<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40106</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2019 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2019 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สร้างคนโขนรุ่นใหม่ แสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ &quot;สืบมรรคา&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เยาวชนร่วมคัดเลือกนักแสดงโขนรุ่นใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กว่า 10 ปีที่ผ่านมา การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้นำเสนอชุดการแสดงในตอนต่างๆ ของเรื่องรามเกียรติ์สู่สายตาผู้ชมชาวไทยและต่างชาติอย่างยิ่งใหญ่งดงาม ช่วยสืบสานนาฏศิลป์ชั้นสูงอันมีคุณค่าของไทย โดยการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จัดต่อเนื่อง ปีนี้ตอน &amp;ldquo;สืบมรรคา&amp;rdquo; มีนักเรียนและนักศึกษานาฏศิลป์จากทั่วประเทศให้ความสนใจเข้าร่วมคัดเลือกเกือบ 800 คน เพื่อก้าวสู่นักแสดงโขนละครพระ, ละครนาง, โขนพระ, โขนลิงและโขนยักษ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวทีคัดเลือกนักแสดงรอบตัดสิน ณ ห้องเทเวศร์ อาคารหอประชุมสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ มีทั้งนักเรียน นักศึกษา ทั้งที่มาเป็นครั้งแรกและเคยพลาดการคัดเลือกครั้งที่ผ่านมา คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ประธานคณะกรรมการจัดการแสดงโขน, อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย ผู้กำกับการแสดงโขน, ดร.เกิดศิริ นกน้อย ผู้ช่วยกำกับการแสดงโขน, ประสิทธิ์ ปิ่นแก้ว ศิลปินแห่งชาติ ปี 2551, จตุพร รัตนวราหะ ศิลปินแห่งชาติ ปี 2552, รัจนา พวงประยงค์ ศิลปินแห่งชาติ ปี 2554, ดร.สุรัตน์ จงดา ศิลปินและครูนาฏศิลป์ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คัดคนโขนรุ่นใหม่เน้นท่ารำถูกต้อง สานต่อนาฏศิลป์ชั้นสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักแสดงแต่ละคนต้องแสดงสดต่อหน้าคณะกรรมการ มีการทดสอบความรู้เบื้องต้นด้านนาฏศิลป์ไทยอย่างเข้มข้น ตลอดจนพิจารณาบุคลิกลักษณะ ความสมบูรณ์ของสรีระร่างกายให้เหมาะสมกับตัวละคร โดยละครพระมีผู้สมัคร 186 คน ละครนาง มีผู้สมัคร 210 คน โขนพระมีผู้สมัคร 113 คน โขนลิง มีผู้สมัคร 149 คน และโขนยักษ์ มีผู้สมัคร 123 คน ซึ่งกว่าจะฝ่าแต่ละด่านไม่ง่ายเลย ทุกคนล้วนมุ่งมั่นตั้งใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรรมการคัดเลือก การได้เห็นคนรุ่นใหม่มากมายเข้าคัดตัวเป็นความงอกงามของโขนโทย ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ เลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และประธานคณะกรรมการจัดการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ กล่าวว่า การคัดเลือกนักแสดงโขนมีเยาวชนไทยให้ความสนใจมาก มีการตื่นตัวสมัครแสดงโขนมากขึ้นทุกปี ดังพระราชประสงค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมุ่งหวังไว้ว่าต้องการกระตุ้นให้ประชาชนนึกถึงวัฒนธรรมของชาติ การคัดเลือกเป็นการส่งเสริมเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้มีโอกาสฝึกฝีมือ และมีใจรักในการแสดงโขน โดยคนที่เข้ามาจะได้ประโยชน์ติดตัวไป เพราะอาจารย์ที่เป็นกรรมการล้วนมีความรู้ความสามารถ นำข้อแนะนำติชมไปปรับปรุงการแสดงของตัวเองต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ เลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ, ดร.สุรัตน์ จงดา, ดร.อนุชา ทีรคานนท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเมษฐ์ บุณยะชัย กล่าวว่า ปีนี้กำหนดแสดงโขนตอน &amp;quot;สืบมรรคา&amp;quot; มีเนื้อหาสนุกสนานชวนติดตามไปกับการผจญภัยของหนุมาน ยอดวานรทหารเอกของพระราม ด้วยปฏิภาณไหวพริบ สรรพวิชา และพละกำลังอันแกร่งกล้า จะส่งผลให้ปฏิบัติภารกิจเสร็จสิ้นตามเป้าประสงค์หรือไม่ อีกทั้งการต่อสู้กับอริราชศัตรูมากมายที่เฝ้าคอยอยู่เบื้องหน้า โดยมีความไว้ใจของพระรามเป็นเดิมพัน ปีนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าชมเต็มในทุกรอบเพราะที่ผ่านมาคนไทยสนใจมาก ส่วนการคัดเลือกนักแสดง เปิดโอกาสให้เยาวชนทุกคนได้มีส่วนร่วม แต่ต้องมีคุณสมบัติการแสดงโขนหรือพื้นฐานความรู้นาฏศิลป์ เยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกยังต้องฝึกฝนการแสดงต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ดร.เกิดศิริ นกน้อย กรรมการอีกท่าน กล่าวว่า การคัดเลือกนักแสดงมีโจทย์ในการทดสอบ รอบตัดสินใช้เพลงใน ตอน &amp;quot;สืบมรรคา&amp;quot; คัดเลือก เป็นเพลงที่อยู่ในหลักสูตรการเรียนโขน นักแสดงที่ผ่านการคัดเลือกนอกจากมีฝีมือยังต้องมีไหวพริบในการแก้ปัญหา ตลอดจนมีรูปร่าง สัดส่วนโครงหน้าได้รูป เปล่งประกายเหมาะกับการเป็นนักแสดง ปีนี้ส่วนใหญ่นักแสดงที่เข้าคัดยังใหม่มาก มีความตื่นเต้น เมื่อผ่านเข้าไปยังต้องฝึกหนัก แสดงร่วมกับฉาก ดนตรี หรือนักแสดงคนอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บรรยากาศการคัดนักแสดง ทุกคนมุ่งมั่นตั้งใจ

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ได้รับการคัดเลือกตัวละครพระ นางสาวนงลักษณ์ กลับศรี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กล่าวว่า โขนถือว่าเป็นศิลปะชั้นสูงของไทย ตนได้เรียนนาฏศิลป์โขน ศึกษาท่าทางการรำที่ถูกต้อง ก่อนหน้านี้ได้เข้าคัดเลือกนักแสดงโขนในมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ 4 ครั้ง ไม่ผ่าน 2 ครั้ง กลับมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 สิ่งสำคัญคือ มีสติ เพราะคณะกรรมการจะเรียกเพลงขึ้นมา เราก็แสดงอย่างเต็มที่ รู้สึกดีใจมากที่สำเร็จผ่านการคัดเลือก เพราะตั้งใจและเป็นความภาคภูมิใจของชีวิตได้สืบทอดนาฏศิลป์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวละครนางต้องใบหน้างดงาม เยื้องกรายได้อย่างน่าประทับใจ ผู้ได้รับการคัดเลือกตัวละครนาง นางสาวชาลินี วรรณโนนาม วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ เผยความรู้สึกว่า การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เป็นความฝัน การคัดเลือกตัวแสดงครั้งนี้เป็นครั้งแรก เดิมมีความกังวล เราเป็นคนต่างจังหวัด ส่วนใหญ่เพื่อนนักศึกษามาจากภาคกลาง บวกกับการแสดงต่อหน้าคณะกรรมการ กดดัน พยายามอย่างเต็มที่ จากนี้ไปจะฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อให้การแสดงโขนตอนสืบมรรคาสมบูรณ์ที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ มอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ได้รับการคัดเลือกรอบตัดสิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สร้างคนโขนรุ่นใหม่ สืบสาน รักษาวงการโขนละครให้มั่นคง สำหรับการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ 2562 ตอน &amp;quot;สืบมรรคา&amp;quot; จะมีเยาวชนคนรุ่นใหม่เข้าร่วมแสดง 158 คน กำหนดเปิดการแสดงระหว่างวันที่ 2 พฤศจิกายน-5 ธันวาคม 2562 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ซื้อบัตรเข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคมเป็นต้นไป ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือ www.thaiticketmajor.com มาร่วมให้กำลังคนโขนเลือดใหม่กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40106</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแสดงโขนตอนสืบมรรคา, ดร.สุรัตน์ จงดา, ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ, นาฏศิลป์ชั้นสูง, อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย, โขนพระราชทาน, โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190703/image_big_5d1c985568b19.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2018 17:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2018 17:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คำนับครูก่อนเปิดม่านโขนพระราชทาน    ตอน“พิเภกสวามิภักดิ์”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเปิดม่านให้ชมความวิจิตรตระการตาของ &amp;ldquo;โขน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ&amp;rdquo; ประจำปี 2561 ในตอน &amp;ldquo;พิเภกสวามิภักดิ์&amp;rdquo; ซึ่งจะแสดงระหว่างวันที่ 3 พ.ย.-5 ธ.ค.2561 คณะครู อาจารย์ ผู้อาวุโสด้านนาฏศิลป์ และนักแสดงกว่า 300 ชีวิต จึงได้จัดพิธีคำนับครูนาฏศิลป์ขึ้นเมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา ณ วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม&amp;nbsp;สำหรับพิธีคำนับครู เป็นพิธีไหว้ครูแบบโบราณของผู้เรียนนาฏศิลป์ หรือนักแสดงโขน แสดงความเคารพต่อครูผู้สอนวิชา และเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับนักแสดงทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย ผู้กำกับการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน &amp;ldquo;พิเภกสวามิภักดิ์&amp;quot; ในปีนี้ กล่าวว่า ในจารีตการเรียนการสอนของวิชานาฏศิลป์ไทย จะมีคุณธรรมสำคัญข้อหนึ่งที่จะต้องปลูกจิตสำนึกแก่ผู้เรียน คือความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์ ทั้งครูบาอาจารย์ที่เป็นเทพเจ้า เพราะชาวนาฏศิลป์มีคติความเชื่อว่า ศาสตร์ด้านดนตรี นาฏศิลป์ ได้รับการสืบทอดมาจากเทพเจ้า แล้วก็บูชาครูอาจารย์ผู้ให้วิชาทั้งผู้อยู่ในอดีตและปัจจุบัน ส่วนในการไหว้ครูครั้งนี้เรียกว่า พิธีคำนับครู ซึ่งหมายถึงการไหว้ครูอย่างย่อๆ ที่ไม่ได้มีการประกอบพิธีมากมาย โดยมีครูผู้ใหญ่ ครูอาวุโส เป็นผู้กล่าวนำพิธีบูชาครู พร้อมทั้งขออนุญาตเริ่มต้นกิจกรรม ประสิทธิ์ประสาทพร ให้ทำงานประสบผลสำเร็จ ทั้งในเรื่องของการฝึกซ้อมการแสดง การต่อท่ารำ ให้เป็นสิริมงคลและขจัดอุปสรรคต่างๆ นอกจากนั้นอาจมีการถวายเครื่องสังเวย เช่น ขนม ที่นิยมคือ ขนมต้มแดง ขนมต้มขาว ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง และขนมนมเนย เท่าที่จะหาได้ แล้วก็ผลไม้ที่มีชื่อเป็นมงคล เช่น ขนุน กล้วย อ้อย ปัจจุบันนี้นิยมใช้ผลไม้ตามฤดูกาลเพื่อความสะดวก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้กำกับการแสดงกล่าวต่อว่า การที่ครูอาจารย์ทุกคนได้พานักแสดงมาร่วมคำนับครูครั้งนี้ ก็เพราะอยากให้เขาได้เห็นประเพณีโบร่ำโบราณ ถ้าไม่ทำตอนนี้ก็ไม่รู้จะได้เห็นอีกหรือไม่ และหลังจากพิธีคำนับครูแล้ว ลำดับต่อไปจะเป็นการซ้อมร่วมครั้งแรกของนักแสดงทั้งตัวพระ นาง ยักษ์ และลิง กว่า 300 ชีวิต เพราะที่ผ่านมาได้นำบทไปฝึกซ้อมกันเองตามวิทยาลัยนาฏศิลป พอซ้อมรวมแล้ว จากนั้นนักแสดงทั้งหมดต้องไปซ้อมใหญ่ที่เวทีจริง ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพื่อซ้อมร่วมกับเทคนิคการแสดงสมัยใหม่ แต่ยังคงจารีตรูปแบบโขนหลวงโบราณไว้ ทั้งรอก สลิง แสง สี เสียงจริง และไฮไลต์ฉากต่างๆ เพื่อความสมบูรณ์แบบ และสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมตลอดการแสดง อาทิ ฉากท้องพระโรงกรุงลงกา ที่สวยงามขึ้นด้วยการเพิ่มพระที่นั่งบุษบก, ฉากเรือสำเภาโล้ไปปล่อยพิเภกขึ้นฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของนักแสดง นายปพน รัตนสิปปกร นักศึกษาชั้นปี 1 จากวิทยาลัยนาฏศิลปลพบุรี ผู้รับบทเป็นพิเภก ตัวเอกของเรื่อง ได้เผยความรู้สึกว่า การแสดงครั้งนี้พิเภกจะเป็นตัวหลักของเรื่อง ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีผู้ใดนำเรื่องราวของพิเภกไปแสดงเป็นตอนหลัก ทุกครั้งที่มีการแสดงโขน มักจะมีผู้คนถามว่าทำไมพิเภกต้องอยู่กับพระราม ซึ่งในเรื่องนี้ก็จะได้ชมกัน โดยจะเล่นตั้งแต่การเล่าเรื่องว่าทำไมไปอยู่กับพระราม จนถึงโดนขับไล่ และหลังขับไล่ การต่อสู้ต่างๆ ผสานมุกตลกบ้าง ซึ่งถือเป็นความยิ่งใหญ่และแปลกใหม่มาก เพราะพิเภกมีหลายบทบาท หลายอารมณ์ หลายเรื่องราวในตอนเดียว มีทั้งเศร้า โกรธ ในบทบาทของพิเภก ตนมองว่าแม้จะมีหลายอารมณ์ แต่บางครั้งก็แสดงออกมากไม่ได้ เพราะว่าไม่ได้มีฤทธิ์ พลังอะไรจะสู้กับเขา อีกทั้งความแปลกใหม่ของตอนนี้ องก์แรกที่โดนขับไล่ออกจากเมือง พิเภกจะต้องถอดมงกุฎ เหมือนเป็นการยึดทรัพย์สมบัติ ให้ไปแต่ตัว ซึ่งไม่มีที่ไหนแน่นอนที่จะได้รู้เรื่องราวที่ละเอียดเช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปพนกล่าวต่อว่า การแสดงโขนปีนี้เป็นครั้งแรกที่ได้รับบทเด่น หลังจากปีที่ผ่านๆ มาเคยมาออดิชั่นเพื่อจะร่วมแสดงด้วย แต่ก็ไม่ผ่านเข้ารอบบ้าง ได้รับบทเล็กๆ บ้าง แต่ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร เพราะบททุกบทมีความสำคัญ เพียงแค่ได้เข้ามาแสดงก็ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตแล้ว เพราะฉะนั้นจึงมีความกดดัน ต้องทำการบ้านอย่างหนักหน่วง ไม่ว่าจะโดยการไปดูวิดีโอ พบว่าบทพิเภกมีน้อย ก็ต้องไปอ่านพระราชนิพนธ์ของ ร.1-ร.2 และ ร.6 ว่าเขียนไว้อย่างไร บทและอารมณ์เป็นอย่างไร ในพรราชนิพนธ์จะบอกเรื่องราวมากพอสมควร ตนฝึกซ้อมอยู่สม่ำเสมอ ท่องบทสำคัญ เพราะเหมือนกับการเล่นเอ็มวี แม้เราไม่ได้พูด แต่เราก็ต้องท่องจำบทให้ได้ ถึงจะรู้ฉาก รู้จังหวะ เพื่อให้แสดงออกมาได้ดี ถือว่ายากพอสมควร เพราะการอยู่ในหัวโขนจะมีเพียงรูเล็กๆ ที่สายตาเราสามารถมองเห็น รอบข้างเราจะไม่เห็นอะไร การได้ยินก็น้อยลง ทั้งยังมีการแต่งตัวที่แน่น มีความกดดันมากในเรื่องที่จะต้องตั้งสติให้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางสาวสุภาพร เปี่ยมนงนุช นักศึกษาชั้นปีที่ 4 วิทยาลัยนาฏศิลปลพบุรี ผู้รับบท นางตรีชฎา กล่าวว่า ตรีชฎาเป็นภรรยาพิเภก เมื่อพิเภกถูกขับไล่ออกจากเมือง หัวใจของตรีชฎาผู้รักสามีก็ต้องเศร้า เสียใจหนักเป็นธรรมดา แต่ไม่ได้ออกจากเมืองไปกับสามี เพราะจะไปลำบากกันหมด นางตรีชฎาก็ต้องดูแลลูกด้วย แม้ใจจะสลายเพราะคิดถึงสามีก็ตาม เพราะฉะนั้นบทบาทของตนจึงต้องแสดงอารมณ์ให้รู้สึกเศร้า เสียใจ เหมือนต้องลาจากสามีจริงๆ ความยากอยู่ที่การต้องทำให้คนดูคล้อยกับอารมณ์ที่ตนแสดงออกมา รู้สึกกดดันเหมือนกัน เพราะเป็นปีแรกที่ได้รับบทที่โดดเด่น หลังจากที่เคยออดิชั่นมา แต่ไม่เคยได้รับบทหลักๆ เลย ดังนั้นจึงต้องพยายามทำหน้าที่ตนเองให้ดี เพราะทุกคนต้องจับตามองอยู่แล้ว ถ้าตนเล่นไม่ดี คนดูก็จะสงสัยว่ามารับบทนี้ได้อย่างไร แต่ถ้าเล่นได้ดี คนก็จะชมว่าเหมาะสมที่ได้มารับบทนี้ ตนก็ต้องทำการบ้านอย่างหนัก ทั้งดูยูทูบ ดูอารมณ์ว่าเขาเล่นอย่างไร แล้วตนก็คิดว่าต้องเล่นให้ดีกว่าเขา และก็อ่านบทละคร บทพระราชนิพนธ์ ทำการบ้าน ทำซีนอารมณ์ว่าจะทำอย่างไรให้เศร้า เสียใจที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การได้รับบทแสดงครั้งนี้เหมือนได้รับใช้ใต้เบื้องยุคลบาท และรับใช้พระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ หนูเป็นเด็กรุ่นใหม่ การได้เรียนนาฏศิลป์แล้วได้เข้ามาแสดงโขนมูลนิธิฯ ถือว่าได้เป็นผู้สืบสาน ก็รู้สึกดีใจมาก หนูก็จะทำอย่างเต็มที่ไม่ให้เสียชื่อสถาบัน และครูผู้ไว้วางใจให้โอกาสหนูรับบทนี้ ก็อยากให้ทุกคนหันมาสนใจวรรณคดีไทยมากขึ้น และก็มาสนใจโขนมากขึ้น เพราะถ้าเราไม่สนใจก็ไม่มีใครสืบสานแล้ว โขนเป็นวัฒนธรรมไทย เวลาที่ต่างชาติมองไทย เขาต้องมองเรื่องมรดกอย่าง โขน วัดวาอารามอยู่แล้ว ก็อยากให้ช่วยกันสืบสานให้อยู่คู่คนไทยไปนานๆ&amp;rdquo; นางสาวสุภาพรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม สำหรับการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ กำหนดจัดแสดงระหว่างวันที่ 3 พฤศจิกายน-5 ธันวาคม 2561 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ผู้สนใจสามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ทุกสาขา โทร.0-2262-3456 หรือ www.thaiticketmajor.com บัตรราคา 420, 620, 820, 1,020, 1,520 และ 1,820 บาท รอบนักเรียน นักศึกษา บัตรราคา 200 บาท (หยุดการแสดงทุกวันจันทร์) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Khon Performance โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20454</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแสดงโขน ชุด พิเภกสวามิภักดิ์, คำนับครูโขนพระราชทาน, อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย, โขน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181022/image_big_5bcda3eeb7eb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คำนับครูก่อนเปิดม่านโขนพระราชทาน    ตอน“พิเภกสวามิภักดิ์”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเปิดม่านให้ชมความวิจิตรตระการตาของ &amp;ldquo;โขน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ&amp;rdquo; ประจำปี 2561 ในตอน &amp;ldquo;พิเภกสวามิภักดิ์&amp;rdquo; ซึ่งจะแสดงระหว่างวันที่ 3 พ.ย.-5 ธ.ค.2561 คณะครู อาจารย์ ผู้อาวุโสด้านนาฏศิลป์ และนักแสดงกว่า 300 ชีวิต จึงได้จัดพิธีคำนับครูนาฏศิลป์ขึ้นเมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา ณ วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพิธีคำนับครู เป็นพิธีไหว้ครูแบบโบราณของผู้เรียนนาฏศิลป์ หรือนักแสดงโขน แสดงความเคารพต่อครูผู้สอนวิชา และเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับนักแสดงทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย ผู้กำกับการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน &amp;ldquo;พิเภกสวามิภักดิ์&amp;quot; ในปีนี้ กล่าวว่า ในจารีตการเรียนการสอนของวิชานาฏศิลป์ไทย จะมีคุณธรรมสำคัญข้อหนึ่งที่จะต้องปลูกจิตสำนึกแก่ผู้เรียน คือความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์ ทั้งครูบาอาจารย์ที่เป็นเทพเจ้า เพราะชาวนาฏศิลป์มีคติความเชื่อว่า ศาสตร์ด้านดนตรี นาฏศิลป์ ได้รับการสืบทอดมาจากเทพเจ้า แล้วก็บูชาครูอาจารย์ผู้ให้วิชาทั้งผู้อยู่ในอดีตและปัจจุบัน ส่วนในการไหว้ครูครั้งนี้เรียกว่า พิธีคำนับครู ซึ่งหมายถึงการไหว้ครูอย่างย่อๆ ที่ไม่ได้มีการประกอบพิธีมากมาย โดยมีครูผู้ใหญ่ ครูอาวุโส เป็นผู้กล่าวนำพิธีบูชาครู พร้อมทั้งขออนุญาตเริ่มต้นกิจกรรม ประสิทธิ์ประสาทพร ให้ทำงานประสบผลสำเร็จ ทั้งในเรื่องของการฝึกซ้อมการแสดง การต่อท่ารำ ให้เป็นสิริมงคลและขจัดอุปสรรคต่างๆ นอกจากนั้นอาจมีการถวายเครื่องสังเวย เช่น ขนม ที่นิยมคือ ขนมต้มแดง ขนมต้มขาว ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง และขนมนมเนย เท่าที่จะหาได้ แล้วก็ผลไม้ที่มีชื่อเป็นมงคล เช่น ขนุน กล้วย อ้อย ปัจจุบันนี้นิยมใช้ผลไม้ตามฤดูกาลเพื่อความสะดวก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้กำกับการแสดงกล่าวต่อว่า การที่ครูอาจารย์ทุกคนได้พานักแสดงมาร่วมคำนับครูครั้งนี้ ก็เพราะอยากให้เขาได้เห็นประเพณีโบร่ำโบราณ ถ้าไม่ทำตอนนี้ก็ไม่รู้จะได้เห็นอีกหรือไม่ และหลังจากพิธีคำนับครูแล้ว ลำดับต่อไปจะเป็นการซ้อมร่วมครั้งแรกของนักแสดงทั้งตัวพระ นาง ยักษ์ และลิง กว่า 300 ชีวิต เพราะที่ผ่านมาได้นำบทไปฝึกซ้อมกันเองตามวิทยาลัยนาฏศิลป พอซ้อมรวมแล้ว จากนั้นนักแสดงทั้งหมดต้องไปซ้อมใหญ่ที่เวทีจริง ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพื่อซ้อมร่วมกับเทคนิคการแสดงสมัยใหม่ แต่ยังคงจารีตรูปแบบโขนหลวงโบราณไว้ ทั้งรอก สลิง แสง สี เสียงจริง และไฮไลต์ฉากต่างๆ เพื่อความสมบูรณ์แบบ และสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมตลอดการแสดง อาทิ ฉากท้องพระโรงกรุงลงกา ที่สวยงามขึ้นด้วยการเพิ่มพระที่นั่งบุษบก, ฉากเรือสำเภาโล้ไปปล่อยพิเภกขึ้นฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของนักแสดง นายปพน รัตนสิปปกร นักศึกษาชั้นปี 1 จากวิทยาลัยนาฏศิลปลพบุรี ผู้รับบทเป็นพิเภก ตัวเอกของเรื่อง ได้เผยความรู้สึกว่า การแสดงครั้งนี้พิเภกจะเป็นตัวหลักของเรื่อง ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีผู้ใดนำเรื่องราวของพิเภกไปแสดงเป็นตอนหลัก ทุกครั้งที่มีการแสดงโขน มักจะมีผู้คนถามว่าทำไมพิเภกต้องอยู่กับพระราม ซึ่งในเรื่องนี้ก็จะได้ชมกัน โดยจะเล่นตั้งแต่การเล่าเรื่องว่าทำไมไปอยู่กับพระราม จนถึงโดนขับไล่ และหลังขับไล่ การต่อสู้ต่างๆ ผสานมุกตลกบ้าง ซึ่งถือเป็นความยิ่งใหญ่และแปลกใหม่มาก เพราะพิเภกมีหลายบทบาท หลายอารมณ์ หลายเรื่องราวในตอนเดียว มีทั้งเศร้า โกรธ ในบทบาทของพิเภก ตนมองว่าแม้จะมีหลายอารมณ์ แต่บางครั้งก็แสดงออกมากไม่ได้ เพราะว่าไม่ได้มีฤทธิ์ พลังอะไรจะสู้กับเขา อีกทั้งความแปลกใหม่ของตอนนี้ องก์แรกที่โดนขับไล่ออกจากเมือง พิเภกจะต้องถอดมงกุฎ เหมือนเป็นการยึดทรัพย์สมบัติ ให้ไปแต่ตัว ซึ่งไม่มีที่ไหนแน่นอนที่จะได้รู้เรื่องราวที่ละเอียดเช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปพนกล่าวต่อว่า การแสดงโขนปีนี้เป็นครั้งแรกที่ได้รับบทเด่น หลังจากปีที่ผ่านๆ มาเคยมาออดิชั่นเพื่อจะร่วมแสดงด้วย แต่ก็ไม่ผ่านเข้ารอบบ้าง ได้รับบทเล็กๆ บ้าง แต่ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร เพราะบททุกบทมีความสำคัญ เพียงแค่ได้เข้ามาแสดงก็ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตแล้ว เพราะฉะนั้นจึงมีความกดดัน ต้องทำการบ้านอย่างหนักหน่วง ไม่ว่าจะโดยการไปดูวิดีโอ พบว่าบทพิเภกมีน้อย ก็ต้องไปอ่านพระราชนิพนธ์ของ ร.1-ร.2 และ ร.6 ว่าเขียนไว้อย่างไร บทและอารมณ์เป็นอย่างไร ในพรราชนิพนธ์จะบอกเรื่องราวมากพอสมควร ตนฝึกซ้อมอยู่สม่ำเสมอ ท่องบทสำคัญ เพราะเหมือนกับการเล่นเอ็มวี แม้เราไม่ได้พูด แต่เราก็ต้องท่องจำบทให้ได้ ถึงจะรู้ฉาก รู้จังหวะ เพื่อให้แสดงออกมาได้ดี ถือว่ายากพอสมควร เพราะการอยู่ในหัวโขนจะมีเพียงรูเล็กๆ ที่สายตาเราสามารถมองเห็น รอบข้างเราจะไม่เห็นอะไร การได้ยินก็น้อยลง ทั้งยังมีการแต่งตัวที่แน่น มีความกดดันมากในเรื่องที่จะต้องตั้งสติให้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางสาวสุภาพร เปี่ยมนงนุช นักศึกษาชั้นปีที่ 4 วิทยาลัยนาฏศิลปลพบุรี ผู้รับบท นางตรีชฎา กล่าวว่า ตรีชฎาเป็นภรรยาพิเภก เมื่อพิเภกถูกขับไล่ออกจากเมือง หัวใจของตรีชฎาผู้รักสามีก็ต้องเศร้า เสียใจหนักเป็นธรรมดา แต่ไม่ได้ออกจากเมืองไปกับสามี เพราะจะไปลำบากกันหมด นางตรีชฎาก็ต้องดูแลลูกด้วย แม้ใจจะสลายเพราะคิดถึงสามีก็ตาม เพราะฉะนั้นบทบาทของตนจึงต้องแสดงอารมณ์ให้รู้สึกเศร้า เสียใจ เหมือนต้องลาจากสามีจริงๆ ความยากอยู่ที่การต้องทำให้คนดูคล้อยกับอารมณ์ที่ตนแสดงออกมา รู้สึกกดดันเหมือนกัน เพราะเป็นปีแรกที่ได้รับบทที่โดดเด่น หลังจากที่เคยออดิชั่นมา แต่ไม่เคยได้รับบทหลักๆ เลย ดังนั้นจึงต้องพยายามทำหน้าที่ตนเองให้ดี เพราะทุกคนต้องจับตามองอยู่แล้ว ถ้าตนเล่นไม่ดี คนดูก็จะสงสัยว่ามารับบทนี้ได้อย่างไร แต่ถ้าเล่นได้ดี คนก็จะชมว่าเหมาะสมที่ได้มารับบทนี้ ตนก็ต้องทำการบ้านอย่างหนัก ทั้งดูยูทูบ ดูอารมณ์ว่าเขาเล่นอย่างไร แล้วตนก็คิดว่าต้องเล่นให้ดีกว่าเขา และก็อ่านบทละคร บทพระราชนิพนธ์ ทำการบ้าน ทำซีนอารมณ์ว่าจะทำอย่างไรให้เศร้า เสียใจที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การได้รับบทแสดงครั้งนี้เหมือนได้รับใช้ใต้เบื้องยุคลบาท และรับใช้พระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ หนูเป็นเด็กรุ่นใหม่ การได้เรียนนาฏศิลป์แล้วได้เข้ามาแสดงโขนมูลนิธิฯ ถือว่าได้เป็นผู้สืบสาน ก็รู้สึกดีใจมาก หนูก็จะทำอย่างเต็มที่ไม่ให้เสียชื่อสถาบัน และครูผู้ไว้วางใจให้โอกาสหนูรับบทนี้ ก็อยากให้ทุกคนหันมาสนใจวรรณคดีไทยมากขึ้น และก็มาสนใจโขนมากขึ้น เพราะถ้าเราไม่สนใจก็ไม่มีใครสืบสานแล้ว โขนเป็นวัฒนธรรมไทย เวลาที่ต่างชาติมองไทย เขาต้องมองเรื่องมรดกอย่าง โขน วัดวาอารามอยู่แล้ว ก็อยากให้ช่วยกันสืบสานให้อยู่คู่คนไทยไปนานๆ&amp;rdquo; นางสาวสุภาพรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม สำหรับการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ กำหนดจัดแสดงระหว่างวันที่ 3 พฤศจิกายน-5 ธันวาคม 2561 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ผู้สนใจสามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ทุกสาขา โทร.0-2262-3456 หรือ www.thaiticketmajor.com บัตรราคา 420, 620, 820, 1,020, 1,520 และ 1,820 บาท รอบนักเรียน นักศึกษา บัตรราคา 200 บาท (หยุดการแสดงทุกวันจันทร์) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Khon Performance โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20453</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแสดงโขน ชุด พิเภกสวามิภักดิ์, คำนับครูโขนพระราชทาน, อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย, โขน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181022/image_big_5bcda3eeb7eb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2018 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2018 13:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โขนพระราชทาน ตอน &quot;พิเภกสวามิภักดิ์&quot;  ยิ่งใหญ่อลังการ สะท้อนเที่ยงธรรมสุจริต </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแสดงโขน ชุด พิเภกสวามิภักดิ์ องก์ที่ 1 สุบินนิมิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการจัดแสดงโขน สมบัติอันล้ำค่าของชาติขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเผยแพร่นาฏศิลป์ชั้นสูงของไทย และฟื้นฟูศาสตร์และศิลป์หลากหลายแขนงของชาติ ทำให้การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ แต่ละปีเปิดฉากการแสดงอย่างสวยงามและมีประชาชนเฝ้ารอทุกปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปี 2561 มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้เลือกบทโขนรามเกียรติ์ ตอน &amp;ldquo;พิเภกสวามิภักดิ์&amp;rdquo; อันเป็นการสื่อความหมายของความจงรักภักดีและการรักษาความเที่ยงธรรมสุจริต มาจัดแสดงระหว่างวันที่ 3 พ.ย.-5 ธ.ค.2561 โดยเมื่อวันที่ 4 ก.ย.2561 มีการจัดแสดงโขน ตอน &amp;ldquo;พิเภกสวามิภักดิ์&amp;rdquo; องก์ที่ 1 สุบินนิมิตขึ้น ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพื่อโชว์ความพร้อมก่อนจัดแสดงจริง พร้อมแถลงข่าวเตรียมเปิดม่านแสดง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ เลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน &amp;ldquo;พิเภกสวามิภักดิ์&amp;rdquo; กล่าวว่า ที่มาของการจัดแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ในปี 2546 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงนำความกราบบังคมทูลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 การแสดงโขนซบเซา ไม่มีผู้นิยมมากนักในสังคม ผู้คนตื่นเต้นกับการแสดงที่ทันสมัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ใน ร.9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สืบสานและอนุรักษ์โขนอีกทางหนึ่ง ทรงเริ่มจากการแต่งหน้าตัวละครชายและหญิงให้แตกต่างกันชัดเจน ต่อมาสนพระทัยการแต่งกายงดงามเช่นในอดีต นำมาสู่การศึกษา ค้นคว้า ทรงสนับสนุนให้นักเรียนศิลปาชีพฯ ฝึกงานด้านช่าง ทั้งช่างปัก ช่างทอ ช่างหัวโขน รวมถึงช่างวาดเขียน ช่างแกะสลัก เป็นที่มาของเครื่องแต่งกายโขนและฉากที่อลังการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 รับสั่งคนไทยมีสายเลือดความเป็นช่าง หากมีช่องทางฝึกฝน แสดงออกจะพัฒนาได้เร็ว จากการแสดงโขนพระราชทาน ทำให้ผ้ายกเมืองนครฯ ฟื้นฟูกลับมา เครื่องแต่งกายตัวละครเอกเป็นผลงานของนักเรียนศิลปาชีพอ่างทอง, สิงห์บุรี, อยุธยา, ราชบุรี, กาญจนบุรี และสกลนคร โดยมีครูผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขาดูแล ถ่ายทอดความรู้โดยไม่หวงวิชา ทำให้เด็กรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมไทย เกิดนักแสดงรุ่นใหม่ๆ ก้าวขึ้นมา ทรงทำให้โขนอยู่คู่แผ่นดินไทย ทรงปลื้มพระทัยที่มีผู้ชมทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กถึงผู้สูงวัย ช่วยให้สถาบันครอบครัวอบอุ่น&amp;quot; ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนที่ 2 พิเภกลาชายาและธิดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมา ทางมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้จัดการแสดงโขนรามเกียรติ์ 7 ตอนด้วยกัน ได้แก่ ชุด &amp;ldquo;ศึกพรหมาศ&amp;rdquo; ในปี 2550 และ 2552, ชุด &amp;ldquo;นางลอย&amp;rdquo; ในปี 2553, ชุด &amp;ldquo;ศึกมัยราพณ์&amp;rdquo; ในปี 2554, ชุด &amp;ldquo;จองถนน&amp;rdquo; ในปี 2555, ชุด &amp;ldquo;ศึกกุมภกรรณ ตอน โมกขศักดิ์&amp;rdquo; ในปี 2556, ชุด &amp;ldquo;ศึกอินทรชิต ตอน นาคบาศ&amp;rdquo; ในปี 2557 และชุด &amp;ldquo;ศึกอินทรชิต ตอน พรหมาศ&amp;rdquo; ในปี 2558 ปีนี้ทางมูลนิธิฯ เลือกแสดงตอน &amp;ldquo;พิเภกสวามิภักดิ์&amp;rdquo; ขึ้น มีนักแสดงกว่า 300 ชีวิตร่วมการแสดง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย ผู้กำกับการแสดง กล่าวว่า การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน พิเภกสวามิภักดิ์ ได้นำบทพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ฉบับต่างๆ อาทิ บทพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 1, รัชกาลที่ 2, รัชกาลที่ 6 และบทโขนของกรมศิลปากรที่เคยจัดแสดงมาประมวลในส่วนที่มีชั้นเชิงในการแสดง และความไพเราะของบทเพลงมาเรียงร้อยปรับปรุงขึ้นใหม่ โดยแบ่งเป็นตอนต่างๆ ได้แก่ องก์ที่ 1 สุบินนิมิต ประกอบด้วย ตอนที่ 1 พิเภกถูกขับ, ตอนที่ 2 พิเภกลาชายาและธิดา, ตอนที่ 3 เนรเทศ และองก์ที่ 2 ประกอบด้วย ตอนที่ 1 พบนิลเอก, ตอนที่ 2 สวามิภักดิ์, ตอนที่ 3 มณโฑทูล ตัดศึก, ตอนที่ 4 สนามรบ และตอนที่ 5 แก้หอกกบิลพัท โดยที่ผู้ชมจะได้ชมการแสดงที่ยังคงความวิจิตรและกระบวนท่ารำตามแบบฉบับโขนหลวงไว้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอน พิเภกสวามิภักดิ์ แสดงถึงคุณธรรมของพิเภก ประชาชนอยากดู และมีคำถามมากว่า พิเภกเป็นยักษ์ ทำไมมาอยู่ข้างพระราม การมาดูโขนตอนนี้จะได้คำตอบ บทพระราชนิพนธ์ทั้ง 3 ฉบับ วิธีเนรเทศพิเภกจากกรุงลงกาจะต่างกัน รัชกาลที่ 1 และรัชกาลที่ 6 เหาะไป แต่การแสดงครั้งนี้ใช้บทพระราชนิพนธ์ รัชกาลที่ 2 พิเภกลงสำเภาไป ก็เป็นบทที่ผู้ชมไม่เคยเห็นและสวยงาม ครั้งนี้นับเป็นฉากสำคัญ การบรรจุเพลงก็ทำด้วยความประณีต ได้นำการขับร้องเพลงวาซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน ใกล้จะสูญหาย เป็นงานของคุณหญิงไพฑูรย์ กิตติวรรณ ใช้แทนเพลงร้องช้าปี่ของเดิม รวมถึงเพลงสาธุการ นำมาแสดงด้วย ขณะที่การแสดงมีครูบาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายยักษ์ ฝ่ายลิง ซึ่งเป็นศิลปินแห่งชาติร่วมฟื้นฟูกระบวนท่าและประดิษฐ์ท่ารำ ทำของเก่าให้มีความงดงามมากขึ้น&amp;quot; อาจารย์ประเมษฐ์&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย ผู้กำกับการแสดง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแสดงโขนพระราชทานครั้งนี้ ได้จัดให้มีการคัดเลือกนักแสดงตัวเอกรุ่นใหม่เมื่อปี 2559 เพื่อร่วมการแสดงอันยิ่งใหญ่ โดยคัดเลือกจากนักเรียน นักศึกษา ทั้งจากวิทยาลัยนาฏศิลป และสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ที่พร้อมใจกันมาร่วมสืบสานศิลปวัฒนธรรมชาติ ซึ่งจัดให้มีคัดเลือกนักแสดง จำนวน 5 ตัวละคร คือ โขนพระ มีผู้สมัคร 73 คน ละครพระ มีผู้สมัคร 198 คน ละครนาง มีผู้สมัคร 204 คน โขนยักษ์ มีผู้สมัคร 137 คน และโขนลิง มีผู้สมัคร 160 คน รวมทั้งสิ้นมีผู้สมัคร จำนวน 772 คน ซึ่งแต่ละประเภทตัวละครจะมีเยาวชนที่ได้รับคัดเลือกเพียง 5 คน รวมจำนวน 25 คน สำหรับปีนี้มีตัวละครโขนยักษ์ได้คะแนนเท่ากันในลำดับที่ 5 จึงมีผู้ที่ได้รับคัดเลือกและรับทุนการศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 26 คนจากผู้สมัครทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือสำเภา&amp;nbsp;หนึ่งในฉากสำคัญเนรเทศพิเภกจากกรุงลงกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในงานแถลงข่าวจากนางพิมพ์รวี วัฒนวรางกูร อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ยังประกาศความพร้อมของสถานที่จัดแสดงโขนพระราชทาน โดยหอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมฯ ซึ่งมีระบบแสง สี เสียง เป็นเลิศในระดับอาเซียน การแสดงโขนจะยิ่งใหญ่ตระการตาอย่างแน่นอน ขณะเดียวกัน สวธ.ร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เผยแพร่ศิลปกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับโขน เป็นการนำงานวิจิตรศิลป์ให้ต่างชาติได้ชื่นชมและรับรู้เอกลักษณ์ไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ผู้สนใจสามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา โทร.0-2262-3456 หรือ www.thaiticketmajor.com บัตรราคา 420, 620, 820, 1,020, 1,520 และ 1,820 บาท รอบนักเรียน นักศึกษา บัตรราคา 220 บาท (หยุดการแสดงทุกวันจันทร์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16878</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, การแสดงโขน ชุด พิเภกสวามิภักดิ์, ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ, มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย, โขนพระราชทาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180905/image_big_5b8f76a4d40a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
