<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2018 22:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2018 21:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> จับยาไอซ์ 100 ล้านบาท ขนจากลาวลงชายแดนใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;11 ม.ค. 61 - ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช รอง ผบช.ภ.9 แถลงข่าวการจับกุมยาไอซ์ล๊อตใหญ่ จำนวน 150 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท พร้อมผู้ต้องหา2คน คือ นายอดุลย์ เมฆชัย อายุ 22 ปี ชาวจ. สระบุรี และนายวรวัฒน์ หวานจริง อายุ 29 ปี ชาวจ.สระบุรี รถยนต์กระบะ รถยนต์กระบะโตโยต้าป้ายแดง 1 คัน โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;โดยทั้ง2คนถูกเจ้าหน้าที่ ชุดปราบปรามยาเสพติด กองกำกับการสืบสวน 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน จังหวัดชายแดนภาคใต้ จับกุมได้เมื่อวันที่9 มกราคมที่ผ่านมา และเป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ระดับประเทศ ขณะลักลอบลำเลียงยาไอซ์จากประเทศลาว ผ่านช่องทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย มาส่งจำหน่ายให้เครือข่ายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยนำมาพักที่รีสอร์ทในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ เพื่อรอส่งให้กับเครือข่าย เจ้าหน้าที่จึงแกะรอยติดตามจับกุมได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ส่วนทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดอยู่ระหว่างตรวจสอบดำเนินการตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ต่อไป และแจ้งข้อหาดำเนินคดี ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( เมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์หรือไอซ์ )ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/909</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยาเสพติด, อาชญกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180111/5a576aa633420.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>815</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2018 10:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2018 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจรแสบตุ๋นคุณตาเมืองช้าง สบู่2ก้อนแลกเงินเกลี้ยงกระเป๋า!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เตือนภัย!! แก๊งต้มตุ๋นออกอาละวาด หลอกเปิดสลากได้รางวัลต้องซื้อ คุณตาเมืองช้างวัย 82 ปี ยังไม่เว้น โดนไปหลายพัน บาทได้สบู่ 2ก้อน ราคาจริงแค่หลักร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวภูมิภาคประจำ จ.สุรินทร์ &amp;nbsp;ได้รับแจ้งจาก นายสิทธิชัย นามทอง กำนันตำบลหัวงัว อ.สนม จ.สุรินทร์ ว่า มีแก๊งต้มตุ๋น หลอกลวง ออกอาละวาด หลอกคนในหมู่บ้านหัวงัว หมู่ที่ 8 ต.หัวงัว อ.สนม จ.สุรินทร์ &amp;nbsp;โดยหลอกให้เปิดสลาก ถ้าเปิดเจอของรางวัลห้ามคืนต้องซื้อเท่านั้น แถมซื้อในราคาที่เกินจริงมาก &amp;nbsp;คุณตาวัย 82 ปี ยังไม่เว้น ถูกจับฉลากแลกของรางวัล ได้ สบู่ 2 ก้อน และนาฬิกา 1 เรือน ก็บังคับต้องจ่ายเป็นเงินสด 2,500 บาท แต่คุณตาไม่มีควักทั้งกระเป๋าจนเกลี้ยงมีแค่ 1,200 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรุดลงพื้นที่ ตรวจสอบไปยังที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหัวงัว ได้พบกับ นางวงเดือน พันธ์มณี ผู้ใหญ่บ้านหัวงัว เปิดเผยว่า ชาวบ้านที่ตกเป็นเหยื่อและโดนหลอกสูญเงิน คือ คุณตากันหา ชมชื่น อายุ 82 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95 บ้านหัวงัว หลังรู้ตัวว่า โดนแก๊งตุ้มตุ๋นหลอกลวง นางสาวนวลใย ชมชื่น ได้รีบวิ่งมาแจ้งให้ตนในฐานะผู้ใหญ่บ้านทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณตากันหา ชมชื่น อายุ 82 ปี เปิดเผยว่า บ้านอยู่ห่างไกลจากชุมชนและหมู่บ้าน พอสมควร ขณะที่กำลังนอนเล่นอยู่ที่บริเวณหน้าบ้านเพียงลำพัง ส่วนนายเดช เละเครือ ลูกเขย ทำงานอยู่หลังบ้าน เมื่อเวลาประมาณ 15.20 น.( 9 ม.ค.) ได้มีรถยนต์กะบะ สีขาว ยี่ห้อโตโยต้า จำหมายเลขทะเบียนและหมวดจังหวัดไม่ได้ วิ่งและเลี้ยวเข้ามาภายในบ้าน ตอนแรกนึกว่าเป็นลูกชาย &amp;nbsp;แต่สักพักได้มีผู้หญิงจำนวน 2 คน รูปร่าง อวบๆ ผมยาวประบ่า และมีผู้ชายอีก 1 คน เป็นคนขับรถยนต์คันดังกล่าว โดยผู้หญิงเดินเข้ามาหาตน และบอกให้จับฉลากฟรีได้รางวัลไม่เสียตังค์ แม้แต่บาทเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตนจับฉลากไปสองอันปรากฏว่า ไม่ได้รางวัลอะไรเลย &amp;nbsp;สักพักผู้หญิงคนนั้นก็บอกว่า &amp;ldquo;นี่..ตาได้นาฬิกา แต่คุณตาต้องเสียเงิน 2,500 บาทนะ&amp;rdquo; &amp;nbsp;แล้วเดินไปบอกผู้ชายที่อยู่ในรถยนต์กะบะ ให้เอานาฬิกามาให้ ตนก็เถียงจับสลากไม่ได้อะไร แต่ผู้หญิงก็ยืนยันเสียงแข็ง ว่าตนเองได้รางวัลใหญ่เป็นนาฬิกาเรือนทอง &amp;nbsp;ส่วนลูกเขย ที่อยู่หลังบ้าน ก็โดนผู้หญิง ในแก๊งเดียวกันประกบ พูดจาลักษณะถามว่า &amp;ldquo;มีคนมาขายสบู่ไหม&amp;rdquo; จนลูกเขยเอะใจ รีบเดินออกมาหาตนเอง จึงพอทราบว่า ตนถูกหลอกให้จับฉลาก พอได้รางวัลเป็นนาฬิกา เรือนทอง ต้องเสียเงิน 2,500 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปรากฏว่า ลูกเขยไม่ยอมจ่ายเงินให้ เพราะเห็นว่า นาฬิกาเรือนดังกล่าว มีราคาเพียง 100 กว่าบาท จนได้มีปากเสียงกับแก๊งต้มตุ๋นอย่างรุนแรง จากนั้น ลูกเขย ได้บอกกับตนว่า อย่าพึ่งจ่ายเงิน เดียวจะบอกภรรยา ซึ่งเป็นลูกสาวของตนเอง ก่อนพากันไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน ระหว่างไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน เวลาไม่ถึง 10 นาที ลูกเขย กลับมาบ้านพร้อมกับภรรยา และนายสมนึก พิมพ์ลา สารวัตรกำนัน ต.หัวงัว ปรากฏว่า แก๊งค์ต้มตุ๋นก็ไม่อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถาม คุณตากันหา ชมชื่น ทราบว่า ยอมจ่ายเงินให้แก๊งค์ต้มตุ่นไปเป็นเงินสดจำนวน 1,200 บาท สาเหตุที่ยอมจ่าย เพราะผู้ชายที่อยู่ในแก๊ง ได้มีการพูดจาข่มขู่ และ บอกว่าจะเอาเงินเท่าที่มี ทั้งกระเป๋ามีเงินแค่ 1,200 บาท ทั้งเหรียญ ทั้งแบ๊ง โกยเกลี้ยง ก่อนพากันรีบขับรถยนต์ออกไปอย่าลอยนวล โดยมุ่งหน้าไปเส้นทาง อ. รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ทิ้งเพียง สบู่ 2 ก้อน กับนาฬิกาเรือนทอง จำนวน 1 เรือน ราคาเรือนละร้อยกว่าบาท ไว้ให้ดูต่างหน้า ซึ่งพรุ่งนี้คุณตา และครอบครัว จะเข้าแจ้งความที่ สภ.สนม ต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/815</URL_LINK>
                <HASHTAG>สุรินทร์, อาชญกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180110/5a557c9dbd7c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2017 10:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2017 10:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ!ฆ่าตัดหัวยัดท่อ กลางเมืองภูเก็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฆาตกรรมสยองขวัญกลางเมืองภูเก็ต พนักงานส่งของแวะจอดรถกินข้าวริมทางแล้วทำกุญแจรถหาย ส่องไฟฉายหาในท่อระบายน้ำ ถึงผงะเมื่อพบศพชายไร้หัวนอนแช่น้ำ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบมีร่องรอยถูกตัด ยังไม่รู้เป็นใครมาจากไหน เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดในย่านนั้นโดยรอบเพื่อหาเบาะแสคลี่คลายคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ร.ต.ท.โสฏณัฐ นายาว รองสารวัตรสอบสวน สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต รับแจ้งพบศพคนถูกยัดไว้ในท่อระบายน้ำริมถนนเทพกระษัตรีฝั่งขาเข้า ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลถลาง เจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต และผู้บังคับบัญชาอีกหลายราย จุดเกิดเหตุมีประชาชนจำนวนมากมุงดูเหตุการณ์โดยมีกลิ้นเหม็นโชยขึ้นมาเป็นระยะ เจ้าหน้าที่จึงกันออกไปก่อนใช้ชะแลงงัดฝาท่อระบายน้ำซึ่งเป็นตะแกรงเหล็ก ก็พบศพไร้หัวถูกยัดอยู่ในท่อน้ำดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเจ้าหน้าที่นำศพขึ้นมาเพื่อตรวจพิสูจน์ ยืนยันได้ว่าเป็นชาย มีร่องรอยคล้ายถูกตัดศีรษะออกไป สภาพเน่าเปื่อย สวมเสื้อยืดแขนสั้น นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน ที่ข้อมือซ้ายคาดริสต์แบนด์สีเขียว 1 เส้น และสีแดง 1 เส้น บริเวณต้นแขนซ้ายมีรอยสัก ไม่พบเอกสารแสดงตัว คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 อาทิตย์ จึงนำศพส่งโรงพยาบาลถลาง เพื่อให้แพทย์ชันสูตรอย่างละเอียดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบปากคำนายมงคล กองแสง อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48 หมู่ 24 ต.เวียง อ.เทิง จ.เชียงราย คนขับรถส่งของ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้แวะจอดรถริมถนนแล้วเดินไปกินข้าว เสร็จแล้วก็เดินมายังรถ คลำกระเป๋าหากุญแจ ปรากฏว่าหายไป เข้าใจว่ากุญแจรถอาจตกลงไปในท่อระบายน้ำ จึงได้ใช้ไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือส่องลงไปในท่อน้ำดูทีละจุด จนมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นศพอยู่ภายในท่อระบายน้ำ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทราบว่าศพดังกล่าวเป็นใคร แต่คาดว่าน่าจะถูกฆ่า แล้วคนร้ายตัดศีรษะก่อนจะลอบนำศพมาทิ้งไว้ในท่อระบายน้ำ หรือศพถูกนำไปทิ้งในบริเวณใกล้เคียง แต่ถูกน้ำพัดเข้ามาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามหาศีรษะของผู้เสียชีวิต รวมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาที่มาของผู้เสียชีวิต รวมทั้งเร่งตรวจสอบข้อมูลการแจ้งบุคคลผู้สูญหายไปยังสถานีตำรวจในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามหาญาติผู้เสียชีวิตเป็นเบาะแสในการคลี่คลายคดีต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/267</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภูมิภาค, อาชญกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://tpn-data.s3-ap-southeast-1.amazonaws.com/uploads/photos/mid/20171211/5a2dfa3e5dafc.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
