<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25823</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุทธศาสตร์เปลี่ยนภัยคุกคามเป็นโอกาสของตุรกี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ : แผนที่อาณาจักรออตโตมัน
ที่มา : https://www.worldatlas.com/articles/why-did-the-ottoman-empire-fall.html&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รัฐบาลแอร์โดอานเลือกเผชิญหน้าภัยคุกคาม มองเป็นโอกาสตักตวงผลประโยชน์ ไม่เกรงกลัวขัดแย้งชาติมหาอำนาจ ประเทศเพื่อนบ้าน เป็นยุทธศาสตร์เปลี่ยนภัยคุกคามเป็นโอกาส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตุรกีชี้ว่าตัวเองเป็นผู้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบในซีเรีย เป็นสิทธิอันชอบธรรมที่จะปกป้องตัวเองเมื่อซีเรียกับอิรักกลายเป็นแหล่งชุมนุมของผู้ก่อการร้าย ISIS และอีกสารพัดกลุ่มจากคนร้อยสัญชาติ ผู้ก่อการร้ายนับหมื่นเดินทางเข้าซีเรียผ่านตุรกีๆ กลายเป็นแหล่งพักชั่วคราว แหล่งเตรียมพร้อมก่อนเข้าสมรภูมิ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ก่อการร้ายจำนวนหนึ่งก่อเหตุในตุรกีด้วย มีผู้บาดเจ็บเสียชีวิตไม่น้อย มีข่าวเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมตัวอยู่เนืองๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสงครามกลางเมืองซีเรียกับอิรักร้อนแรง ISIS ประกาศรัฐอิสลาม (Islamic State) ตุรกีกลายเป็นทางผ่านที่ผู้อพยพลี้ภัยนิยมใช้ เพราะเป็นเส้นทางบก สื่อสารกันได้ ผู้อพยพรุ่นก่อนๆ ประสบความสำเร็จในการใช้เส้นทางนี้ จึงพูดปากต่อปาก เป้าหมายสุดท้ายคือยุโรป โดยเฉพาะยุโรปตะวันตก ผู้ลี้ภัยอีกส่วนตกค้างหรืออยู่ในตุรกี ปัจจุบันมีผู้อพยพในตุรกีราว 3 ล้านคนทั้งจากซีเรีย อิรัก อัฟกานิสถานและอื่นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเข้ามาเกี่ยวข้องของหลายประเทศในภูมิภาค ชาติมหาอำนาจ ทำให้ซีเรียกลายเป็นสมรภูมิสำคัญ เป็นพื้นที่แห่งการช่วงชิงของประเทศเหล่านี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลที่รัฐบาลตุรกีไม่อาจนิ่งเฉย จำต้องเข้าพัวพัน
ยุทธศาสตร์ใช้ภัยคุกคามให้เป็นโอกาส :
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นน่าสนใจคือแทนที่จะเป็นเพียงฝ่ายตั้งรับ รัฐบาลตุรกีอาศัยภัยคุกคามจากสถานการณ์สร้างผลประโยชน์แก่ตน ภัยคุกคามจึงกลายเป็นโอกาส ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นแรก ภัยคุกคามจากผู้ก่อการร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลตุรกีไม่เพียงปราบปรามผู้ก่อการร้ายในประเทศเท่านั้น ยังส่งกองทัพเข้าดินแดนซีเรีย (Operation Olive Branch) อ้างเหตุเพื่อเข้าปราบปรามผู้ก่อการร้ายที่อยู่ใกล้แนวพรมแดน เป็นจุดเริ่มต้นที่ตุรกีสร้างเขตอิทธิพลของตนในซีเรีย
ต่อเมื่อกองกำลังเคิร์ดเริ่มขยายเขตอิทธิพล กองทัพตุรกีเดินทัพลึกเข้าไปในซีเรียมากขึ้น (Operation Euphrates Shield) คราวนี้ใช้เหตุผลเคิร์ดเป็นภัยความมั่นคง รัฐบาลตุรกีเห็นว่า PYD หรือ Democratic Union Party ซึ่งเป็นพรรคการเมืองของพวกเคิร์ดซีเรียเป็นกลุ่มก่อการร้าย ด้วยเหตุใกล้ชิดกับกลุ่มก่อการร้ายพวกเคิร์ดในตุรกี ประธานาธิบดีแอร์โดอานกล่าวว่า &amp;ldquo;ตุรกีมีสิทธิ์โดยสมบูรณ์ที่จะทำการรบในซีเรียและที่ต่างๆ ที่องค์กรผู้ก่อการร้ายตั้งฐานอยู่&amp;rdquo; ไม่เป็นการละเมิดอธิปไตยของประเทศใด เนื่องจากรัฐเหล่านั้นไม่สามารถควบคุมบูรณภาพแห่งดินแดนของตน &amp;ldquo;เป็นการที่ตุรกีปกป้องอธิปไตยของตน&amp;rdquo;
ล่าสุดเมื่อกองกำลังเคิร์ดควบคุมพื้นที่ฝั่งตอนเหนือและตะวันออกของซีเรีย ตุรกีเตรียมส่งกองทัพชุดใหญ่รุกเข้าไปอีกครั้งพร้อมกับทรัมป์ประกาศถอนทหารสหรัฐ นี่คือเหตุการณ์ล่าสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นที่ 2 ภัยคุกคามจากกลุ่มแบ่งแยกดินแดน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชนเชื้อสายเคิร์ดในตุรกีบางส่วนมีความคิดแบ่งแยกดินมาเรื่อยมา ตลอด 4 ทศวรรษที่ผ่านมามีเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่หลายรอบ ซ้ำร้ายกว่านั้นเคิร์ดตุรกีมีสัมพันธ์กับเคิร์ดซีเรีย เมื่อรัฐบาลสหรัฐใช้เคิร์ดซีเรียเป็นกองหน้ารบกับผู้ก่อการร้าย กองกำลังเคิร์ดจึงได้รับอาวุธทันสมัยและรับการฝึกจากสหรัฐกลายเป็นภัยที่น่ากลัวสำหรับตุรกี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภัยคุกคามยิ่งเด่นชัดเมื่อพื้นที่ควบคุมของเคิร์ด (พูดอีกอย่างคือของฝ่ายสหรัฐ) ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะทางตอนเหนือกับตะวันออก จุดนี้มองได้หลายแง่มุม ข้อแรกคือพื้นที่อิทธิพลของเคิร์ด กับอีกมุมมองคือโอกาสที่ &amp;ldquo;ต่างชาติ&amp;rdquo; เข้าแทรก เพราะที่เคิร์ดควบคุมได้เพราะมีทหารต่างชาติหนุนหลัง เมื่อสหรัฐคิดถอนกำลังจึงเกิดสุญญากาศว่าใครจะเข้าแทน รัฐบาลแอร์โดอานเห็นโอกาสจึงเจรจากับประธานาธิบดีทรัมป์และทรัมป์เห็นดีเห็นงามด้วย (ก่อนคิดเปลี่ยนใจในเวลาต่อมา-จากข่าวล่าสุด)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะเห็นว่ารัฐบาลตุรกีอาศัยเหตุผลปราบปรามพวกคิดแบ่งแยกดินแดนเป็นโอกาสรุกเข้าไปในประเทศซีเรีย
ถ้ายึดหลักการ คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติมีมติให้ทุกประเทศร่วมกันปราบปรามผู้ก่อการร้ายในซีเรียซึ่งเท่ากับยอมให้ละเมิดอธิปไตย แต่เคิร์ดไม่อยู่ในรายชื่อผู้ก่อการร้ายที่คณะมนตรีความมั่นคงระบุ การปราบปรามเคิร์ดจึงละเมิดข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงอย่างชัดเจน
ดังที่นำเสนอข้างต้นแล้วว่ารัฐบาลแอร์โดอานเห็นว่าตุรกีมีความชอบธรรมที่จะปราบปรามกลุ่มผู้ก่อการร้ายทุกกลุ่มที่ตุรกีเห็นว่าเป็นภัย ถ้ายึดตามหลักการนี้เท่ากับว่าตุรกีสามารถส่งกองทัพ หน่วยรบพิเศษ ทิ้งระเบิดใส่ที่ใดๆ ในโลก ถ้าตุรกีเห็นว่ามีผู้ก่อการร้ายที่นั่น
แนวทางที่ถูกต้องคือ ต้องให้เป็นความรับผิดชอบหลักของแต่ละประเทศที่จะดำเนินการ ไม่ใช่เรื่องที่ตุรกีจะดำเนินการเอง เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของประเทศนั้น หรือต้องได้รับมติจากคณะมนตรีความมั่นคง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่รัฐบาลแอร์โดอานตีความว่าประเทศตนมีสิทธิ์ ไม่ถือว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยผู้อื่น แม้ละเมิดกฎเกณฑ์สหประชาชาติ เป็นแนวทางเดียวกับที่บางประเทศใช่ เช่น สหรัฐ อิสราเอล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นที่ 3 ขยายอิทธิพลเข้าไปในซีเรีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เพียงส่งกองทัพเข้าดินแดนซีเรีย รัฐบาลแอร์โดอานได้สร้างหรือสนับสนุนกองกำลังติดอาวุธชาวซีเรียที่เป็นพวกเดียวกับตน (ไม่ใช่พวกอัสซาด สหรัฐหรือประเทศใด) บางส่วนเป็นชาวซีเรียเชื้อสายเติร์ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลตุรกีเคยพูดว่าต้องส่งกองทัพเข้าซีเรียเพื่อปกป้องชาวซีเรียเชื้อสายเติร์ก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลนี้กับเหตุผลอื่นๆ รัฐบาลแอร์โดอานพยายามสร้างฐานอิทธิพลในซีเรีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีแอร์โดอานปฏิเสธว่าตนกำลังแบ่งแยกซีเรีย &amp;ldquo;เราไม่เห็นด้วยกับการแบ่งซีเรีย เป้าหมายของเราคือต้านผู้ก่อการร้ายที่นั่น&amp;rdquo; รัฐบาลของนานาประเทศต่างพูดทำนองนี้ แต่ต้องพิจารณาการกระทำ วาระซ่อนเร้น ถ้ารัฐบาลแอร์โดอานมีเป้าหมายเดียวคือต่อต้านก่อการร้ายควรขออนุญาตจากรัฐบาลอัสซาดก่อนและร่วมมือกับซีเรียอย่างใกล้ชิด แต่แอร์โดอานคิดเองทำเอง ส่อมีเจตนาแอบแฝง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิเคราะห์โดยรวม รัฐบาลตุรกีใช้แนวคิดยึดผลประโยชน์ตนฝ่ายเดียว ประกาศว่าจำต้องรักษาอธิปไตยของตนจึงละเมิดอธิปไตยซีเรีย แอร์โดอานย้ำว่าต้องการให้ซีเรียสงบสุข คำถามคือ สิ่งที่ทำส่งเสริมความสงบจริงหรือไม่ หรือว่าแท้จริงแล้วแอร์โดอานไม่ได้หวังความสงบจริง แต่หวังผลประโยชน์จากความไม่สงบ ส่วนคำว่าสงบสันติในซีเรียจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อตุรกีได้ประโยชน์ดังหวังแล้ว ซึ่งเมื่อถึงวันนั้นซีเรียจะเป็นอย่างไรเป็นเรื่องน่าคิด เพราะรัฐบาลแอร์โดอานปฏิเสธไม่ยอมรับรัฐบาลอัสซาดตั้งแต่ต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นที่ 4 แสดงตัวมีบทบาทในภูมิภาคตะวันออกกลาง-เติร์กไม่แพ้อาหรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความวุ่นวายในซีเรียเกี่ยวข้องกับประเทศในภูมิภาค พวกยุโรปตะวันตกและมหาอำนาจ ประเทศเหล่านี้ต่างแสดงบทบาทตามแนวทางของตน ตุรกีก็เช่นกัน กล่าวได้ว่าตุรกีมีบทบาทโดดเด่นในเวทีโลกขณะนี้ก็ด้วยประเด็นซีเรีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเชิงประวัติศาสตร์ แม้ชนชาวเติร์กเป็นมุสลิม ส่วนใหญ่นับถือนิกายซุนนี แต่มีความเป็นชาตินิยมด้วย ชนชาวเติร์กมองว่าตนไม่ด้อยกว่าพวกอาหรับหรือเปอร์เซีย (ทำนองเดียวกับพวกเคิร์ดที่เป็นมุสลิมแต่ไม่คิดว่าตนเป็นอาหรับ ไม่ยอมเข้าพวกกับเปอร์เซีย)
เมื่อศตวรรษที่ 16 จักรวรรดิออตโตมัน (ตุรกีในปัจจุบัน) ขยายดินแดนไปถึงตะวันออกของอานาโตเลีย ตอนเหนือของอิรัก ซีเรีย อียิปต์และอาระเบีย (Arabia)
สังเกตว่าออตโตมันทำสงครามขยายดินแดนในเขตที่เป็นมุสลิมด้วย เป็นการเข่นฆ่าระหว่างมุสลิมด้วยกันเอง รัฐบาลแอร์โดอานกำลังซ้ำรอยประวัติศาสตร์ แม้อาจไม่ยิ่งใหญ่เท่าออตโตมันแต่กำลังขยายอิทธิพลในภูมิภาคตะวันออกกลายเช่นเคย
เข้าเผชิญหน้าความท้าทาย :
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมีหลายแนวคิด บางทฤษฎีเห็นด้วยกับแนวทางของรัฐบาลตุรกี มองว่าใครดีใครอยู่ การรุกรานอีกประเทศเป็นเรื่องปกติและสมควร เพียงแต่อาจเลือกใช้วิธีดูเนียน ใช้ถ้อยคำฟังดูสุภาพเป็นผู้ดี แม้กำลังทำลายล้างประเทศอื่นๆ แต่ยังแสดงตัวว่าเป็นคนดีมีศีลธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องหนึ่งที่น่าชื่นชมคือรัฐบาลแอร์โดอานเลือกที่จะเผชิญหน้าภัยคุกคาม มองเป็นโอกาสตักตวงผลประโยชน์ แก้ปัญหาพวกเคิร์ด ไม่คิดหลบหลีกชาติมหาอำนาจ เดินหน้าเจรจาต่อรอง ไม่กลัวขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นนโยบายที่มีความเสี่ยงสูง สร้างขยายอิทธิพลในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง เป็นยุทธศาสตร์เปลี่ยนภัยคุกคามเป็นโอกาส ส่วนจะประสบความสำเร็จหรือไม่ต้องติดตามต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25823</URL_LINK>
                <HASHTAG>สถานการณ์โลก, อาณาจักรออตโตมัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37c198cdef1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
