้ำเขื่อนให้สมดุลกัน อดีตฝนตกต้องตามฤดูกาล จัดการง่าย เพราะมีความต่อเนื่อง&amp;nbsp; แต่ปัจจุบันฝนสาดเข้ามาทีเดียว แล้วหยุด บริหารน้ำยาก นอกเขตชลประทานควรปลูกพืชใช้น้ำน้อย ลดความเสียหาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถิติการเกิดพายุในรอบ70ปีของไทย และเป็นครั้งแรกที่เกิดพายุ อันหมายถึง&amp;quot;พายุปาบึก&amp;quot;ในช่วงต้นปีนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กลุ่มผู้ใช้น้ำจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากภาวะโลกร้อน การวางแผนรับมือน้ำมาก 5 ปี น้ำน้อย 5 ปี&amp;nbsp; สำคัญ หลายกลุ่มปรับตัวอย่างเกษตรกรอินทรีย์ที่จันทบุรีและตราดมีความรู้เรื่องการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่า น่าห่วงภาคประชาชนปลูกพืชตามกระแส เช่นเดียวกับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่้ภาคเหนือ ห้ามเผาแต่ก็ยังเผาเตรียมที่ทางทำไร่&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้กรมอุตุฯ จะประกาศเตือน รณรงค์ พร้อมให้คำแนะนำ แต่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม&amp;nbsp; ก็ยังต้องให้ความรู้ความเข้าใจกับประชาชน ซึ่งอยากให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุฯ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องที่ได้รับมอบหมายหลัก &amp;quot;นักอุตุนิยมวิทยากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกบทบาทนอกจากนักอุตุนิยมวิทยาแล้ว บุญธรรม ยังสวมหมวกนักวิจัยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ขณะนี้เตรียมจะเสนอโครงการการใช้ข้อมูลเส้นทางพายุในการบริหารจัดการพื้นที่ เสนอขอรับทุนต่อ สกว.&amp;nbsp; แก่นสำคัญ คือ หากมีพายุเข้าภาคใต้&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่ใดต้องเฝ้าระวังคลื่นพายุซัดฝั่ง หรือ Storm surge&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยแบ่งเป็นพายุโซนร้อน พายุดีเปรสชั่น พายุไต้ฝุ่น มีทุกเคส ระดับอ่อน ปานกลาง และแรง โครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดการภัยพิบัติ โดยเฉพาะกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)&amp;nbsp; หากโครงการได้รับทุน ใช้เวลา 2-3 ปี ก็สามารถส่งมอบรูปแบบการบริหารจัดการพื้นที่ให้ได้ ในประเทศที่เจริญแล้วรัฐบาลจัดเตรียมแผนเหล่านี้ไว้หมด ลดความสูญเสีย ซึ่งข้อมูลจากโครงการวิจัยที่จะทำ สามารถปรับใช้ในพื้นที่ภาคเหนือและอีสานได้ด้วย แต่เริ่มนำร่องภาคใต้ก่อน เพราะเผชิญทั้งวาตภัยและสตอร์ม เซิร์จ ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพแสดงอุณหภูมิประเทศไทยที่ร้อนจัดตั้งแต่วันที่ 1 -30 .เมษายน 2562 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35624</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุญธรรม ตั้งล้ำเลิศ นักอุตุนิยมวิทยาชำนาญการ, พายะปาบึก, ภาวะโลกร้อน, อากาศร้อนจัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190512/image_big_5cd78c845ae1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34617</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2019 11:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2019 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนะ6กลุ่มกินน้ำ-ทาครีมกันแดดช่วงหน้าโคตรร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.2562 - นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ในช่วงนี้สภาพอากาศร้อนจัด แดดแรง ประชาชนอาจได้รับความร้อนมากเกินไป มีภาวะขาดน้ำ เสี่ยงต่อการเกิดโรคลมแดดหรือฮีสโตรก (Heat Stroke) โรคเพลียแดด (Heat Exhaustion) โรคตะคริวแดด (Heat Cramps) นอกจากนี้ รังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสียูวีในแสงแดด ซึ่งมีความสำคัญในการสังเคราะห์วิตามินดีที่ผิวหนัง และการสร้างเสริมเนื้อเยื่อกระดูก แต่ก็อาจทำให้ผิวหนังไหม้แดด (Sunburn) และเกิดอันตรายต่อดวงตาได้หากไม่มีการป้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.กล่าวต่อว่า ในการดูแลตนเองในสภาพอากาศร้อน แดดแรง ขอแนะนำประชาชน โดยเฉพาะ 6 กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ 1.ผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดด 2.เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีและผู้สูงอายุ &amp;nbsp;3.ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูง 4.คนอ้วน 5.ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ และ 6.ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดด โดยเฉพาะช่วง 10.00 น. - 14.00 น. ซึ่งอากาศจะร้อนจัด แดดแรง มีปริมาณรังสียูวีเข้มข้น และจะเข้มข้นมากที่สุดในช่วงเที่ยงวัน ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว หรือประมาณ 2 ลิตร สวมใส่เสื้อผ้ามีสีอ่อน ไม่หนา ระบายความร้อนได้ดี สวมแว่นกันแดด สวมหมวก กางร่ม ทาโลชั่นกันแดด หากจำเป็นต้องทำงานกลางแจ้งหรือกลางแดด ขอให้ดื่มน้ำ 1-2 แก้วก่อนออกจากบ้าน และดื่มน้ำเย็น 2 - 4 แก้วทุกชั่วโมง หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดให้เหมาะกับสภาพผิว ซึ่งมีทั้งชนิดครีม โลชั่น เจล บางชนิดมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ คนที่มีผิวค่อนข้างมันหรือเป็นสิว ควรเลือกใช้ชนิดที่เป็นโลชั่นหรือเจล เพราะไม่ทำให้เหนียวเหนอะหนะ ส่วนคนที่มีผิวแห้งควรเลือกใช้ชนิดครีม ซึ่งมีส่วนที่เป็นน้ำมันช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้น ไม่ควรใช้ชนิดที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เพราะจะทำให้ผิวแห้งมากขึ้น และการเลือกผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดให้ดูค่า SPF ที่แสดงถึงความสามารถในการป้องกันการไหม้แดงของผิวหนังจากรังสียูวีบี ซึ่งควรมีค่า 30 ขึ้นไป และค่า PA แสดงถึงความสามารถในการป้องกันการดำคล้ำของผิวหนังจากรังสียูวีเอ ให้มีค่า PA ++ ถึง PA+++ และควรเลือกครีมกันแดดที่มีความทนน้ำทนเหงื่อได้ (water resistant) โดยทาก่อนออกแดด 30 นาที และต้องทาซ้ำทุก 1-2 ชั่วโมงในขณะที่ยังอยู่กลางแจ้ง หรือทาซ้ำทันทีหลังจากที่เหงื่อออกหรือขึ้นจากสระว่ายน้ำ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34617</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภาวะขาดน้ำ, รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข, อากาศร้อนจัด, ฮีสโตรก, แดดแรง, โฆษกกระทรวงสาธารณสุข, โรคลมแดด, ไพศาล ดั่นคุ้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190428/image_big_5cc525174910c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
