<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55429</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นอนคุกคืนแรก กอล์ฟปรับตัวได้ ‘พ่อ-แม่’มาเยี่ยม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ชีวิตในคุกคืนแรก &amp;quot;ผอ.กอล์ฟ&amp;quot; ปรับตัวได้สบายมาก กินอิ่มนอนหลับ บอกยอมรับผลกรรมที่ก่อ ผบ.เรือนจำจัดนักโทษพี่เลี้ยง 2 คนคอยดูแลกันถูกทำร้าย พร้อมให้ทำแบบสอบถามประเมินสภาพจิตใจความเป็นอาชญากร ก่อนจัดระดับอยู่ในชั้นเดรัจฉานหรือไม่ พ่อ แม่ เมีย เข้าเยี่ยม กองปราบฯ มั่นใจสรุปสำนวนภายใน 15 วันส่งอัยการพิจารณาสั่งฟ้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า หลังจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้รับตัวนายประสิทธิชัย เขาแก้ว หรือ ผอ.กอล์ฟ จากศาลอาญา มาควบคุมตัวไว้ระหว่างการสอบสวน ในคดีปล้นทรัพย์ชิงทองและฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ช่วงเช้าได้รับรายงานจากนายกฤช กระแสทิพย์ ผบ.เรือนจำฯ ว่าการคุมขังนายประสิทธิชัยคืนแรกเป็นปกติ ไม่มีปัญหาทั้งจากเพื่อนผู้ต้องขังร่วมแดน และตัวนายประสิทธิชัยก็ไม่มีอาการเครียด รับประทานอาหารได้ นอนหลับ สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพความเป็นอยู่ในเรือนจำ และใช้ชีวิตร่วมกับผู้ต้องขังคนอื่นได้อย่างปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายกฤชกล่าวเสริมว่า หลังเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์รับตัว ผอ.กอล์ฟมา ก็ได้ทำประวัติและให้อยู่ในแดนแรกรับ ห้องควบคุมหมายเลข 11 ซึ่งเป็นห้องคุมขังนักโทษสูงอายุ โดยจัดผู้ต้องขังชั้นดี 2 คนคอยดูแลในเวลากลางคืนที่มีการตรวจตราน้อย เนื่องจากเจ้าหน้าที่เกรงว่าผู้ต้องขังรายอื่นจะไม่พอใจนายประสิทธิชัย จนนำไปสู่การทะเลาะวิวาทหรือความวุ่นวายภายในเรือนจำ อีกทั้งกำชับให้ผู้ต้องขังซึ่งเป็นพี่เลี้ยงทั้ง 2 คนคอยดูแลและสังเกตสภาพจิตใจนายประสิทธิชัยอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้นายประสิทธิชัยทำร้ายตัวเอง หลังมีกระแสข่าวลือว่านายประสิทธิชัยอยากถูกตำรวจวิสามัญก่อนหน้านี้ ส่วนเวลากลางวันจะมีเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ตรวจตราอย่างดีอยู่แล้ว ไม่น่าเป็นห่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤชกล่าวอีกว่า วันนี้ได้เข้าไปตรวจเยี่ยมและพูดคุยกับนายประสิทธิชัยในเรือนจำ เพื่อแนะนำการใช้ชีวิตข้างใน ส่วนสภาพจิตใจยังไม่พบเห็นอาการเครียด สามารถปรับตัวได้ และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี สามารถรับประทานอาหารและนอนหลับได้ปกติเหมือนผู้ต้องขังคนอื่น โดยเจ้าตัวบอกว่ายอมรับผลกรรมที่ก่อ นอกจากนี้เมื่อช่วงเช้าได้รับรายงานว่า มีบิดา มารดา และภรรยา เข้ามาเยี่ยมพร้อมมีการซื้อของจากร้านค้าสวัสดิการผู้ต้องขังมาฝากให้ คงทำให้สภาพจิตใจดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นักจิตวิทยายังให้ทำแบบสอบถาม ไครมินอลมายด์ หรือแบบสอบถามประเมินสภาพจิตใจความเป็นอาชญากร เพื่อดูว่าอยู่ในประเภทวอตช์ลิสต์ หรือกลุ่มที่เฝ้าจับตาดูพิเศษ กับจัดกลุ่มว่าเป็นผู้ต้องขังประเภทไหน ชั้นเลว หรือเดรัจฉานหรือไม่ ตามกระบวนการคัดกรอง ส่วนการพิจารณาย้ายไปอยู่แดนอื่นหลังจากนี้ยังตอบไม่ได้ ต้องพิจารณาวันต่อวัน&amp;quot; นายกฤชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความคืบหน้าทางคดี ภายหลังมีการโอนคดีให้กองปราบปรามรับผิดชอบ มีรายงานว่า พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้คณะพนักงานสอบสวนคดีนี้เร่งรัดสอบปากคำพยานในส่วนที่เหลือให้ครบถ้วนและรัดกุมมากที่สุด โดยมีพยานต้องสอบปากคำราว 30 ปาก และสอบไปแล้ว 15 ปาก นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ก็อยู่ระหว่างรอผลตรวจหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ อาทิ ผลตรวจดีเอ็นเอของคนร้าย ที่เจ้าหน้าที่ตามเก็บมาได้จากจุดต่างๆ ที่ผู้ต้องหาทิ้งไว้หลังก่อเหตุ เช่น หมวกไหมพรม หรือเสื้อผ้าที่ใส่ก่อเหตุ อีกทั้งอยู่ระหว่างรอผลตรวจอาวุธปืนของกลางและกระสุนปืน ซึ่งเมื่อผลตรวจหลักฐานทุกอย่างครบถ้วนแล้ว ก็จะสู่ขั้นตอนรวบรวมสำนวนการสอบสวน จากนั้นก็จะมีการตรวจสอบอีกครั้งว่ายังมีอะไรขาดตกบกพร่องอีกบ้าง ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาส่งให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องต่อไป โดยคาดว่าน่าจะใช้เวลาไม่เกิน 15 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า จากการสอบสวนนายประสิทธิชัย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังได้สอบถามอีกด้วยว่า ทองคำที่ปล้นมาจะนำไปขายต่อที่ไหน เพราะผู้ต้องหาเป็นครู ไม่น่าจะรู้จักแหล่งขายใต้ดิน นายประสิทธิชัยบอกว่า ตนยังไม่รู้เลยว่าจะทำอย่างไร และนำไปขายต่อได้ที่ไหนบ้าง เพราะหากนำออกไปขายก็ต้องถูกจับแน่นอน เลยเอาไปซ่อนไว้ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีหลักฐานลำกล้องปืนกระบอกที่ใช้ก่อเหตุ และท่อเก็บเสียงที่ผู้ต้องหาอ้างว่านำไปโยนทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขต อ.เมืองฯ จ.สิงห์บุรี ซึ่งทีมนักประดาน้ำของกองบังคับการตำรวจน้ำ ลงไปดำค้นหาแล้ว แต่ต้องทำงานด้วยความยากลำบาก เนื่องจากสภาพพื้นผิวใต้น้ำตรงจุดดังกล่าว เต็มไปด้วยก้อนหินมีซอกมุมเยอะ ทำให้การงมค้นหายากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นไปได้ว่าผู้ต้องหาโกหก หรือไม่ก็หลักฐานตกลงไปในซอกหิน เจ้าหน้าที่จึงได้นำเครื่องมือตรวจจับโลหะมาตรวจ ก็พบว่าพื้นผิวใต้น้ำตรงนั้น เต็มไปด้วยตะกั่วตกปลา เนื่องจากมีคนมาตกปลากันเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะค้นหาหลักฐานทั้งสองชิ้นไม่เจอ แต่พนักงานสอบสวนก็ไม่หนักใจ เนื่องจากยังมีหลักฐานอื่นๆ ที่สามารถรองรับผลทางคดีได้ชัดเจนและแน่นหนาอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมูลเหตุจูงใจการก่อเหตุ ซึ่งเมื่อตอนถูกจับกุม นายประสิทธิชัยผู้ต้องหาให้การว่าทำลงไปเพราะต้องการมีสีสันในชีวิต ปรากฏว่าเมื่อพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำอย่างหนัก สุดท้ายผู้ต้องหาก็ยอมรับว่าส่วนหนึ่งมาจากปัญหาเรื่องการเงิน เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบข้อมูล จนพบว่านายประสิทธิชัยมีหนี้เงินกู้จากสหกรณ์ครูและธนาคารกรุงไทย รวมทั้งหมดประมาณ 2 ล้านบาท โดยทราบอีกว่าก่อนหน้า นายประสิทธิชัยนำเงินสดประมาณ 3 แสนบาท ไปซื้อรถยนต์หรูบีเอ็มดับเบิลนยู เอฟ 4 แต่รถคันดังกล่าวเป็นรถเถื่อน และต่อมาถูกเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรจับกุม ทำให้นายประสิทธิชัยต้องเสียค่าปรับเป็นเงินถึง 6 แสนบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบกับนิสัยส่วนตัวของผู้ต้องหา ใช้จ่ายเงินค่อนข้างฟุ่มเฟือยเกินเงินเดือน เพราะชอบใช้สินค้าที่มีราคาแพง แต่หลังจากถูกหักเงินที่ไปกู้มาแล้ว ก็จะเหลือใช้เพียงเดือนละ 5,000 บาทเท่านั้น จนทำให้ที่ผ่านมานายประสิทธิชัยประสบปัญหาการเงินมาตลอด บางครั้งก็ต้องหยิบยืมเงินจากที่บ้านอีกด้วย ซึ่งเชื่อว่า ปัญหาดังกล่าวทำให้นายประสิทธิชัยตัดสินใจลงมือก่อเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวยังได้ติดต่อไปยังสถานศึกษาใน จ.ลพบุรี ซึ่งภรรยาสาวของนายประสิทธิชัยทำงานอยู่ ทางผู้บริหารเปิดเผยว่า ภรรยา ผอ.กอล์ฟ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นครูอัตราจ้าง สอนวิชาคอมพิวเตอร์ของสถานศึกษาแห่งนี้ ได้ลาออกไปแล้วหลังจากที่ปรากฏข่าวสามีถูกจับกุม และไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ไหน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55429</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิงทองลพบุรี, นักโทษพี่เลี้ยง, ประสิทธิชัย เขาแก้ว, ปล้นฆ่าชิงทอง, ปล้นชิงทอง, ราชทัณฑ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาชญากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200124/image_big_5e2b090fb92ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12136</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2018 14:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2018 14:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่มีหน้าที่!&#039;โบว์อยากเลือกตั้ง&#039;เฉลยเวลามีคดีฆาตกรรม องค์กรสิทธิไปอยู่ไหนหมด?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย.61-โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา แกนนำกลุ่มอยากเลือกตั้ง โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว Bow Nuttaa Mahattana ระบุว่า คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับบทบาทขององค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม: เวลามีคดีฆาตกรรม องค์กรสิทธิไปอยู่ไหนหมด?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบ: องค์กรสิทธิมนุษยชน(หรือหน่วยงานอย่างกรรมการสิทธิบ้านเรา) จะไม่ไปแทรกแซงสิ่งที่กระบวนการยุติธรรมปกติดูแลได้อยู่แล้ว แต่จะทำงานในเรื่องที่เป็นปัญหาต่อหลักการสิทธิมนุษยชน มักมีไว้เพื่อพิทักษ์สิทธิที่รับรองไว้ในปฏิญญาสากลแต่มีการละเมิด อย่างการฆ่าคือการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานข้อสามกับห้า ถ้ากระทำโดยอาชญากรที่รัฐจัดการได้ องค์กรสิทธิก็ไม่มีหน้าที่ แต่ถ้ากระทำโดยรัฐ องค์กรเหล่านี้หรือรัฐที่ต้องการยืนยันหลักการก็ต้องดำเนินการไปตามหน้าที่ เหมือนที่ยูเอ็น อียู องค์กรสิทธิทั่วโลกและประเทศที่เคารพข้อตกลงนั้นอย่างเยอรมันฯลฯ ออกแถลงการณ์ทันทีที่มีการฆ่าโดยรัฐเกิดขึ้น แต่จะไม่มายุ่งในกรณีที่รัฐปกป้องสิทธิของพลเมืองได้เองตามระบบปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาเราถูกละเมิดและกฎหมายปกติอำนวยความยุติธรรมไม่ได้ คนจึงจะไปร้ององค์กรสิทธิ อย่างที่กสม.ก็จะมีเรื่องร้องเรียนมากมายหลายรูปแบบ สิทธิมนุษยชนตามปฏิญญาสากลมีตั้ง 30 ข้อ (ไม่นับสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองอีกฉบับ) ส่วนจะทำงานได้มีประสิทธิภาพแค่ไหนก็เป็นอีกเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นองค์กรเหล่านี้ก็มักจะทำงานขับเคลื่อนประเด็นในส่วนที่รัฐยังละเมิดสิทธิอยู่ เช่น การประหัตประหารประชาชนในสงคราม สิทธิในการมีสัญชาติ สิทธิในที่อยู่อาศัยของผู้ลี้ภัย สิทธิทางการศึกษาที่ไม่เลือกปฏิบัติทางเพศในบางประเทศ หรือสิทธิทางการเมืองอย่างสิทธิการเลือกตั้งในเมืองไทย เป็นเรื่องที่คนในประเทศต่อรองกับรัฐไม่ได้ หรือถูกละเมิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นก็เป็นการรณรงค์ให้คนเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นสิทธิของ&amp;rdquo;ทุกคน&amp;rdquo;ที่เขาเชื่อว่าต้องช่วยกันปกป้อง เพราะหากรักษาหลักการไว้ได้ ก็จะเกิดความพยายามไม่ให้มีใครถูกละเมิด นำสู่กระบวนการจัดการสังคมเชิงโครงสร้าง และกระบวนการยุติธรรมที่ดี เพื่อสร้างสังคมที่ลดการละเมิดและรักษาสิทธิของทุกคนในสังคมไว้ได้อย่างดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คราวนี้พอคนจำนวนมากไม่มีความเข้าใจเลย ก็จะถามหาองค์กรสิทธิทุกครั้งที่มีอาชญากรรมที่จัดการได้ด้วยกฎหมายปกติ ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบสั้นๆไม่ได้ คนที่รู้ก็ขี้เกียจจะต่อความยาว หรือกลัวว่าตอบไปก็ไม่ฟัง เขียนไปก็ไม่อ่าน ก็เลยมีความไม่เข้าใจค้างอยู่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากอยากรู้ว่าองค์กรไหนทำงานอย่างไรบ้าง ก็ไปศึกษากันต่อได้ค่ะ โบว์ไม่ได้ทำงานองค์กรสิทธิ แค่มาเล่าคร่าวๆให้ฟัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12136</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฏิญญาสากล, สิทธิมนุษยชน, อาชญากร, โบว์ ณัฏฐา, โบว์ อยากเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180626/image_big_5b31e50e113cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
