<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;300 ดวงตาเทียม 300 ดวงใจ&quot; เพื่อช่วยเหลือผู้สูญเสียสู่ชีวิตใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจาก World report on vision 2019 ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ได้รายงานว่า ในจำนวนตัวเลขผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นทั่วโลก 2.2 พันล้านคน มีอย่างน้อย 1 พันล้านคนยังไม่ได้รับการแก้ไข หรือเข้าถึงการรักษา ด้วยปณิธานอย่างแรงกล้าที่อยากมอบแสงสว่างให้กับผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น ให้ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อาจารย์แพทย์หญิงพิมพ์ขวัญ จารุอำพรพรรณ จึงได้ตามรอยสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระบิดาแห่งการแพทย์และสาธารณสุขไทย ที่ทรงทำเพื่อประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์และมวลมนุษยชาติ โดยได้เลือกศึกษาวิชาแพทย์เฉพาะทางด้านจักษุวิทยา หลังจากศึกษาด้านชีวเคมีที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา ในฐานะนักเรียนทุนเล่าเรียนหลวง จนจบการศึกษาแพทย์เฉพาะทางสาขาศัลยกรรมจักษุตกแต่งและเสริมสร้างที่มหาวิทยาลัยมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา และกลับประเทศไทยมาเป็นอาจารย์แพทย์ที่ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันอาจารย์หมอพิมพ์ขวัญได้รับความไว้วางใจจากภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ทำหน้าที่บริหารในฐานะหัวหน้าศูนย์บริการตาเทียม โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งได้รับการจัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2557 เพื่อรองรับผู้ป่วยที่สูญเสียดวงตา หรือตาฝ่อจากสาเหตุต่างๆ อาทิ จากอุบัติเหตุ มะเร็งลูกตา ตลอดจนจากการติดเชื้อต่างๆ เป็นต้น โดยทีมงานของศูนย์ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการประดิษฐ์ตาเทียมจากหน่วยประดิษฐ์ใบหน้าขากรรไกร คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่มีความเชี่ยวชาญในการประดิษฐ์อวัยวะเทียมบนใบหน้า โดยเฉพาะการทำ &amp;quot;ดวงตาเทียม 3 มิติ&amp;quot; ซึ่งมีลักษณะเหมือนดวงตาจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์หมอพิมพ์ขวัญอธิบายว่า ดวงตาเทียมมี 2 ชนิด คือ ดวงตาเทียมชนิดสำเร็จรูป ซึ่งส่วนใหญ่ทำจากพลาสติกที่ขึ้นแบบมาจากโรงงาน หาซื้อได้ตามคลินิกโรคตาทั่วไป แต่มีข้อจำกัดคือ อาจไม่พอดีกับเบ้าตาของผู้ป่วย และมีลักษณะและสีที่ไม่ใกล้เคียงกับดวงตาจริงอีกข้างของผู้ป่วย และทำให้เกิดขี้ตาสะสมได้ ไม่เหมือนกับดวงตาเทียมอีกชนิดที่ทำขึ้นเฉพาะบุคคลที่พอดีกับเบ้าตาของผู้ป่วย และดูใกล้เคียงเป็นธรรมชาติกว่าเมื่อเทียบกับดวงตาอีกข้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งดวงตาเทียมเฉพาะบุคคลที่ศูนย์บริการตาเทียม โรงพยาบาลศิริราช จะทำจากอะครีลิก โดยผู้ป่วยจะต้องได้รับการตรวจประเมินจากจักษุแพทย์เฉพาะทางที่โรงพยาบาลศิริราชก่อนนัดพิมพ์ตา ซึ่งในบางรายอาจต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไขเบ้าตาก่อน และจะต้องมาพบจักษุแพทย์เป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งสามารถพิมพ์ตาเทียมได้ ทั้งนี้ ขั้นตอนการทำดวงตาเทียมจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน หลังจากนั้นทางศูนย์จะนัดผู้ป่วยมารับตาเพื่อวัด และปรับขนาดตาเทียมให้พอดีกับเบ้าตา ผู้ป่วยจะได้รับคำแนะนำจากพยาบาลของศูนย์ในการดูแลรักษาดวงตาเทียม ซึ่งควรนำตาเทียมมาถอดล้างเดือนละครั้ง และควรได้รับการขัดเงาโดยผู้เชี่ยวชาญที่ศูนย์ทุก 6-12 เดือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในทางกฎหมายผู้ที่สูญเสียดวงตาไป หรือมีตาฝ่อเพียง 1 ข้าง ไม่นับว่าเป็นคนพิการ ถ้ายังมีดวงตาอีกข้างที่ยังมองเห็นได้ปกติอยู่ และยังคงสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติเหมือนคนทั่วไป ซึ่งการใส่ดวงตาเทียมจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้ผู้ป่วยสามารถดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพต่อไป โดยในอนาคต ศูนย์บริการตาเทียม โรงพยาบาลศิริราช มีแผนจะขยายศักยภาพในการประดิษฐ์เบ้าตาเทียมเพื่อรองรับการบริการผู้ป่วยที่สูญเสียเบ้าตาจากมะเร็ง รวมถึงจะนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาช่วยในการทำตาเทียมและเบ้าตาเทียมของผู้ป่วยให้ได้ใกล้เคียงของจริงมากที่สุดอีกด้วย&amp;quot; คุณหมอกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในประเทศไทยมีศูนย์ทำตาเทียมเฉพาะบุคคลน้อยมาก ไม่ถึง 10 แห่งในสถานพยาบาลของรัฐ ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ โดยปัจจุบันผู้ป่วยที่สามารถเบิกได้มีเฉพาะข้าราชการที่ใช้สิทธิเบิกจ่ายตรงจากกรมบัญชีกลาง แต่สิทธิผู้พิการ หรือสิทธิ 30 บาทนั้นยังไม่ครอบคลุม โดยจะมีค่าใช้จ่ายตกประมาณข้างละ 5,000 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ศูนย์บริการตาเทียม โรงพยาบาลศิริราช ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จึงได้ร่วมกับมูลนิธิไลออนส์ ริเริ่ม &amp;quot;โครงการ 300 ดวงตาเทียม 300 ดวงใจ&amp;quot; เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมโครงการได้รับพิมพ์ตาแล้วกว่า 150 ดวง โดยทางศูนย์ยังคงรับผู้ป่วยอยู่อย่างต่อเนื่อง และได้เปิดให้ผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมบริจาคช่วยเหลือ ซึ่งแม้ครบ 300 ดวงแล้ว หากได้รับการสนับสนุนที่มากพออย่างต่อเนื่อง อาจสามารถขยายโครงการต่อไปได้อีก ทั้งนี้ ผู้สนใจบริจาคสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook ของศูนย์บริการตาเทียม โรงพยาบาลศิริราช หรือเว็บไซต์ https://sirirajeyeprosthesis.com.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86312</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, อาจารย์แพทย์หญิงพิมพ์ขวัญ จารุอำพรพรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201208/image_big_5fcf6a98ebc06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
