<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84083</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2020 11:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2020 11:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พพ. คลอดกฎอาคารประหยัดพลังงาน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ย.2563นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยว่า พพ. ได้ริเริ่ม พัฒนา ผลักดัน กฎกระทรวงเกณฑ์การออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน หรือ Building Energy Code : BEC เพื่อเป็นมาตรฐานบังคับใช้กับอาคารขนาดใหญ่ ที่มีการใช้พลังงานสูง ด้วยการกำหนดมาตรฐานและหลักเกณฑ์และวิธีการออกแบบอาคาร เพื่อให้อาคารมีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;และเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2563&amp;nbsp;
กฎกระทรวงกำหนดประเภทหรือขนาดของอาคารและมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการในการออกแบบเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ ๒๕๖๓ ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว และจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค.2564 เป็นต้นไปกับอาคารขนาด 10,000 ตร.ม.ขึ้นไปก่อน และอาคาร 5,000 ตร.ม.ขึ้นไปในปี 2565 และอาคาร 2,000 ตร.ม.ขึ้นไป ในปี 2566 ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สําหรับกฎกระทรวงเกณฑ์การออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน นี้ ได้กําหนดให้อาคารที่จะก่อสร้างใหม่หรือดัดแปลงครอบคลุมอาคาร 9 ประเภท ที่มีขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตร.ม.ขึ้นไป ต้องดําเนินการออกแบบให้เป็นไปตามเกณฑ์ประสิทธิภาพพลังงานขั้นต่ำ ซึ่งครอบคลุมระบบเปลือกอาคาร ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ระบบปรับอากาศ ระบบผลิตน้ําร้อน และการใช้พลังงานหมุนเวียน &amp;nbsp;ทั้งนี้ พพ.ได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการบังคับใช้ กฎกระทรวงฯ ในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยมีดำเนินการ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.จัดตั้งศูนย์ประสานงานการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงานเพื่อให้คําปรึกษาแนะนําและตรวจรับรองแบบอาคารภาครัฐ โดยรับรองผลภายใน 28 วันทําการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.จัดสัมมนาให้ความรู้แนวทางการออกแบบอาคารตามเกณฑ์มาตรฐาน BEC ให้กับเจ้าของอาคาร ผู้ออกแบบ ผู้ผลิตผู้จำหน่ายวัสดุ/อุปกรณ์ สถาปนิก วิศวกร และผู้ที่สนใจทั้งภาครัฐและเอกชน รวมกว่า 3,500 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ฝึกอบรมผู้ตรวจรับรองแบบอาคารให้กับวิศวกรและสถาปนิก มีผู้สำเร็จหลักสูตรแล้วจำนวนกว่า 650 คน มีเป้าหมายจำนวน 1,500 คน ในปี 2566&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.จัดสัมมนาอบรมให้ความรู้ความเข้าใจแนวทางการพิจารณาอนุญาตก่อสร้างอาคารตามเกณฑ์ BEC ให้กับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ปัจจุบันอบรมไปแล้วจำนวนกว่า 2,800 คน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั่วประเทศ มีเป้าหมาย 4,000 คน ภายในปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ลงนามบันทึกความร่วมมือ เพื่อสร้างเครือข่ายส่งเสริมและสนับสนุนการออกแบบอาคารตามเกณฑ์ BEC ร่วมกับภาคเอกชนและภาครัฐ มากกว่า 30 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.นำร่องให้บริการตรวจประเมินแบบอาคารตามเกณฑ์ BECกับอาคารภาครัฐและภาคเอกชนที่สมัครใจ ตั้งแต่ปี 2552&amp;ndash;2563 มีจำนวนกว่า 850 อาคาร มีผลประหยัด 630 ล้านหน่วย หรือประมาณ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;54 ktoe/ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.จัดงานมอบฉลากแบบอาคารอนุรักษพลังงาน (BEC Awards) ให้แก่อาคารที่ผ่านการตรวจการประเมินแบบอาคาร และมีผลประหยัดสูงกว่าเกณฑ์BEC (ร้อยละ 30 ขึ้นไป) ดำเนินการตั้งแต่ปี 2559-2562 รวมมากกว่า 130 อาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า กฎกระทรวงBECดังกล่าว จะช่วยให้เจ้าของอาคารและผู้ใช้อาคารจะจ่ายค่าไฟลดลงอย่างน้อยร้อยละ 10 ส่วนประเทศไทยเราก็จะประหยัดพลังงานมากขึ้น และมีเป้าหมายตามแผนEEP2018 ว่าภายใน 20 ปี จะสามารถประหยัดไฟฟ้าได้รวม 13,700 ล้านหน่วย คิดเป็น 1,166 ktoe หรือคิดเป็นเงินกว่า 47,000 ล้านบาท ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 7,282 ตัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84083</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ, อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.), อาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201117/image_big_5fb34c8f3285b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
