<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2018 19:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2018 19:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลพิพากษาประหารชีวิต แก๊งค้าไอซ์ข้ามชาติ &#039;4ไต้หวัน-ไทย-มาเลย์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค.61 - &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลมีคำพิพากษาแก๊งยาเสพติดข้ามชาติสัญชาติไต้หวัน-มาเลเซีย คดีหมายเลขดำ อย.2655/2560 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดียาเสพติด 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายเซียง หมี่ ซื่อ หรือจิมมี่ หรือเก็กกอ &amp;nbsp;เถ้าแก่ภาคเหนือ (Cheng Mi Hsu) อายุ 70 ปี สัญชาติไต้หวัน , น.ส.วิภารัตน์ การดี อายุ 51 ปี สัญชาติไทย ชาวเชียงใหม่ , นายตัน ฮัน เซียง หรือาตัน สัญชาติมาเลเซีย &amp;nbsp;และนางวลัยพรรณ เพ็ชรพงษ์ หรือเจ้ฟ่ง หรือฟ่งเจี่ย อายุ 66 ปี สัญชาติไทย ชาวเชียงราย ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน , สนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด , มีเมทแอมเฟตามีน ยาเสพติดประเภทยาไอซ์ ไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่าย &amp;nbsp;อันเป็นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4,7,8,15,66,100/1,102 กับ พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3,4,8,10,14 ประกอบประมวลกฎหมายกฎหมายอาญา มาตรา 32,33,83&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามฟ้องอัยการโจทก์ เมื่อวันที่ 13 ก.ค.60 บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวัน-เวลาใดไม่ปรากฏชัด ช่วงต้นเดือน ก.พ.59 จำเลยทั้งสี่ และนายชาง คิม ซุย(Chang Kim Sui) , นายลิม เยียน ฮุย (Lim Yean Hooi) สองจำเลยที่ถูกศาลอาญานี้พิพากษาลงโทษไปแล้ว กับพวกที่หลบหนียังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ร่วมกันสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยร่วมกันวางแผนจัดหา ครอบครอง เก็บรักษา ลำเลียง ยาเสพติดแล้วนำไปส่งมอบให้ลูกค้า รวมทั้งร่วมกันจัดการบริหารเงินซื้อขายยาเสพติดที่ได้กระทำลงไปหลายครั้ง โดยจำเลยที่ 1-4 เป็นผู้ประสานงาน จัดหายาเสพติดและติดต่อกับผู้ลำเลียงยาเสพติดเพื่อนำไปส่งมอบให้ลูกค้า ด้วยการให้นายชาง คิม ซุย (Chang Kim Sui) , นายลิม เยียน ฮุย (Lim Yean Hooi) เป็นผู้ทำหน้าที่ลำเลียงและนำยาเสพติดไปส่งให้กับลูกค้าตามคำสั่งของจำเลยที่ 1-4 กระทั่งวันที่ 29 มี.ค.59 เวลา 18.00 น. เจ้าพนักงานสามารถจับกุม นายชาง คิม ซุย (Chang Kim Sui) , นายลิม เยียน ฮุย (Lim Yean Hooi) ได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ชนิดผลึกสีขาว282 ถุง น้ำหนัก 281,593.957 กรัม (281 กิโลกรัม) ที่มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามได้สมคบกับจำเลยทั้งสี่ ซึ่งมีการสืบสวนสอบสวนขยายผลจนต่อมาวันที่ 19 เม.ย.60 เวลากลางวัน เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยทั้งสี่ได้ พร้อมยึดมือถือที่ใช้นัดหมายตกลงวางแผนและแบ่งหน้าที่กันทำ เหตุเกิดที่ ต.หาดใหญ่ , ต.สำนักขาม , ต.คลองหลา ใน อ.สะเดา ,อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา และที่ ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ , ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล จำเลยทั้งสี่ไม่ได้รับการประกันตัว ซึ่งนายเซียง หมี่ ซื่อ สัญชาติไต้หวัน จำเลยที่ 1 และนายตัน ฮัน เซียง หรือาตัน สัญชาติมาเลเซีย จำเลยที่ 3 ถูกคุมขังในสถานบำบัดพิเศษกลาง ส่วน น.ส.วิภารัตน์ ชาวเชียงใหม่ จำเลยที่ 2 และนางวลัยพรรณหรือเจ้ฟ่ง ชาวเชียงราย จำเลยที่ 4 ถูกคุมขังในทัณฑสถานหญิงกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานตามฟ้องและทางนำสืบโจทก์แล้ว รับฟังได้ว่าการกระทำของจำเลยที่ 1-4 เป็นความผิด พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522มาตรา 15 วรรคหนึ่ง วรรคสาม(2) ,66 วรรคสาม , พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2559 มาตรา 16 วรรคหนึ่ง , 118 ซึ่งการกระทำนั้นเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงพิพากษา ให้ประหารชีวิต จำเลยที่ 1-4 ฐานมียาไอซ์ เมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ,ฐานพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ก็ให้จำคุกตลอดชีวิต และปรับคนละ 2 ล้านบาท , ฐานมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภทที่ 2 ไว้ในครอบครองเพื่อขาย ให้จำคุกอีกคนละ 20 ปี และปรับคนละ 400,000 บาท , ฐานมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนไว้ในครบครองให้จำคุกอีก 2 ปี โดยจำเลยที่ 1-2 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง จึงคงจำคุกตลอดชีวิต นายเซียง หมี่ ซื่อ สัญชาติไต้หวัน จำเลยที่ 1 และน.ส.วิภารัตน์ ชาวเชียงใหม่ จำเลยที่ 2 และปรับคนละ1.2 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายตัน ฮัน เซียง หรือาตัน สัญชาติมาเลเซีย จำเลยที่ 3 กับนางวลัยพรรณหรือเจ้ฟ่ง ชาวเชียงราย จำเลยที่ 4 ที่ให้การปฏิเสธต่อสู้คดี คงโทษประหารชีวิตและปรับ 2.4 ล้านบาท พร้อมมีคำสั่งให้ริบโทรศัพท์มือถือและอาวุธปืนของกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแก๊งค้ายาข้ามชาติดังกล่าว ทาง ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันสืบสวนพยานหลักฐานเชื่อมโยงได้ทั้งกลุ่มผู้ค้ายาชาวไต้หวัน , มาเลเซีย จนสามารถติดตามจับกุม นายเซียง หมี่ ซื่อ หรือเถ้าแก่ภาคเหนือ สัญชาติไต้หวัน และน.ส.วิภารัตน์ ชาวเชียงใหม่ จำเลยที่ 1-2 ได้ที่บ้านพัก จ.เชียงใหม่ , นายตัน ฮัน เซียง หรือาตัน สัญชาติมาเลเซีย จำเลยที่ 3 ถูกจับกุมที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ส่วนนางวลัยพรรณหรือเจ้ฟ่ง ชาวเชียงราย จำเลยที่ 4 ถูกจับกุมที่บ้านพัก จ.เชียงราย พร้อมแจ้งข้อหาดำเนินคดี และยังได้อายัดทรัพย์สินหลายรายการทั้งธนบัตรสกุลเงินต่างๆ , บ้านพัก , บ้านพักพร้อมที่ดิน , รถยนต์ , รถจักรยานยนต์ มูลค่ากว่า 70 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15551</URL_LINK>
                <HASHTAG>2 นักโทษคดียาเสพติด, Cheng Mi Hsu, ตัน ฮัน เซียง, ประหารชีวิต, วลัยพรรณ เพ็ชรพงษ์, อาชญากรรมข้ามชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa6969a7391c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2018 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2018 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบหัวหน้าแก๊งโมซัมบิก เรียกค่าไถ่ ฆ่าอัยการ นักข่าว หนีซุกไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค. 61 - ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ( บก.ปอศ.)วานนี้&amp;nbsp; พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) แถลงข่าวการจับกุมตัว&amp;nbsp;Momade Assif Abdul SATAR&amp;nbsp;สัญชาติโมซัมบิก ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ทางการโฆซัมบิกต้องการตัวมากที่สุดหลังก่อเหตุอุกฉกรรจ์ ลักพาตัวเรียกค่าไถ่ ฆาตกรรมเจ้าหน้าที่รัฐ หลังหลบหนีเข้ามาหลบซ่อนตัวที่ประเทศไทยนานกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ รอง ผบช.ทท.เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในการจับกุมครั้งนี้ ได้รับการประสานงานจากประเทศสหรัฐอเมริกา ให้ช่วยติดตามตัวนายMomade Assif Abdul SATAR&amp;nbsp;สัญชาติโมซัมบิก ผู้ต้องหาตามหมายแดงของอินเตอร์โพล ในคดีอุกฉกรรจ์ ลักพาตัวเรียกค่าไถ่ มีความผิดข้อหาครอบครองอาวุธ ฆาตกรรม และลักพาตัว ซึ่งเป็นที่ต้องการตัวของประเทศโมซัมบิกเป็นอย่างมาก โดยประเทศโมซัมบิกได้มีการประสานไปยัง&amp;nbsp;FBI&amp;nbsp;ประจำภูมิภาคแอฟริกา ให้ประสานไปยัง&amp;nbsp;FBI&amp;nbsp;ภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย โดยใช้ชื่อในหนังสือเดินทางว่า&amp;nbsp;MR. SAHIME MOHAMMAD ASLAM&amp;nbsp;กระทั่งวันที่&amp;nbsp;25 ก.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบทราบว่ามีชายซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตรงกับผู้ต้องหา ปรากฎตัวอยู่ที่ล็อบบี้โรงแรมมาริออท ซอยสุขุมวิท 57 กรุงเทพมหานคร จึงแสดงตัวขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง ซึ่งชายดังกล่าวไม่สามารถแสดงได้ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวและพิมพ์ลายนิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว ไปส่งตรวจพิสูจน์ ที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับลายนิ้วมือตามหมายแดงตามอินเตอร์โพล และพบว่าเป็นลายนิ้วมือเดียวกับผู้ต้องหา ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นลักษณะบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ. คนเข้าเมือง จึงเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาเข้ามาอยู่ในประเทศไทยนาน 3 ปีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ทางการโมซัมบิก ยืนยันว่า ระหว่างที่ผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีออกนอกประเทศในระยะเวลาประมาณ 3 ปี ยังได้มีการสั่งให้องค์กรของตนดำเนินการลักพาตัวและเก็บค่าไถ่บุคคลต่างๆ ในประเทศโมซัมบิก และอีกหลายประเทศในทวีปแอฟริกา และยังแจ้งอีกว่าผู้ต้องหารายนี้เป็นระดับหัวหน้าองค์กร จะสั่งการให้ลูกน้องไปลักพาตัวนักธุรกิจที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศโมซัมบิกเพื่อไปเรียกค่าไถ่ มากกว่า 50 ครั้ง โดยแต่ละครั้งจะเรียกค่าไถ่เป็นเงินประมาณ 100 ล้านบาท หากไม่ได้รับเงินจะฆาตกรรมเหยื่อ โดยมีเหยื่อถูกฆาตกรรมไปแล้ว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย และยังได้มีการทำร้าย และฆาตกรรมเจ้าหน้าที่ของทางการโมซัมบิกและครอบครัวของเจ้าหน้าที่ที่ทำการสืบสวนเอาผิดกับองค์กรนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเฉพาะอัยการที่สั่งดำเนินคดีผู้ต้องหารายนี้ ได้ถูกฆาตกรรมโดยการยิงศีรษะถึง 16 นัด รวมถึงก่อเหตุฆ่าสื่อมวลชน ทำให้เป็นที่หวาดกลัวของเจ้าหน้าที่รวมถึงประชาชนเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง ผบช.ทท.กล่าวต่อว่า จะแบล็คลิสผู้ต้องหารายนี้ถาวร ไม่ให้เดินทางกลับเข้ามายังประเทศไทยได้อีก นอกจากนี้ยังพบว่าระหว่างการจับกุมตัว มีการเสนอเงินสินบนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย เจ้าหน้าที่จะส่งตัวกลับประเทศโมซัมบิก ภายในสัปดาห์หน้า และจะขยายผลถึงลูกน้องที่อยู่ในประเทศไทยต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14348</URL_LINK>
                <HASHTAG>อาชญากรรมข้ามชาติ, เรียกค่าไถ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180730/image_big_5b5e7de64a1fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2018 17:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2018 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว นายทุนค้ายาเสพติดข้ามชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฮาร์ปรีท ซิงค์ สวมกุญแจมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มี.ค.61 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พ.ต.ท.กฎกบินทร์ กังแฮ&amp;nbsp;พนักงานสอบสวนกองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2 ควบคุมตัวนายฮาร์ปรีท ซิงค์ (Mr.Harpreet Singh)&amp;nbsp;อายุ 52 ปี&amp;nbsp;ชาวไทยเชื้อสายอินเดีย&amp;nbsp;นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์&amp;nbsp;ผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติดรายใหญ่&amp;nbsp;มาขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา&amp;nbsp;12&amp;nbsp;วัน ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;8 -19&amp;nbsp;มี.ค.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น&amp;nbsp;ต้องสอบพยานอีก&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปาก รอผลการตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา ประวัติอาชญากรรม และอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า&amp;nbsp;ก่อนการจับกุมผู้ต้องหานี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวนายโกศล ศรีมงคล กับพวกรวม 11 คน พร้อมตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์&amp;nbsp;หรือเมทแอมเฟตามีน) จำนวน 390 ก้อน น้ำหนักรวมประมาณ 400 กก. นำส่งดำเนินคดี จากการสอบสวนหนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหาให้การว่าได้รับเงินค่าขนยาเสพติด 1 ล้านบาท สืบสวนขยายผลพบว่านายฮาร์ปรีท ผู้ต้องหานี้&amp;nbsp;เป็นผู้สั่งการให้โอนเงิน ประกอบกับการสืบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ตำรวจและพยานต่างให้การสอดคล้องต้องกันยืนยันการกระทำความผิดดังกล่าว เชื่อว่าผู้ต้องหานี้ได้ร่วมกับพวกกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดครั้งนี้จริง โดยมีการแบ่งหน้าที่กันทำ จึงได้ขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหาในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28-31 ก.ค. 2560&amp;nbsp;ที่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ต่อเนื่องกัน&amp;nbsp;ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับที่ 46/2561 ลงวันที่ 30 ม.ค. 2560 ต่อมาสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้เมื่อวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มี.ค. 2561 โดยชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน&amp;nbsp;ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัวจนกว่าคดีจะถึงที่สุด เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าจะหลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาญาติของผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นสมุดบัญชีเงินฝากประจำของธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาเยาวราช&amp;nbsp;จำนวน 1,890,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ในเวลา 17.15 น.&amp;nbsp;ศาลมีคำสั่งโดยพิเคราะห์ข้อหาและยาเสพติดของกลางตามคำร้องฝากขังแล้ว เป็นยาเสพติดประเภท 1 มีปริมาณมาก คดีมีอัตราโทษสูงถึงประหารชีวิต หากปล่อยชั่วคราวเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะได้นำตัวผู้ต้องหาไปคุมขังยังทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลางต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4569</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายทุนค้ายาเสพติด, ยาเสพติด, ศาลอาญา, อาชญากรรมข้ามชาติ, ฮาร์ปรีท ซิงค์, เชื้อสายอินเดีย, ไม่ให้ประกันตัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180308/image_big_5aa112acb15e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
