<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70619</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2020 09:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2020 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อาจารย์หมอ&#039;หวั่นใจโควิดจะกลับมาเพราะเลือกเดินตามกลุ่มการเมือง ถ้าเป็นนายกฯจะปรับครม.โดยไม่ลังเล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ค.63- &amp;nbsp;รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กวานนี้ว่า
พรุ่งนี้คาดว่า อันดับโลกน่าจะเปลี่ยนแปลง จากเดิม อเมริกา บราซิล รัสเซีย อินเดีย...จะกลายเป็น อเมริกา บราซิล อินเดีย รัสเซีย...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์การอนามัยโลกเพิ่งประกาศเมื่อวานนี้ว่า ได้ตัดสินใจหยุดการให้ยาในกลุ่มผู้ป่วย COVID-19 ที่ได้ยา Hydroxychloroquine และ Lopinavir/ritonavir ในงานวิจัย Solidarity trial แล้ว เพราะจากการวิเคราะห์ข้อมูลระหว่างดำเนินการวิจัย พบว่าไม่ได้ผลในการลดอัตราการเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้ไทยควรคิดแผนไว้ล่วงหน้าว่า หากเกิดระบาดระลอกสองหลังรับชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศจะทำอย่างไรดี แม้จะค่อยๆ ก้าวเป็นระยะตามที่ออกข่าวมาทางสื่อ แต่สุดท้ายต้องยอมรับว่า ความเสี่ยงจะมากขึ้นเรื่อยๆ จนสูงสุดหลังจากที่เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบนโยบายฟองสบู่ท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยาในคลัง มี Favipiravir จำนวนหนึ่งสำหรับใช้รักษาผู้ป่วยได้ราว 10,000 คน นอกนั้นคือ Hydroxychloroquine และ Lopinavir/ritonavir ที่องค์การอนามัยโลกเพิ่งประกาศไปตามข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนยา Remdesivir นั้นคงยากที่จะไปต่อกร แย่งกับอเมริกาซึ่งได้สั่งซื้อสต็อคไว้ล่วงหน้าหมดทั้ง 3 เดือนไปเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนที่เล่นหมากรุก ไม่ว่าจะไทย จีน ฝรั่ง พอเห็นกระดานแบบนี้ รูปการณ์แบบนี้ คงไม่ใช่เวลาที่จะเดินเกมส์รุก เพื่อหาเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ตาหมากที่ควรเดินคือ การป้องกันให้เข้มแข็ง เพราะสถานการณ์ระบาดทั่วโลกนั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และไม่มีทีท่าว่าจะควบคุมได้ในเร็ววัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประหลาดใจที่ รัฐและหน่วยงานความมั่นคง กลับเลือกเดินตามมาตรการของกลุ่มการเมืองที่เคยฝากผลงานให้เราต้องมาช่วยกันสู้ระลอกแรกอย่างเหนื่อยแสนสาหัสมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าผมเป็นคนบริหารประเทศ...ผมจะคำนึงถึงสวัสดิภาพและความปลอดภัยของประชาชนทุกคนเป็นอันดับแรก และจะไม่เลือกเดินหมากฟองสบู่ท่องเที่ยวระยะที่สามโดยเด็ดขาดครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แค่ปล่อยแง้มให้เกิด Medical and wellness tourism ก็มากเกินพอแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่แน่ๆ ผมจะปรับคณะรัฐมนตรีโดยไม่ลังเลครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องไม่ให้เกิดปรากฏการณ์เชียร์แข่งรถขณะโรคระบาด หน้ากากล่องหน หวัดธรรมดา หักหัวคิวโรงแรม หรือยาเสพติดรักษาสารพัดโรค เกิดขึ้นอีกต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สุขภาพ...ท่องเที่ยว...และเดินทาง&amp;quot; ไม่ควรอยู่ในการกำกับของวงอำนาจเดียว เพราะส่งผลต่อสวัสดิภาพของทุกคนในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์โรคระบาดอีกยาวเช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ้างอิง
WHO discontinues hydroxychloroquine and lopinavir/ritonavir treatment arms for COVID-19. World Health Organization. 4 July 2020.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70619</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200615/image_big_5ee6f2b37dab7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
