<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 11:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 11:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รัก โลภ หลง&#039; ภัยหลอกหลวงบนโลกเสมือนจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค. 2564 - พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีนโยบายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรู้เท่าทันถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น พบว่าการสร้างความสัมพันธ์ หลอกลวงเหยื่อในลักษณะฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่นให้เกิดความรัก มีทั้งหลอกรักออนไลน์ ,หลอกรักชวนลงทุน &amp;nbsp;และการข่มขู่กรรโชกทางเพศ &amp;nbsp;ซึ่งมักใช้วิธีการนำภาพผู้อื่นมาสร้างบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ด้วยข้อมูลเท็จ ทำทีเข้ามาสร้างความสัมพันธ์ หลอกล่อด้วยวิธีการต่าง ๆ มากมาย ทำให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินเงินทอง ไปจนถึงความรัก จนเหยื่อยอมมอบทรัพย์สินให้ หรือยอมถ่ายคลิปลับของตนส่งไปให้คนร้าย และท้ายที่สุดคนร้ายก็จะตัดขาดการติดต่อจากผู้เสียหาย หรือนำคลิปลับมาข่มขู่เรียกเอาเงินจากผู้เสียหาย &amp;nbsp;ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับอาชญากรรมในรูปแบบดังกล่าวและจับกุมผู้กระทำผิดอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด แต่ปรากฏว่ายังมีพี่น้องประชาชนจำนวนมากยังคงตกเป็นเหยื่ออยู่ ไม่ว่าจะเป็น วัยรุ่น วัยทำงาน หรือแม้แต่ผู้สูงอายุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอมาย้ำเตือนพี่น้องประชาชนให้รู้เท่าทันถึงการฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 รูปแบบหลัก ดังนี้ 1. &amp;ldquo;หลอกให้เกิดความรัก&amp;rdquo; ใช้ภาพของบุคคลที่น่าตาดี หล่อ สวย สร้างโปรไฟล์ปลอมให้ดูน่าเชื่อถือ จากนั้นส่งข้อความถึงเป้าหมาย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในเชิงชู้สาว หลอกให้เกิดความรัก ขอทรัพย์สินเป็นของขวัญ หรืออ้างว่าตนเองหรือบุคคลในครอบครัวต้องรับการรักษาที่โรงพยาบาล แต่ไม่มีเงินเพียงพอ จนเหยื่อหลงเชื่อมอบทรัพย์สินให้เป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. &amp;ldquo;หลอกให้เกิดความโลภ&amp;rdquo; ใช้ภาพของบุคคลที่น่าเชื่อถือ สร้างโปรไฟล์ปลอมให้ดูเหมือนเป็นนักลงทุน มีทรัพย์สินจำนวนมาก จากนั้นส่งข้อความถึงเป้าหมาย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในเชิงธุรกิจ หลอกให้เกิดความโลภ อ้างว่ามีช่องทางการลงทุนที่ได้รับผลตอบแทนสูง โดยใช้แอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ลงทุนปลอม หลอกให้เหยื่อสมัครลงทุนที่ไม่มีอยู่จริง หรือได้รับสัมปทานจากรัฐ ซึ่งเป็นข้อมูลเฉพาะคนรู้จักเท่านั้น ไม่เปิดเผยต่อคนภายนอก หรืออ้างว่ามีทรัพย์สินของตนจำนวนมาก ติดอยู่ที่ศุลกากร จำเป็นต้องจ่ายภาษี จึงขอให้ผู้เสียหายชำระเงินภาษีให้ โดยอ้างว่าจะให้ผลตอบแทนจำนวนมาก ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาไม่มีอยู่จริง จนทำให้เหยื่อหลงเชื่อมอบทรัพย์สินให้คนร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.&amp;ldquo;หลอกให้เกิดความหลง&amp;rdquo; คล้ายคลึงกับการหลอกรัก คือ การใช้ภาพของคนที่หน้าตาดี รูปร่างดี หลอกล่อชักชวนเหยื่อในประเด็นทางเพศ เช่น การส่งรูปหรือคลิปขณะช่วยตัวเอง ซึ่งอ้างว่าเป็นของตน ไปให้กับเหยื่อ และหลอกให้เหยื่อส่งรูปหรือคลิปลับกลับมาให้กับคนร้าย หรือการขอให้เปิดกล้องวีดิโอคอล และหลอกให้เหยื่อถอดเสื้อผ้า จากนั้นคนร้ายจะบันทึกรูปและคลิปของเหยื่อ มาข่มขู่เหยื่อว่าหากไม่ยอมมอบทรัพย์สินหรือถ่ายคลิปส่งมาให้อีก จะนำคลิปทั้งหมดไปปล่อยในเว็บไซต์ จนเหยื่อเกิดความกลัว ยอมมอบทรัพย์สินหรือถ่ายคลิปเพิ่มเติมให้คนร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยส่วนตัวผู้กระทำความผิด ที่ได้มีการแอบอ้างนำภาพของบุคคลอื่นมาใช้ ในการฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น จะมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 342 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องตามพฤติการณ์ของคนร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน อย่าหลงเชื่อ โอนเงิน ถ่ายคลิปลับ มอบสิ่งของ กับบุคคลในโลกออนไลน์ โดยที่ไม่เคยรู้จักหรือพบตัวจริงของบุคคลดังกล่าว หรือมีพฤติกรรมดังที่กล่าวไว้ข้างต้น เพราะอาจตกเป็นเหยื่อจากการหลอกลวงดังกล่าวได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120284</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, อาชญากรรมทางเทคโนโลยี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616f9933e4e3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118192</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 10:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจง4รูปแบบอาชญากรรมออนไลน์ที่เด็กมักตกเป็นเหยื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.2564 - พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีนโยบายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรู้เท่าทันถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น &amp;nbsp;ในปัจจุบันเด็กหรือเยาวชนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและโลกอินเตอร์เน็ตได้มากขึ้น &amp;nbsp;ซึ่งอาจทำให้ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์ในหลายรูปแบบ เพราะด้วยวัยที่ยังเป็นเด็ก ยังขาดในเรื่องของการใช้ความระมัดระวัง จึงอาจตกเป็นเป้าหมายที่หลอกล่อง่าย ในขณะที่ผู้ปกครองบางส่วนยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ต ทำให้ไม่สามารถให้ความรู้หรือคำแนะนำแก่เด็กเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ตอย่างไรให้ปลอดภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอแนะนำและให้ความรู้เกี่ยวกับรูปแบบของอาชญากรรมออนไลน์ที่มักเกิดขึ้นบ่อยครั้งในปัจจุบัน ต่อเด็กหรือเยาวชน ดังนี้ 1.การเข้าถึงเว็บไซต์ที่มีลักษณะเนื้อหาไม่เหมาะสม เช่น ลามกอนาจาร การพนัน หรือการใช้ความความรุนแรงในลักษณะต่างๆ เป็นต้น แต่เนื่องจากเด็ก เยาวชนอาจยังขาดวุฒิภาวะในการแยกแยะข้อมูลที่ได้รับว่าสิ่งใดควรทำสิ่งใดไม่ควรทำ จึงอาจเกิดการรับรู้หรือเรียนรู้ในเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมดังกล่าวก่อนวัยอันควร และมีโอกาสที่จะมีพฤติกรรมเลียนแบบกลายเป็นคนชอบใช้ความรุนแรง เสพติดการพนัน หรือเกิดการเลียนแบบทำให้เกิดการล่วงละเมิดทางเพศในโรงเรียนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การถูกหลอกเอาภาพที่ไม่เหมาะสมของเด็กและอาจนำไปสู่การบ่วงละเมิดทางเพศเด็ก เนื่องด้วยเด็กอาจจะขาดความระมัดระวังในการติดต่อสื่อสารทางสื่อสังคมออนไลน์กับบุคคลอื่น อาจทำให้เด็กถูกหลอกลวงจากคนร้ายที่แฝงตัวมาเป็นเพื่อนโลกออนไลน์ได้ง่าย ซึ่งอาชญากรรมส่วนใหญ่ที่เด็กตกเป็นเหยื่อในการหลอกลวงทางออนไลน์ คือการที่คนร้ายหลอกให้เด็กส่งภาพหรือวิดีโอคอลกับคนร้าย ในลักษณะที่เด็กไม่ได้สวมเสื้อผ้า หรือให้ถ่ายภาพในลักษณะลามกส่งให้คนร้าย จากนั้นคนร้ายก็จะติดต่อหาผู้ปกครองเพื่อข่มขู่เอาเงิน หรือนำภาพของเด็กที่ได้ไปขายตามเว็บไซต์ต่าง ๆ นอกจากนี้อาจมีการหลอกลวงให้เด็กไปพบและมีการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การถูกหลอกลวงในการซื้อสินค้า บริการหรือ ไอเทมเกม จะเกิดขึ้นกับเด็กที่ผู้ปกครองเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์ให้กับเด็ก หรือ ผูกบัตรเครดิตกับโทรศัพท์ที่เด็กใช้งาน เนื่องด้วยการซื้อสินค้า บริการ หรือ ไอเทมเกมในปัจจุบันมีขั้นตอนในการชำระเงินที่ง่ายมาก ดังนั้นหากผู้ปกครองไม่ระมัดระวัง ไม่กำหนดมาตรการในการชำระเงินที่รัดกุม อาจทำให้เด็กถูกล่อลวงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การล่วงละเมิดบุคคลอื่นทางสื่อสังคมออนไลน์ ด้วยการกลั่นแกล้งระรานในโลกไซเบอร์ (Cyber bullying) การทะเลาะหรือล้อเลียน กลั่นแกล้งดังกล่าวระหว่างเพื่อนของเด็กหรือคนรู้จักมักเกิดขึ้นได้ง่าย และข้อมูลที่กลั่นแกล้งอาจกระจายเป็นวงกว้าง อาจทำให้บุคคลที่ถูกกลั่นแกล้งได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจจนนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าจนอาจนำไปสู่เหตุการณ์ร้ายแรงอย่างอื่นได้ และแม้ผู้ก่อเหตุจะเป็นเด็กก็อาจถูกฟ้องร้องดำเนินคดีได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ศิริวัฒน์กล่าวต่อไปอีกว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใย เด็กหรือเยาวชน เป็นอย่างยิ่ง จึงขอความร่วมมือผู้ปกครอง พ่อ แม่ ตลอดจน ครู อาจารย์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลการเข้าถึงสื่อออนไลน์ของเด็กๆ ให้ช่วยกัน ให้ความรู้ และเฝ้าระมัดระวังและสอดส่อง ดูแล การใช้เทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ตของเด็กให้เป็นไปตามวัยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อตัวเด็ก และปัจจุบันผู้ให้บริการเว็บไซต์และแอปพลิเคชันต่าง ๆ มีฟังก์ชันที่สามารถช่วยให้ผู้ปกครองสามารถติดตามและควบคุมการใช้งานอินเตอร์เน็ตของบุตรหลาน ตลอดจนควบคุมไม่ให้เข้าถึงข้อมูลที่ไม่เหมาะสมกับวัยของเด็ก ให้ผู้ปกครองได้เลือกใช้เป็นจำนวนมาก หากเป็นกรณีการซื้อของในร้านค้าออนไลน์ ผู้ปกครองควรร่วมกับบุตรหลานในการตรวจสอบข้อมูลร้านค้าเพื่อไม่ให้ถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพ หากทำได้ดังกล่าว เชื่อว่าจะช่วยให้เด็กและเยาวชนสามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้อย่างปลอดภัย และไม่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมในโลกออนไลน์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชน หากพบเห็นเว็บไซต์ใดที่มาการนำเสนอข้อมูลที่ผิดกฎหมายและอาจเป็นภัยกับเด็กและเยาวชน กรุณาแจ้งเบาะแสไปยังสายด่วน 191 และสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118192</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบ.ตร., พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, อาชญากรรมทางเทคโนโลยี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_6153e2e0288dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91080</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2021 17:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2021 17:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บช.ไซเบอร์จับสาวเปิดห้องไลฟ์สดโชว์ลามกอนาจารเด็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค. 64 &amp;nbsp;- ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.ฯ, พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษณ์ รอง ผบช.ฯ, พล.ต.ต.มนเทียร พันธ์อิ่ม รอง ผบช.ฯ พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง ผบก.สอท.2, พ.ต.อ.มรกต แสงสระคู ผกก.1 บก.สอท.2, พ.ต.อ.รุ่งเลิศ คันธจันทร์ ผกก.กลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต พ.ต.ท.ยงยุทธ รักสัตย์ รอง ผกก.ฯ ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม คือ หญิงวัย&amp;nbsp;27 ปี ฐานความผิด &amp;ldquo;1.ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก เพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศ สำหรับตนเองหรือผู้อื่น ส่งต่อสื่อลามกอนาจารเด็กแก่ผู้อื่น เพื่อประสงค์แห่งการค้าฯ, จ่ายแจกหรือแสดงอวดแก่ประชาชน เพื่อจะช่วยการทำให้แพร่หลาย หรือการค้าสื่อลามกอนาจารเด็ก&amp;rdquo; 2.นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ฯ 3.บังคับขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด 4.โฆษณาหรือรับโฆษณา ชักชวน หรือกระทำให้แพร่หลายในลักษณะที่เห็นได้ว่าเป็นการเรียกร้องเพื่อการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่น &amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.กรไชย ผบช.สอท. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ทำการสืบสวนทราบว่ามีกลุ่มผู้ผลิตสื่อลามกอนาจารเด็กที่เผยแพร่ในรูปแบบสตีมมิ่ง (Streaming) ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ที่ชื่อว่า เอ็มไลฟ์ (Mlive) แสวงประโยชน์จากผู้ที่เข้ามาชม โดยกลุ่มผู้ต้องหาจะ นำเด็กผู้เสียหายหลายรายมาไลฟ์สดโชว์ลามกอนาจาร มีการประกาศโฆษณาในลักษณะชักชวน เรียกร้อง ติดต่อค้าประเวณี โดยผู้ที่จะเข้ารับชมจะต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อคูปอง จำนวน 13,000 คูปอง (มูลค่า 250บาท) ในการรับชมต่อครั้ง แต่ละครั้งจะมีผู้เข้ามารับชมไม่ต่ำกว่า 10,000 ราย นอกจากนี้ระหว่างสตีมมิ่ง หรือไลฟ์สด ผู้จัดให้มีการไลฟ์สดดังกล่าว จะสามารถเรียกรับประโยชน์ผลตอบแทนจากผู้เข้าชมผ่านผู้ให้บริการเจ้าใหญ่แห่งหนึ่งได้อีกด้วย กระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลออกหมายจับผู้ต้องหา กระทั่งจับกุมตัวผู้ต้องหาดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกราย &amp;nbsp;กก.3 บก.สอท.1 ได้ทำการติดตามแอปพลิเคชันวีเค (VK) และจับกุม หนุ่อายุ 25 ปี หลังพบว่ามีการกระทำความผิด พฤติการณ์คือ ผู้เสียหายได้รับข้อความทางแอปพลิเคชันบีโก้ไลฟ์ (BIGO LIVE) จากผู้ต้องหา ชักชวนให้ผู้เสียหายวิดีโอคอลส่วนตัวเต้นโป๊เปลือย เต้นในลักษณะยั่วยุให้เกิดอารมณ์ทางเพศ หรือในผู้เสียหายบางรายได้ให้มีการสำเร็จความใคร่ตามที่ผู้ต้องหาบอก เป็นเวลา 15-30 นาที โดยจะมีค่าตอบแทนให้ 25,000 บาท มีการส่งเครดิตการพูดคุยกับผู้อื่นๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ต้องหามีการจ่ายเงินให้จริง มีการถ่ายรูปบัตรประชาชน รวมทั้งส่งหลักฐานการโอนเงินค่าจ้างให้ผู้เสียหายก่อนทำการวิดีโอคอลส่วนตัว ผู้เสียหายหลงเชื่อทำตามที่ผู้ต้องหาหลอกลวง หลังจากนั้นผู้เสียหายทราบว่าถูกหลอกลวง และมีการบันทึกคลิปไว้ระหว่างวิดีโอคอล จึงได้ทักไปยังผู้ต้องหาให้ลบคลิปวิดีโอดังกล่าว ผู้ต้องหากลับข่มขู่เรียกเงินเพื่อเป็นค่าลบคลิป ต่อมาจึงได้มีคลิปวีดีโอของผู้เสียหายปรากฏอยู่ในแอปพลิเคชันวีเค (VK) เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังพบว่า มีผู้เสียหายอีกจำนวนหลายรายที่ถูกผู้ต้องหานี้กระทำในลักษณะเดียวกัน มีบางรายถึงขั้นขอมีเพศสัมพันธ์ด้วยเพื่อแลกกับการลบคลิป กระทั่งสืบสวนจนสามารถระบุตัวผู้ต้องหา และได้นำผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งนำมาสู่การออกหมายจับและจับกุมตัวผู้ต้องหาในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบช.สอท. กล่าวอีกว่า ในการปฏิบัติการของกองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) มุ่งเน้นที่จะสนองนโยบายของรัฐบาล และนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ที่ให้มุ่งเน้นการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในทุกรูปแบบ ซึ่ง พล.ต.ท.กรไชย ผบช.สอท. ได้สั่งการให้ทุกหน่วยปฏิบัติในสังกัด มีผลการปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ให้เป็นรูปธรรม อย่างต่อเนื่อง และจริงจัง สร้างความตระหนักรู้ ประชาสัมพันธ์เพื่อการป้องกันการแสวงหาประโยชน์ทางเพศเด็ก สร้างการรับรู้ถึงภัยของสื่อสังคมออนไลน์ และการกระตุ้นเตือนเด็ก และเยาวชนที่อาจตกเป็นเหยื่อจากผู้ไม่ประสงค์ดี ทั้งนี้ บช.สอท.ต้องการสร้างความตระหนักให้แก่ผู้ให้บริการคำนึงถึง นโยบายป้องป้องและคุ้มครองเด็ก (child protection policy) ในการให้บริการแอปพลิเคชัน หรือสื่อสังคมออนไลน์ในประเทศไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91080</URL_LINK>
                <HASHTAG>อาชญากรรมทางเทคโนโลยี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210126/image_big_600fe53ac1e3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
