<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57353</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหนืออีสานอุณหภูมิลดฮวบ22จว.ภัยแล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศกลับมาหนาวอีก อีสานอุณหภูมิลด 6 องศา ขณะที่ภาคกลางลด 3 องศา ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ปภ.เผย 22 จังหวัดประกาศเขตภัยแล้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา &amp;quot;อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563)&amp;quot; ฉบับที่ 3 ลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 16-19 กุมภาพันธ์ 63 ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศเย็นถึงหนาว กับมีลมแรง สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง และภาคตะวันออกอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายและดูแลสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือระมัดระวังในการเดินเรือและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 17-20 ก.พ.63
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยากรณ์อากาศในรอบสัปดาห์ ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 16-22 ก.พ.63 อากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 10-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 16-22 ก.พ.63 อากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 12-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-13 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 16-22 ก.พ.63 อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส โดยจะมีลมแรงในช่วงวันที่ 17-22 ก.พ. 63 อุณหภูมิต่ำสุด 18-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันที่ 16 ก.พ.63 มีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ในช่วงวันที่ 17-22 ก.พ.63 อากาศเย็นกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในวันที่ 16 ก.พ.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนล่างของภาค ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออกความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 17-22 ก.พ.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่ฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร บริเวณที่ฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 3 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 16-17 ก.พ.63 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร ในช่วงวันที่ 18-22 ก.พ.63 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในวันที่ 16 ก.พ.63 มีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 17-22 ก.พ.63 อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) 22 จังหวัด รวม 128 อำเภอ 676 ตำบล 5,849 หมู่บ้าน/ชุมชน แยกเป็น ภาคเหนือ 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย และเพชรบูรณ์ รวม 37 อำเภอ 169 ตำบล 1,211 หมู่บ้าน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10 จังหวัด ได้แก่ หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม นครราชสีมา บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และศรีสะเกษ รวม 58 อำเภอ 343 ตำบล 3,287 หมู่บ้าน ภาคกลาง 6 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และฉะเชิงเทรา รวม 33 อำเภอ 164 ตำบล 1,351 หมู่บ้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง โดยระดมสรรพกำลัง เครื่องจักรกล ยานพาหนะ และอุปกรณ์ เพื่อแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับสภาพความเสี่ยงของพื้นที่ ทั้งการสูบส่งน้ำ การขุดบ่อน้ำตื้น การขุดบ่อน้ำบาดาล การเป่าล้างบ่อบาดาล และจัดรถบรรทุกน้ำนำน้ำไปเติมยังถังน้ำกลางประจำหมู่บ้านและจุดแจกจ่ายน้ำตามวงรอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอตลอดฤดูแล้ง ตลอดจนรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนเกษตรกรให้ปรับวิถีทำการเกษตรให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยแล้ง สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57353</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ภาคอีสาน, ภาคเหนือ, อากาศกลับมาหนาว, อากาศหนาว, อากาศแปรปรวน, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไทยตอนบน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200216/image_big_5e493ecfae299.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2020 12:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2020 12:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ! หนาวระลอกใหม่ &#039;กรมอุตุฯ&#039; ประกาศเหนือ-อีสานอุณหภูมิลดฮวบ 6-8 องศา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ม.ค.63 - เมื่อเวลา 11.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง &amp;quot;อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 24 &amp;ndash; 27 มกราคม 2563)&amp;quot; ฉบับที่ 2 ระบุว่าในช่วงวันที่ 24-27 มกราคม 2563 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในระยะแรก บริเวณจังหวัดอุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร และมุกดาหาร หลังจากนั้นวันที่ 26-27 มกราคม 2563 อุณหภูมิจะลดลง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 6-8 องศาเซลเซียส กับมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดอุณหภูมิต่ำสุด 1-13 องศาเซลเซียส และมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นบริเวณยอดดอยในภาคเหนือ ส่วนภาคกลางอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง สำหรับเกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ในขณะที่คลื่นอากาศในกระแสลมฝ่ายตะวันตกจะเคลื่อนผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55300</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา, พยากรณ์อากาศ, อากาศหนาว, อากาศแปรปรวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200123/image_big_5e2929847cf2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50470</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อากาศแปรปรวนกทม.ยังไม่หนาวต่ำสุด21</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศยังหนาวเย็นโดยเฉพาะในช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่ภาคใต้มีฝนเพิ่มและฝนตกหนักบางแห่ง คนกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังขัดใจไม่ได้ใส่เสื้อกันหนาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายลักษณะอากาศในรอบสัปดาห์ ดังนี้ &amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 17-18 พฤศจิกายน 62 บริเวณพื้นราบของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส แต่ยังคงมีอากาศเย็นและมีหมอกบางในตอนเช้า กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ส่วนบริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาว สำหรับภาคใต้มีฝนลดลง ในช่วงวันที่ 19-23 พ.ย.62 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส กับมีอากาศหนาวเย็นลงและมีลมแรง สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 19-23 พ.ย.62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลง ส่วนประชาชนบริเวณภาคใต้ขอให้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยากรณ์อากาศ ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 17-18 พ.ย.62 มีอากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 19-32 พ.ย.62 อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส กับมีอากาศเย็นและมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 7-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 17-18 พ.ย.62 มีอากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 19-23 พ.ย.62 อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส มีอากาศเย็นและมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 16-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 17-19 พ.ย.62 มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 20-23 พ.ย.62 อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส กับมีอากาศเย็นในตอนเช้าและมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 17-18 พ.ย.62 อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส กับมีหมอกบางในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 19-23 พ.ย.62 อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส กับมีอากาศเย็นในตอนเช้าและมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 17-18 พ.ย.62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 19-23 พ.ย.62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 17-18 พ.ย.62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 19-23 พ.ย.62 ฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 17-19 พ.ย.62 มีเมฆเป็นส่วนมากกับหมอกบางในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 20-23 พ.ย.62 อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส กับมีอากาศเย็นในตอนเช้าและมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50470</URL_LINK>
                <HASHTAG>excitethaipost, กทม.ยังไม่หนาว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อากาศแปรปรวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191117/image_big_5dd14ce311ac4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 08:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2019 08:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯออกประกาศฉบับ1&#039;อากาศแปรปรวน&#039;เหนือหนาว-ใต้ฝนตกหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.62-กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 1 เรื่อง &amp;quot;อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน และฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม &amp;ndash; 1 พฤศจิกายน 2562)&amp;quot; ระบุว่า ในช่วงวันที่ 29 ต.ค. - 1 พ.ย. 62 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่ในระยะแรก ต่อจากนั้นอุณหภูมิลดลงกับมีลมแรง ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวเย็นในตอนเช้า มีอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยเฉพาะบริเวณยอดดอยและยอดภู ดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมามีคลื่นสูง 1-2 เมตร และตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณชายฝั่งด้านตะวันตกตอนล่างของประเทศฟิลิปปินส์ คาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชัน และจะเคลื่อนลงทะเลจีนใต้ในช่วงวันที่ 28-29 ต.ค. 62 ซึ่งยังไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยในระยะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48984</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฝนตกหนัก, อากาศเย็น, อากาศแปรปรวน, อุณหภูมิลด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181107/image_big_5be23f82d0049.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47784</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนหนักส่งท้าย ช่วง12-15ตค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; กรมอุตุฯ ออกคำเตือนประเทศไทยตอนบนมีอากาศแปรปรวนช่วง 12-15 ต.ค. โดยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและฝนตกหนักบางแห่ง รวมทั้ง กทม.และปริมณฑล หลังจากนั้นอากาศจะเย็นลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง &amp;quot;สภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 12-15 ตุลาคม 2562)&amp;quot; ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2562 ความว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 12-15 ตุลาคม 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่และมีลมกระโชกแรงบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หลังจากนั้นประเทศไทยตอนบนจะมีฝนลดลง โดยบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากสภาพอากาศแปรปรวนเนื่องจากฝนตกหนักกับลมกระโชกแรงและอุณหภูมิลดลง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในระยะนี้ไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้ วันที่ 12-13 ตุลาคม 2562 บริเวณที่มีฝนตกหนักกับมีลมกระโชกแรง ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มหาสารคาม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี &amp;nbsp;ภาคกลาง: จังหวัดชัยนาท นครสวรรค์ อ่างทอง สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา &amp;nbsp;รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา และภูเก็ต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 14-15 ตุลาคม 2562 บริเวณที่มีฝนตกหนักกับมีลมกระโชกแรง ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก ภาคกลาง: จังหวัดอุทัยธานี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก: จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด &amp;nbsp;ภาคใต้: จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนในช่วงวันที่ 12-15 ตุลาคม 2562 ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงในระยะแรก หลังจากนั้นจะมีฝนลดลง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47784</URL_LINK>
                <HASHTAG>12-15 ต.ค., กรมอุตุ, ฝนตกหนักบางแห่ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อากาศแปรปรวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191010/image_big_5d9f346ef295e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46375</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2019 07:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2019 07:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>20 จังหวัดชุ่มฉ่ำ&#039;กรมอุตุฯ&#039;แจ้งฝนตกหนักต่อเนื่องอีก 1 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.62- กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 16 &amp;quot;สภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 26 ก.ย.2562) &amp;quot; ระบุ &amp;nbsp;บริเวณภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคใต้ตอนบน รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งต่อไปอีก 1 วัน ส่วนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบนมีฝนลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในช่วงวันที่ 23-26 ก.ย.2562 ประเทศไทยตอนบนปริมาณฝนลดลง และอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส โดยจะเริ่มจากภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคกลางตอนบนจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากสภาพอากาศแปรปรวนที่มีฝนตกหนัก อุณหภูมิลดลงในช่วงเวลาดังกล่าว &amp;nbsp;และดูแลรักษาสุขภาพในระยะนี้ไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจังหวัดที่มีผลกระทบฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง มีดังนี้ ภาคกลาง: จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม และพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงภาคเหนือ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว ส่งผลทำให้ร่องมรสุมเลื่อนลงไปพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง &amp;nbsp;ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออกยังคงมีสภาพอากาศแปรปรวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ในช่วงวันที่ 23-26 ก.ย.2562 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีปริมาณฝนลดลง และอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส ในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46375</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฝนตก, พยากรณ์อากาศ, อากาศแปรปรวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190715/image_big_5d2c68838098f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46193</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2019 08:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2019 08:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตุฯประกาศเตือนภัยสภาพอากาศแปรปรวนจนถึง 25 ก.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย.62 - &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 5 เรือง &amp;ldquo;สภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 25 กันยายน 2562) &amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า ในช่วงวันที่ 20-22 กันยายน 2562 ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยมีฝนฟ้าคะนองบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก โดยมีลมกระโชกแรงในช่วงวันที่ 21-22 กันยายน 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นในช่วงวันที่ 23-25 กันยายน 2562 ประเทศไทยตอนบน อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส โดยจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคเหนือและภาคกลางตอนบนจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากสภาพอากาศแปรปรวนที่มีฝนตกหนักและอุณหภูมิลดลงในช่วงเวลาดังกล่าว และดูแลรักษาสุขภาพในระยะนี้ไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่ 20 กันยายน 2562 บริเวณที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ พะเยา น่าน พิษณุโลก พิจิตร อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง: จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ อ่างทอง สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงวันที่ 21-22 กันยายน 2562 บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักถึงหนักมากกับมีลมกระโชกแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน พิษณุโลก พิจิตร อุตรดิตถ์ และเพชรบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง: จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี และพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงปกคลุมประเทศลาวและเวียดนามตอนบน ในวันที่ 20-22 กันยายน 2562 จากนั้นบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนชื้น จึงทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศแปรปรวน
จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2562 เวลา 05.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46193</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, อากาศแปรปรวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180922/image_big_5ba5f5f54f18d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
