<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115381</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2021 10:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2021 10:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อาจารย์นิด้า&#039; ร้อง กสทช.สอบผู้ประกาศข่าวด้อยค่าสถาบัน เผยขรก.ระดับสูงอึดอัดใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.64 -&amp;nbsp;ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์เฟซบุ๊กว่า เมื่อคืนนี้ (1 ก.ย.) กัลยาณมิตรท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นข้าราชการระดับสูง ได้แจ้งผมเข้ามาว่า มีรายการข่าวทางโทรทัศน์ช่องหนึ่ง (ช่องที่เคยเรียกผมว่านักวิชาเกิน และช่วงหลังมานี้ทำข่าวด้วยอคติจนเนื้อหาผิดพลาดอย่างร้ายแรงหลายครั้ง จนทางการต้องออกมาบอกว่าเป็นข่าวปลอม) ได้มีการกล่าวข้อความที่ไม่เหมาะสม คือหลังจากนำเสนอข่าวของรายการในช่วงแรกเสร็จ ก่อนจะตัดเข้าสู่ช่วงข่าวในพระราชสำนัก ผู้ประกาศคนหนึ่งได้กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;quot;เราจะมาเจอกันอีกรอบนึง เป็นยกสอง ของ (ชื่อรายการ) หลังข่าวในพระราชสำนักนะครับ&amp;quot;&amp;nbsp;และกล่าวต่อไปว่า &amp;quot;พักไปอาบน้ำอาบท่า แป๊บเดียวเท่านั้น แล้วเดี๋ยวมาพบเจอกับ (ชื่อผู้ประกาศ) กันต่อ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งความหมาย หากใครฟังก็คงเข้าใจได้ว่า ช่วงข่าวในพระราชสำนัก เป็นช่วงที่ไม่มีความสำคัญ ไม่ต้องดู ไปอาบน้ำ ไปทำอะไรอย่างอื่นก่อน จบแล้วค่อยมาดูข่าวกันต่อ ซึ่งไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ก็เป็นความไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางคนอาจจะคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ อาจจะเป็นแค่การพูด &amp;quot;หลุดปาก&amp;quot; แต่หากผู้ประกาศข่าวเผยแพร่ความคิดเช่นนี้ต่อคนจำนวนมากไปเรื่อยๆ ก็เป็นการด้อยค่า กัดเซาะ บ่อนทำลายความสำคัญของสถาบันหลักของชาติอย่างแน่นอน และคำว่า &amp;quot;หลุดปาก&amp;quot; จริงๆแล้วก็คือการแสดงตัวตนของบุคคลคนนั้นนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าราชการท่านนี้จึงบอกผมว่า ฟังแล้วอึดอัดใจมาก จึงมาปรึกษาผมว่าควรจะทำอย่างไร ตัวท่านเองก็ได้แจ้งทางผู้บังคับบัญชาไปอีกชั้นหนึ่งด้วย&amp;nbsp;
ผมจึงได้ร้องเรียนต่อ กสทช. ในนามประชาชนคนหนึ่งที่จงรักภักดี และจะคอยติดตามผลแนวทางการดำเนินการของ กสทช. ในกรณีนี้ ว่าจะให้ความสำคัญมากน้อยเพียงใด และจะแจ้งให้ทุกท่านทราบผลต่อไปครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115381</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวในพระราชสำนัก, ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต, อาจารย์นิด้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b572b3f08f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2020 09:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2020 09:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อาจารย์นิด้า&#039;เผยเหตุใดเราทุกคนจึงต้องช่วยกันรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ย.63- ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนาคณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) NIDA โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warat Karuchit &amp;nbsp;ว่า เหตุใดเราทุกคนจึงต้องช่วยกันรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การรักษาวัฒนธรรม คือการรักษาชาติ&amp;quot;
พระราชดำรัส ในหลวงรัชกาลที่ 9&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำกล่าวนี้ เรียบง่าย แต่เป็นสัจธรรมที่จริงแท้อย่างยิ่ง เนื่องจากองค์ประกอบสำคัญที่สุดของการดำรงอยู่ของ &amp;quot;ชาติ&amp;quot; ไม่ใช่คน หรือไม่ใช่ดินแดน แต่เป็น &amp;quot;วัฒนธรรม&amp;quot; เพราะ คนในชาติ หากไร้วัฒนธรรมที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของชาติแล้ว ก็ไม่อาจนับว่าเป็น &amp;quot;ชาติ&amp;quot; ได้ แต่ &amp;quot;คน&amp;quot; เปรียบเสมือนกับพาหนะ ที่นำพา &amp;quot;วัฒนธรรม&amp;quot; นั้นถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น และไม่ใช่ดินแดน เพราะหาก &amp;quot;วัฒนธรรม&amp;quot; ของชาติใดยังคงอยู่ แม้ไม่มีดินแดนของตนเอง (เช่นมอญ) แต่ &amp;quot;ความเป็นชาติ&amp;quot; นั้นก็ยังได้รับการจดจำอยู่ ต่างจากชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่มที่ถูกกระบวนการกลืนกินทางวัฒนธรรม (acculturation) จนวัฒนธรรมตนเองค่อยๆสูญสลายหายไปพร้อมกับความเป็นชาติ เหลือให้เห็นแต่ในหนังสือหรือพิพิธภัณฑ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้ การทำลายชาติที่ได้ผลที่สุด ก็คือการ &amp;quot;ทำลายวัฒนธรรม&amp;quot; ของชาติ ซึ่งเราปฏิเสธไม่ได้ว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นส่วนสำคัญ อาจจะเรียกได้ว่าสำคัญที่สุด ของ &amp;quot;วัฒนธรรมไทย&amp;quot; ตั้งแต่สมัยสุโขทัยเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ประวัติศาสตร์ของชาติไทยนั้นก็คือประวัติศาสตร์ของพระมหากษัตริย์ในแต่ละยุคสมัย ก่อให้เกิดศิลปะ จารีต ค่านิยมต่างๆ รวมไปถึงโครงสร้างของสังคมไทย ซึ่งเป็นโครงสร้างสังคมที่มีระดับชั้นต่างๆ (Hierarchical Structure) ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดในสังคม หรือแม้กระทั่งในศาสนา ไม่ใช่แค่สูง-ต่ำ แต่ถือลำดับ ก่อน-หลัง ซึ่งทั้งหมดนี้ แปลงออกมากลายเป็นคำว่า &amp;quot;กาลเทศะ&amp;quot; &amp;quot;มารยาท&amp;quot; &amp;quot;ความเหมาะสม&amp;quot; &amp;quot;ความเกรงใจ&amp;quot; &amp;quot;ของสูง-ของต่ำ&amp;quot; และคนไทยต่างเรียนรู้ที่จะ &amp;quot;มีความรับผิดชอบ&amp;quot; ในการรักษาวัฒนธรรมและโครงสร้างของสังคมนี้ไว้ ซึ่งเราเรียกว่า &amp;quot;หน้าที่พลเมือง&amp;quot; ซึ่งกาลเทศะ และโครงสร้างสังคมแบบมีระดับชั้นนี้ เป็นคนละเรื่องกับความเท่าเทียมของสังคม (ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน แต่ต่างกันไปตามบริบทและปัจจัยทางสังคม โดยไม่ถูกละเมิดสิทธิ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่แน่นอนว่า วัฒนธรรมมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกระแสปัจจัยต่างๆ แต่การปรับตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป จะทำให้เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่เกิดความขัดแย้งขึ้นในสังคม แต่หากเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันทันที จะก่อให้เกิดการขาดสะบั้นของวัฒนธรรม และส่งผลเสียหายอย่างรุนแรงต่อความเป็นชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรืออาจกล่าวได้ว่า &amp;quot;การทำลายชาติที่ก่อให้เกิดผลรุนแรงที่สุดต่อชาติไทย&amp;quot; ก็คือ &amp;quot;การทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;quot; นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้ คนไทยทุกคน ไม่ว่าจะคิดเห็นอย่างไรต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ก็ตาม มีหน้าที่เหมือนกันทุกคน คือต้องช่วยกันประคับประคอง ธำรงรักษาเสาหลักของวัฒนธรรมไทย คือสถาบันพระมหากษัตริย์ (ที่หมายความถึงทั้งระบบ ไม่ใช่แค่เพียงพระมหากษัตริย์พระองค์ใดพระองค์หนึ่ง) ให้คงอยู่ต่อไปได้อย่างเข้มแข็งในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย เพื่อรักษา &amp;ldquo;ความเป็นชาติไทย&amp;rdquo; ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์มาหลายร้อยปี และให้เราคนไทยทุกคนได้เกิดความภูมิใจในทุกวันนี้ไว้อีกตราบนานเท่านาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะ &amp;quot;ความเข้มแข็งของสถาบันพระมหากษัตริย์ คือความเข้มแข็งของวัฒนธรรม และชาติไทย&amp;quot;.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84842</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต., สถาบันพระมหากษัตริย์, อาจารย์นิด้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190315/image_big_5c8afc51485ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34249</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2019 09:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2019 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาจารย์นิด้ากางไทม์ไลน์&#039;ธนาธร&#039;ซิ่งรถโอนหุ้นก็อาจจะเป็นไปได้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เม.ย.62- &amp;nbsp; ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต อาจารย์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warat Karuchit ว่าถ้าธนาธรออกจาก อ.สตึก ขึ้นรถกลับกรุงเทพฯ จริง เขาออกจาก อ.สตึกเวลาเท่าไหร่ หากเราได้คำตอบนี้ก็จะสามารถบอกได้ว่าคำชี้แจงนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพิจารณาจากหลักฐานต่างๆแล้ว ณ ตอนนี้อาจกล่าวได้ว่า เวลาที่เร็วที่สุดที่ธนาธรออกจาก อ.สตึก คือเวลาประมาณ 10.15 น. ของวันที่ 8 มค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเข้าไปดูคลิปที่ธนาธรปราศรัยที่ อ.สตึกแล้ว เริ่มต้นที่เวลา 9.15 น. (รูป 1) ธนาธรใช้เวลาประมาณ 30 นาที แล้วก็ออกไป (รูป 2) ซึ่งพิธีกรบอกว่า ต้องกลับกรุงเทพ เพราะมีนัดสัมภาษณ์สื่อ
https://www.facebook.com/PageBuriram/videos/2447776281961900/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นน่าจะให้สัมภาษณ์สื่ออีกอย่างน้อยก็น่าจะประมาณ 30 นาที (รูป 3) ซึ่งดูจากแสงแดดที่ค่อนข้างแข็งแล้วไม่น่าจะเป็นการสัมภาษณ์ก่อนเริ่ม (แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานว่าให้สัมภาษณ์เวลาใด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นถ้ารถผ่านด่านธัญบุรีเวลา 14.57 น. เร็วที่สุดที่ทำได้ คือเดินทาง 402 กม. โดยใช้เวลา 4 ชม. 42 นาที หรือความเร็วเฉลี่ยประมาณ 80 กม./ชม. โดยไม่หยุดพัก ไม่เจอรถติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ ก็อาจจะเป็นไปได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้น หรือหมายถึงว่าต้องมีการโอนหุ้นในวันที่ 8 มค. ตามที่กล่าวอ้าง และอันนี้พูดถึงอย่างเร็วที่สุดที่เป็นไปได้ เท่าที่มีหลักฐานในตอนนี้ แต่ไม่ได้นับรวมที่ปิยบุตรแถลงวันนี้ว่าธนาธรออกจาก อ.สตึก &amp;quot;ในช่วงบ่าย&amp;quot; ซึ่งก็อาจจะมีความเป็นไปได้ว่าไม่รู้เวลาที่แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อสังเกตอีกอย่างคือ ธนาธรให้สัมภาษณ์สื่อเวลากี่โมง เนื่องจากข่าวที่ลงบทสัมภาษณ์ที่เร็วที่สุด ลงในเวลาใกล้เคียงกัน คือ นสพ.บ้านเมือง (ที่เห็นโลโก้ของเสื้อนักข่าว) ลงเวลา 14.43 น. (ภาพ 4) และข่าวสด (ที่คอยติดตามและเป็นกำลังใจให้ธนาธรอยู่เสมอ) ลงเวลา 14.55 น. (ภาพ 5) ซึ่งปกติแล้ว นักข่าวไม่น่าจะใช้เวลาเกินครึ่งชม. หรือมากที่สุด 1 ชม. ในการเรียบเรียงและโพสต์ข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นพยานที่สำคัญอีกหนึ่งแหล่งคือนักข่าวที่สัมภาษณ์ธนาธรในวันนั้นว่าสัมภาษณ์จบในเวลาใด และธนาธรนั่งรถออกไปเลยหลังสัมภาษณ์จบหรือไม่.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34249</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, วรัชญ์ ครุจิต, หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, อาจารย์นิด้า, โอนหุ้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190423/image_big_5cbe752634dde.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
