<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2020 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2020 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลยันไม่ทิ้งชาวประมง พร้อมรับฟังข้อเรียกร้องสมาคมฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค. 2563 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีข้อเรียกร้องของสมาคมประมงให้มีการแก้ไขกฏระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพประมง สืบเนื่องจากที่รัฐบาลได้ออกกฏระเบียบเพื่อแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (Illegal) การประมงที่ขาดการรายงาน (Unreported ) และการประมงที่ขาดการควบคุม (Unreglulated) หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า IUU ทั้งนี้ ขอเรียนให้พี่น้องชาวประมงทราบว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อการแก้ปัญหาผลกระทบดังกล่าว มีการดำเนินการไปแล้วในหลายด้าน อาทิ การแก้ไขกฎระเบียบ การรับซื้อเรือที่ได้รับผลกระทบจากระเบียบใหม่ การเสริมสภาพคล่อง โดยมีพล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ทำหน้าที่กำกับดูแลการทำงานของกระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้อง และรายงานความก้าวหน้าแก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้กำหนดให้เรื่องการแก้ปัญหานี้เป็นวาระแห่งชาติ และเน้นย้ำให้การทำงานต้องเป็นไปอย่างรอบคอบไม่เสี่ยงต่อการถูกใบเหลืองจากสหภาพยุโรป อีกทั้งต้องควบคู่ไปกับการรับฟังเสียงชาวประมงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมา กรมประมงได้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบให้เหมาะสมเพื่อผ่อนปรนและช่วยเหลือชาวประมง กว่า 12 เรื่อง อาทิ การแก้ไขรายการเครื่องมือทำการประมง การแก้ไขรายการพื้นที่ทำการประมง การออกหนังสือคนประจำเรือ 2 รอบเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคนแรงงาน ส่วนการพัฒนาปรับปรุงระบบติดตามเรือให้มีประสิทธิภาพ ลดความยุ่งยากในการแจ้งเข้า-แจ้งออกของเรือประมงที่อยู่ในร่องน้ำเดียวกันอยู่ระหว่างดำเนินการ สำหรับการแก้ไขข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับประมงพื้นบ้าน 3 มาตรา และประมงพาณิชย์ 15 มาตรา ต้องเป็นไปตามขั้นตอนการปรับปรุงกฎหมายที่ต้องเป็นไปอย่างรอบคอบ โดยผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองกฎหมาย ก่อนที่จะเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการรับซื้อเรือประมงออกนอกระบบ การดำเนินการได้แบ่งเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มระยะเร่งด่วน (เรือประมงที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายประมง (เรือขาว-แดง)) มี 568 ลำ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณให้ครบถ้วนแล้ว 252 ลำ และ อีก 53 ลำ จะจ่ายครบถ้วนในเดือนตุลาคมนี้ คิดเป็นเงินเยียวยารวม 764.45 ล้านบาท ที่เหลือ 263 ลำ อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติ ส่วนกลุ่มที่ได้รับใบอนุญาตทำการประมง แต่เจ้าของเรือมีความประสงค์นำออกนอกระบบจำนวน 2,505 ลำ ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาหลักเกณฑ์ในการนำออกนอกระบบให้สอดคล้องกับความสามารถในการทำการประมงของเรือประมง ซึ่งรัฐบาลจะรับไปพิจารณาในลำดับต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา กล่าวด้วยว่า เพื่อเป็นการเสริมสภาพคล่องและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการประมง จะได้มีเงินทุนในการปรับปรุงเรือ ติดตั้งอุปกรณ์ และจ้างแรงงานให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด รัฐบาลได้อนุมัติโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผ่านทางธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร วงเงินสินเชื่อรวม 10,300 ล้านบาท &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม หากผู้ประกอบการประมงทั้งพื้นบ้านและพาณิชย์ เห็นว่ามีประเด็นใดที่ไม่คืบหน้าหรือยังคงเป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพ นายกรัฐมนตรีพร้อมรับฟัง เพื่อหาทางออกร่วมกันในแนวทางที่จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งชาวประมงและภาคการประมงของประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75937</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.รัชดา ธนาดิเรก, อาชีพประมง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200216/image_big_5e489dc5ad7ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75613</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2020 16:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2020 16:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>​สอศ.ฝึกครูอาชีวะให้เป็น&quot;โค้ชธุรกิจ&quot; ด้านเกษตรและประมง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
26ส.ค.63-นายสุเทพ แก่งสันเทียะ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (รองเลขาฯ กอศ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดโครงการพัฒนาทักษะครูผู้สอนเพื่อเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจแก่ผู้เรียนสู่การเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ โดยเลือกกลุ่มครูผู้สอนสาขาการเป็นผู้ประกอบการใหม่ของศูนย์บ่มเพาะจากสถานศึกษาที่เป็นกลุ่มเป้าหมายด้านการเกษตรและประมง จำนวน 50 คน เข้ารับอบรมเชิงปฏิบัติการและแนวทางเกี่ยวกับกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ และการฝึกปฏิบัติทั้งในเรื่องช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่การเป็นผู้ประกอบการ การค้นหาความเป็นผู้ประกอบการในตนเอง การออกแบบการเรียนรู้ ทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 และทักษะการเป็นโค้ชและการให้คำปรึกษา ซึ่งโครงการนี้ให้ความสำคัญกับการสร้างองค์ความรู้ด้านการประกอบธุรกิจให้แก่ครู และผู้เรียนอาชีวศึกษา สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่เน้นพัฒนาด้านการสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ เพื่อเป็นรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจ และโครงการการพัฒนาครูผู้สอนอาชีวศึกษาที่จัดขึ้นนี้ จะช่วยพัฒนาทักษะ และความรู้ด้านการประกอบธุรกิจที่เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้แก่ผู้เข้าอบรมทุกคน ทำให้ครูมีศักยภาพเพิ่มขึ้น เพื่อนำไปถ่ายทอด และเป็นที่ปรึกษาให้กับนักเรียน นักศึกษา ตลอดจนพัฒนาการเรียนการสอนให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน เป็นการเพิ่มศักยภาพด้านธุรกิจแก่ผู้เรียนอาชีวศึกษาเกษตรกรรมและประมงอีกทางหนึ่ง
​
&amp;ldquo;สอศ. ได้จัดการเรียนการสอนด้านการเกษตรและประมงเพื่อพัฒนานักเรียน นักศึกษา ให้เป็นเกษตรกรที่มีคุณภาพ มีทักษะวิชาชีพที่ทันสมัย เป็นหลักในเรื่องแหล่งผลิตอาหารปลอดภัยให้กับประเทศ และการอบรมครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มศักยภาพด้านธุรกิจให้กับผู้เรียนจึงเป็นความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการไปพร้อมๆ กับองค์ความรู้ด้านวิชาการ ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ผู้เรียนเป็นเกษตรกรวิถีใหม่ที่เป็นได้ทั้งผู้ผลิตและผู้จำหน่ายที่มีศักยภาพ&amp;rdquo;รองเลขาฯ กอศ.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75613</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเกษตรกรรม, สอศ., สุเทพ แก่งสันเทียะ, อาชีพประมง, โค้ชชิ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200826/image_big_5f462d258977f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37534</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2019 17:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2019 16:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กกรมประมง&#039;ตามขยี้&#039;DNAแม้ว&#039;-งัดข้อมูลฝังกลบ&#039;อนาคตใหม่&#039;เซ่นตังเก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.62 - นายธนพร ศรียากูล ที่ปรึกษากรมประมงด้านการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย กล่าวถึงกรณีที่พรรคอนาคตใหม่ตอบโต้คำวิจารณ์นโยบายประมง ยืนยันได้ศึกษานโยบายประมงมาอย่างดี ช่วงที่ คสช. ออกกฎหมายหลายฉบับ การประมงพังทลายทั้งประเทศ ว่า พรรคอนาคตใหม่ไม่ทราบข้อมูลแล้วมามั่ว ปัจจุบันนี้เรือประมงที่มีใบอนุญาตประมงพาณิชย์ถูกต้องมี 10,500 ลำ ในจำนวนนี้เป็นเรือที่ถูกจับกุมดำเนินคดีเนื่องจากการทำประมงผิดกฎหมายอยู่เพียง 35 ลำ หรือคิดเป็น 0.3 เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าพี่น้องชาวประมง 99.99 เปอร์เซ็นต์ เป็นพี่น้องชาวประมงที่ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แล้วก็สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน ส่วนเรือประมงที่ไม่สามารถออกทำการประมงได้ ต้องหยุดทำการประมง 1,028 ลำ ในจำนวนนี้ รัฐบาลเยียวยาโดยการซื้อคืน 419 ลำ ซึ่งจะชำระเงินในระยะที่ 1 จำนวน 305 ลำ ภายในวันที่ 15 มิ.ย. นี้ ส่วนที่เหลืออีก 114 ลำ รอรัฐบาลหน้าที่จะเข้ามาอนุมัติเงิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกลุ่มที่ไม่มีใบอนุญาตทำการประมง อีก 609 ลำ มี 309 ลำจากจำนวนนี้ ออกทำการประมงไม่ได้เพราะใบอนุญาตใช้เรือหมดอายุ ซึ่งเพียงไปต่ออายุใบอนุญาตใช้เรือก็ออกทำการประมงได้แล้ว เหลืออีก 300 ลำที่ไม่มีใบอนุญาตทำประมงเนื่องจากกระทำผิดร้ายแรง ถูกถอนใบอนุญาต หรือไม่มีความประสงค์จะทำอาชีพประมงแล้วเลยไม่ไปขอใบอนุญาต กลุ่มที่พรรคอนาคตใหม่ไปฟังมาแทบทั้งหมดอยู่กลุ่มที่ไม่มีใบอนุญาตเพราะทำผิดกฎหมาย บางคนมีพฤติกรรมที่นานาชาติเรียกว่าโจร IUU&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนพร กล่าวต่อไปว่า นี่คือผลกระทบที่เป็นจริง ไม่ได้มีอะไรมากมายดังที่พรรคอนาคตใหม่กล่าวอ้าง ขอเรียนว่าข้อมูลนี้เปิดเผย อธิบายได้เป็นตัวเลข ขอเพียงแต่พรรคอนาคตใหม่อย่านำวาทกรรมทางการเมืองมาทำให้ข้อมูลเหล่านี้เกิดความเสียหาย พรรคอนาคตใหม่ต้องระลึกเสมอว่าหัวหน้าพรรคประกาศตัวเป็นนายกรัฐมนตรี การประกาศอะไรก็ตามของพรรคเป็นการส่งสัญญาณต่อชาวโลกในทางที่เป็นผลเสียต่อประเทศไทย สังคมไทยคงยอมไม่ได้ที่ว่าที่นายกฯ ของเรา จะทำให้สังคมไทยกลับไปเป็นสังคมค้ามนุษย์ ทำประมงผิดกฎหมายอีก เชื่อว่าคนไทยทุกคนรับเรื่องแบบนี้ไม่ได้ สังคมโลกก็รับเรื่องแบบนี้ไม่ได้เช่นเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พรรคอนาคตใหม่เรียกร้องมาโดยตลอดว่าขอให้การทำงานหรือระบบบริหารบ้านเมืองของเราเป็นมาตรฐานสากล มีการเดินสายไปพูดที่ยุโรป มีการเดินสายไปพูดในหลายๆ ที่ สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศบ้าง แต่ทำไมเมื่อรัฐบาลได้ดำเนินการทำให้เรื่องการทำประมงให้มันถูกกฎหมาย การปราบปรามการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นประเด็นมาตรฐานสากล แล้วพรรคอนาคตใหม่มาบอกว่าที่ผ่านมาทำผิด ผมคิดว่าคุณธนาธรและทีมงานคงต้องกลับไปทบทวนแล้วล่ะว่าตัวเองมีความสับสนในจุดยืนของพรรค&amp;quot; นายธนพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่อ้างในพื้นที่ประมงพรรคได้คะแนนเสียงเยอะ แสดงว่านโยบายประมงของพรรคได้รับการยอมรับ นายธนพร กล่าวว่า ถ้าพรรคอนาคตใหม่บอกคนที่เลือกพรรคได้รับความเดือดร้อนจากกฎหมาย การตรวจตราที่เข้มงวดของภาครัฐ เพื่อทำให้การประมงของประเทศเป็นมาตรฐานสากล พรรคอนาคตใหม่ยกกรณี จ.ฉะเชิงเทรา พี่น้องชาวประมง จ.ฉะเชิงเทรา ทุกวันนี้ออกทำการประมงโดยไม่ต้องมีการตรวจใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเรือประมงของ จ.ฉะเชิงเทรา เป็นเรือประมงขนาดเล็ก ซึ่งภาครัฐส่งเสริมอยู่แล้ว พี่น้องชาวประมงกลุ่มนี้แฮปปี้กับผลผลิต สัตว์น้ำที่เพิ่มขึ้น ก่อนจะอ้างอิงจังหวัดใดขอให้ตรวจสอบให้ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน จ.สมุทรสาคร มีเรือประมงเข้าออกเฉลี่ยวันละ 54 ลำ ในจำนวนนี้จะถูกสุ่มตรวจเพียง 10 - 20 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 10 - 12 ลำเท่านั้น การตรวจแบบนี้เป็นสากล โรงงานเวลาจะส่งสินค้าก็มีการสุ่มตรวจคุณภาพ ก็ใช้หลักการเดียวกัน ไม่ได้ตรวจเยอะ การยื่นเรื่องก็ยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ใช้เวลาตรวจน้อยมาก ไม่เกิน 20 นาทีต่อลำ ก็สามารถเอาสัตว์น้ำขึ้นท่าได้แล้ว ยืนยันว่าการปฏิบัติของหน่วยงานภาครัฐไม่มีสิ่งใดเกินกรอบมาตรฐานสากล จึงอยากเรียนว่าทีมงานพรรคนานวันยิ่งตอบคำถามยิ่งแสดงให้เห็นว่าไม่รู้ข้อมูลเลย อ้างมีนักวิชาการหลายท่านเป็นที่ปรึกษา ก็ถามกลับทีมงานนักวิชาการที่ปรึกษาของพรรคว่าการที่ท่านเลือกที่จะฟังคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นการเลือกรับฟังที่มีอคติหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนพร กล่าวอีกว่า การที่พรรคอนาคตใหม่คิดเช่นนี้ ก็เหมือนกับครั้งหนึ่งที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เคยบอกว่าจังหวัดไหนเลือกพรรคไทยรักไทยจะได้รับงบประมาณ จังหวัดอื่นที่ไม่เลือกรัฐบาลพรรคไทยรักไทยก็จะไม่ดูแล ความหมายของพรรคอนาคตใหม่ก็แบบเดียวกัน คนในพื้นที่จังหวัดหนึ่งเลือกพรรคอนาคตใหม่ แม้ว่าความต้องการจะเป็นสิ่งที่มาตรฐานสากลบอกว่าผิด เช่นการค้ามนุษย์ แรงงานบังคับ แรงงานทาส การทำประมงผิดกฎหมาย แล้วพรรคจะเข้าไปดูแลให้ เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่น่ากลัว วิธีคิดแบบนี้ยิ่งแสดงให้เห็นว่าพรรคอนาคตใหม่โคลนนิ่งการคิดมาแบบนายทักษิณ เป็นวิธีคิดที่อันตรายต่อผลประโยชน์ของชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชาวประมง 99.99 เปอร์เซ็นต์ ที่เขาทำถูกกฎหมายคุณไม่ดูแล คุณจะดูแลแต่โจร IUU เพราะฉะนั้นวิธีคิดอย่างนี้ก็คือวิธีคิดเดียวกับคุณทักษิณ พรรคอนาคตใหม่ก็คือดีเอ็นเอของคุณทักษิณใช่หรือไม่ วิธีคิดมันเหมือนกัน ขณะที่คนส่วนใหญ่ซึ่งอยู่ในพื้นที่อื่นไม่ดูแล ดูแลแต่พื้นที่ซึ่งถูกกล่าวหา ถูกประณามจากทั่วโลกว่าค้ามนุษย์ เป็นแหล่งรวมของการฟอกปลา แล้วไปดูแลพื้นที่อย่างนี้ ก็เหมือนกับที่คุณทักษิณเคยพูด พื้นที่ไหนเลือกเรา เราก็ดูแล นี่เป็นการสารภาพต่อสังคมไทยที่ชัดเจนที่สุดว่าพรรคอนาคตใหม่คือดีเอ็นเอของคุณทักษิณ&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37534</URL_LINK>
                <HASHTAG>IUU, ชาวประมง, ตังเก, ธนพร ศรียากูล, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นโยบายพรรคอนาคตใหม่, ประมงชายฝั่ง, ประมงผิดกฎหมาย, ประมงพาณิชย์, พรรคอนาคตใหม่, อาชีพประมง, แก้ปัญหาประมง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190603/image_big_5cf4de6d65826.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
