<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78816</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กระทุ้งรัฐคลอด กฎหมายอุม้ หาย มึนทำไมเตะถ่วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กระทุ้งรัฐกฎหมายอุ้มหายต้องเร่งคลอด อังคณา-พี่สาววันเฉลิม-นักสิทธิมนุษยชนร่วมวง ชี้เป็นภัยอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ข้องใจนักการเมืองกลัว กม.ไม่มีอายุความหวั่นสาวถึงเหตุมีส่วนได้ส่วนเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร จัดสัมมนา &amp;ldquo;รัฐสภากับการพัฒนาระบบกฎหมายอำนวยความยุติธรรมและพิทักษ์สิทธิมนุษยชน&amp;rdquo; โดย นายโคทม อารียา ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ บรรยายพิเศษ เรื่อง &amp;ldquo;คณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ กับความหวังในการอำนวยความยุติธรรม และพิทักษ์สิทธิมนุษยชน&amp;rdquo; ตอนหนึ่งว่า ตนเองเชื่อว่า ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.... (ฉบับประชาชน) ที่ กมธ.ศึกษาร่างที่เสนอโดยภาคประชาสังคมและขับเคลื่อนเข้าสู่สภาเพื่อพิจารณานั้น หากออกมาก็จะเป็นประโยชน์มากในการป้องกันการทรมาน หรือทำให้สูญหายเมื่อมีการควบคุมตัว ซึ่งเป็นความผิดทางอาญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 10.00 น. เป็นการเสวนา &amp;ldquo;ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการอุ้มหาย ความก้าวหน้าครั้งใหม่ของสิทธิมนุษยชนไทย&amp;rdquo; โดย นางสิตานันท์ สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ถูกบังคับให้สูญหาย นางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นางพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผอ.มูลนิธิผสานวัฒนธรรม และนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอังคณากล่าวว่า จากประสบการณ์ในประเทศไทย คนที่ถูกอุ้มหาย ขอย้ำว่าการอุ้มหายเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ เชื่อว่ามีการวางแผนมาล่วงหน้า ทำเป็นกระบวนการ นี่ไม่ใช่อาชญากรรมธรรมดา แต่เป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ดังนั้นต้องเป็นคดีอาญา ไม่มีการนิรโทษกรรม ไม่มีอายุความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งสำคัญที่สุดคือมีเจตจำนงทางการเมือง อย่าให้กฎหมายนี้เป็นเหมือนรัฐธรรมนูญ ที่ไปตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษา เชื่อว่าภายใต้รัฐบาลที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่เคารพสิทธิมนุษยชน จะออกกฎหมายที่ดีต่อประชาชนได้ เข้าใจว่า ส.ว.หรือรัฐบาลบางคนกังวลกับกฎหมายที่ไม่มีอายุความ กังวลว่าจะสาวมาถึงตัวเองหรือไม่&amp;quot; นางอังคณาระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายรังสิมันต์กล่าวว่า ที่ผ่านมา กมธ.มีการปรับปรุงร่างประชาชนหลายเรื่องและเปิดรับฟังความคิดเห็นไปแล้ว แต่ยังไม่มีการบรรจุวาระการพิจารณาในสภา ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนเองกังวลอยู่ เพราะภายใต้รัฐธรรมนูญนี้ กฎหมายที่ ส.ส.ร่างนั้นไม่ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สภาต้องเร่งพิจารณา หากได้รับการบรรจุก็ต้องไปต่อแถวท้ายสุด กว่าสภาจะพิจารณาต้องใช้เวลานาน ตนเองไม่มั่นใจว่าต่อให้รัฐบาลอยู่ครบ 4 ปี กฎหมายนี้จะได้รับการพิจารณาเมื่อไหร่ ทางแก้ไขคือ ส.ส.ต้องเข้าชื่อขอเลื่อนเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาก่อน หลังจากนั้นต้องตั้ง กมธ.มาพิจารณาใช้เวลา 60-90 วัน ก็เข้าสู่วาระ 2 วาระ 3 คิดว่าการพิจารณาของสภาไม่น่ามีปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ที่น่ากังวลคือชั้นของ ส.ว. ซึ่งเข้าใจว่าอาจจะมี ส.ว.หลายคนมีส่วนได้เสียกับการป้องกันการอุ้มหาย และซ้อมทรมานหรือไม่ โดยเฉพาะสถานที่ที่มักมีปัญหามายาวนานคือ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพราะมีการใช้กฎหมายพิเศษ เช่น กฎอัยการศึกที่ให้มีการควบคุมบุคคลได้ 7 วัน มี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คุมตัวได้ 30 วัน รวม 2 ฉบับ ควบคุมตัวได้ 37 วัน ซึ่งเราไม่รู้ว่าช่วงเวลานี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ที่ได้ยินมาเป็นระยะคือมีการซ้อมทรมาน สิ่งที่กังวลคือ เมื่อไหร่เราจะเป็นรายต่อไปที่จะถูกอุ้มหาย สภาวะแบบนี้ไม่ใช่คำตอบของสังคมไทย กฎหมายป้องกันการอุ้มหายไม่ใช่การเยียวยาคนไม่กี่คน แต่คือการสร้างความปลอดภัยให้คนทั้งประเทศ ดังนั้นนี่คือสิ่งที่เราต้องผลักดัน&amp;rdquo; นายรังสิมันต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.สิตานันท์กล่าวว่า หลังจากที่นายวันเฉลิมถูกอุ้มหายไป ทางญาติต่อสู้มาตลอดอีก 8 วันก็จะครบ 4 เดือน ที่ผ่านมามีการไปยื่นหนังสือให้กับหน่วยงานต่างๆ ของรัฐ แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ รัฐบาลเพิกเฉยมาก เข้าใจว่าตอนนี้ประเทศไทยมีหลายเรื่องเกิดขึ้น คิดว่ารัฐบาลคงเรียงลำดับความสำคัญของการอุ้มหายเป็นลำดับรอง แต่เนื่องจากเป็นคนไทยควรได้รับการช่วยเหลือบ้าง ครอบครัวลำบาก เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในไทย เราไม่ทราบว่าใครเป็นคนทำ แต่ต้นเหตุการลี้ภัยของนายวันเฉลิม เพราะมีการแสดงความเห็นแตกต่างทางการเมืองไทย และอีก 9 รายที่หายไปยังไม่รู้ชะตากรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้มีเด็กนักเรียน นักศึกษาออกมาขึ้นเวทีแสดงความเห็นทางการเมือง ซึ่งกำลังถูกคุกคามรายวัน เพราะเป็นนักเรียนก็ไม่มีเว้น เสี่ยงต่อการถูกอุ้มหาย ดังนั้นจึงขอให้การผลักดันร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการอุ้มหายให้สำเร็จ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์อุ้มหายขึ้นอีก และขอประชาชนเป็นหูเป็นตาช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาที่ออกมาแสดงความเห็นทางการเมืองด้วย ไม่อยากให้เกิดการอุ้มหายขึ้นอีกเป็นกรณีที่ 10 อยากให้รัฐฟังความเห็นประชาชนบ้าง หากเห็นว่าการแสดงออกต่างๆ ไม่ถูกต้อง ควรใช้หลักการพูดคุย แนะนำสิ่งที่ถูกต้องมากกว่า&amp;quot; น.ส.สิตานันท์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.พรเพ็ญกล่าวว่า จากข้อมูลของยูเอ็นพบว่ามีการบังคับสูญหายกว่า 87 ราย หลายรายญาติยังตามหาอยู่ตลอด และสะเทือนใจทุกครั้งเมื่อมีรายงานข่าวพบศพไร้ญาติ ดังนั้นการผลักดันให้มีร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการอุ้มหายเป็นเรื่องสำคัญมาก มีการเสนอมานาน แต่ก็ยังไม่สามารถออกมาได้ วันนี้ ส.ส.ในสภากว่า 200 คนเห็นด้วยกับกฎหมายนี้ แต่ที่ยังล่าช้าอยู่เพราะรัฐบาลยื้อด้วยขั้นตอนต่างๆ ตอนนี้อยู่ในมือกฤษฎีกาแก้ไข แต่ไม่มีกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จ ถ้าทำให้กฎหมายเข้าสู่สภาไม่ได้ก็ควรยุบสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากรัฐบาลจริงใจควรเร่งรัดให้กฤษฎีกาแก้ไขฉบับของเราโดยเร็ว และผ่านกระบวนการทุกอย่างเพื่อเสนอเข้าที่ประชุมสภาสมัยหน้า โดยกฎหมายจะต้องกำหนดให้การควบคุมตัวทุกรูปแบบห้ามทรมาน และอุ้มหาย ต้องเป็นคดีอาญา ไม่มีอายุความ มีการฟื้นฟูเยียวยาญาติทุกด้านตามตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม เราปฏิเสธการลงโทษด้วยการประหารชีวิต&amp;quot; น.ส.พรเพ็ญระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78816</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายอุ้มหาย, นักสิทธิมนุษยชน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ, ไม่มีอายุความ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200927/image_big_5f709954a710f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16328</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2018 15:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2018 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮิวแมนไรท์ฯโยง &#039;มินอ่องหล่าย&#039; ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮิงญา  สนิทสนมกับแกนนำคสช.และเป็นลูกบุญธรรม&#039;เปรม&#039;!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค. 61 - นายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาฮิวแมนไรท์วอทช์ ประจำประเทศไทย ได้ทวีตข้อความระบุว่า &amp;ldquo;ด่วน! รายงานของยูเอ็นเรียกร้องให้นำตัว พล.อ.มินอ่องหล่าย และผู้นำกองทัพพม่าขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศกรณีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮิงญา และอาชญากรรมสงครามในรัฐยะไข่ รวมทั้งอาชญากรรมต่อมนุษยชาติในรัฐฉาน และรัฐคะฉิ่น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุณัย ทวิตข้อความอีกว่า &amp;quot;มินอ่องหล่าย ผบ.กองทัพพม่าที่ยูเอ็นต้องการเอาตัวไปขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศจากกรณีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮิงญา และอาชญากรรมต่อมนุษยชาตินั้นสนิทสนมใกล้ชิดกับแกนนำเผด็จการ คสช. และมีฐานะเป็นลูกบุญธรรมของเปรม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16328</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮิงญา, พล.อ.มินอ่องหล่าย, สุณัย ผาสุข, อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ, ฮิวแมนไรท์วอทช์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180828/image_big_5b84d4457c477.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2018 21:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2018 21:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอมเนสตีซัด ผบ.สส.เมียนมา ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์กรแอมเนสตีออกรายงานฉบับใหม่ กล่าวโทษพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผบ.สส.เมียนมาและนายทหารอีกหลายคน &amp;quot;ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ&amp;quot; โดยเป็นผู้กำกับดูแลปฏิบัติการโจมตีชาวมุสลิมโรฮีนจาอย่างเป็นระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&amp;nbsp; พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ร่วมพิธีฝึกทหารที่เขตอิระวดี เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2561 กล่าวว่า คำกล่าวโทษขององค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมาและพวกนายทหารอาวุโสมีชื่อเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการทางทหารในรัฐยะไข่เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ที่ผลักดันให้ชาวโรฮีนจาหนีข้ามแดนเข้าบังกลาเทศมากกว่า 700,000 คน และองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่าเปรียบได้กับการ &amp;quot;ล้างเผ่าพันธุ์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แอมเนสตีกล่าวในรายงานฉบับใหม่นี้ว่า พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย กับพวกนายทหารระดับสูงและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอีก 12 คนกำกับดูแลปฏิบัติการรุนแรงในรัฐยะไข่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การล้างเผ่าพันธุ์ประชากรชาวโรฮีนจาสำเร็จได้โดยการรณรงค์อย่างเป็นระบบและไม่ปรานี ที่ซึ่งกองกำลังความมั่นคงเมียนมาฆ่าชาวโรฮีนจานับพันๆ คนอย่างผิดกฎหมายซึ่งรวมถึงเด็กเล็กด้วย&amp;quot; รายงานกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอมเนสตียังปฏิเสธข้ออ้างของกองทัพเมียนมาที่บอกว่า ทหารบางนายอาจก่อเรื่องเหล่านี้ขึ้นเองโดยฝ่าฝืนกฎการปะทะ โดยรายงานฉบับนี้ระบุว่าอาชญากรรมส่วนมากที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้เป็นพฤติกรรมของพวกทหารแตกแถวหรือพวกที่เกเร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งยังบอกด้วยว่าพวกกองกำลังฝ่ายความมั่นคงยังได้ใช้ความรุนแรงทางเพศ ทารุณทรมาน บังคับให้ทิ้งถิ่นฐาน และเผาตลาดเผาที่ทำกิน ซึ่งทำให้ชุมชนไม่มีอาหารและถูกบังคับให้ต้องหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ซากบ้านเรือนชาวโรฮีนจาในหมู่บ้านที่ถูกทิ้งร้าง ระหว่างเกิดวิกฤติรัฐยะไข่ เมื่อเดือนตุลาคม 2560 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อาชญากรรมเหล่านี้เทียบได้กับอาชญากรรมต่อมนุษยชาติภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ เนื่องจากเป็นการกระทำผิดโดยเป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีอย่างกว้างขวางและเป็นระบบต่อประชากรชาวโรฮีนจา&amp;quot; รายงานกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกตำรวจรักษาดินและนายทหารระดับสูงบางคนที่รายงานกล่าวถึง เป็นผู้คุมหน่วยที่ก่ออาชญากรรมโหดร้ายที่โดยตรง ส่วนคนอื่นๆ นั้นรับรู้พฤติกรรมของผู้ใต้บังคับบัญชาแต่กลับไม่ป้องกัน หยุดยั้ง หรือลงโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานความหนา 186 หน้านี้ออกมาภายหลังสหภาพยุโรปประกาศคว่ำบาตรนายทหารเมียนมา 7&amp;nbsp; คน แต่ไม่รวม ผบ.สส.ผู้นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอมเนสตีอ้างอิงข้อมูลจากคำให้สัมภาษณ์ในเมียนมาและบังกลาเทศมากกว่า 400 ครั้ง ระหว่างเดือนกันยายน 2560 ถึงเดือนมิถุนายนปีนี้ และภาพถ่ายดาวเทียม ผลวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์&amp;nbsp; และเอกสารลับของกองทัพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานได้กล่าวถึงการทำความผิดของกองทัพปลดปล่อยโรฮีนจาแห่งอาระกัน (อาร์ซา) ด้วย กองกำลังมุสลิมติดอาวุธกลุ่มนี้โจมตีที่ตั้งของตำรวจเมียนมาเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2560 ซึ่งทำให้กองทัพตอบโต้อย่างรุนแรง แอมเนสตีกล่าวว่า อาร์ซาฆ่าสายข่าวและพวกที่เกี่ยวพันกับกองทัพหลายราย และยังฆ่าหมู่ชาวฮินดูหลายสิบคน แต่อาร์ซาปฏิเสธคำกล่าวหานี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12262</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบ.สส.เมียนมา, พม่า, มิน อ่อง หล่าย, อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ, เมียนมา, แอมเนสตี, โรฮีนจา, ไอซีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180627/image_big_5b3397f3cc774.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
