<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83432</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รักษาความเป็นไทย ปลื้มปีติ‘ในหลวง’ทรงพระอักษรแก่ชาวอุดรที่เฝ้าฯรับเสด็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในหลวง-พระราชินี ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์&amp;nbsp; และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัว จ.อุดรธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งยังพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ 128 ล้านบาท แก่เรือนจำ 19 แห่ง และโรงพยาบาลแม่ข่ายของเรือนจำตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 พ.ย.2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังท่าอากาศยานทหาร ดอนเมือง เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี ณ ที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โดยมีประชาชนเฝ้าฯ รับเสด็จ ณ ท่าอากาศยานทหารกองบิน 23 จังหวัดอุดรธานีจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเสด็จถึงท่าอากาศยานทหารกองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นแท่นทรงรับการถวายความเคารพจากกองทหารเกียรติยศ และทรงตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ แล้วประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จฯ ออกจากท่าอากาศยานทหาร กองบิน 23 ไปยังที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โดยมีนางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา, นายวิเชียร แสงเจริญถาวร อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4, นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม, นายวิรัช ไตรพิทยากุล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี พร้อมข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม เฝ้าฯ รับเสด็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้นเมื่อเสด็จฯ เข้าพลับพลาพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธนวราชบพิตร จากนั้นพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายวิรัช ไตรพิทยากุล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี และนางสาวสาวิตรี ศรีบุญเรือง ผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี ทูลเกล้าฯ ถวายหนังสือที่ระลึก จากนั้นเสด็จฯ ไปยังมณฑลพิธี ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมแผ่นอิฐ ทอง นาก เงิน และแผ่นศิลาฤกษ์ แล้วทรงวางแผ่นอิฐ ทอง นาก เงิน และแผ่นศิลาฤกษ์ ลงในหลุม ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้าย &amp;quot;อาคารที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัว จังหวัดอุดรธานี&amp;quot; แล้วเสด็จฯ เข้าพลับพลาพิธี ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรม กราบบังคมทูลเบิกผู้มีอุปการคุณแก่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานของที่ระลึกจำนวน 120 ราย นายวิเชียร แสงเจริญถาวร อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย และทรงลงพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย ในแผ่นศิลาที่นายวิรัช ไตรพิทยากุล ผู้พิพากหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี ทูลเกล้าฯ ถวาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเสด็จฯ ขึ้นยังห้องประทับรับรอง ชั้น 3 ทรงลงพระปรมาภิไธย และทรงลงพระนามาภิไธย ในสมุดเยี่ยม และพระราชทานพระบรมราชานุญาตฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ศาลยุติธรรม และข้าราชการจังหวัดอุดรธานี ตามลำดับ และก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ นายวิรัช ไตรพิทยากุล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญหลวงพ่อนาคปางนาคปรก ขนาดน้ำหนัก 18.50 กรัม กว้าง 2.5 ซม. สูง 3.9 ซม. หนา 1 มิลลิเมตร กรอบ 8.36 กรัม แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 1 องค์ และทูลเกล้าฯ ถวายผ้าไหมมัดหมี่ขิดทอมือ ลายพญานาค 3 สี ที่ทอโดยนางลานี โสภาพรม หัวหน้ากลุ่มประธานกลุ่มทอผ้าไหมขิดสีชมชื่น อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จำนวน 1 ผืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เดิมศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี เป็นเพียงแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดอุดรธานี ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 ที่ให้จัดตั้งแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวขึ้นในศาลจังหวัดทุกศาล มีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเปิดทำการตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ.2538 ต่อมาในปี พ.ศ.2533 ได้มีการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว โดยกำหนดให้ยกฐานะแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวเป็นศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2533 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.2534 เป็นต้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาคารที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี ตั้งอยู่เลขที่ 569 หมู่ 9 ถ.ทหาร ต.หมากแข้ง อ.เมืองฯ จ.อุดรธานี สร้างอยู่บนที่ราชพัสดุ เนื้อที่ 11 ไร่ 96 ตารางวา เป็นอาคารที่ทำการถาวรสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 3 ชั้น ขนาด 6 บัลลังก์&amp;nbsp; ซึ่งบริเวณด้านหลังอาคารศาลได้สร้างบ้านพักผู้พิพากษา จำนวน 4 หลัง และอาคารชุดพักอาศัยข้าราชการศาลยุติธรรมขนาด 12 หน่วย จำนวน 1 หลัง โดยอำนาจพิจารณาคดีพิพากษาคดี ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี มีเขตอำนาจท้องที่ จ.อุดรธานี รวม 20 อำเภอ ส่งผลให้การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ สวัสดิภาพ และการปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชนสตรี และบุคคลในครอบครัวเป็นไปอย่างทั่วถึงตลอดท้องที่ จ.อุดรธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมราชทัณฑ์ออกเอกสารข่าวโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เกิดขึ้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp; และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงมีพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกล โดยทรงเห็นว่าสุขภาพกาย สุขภาพใจที่ดีนั้น เป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ไม่เว้นแม้แต่ผู้ต้องขัง ซึ่งก็คือประชาชนเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทรงเห็นว่าการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ การพยาบาล รวมไปถึงการได้รับความรู้ในการดูแลสุขภาพของผู้ต้องขัง เป็นสิทธิของผู้ต้องขังที่ควรได้รับเท่าเทียมกับบุคคลภายนอกตามหลักมนุษยธรรม ข้อจำกัดในด้านการได้รับความรู้ด้านสุขอนามัย ตลอดจนการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของผู้ต้องขัง จึงมีความสำคัญที่จะต้องพิจารณาปรับปรุง จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&amp;nbsp; ให้ริเริ่มโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ขึ้น เพื่อเป็นการเติมเต็มสิทธิของผู้ต้องขังให้ได้รับบริการทางสุขภาพ เฉกเช่นประชาชนทั่วไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยกรมราชทัณฑ์ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 217 ล้านบาท ในระยะที่ 1 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2562 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งได้จัดซื้อเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ จำนวน 756 รายการ พระราชทานให้กับเรือนจำทัณฑสถานเป้าหมาย 25 แห่ง ประกอบด้วย เรือนจำความมั่นคงสูงสุด 5 แห่ง, เรือนจำกำหนดโทษสูง 12 แห่ง, ทัณฑสถานหญิง 7 แห่ง และทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ 1 แห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งในปลายปีนี้ โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ได้ดำเนินงานเป็นระยะเวลา 1 ปี พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 128 ล้านบาท เพื่อดำเนินงานโครงการเข้าสู่ระยะที่ 2 สำหรับจัดซื้อเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่เรือนจำ 19 แห่ง และโรงพยาบาลแม่ข่ายของเรือนจำ ซึ่งได้แก่ เรือนจำอำเภอฝาง, เรือนจำอำเภอเทิง, เรือนจำอำเภอแม่สอด, เรือนจำอำเภอสวรรคโลก, เรือนจำอำเภอแม่สะเรียง, เรือนจำอำเภอพล, เรือนจำอำเภอสีคิ้ว, เรือนจำอำเภอนางรอง, เรือนจำอำเภอกันทรลักษ์,&amp;nbsp; เรือนจำอำเภอรัตนบุรี, เรือนจำอำเภอกบินทร์บุรี, เรือนจำอำเภอธัญบุรี, เรือนจำอำเภอทุ่งสง, เรือนจำอำเภอปากพนัง, เรือนจำอำเภอนาทวี, เรือนจำอำเภอเบตง, เรือนจำอำเภอหลังสวน, เรือนจำอำเภอทองผาภูมิ และเรือนจำอำเภอหล่มสัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมราชทัณฑ์ และผู้ต้องราชทัณฑ์ รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ นับเป็นขวัญ กำลังใจ และสิริมงคลของข้าราชการ ผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้ต้องราชทัณฑ์ ที่ต่างพร้อมน้อมรับพระบรมราโชบายใส่เกล้าใส่กระหม่อม นำไปดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และเกิดสัมฤทธิผลต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83432</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิธีวางศิลาฤกษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาคารที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัว, อุดรธานี, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201110/image_big_5faaa4b853eed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
