<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51176</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ยันคดีฆ่าหั่นศพ หลักฐานชี้ลูกลงมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจสรุปคดีฆ่าหั่นศพยัดตู้เย็น ยันลูกชายลงมือร้อยเปอร์เซ็นต์ หลังมีผู้ชี้ถึงความผิดปกติ ตั้งข้อสังเกตอาจมีมือที่สาม ทั้งญาติและคนใกล้ชิดไม่เชื่อน้องกายทำร้ายแม่ได้ลง รอผลตรวจทางนิติเวชยืนยัน พยานเข้าให้ปากคำพบพิรุธและผู้ต้องสงสัยพยายามหลบหนี ก่อนยิงตัวเอง ผลชัน สูตรระบุแม่เสียชีวิตเพราะถูกแทงทะลุปอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผบก.น.9 ชี้แจงเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ คดีฆ่าหั่นศพ น.ส.ยุรีย์ เถาวัลย์ อายุ 42 ปี ขณะที่นายศิระ สมเดช อายุ 20 ปี บุตรชาย ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิต ว่า ตำรวจต้องอาศัยเวลาและพยานหลักฐานที่จะพิสูจน์ทราบว่าการเสียชีวิตของ น.ส.ยุรีย์เกิดจากผู้ใด ในเมื่อสังคมมองว่าน่าจะเป็นลูกหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่มีประจักษ์พยานยืนยัน จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า บ้านหลังดังกล่าวมีแม่กับลูกอยู่เพียง 2 คนเท่านั้น โดยมีพยานอีก 2 คนเข้ามาแล้วพบเหตุการณ์จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งพยาน 2 คนบอกว่าลูกชายใช้อาวุธปืนยิงตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.น.9 กล่าวว่า ในส่วนของกระแสสังคมอีกด้านหนึ่งที่ตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของทั้ง 2 คนหรือไม่นั้น ในส่วนนี้ทางเจ้าหน้าที่จะพยายามรวบรวมพยานหลักฐานและรับฟังอยู่ โดยตำรวจยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง โดยได้ให้ฝ่ายสืบสวนสืบในเชิงเทคนิค ได้ความชัดเจนกระจ่างแล้วจะชี้แจงให้ทราบ ทั้งนี้ สาเหตุการตายของบุคคลทั้งสองต้องให้แพทย์รายงานผลการชันสูตร และจะเรียก 2 พยานที่พบศพมาสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อให้สิ้นกระแสความ นอกจากนี้จะต้องไปสอบปากคำแพทย์ รพ.สมเด็จเจ้าพระยา ที่จ่ายยาให้นายศิระ ว่าอาการป่วยของผู้ตายถึงขั้นไหน ส่วนประเด็นผู้ก่อเหตุมีมากกว่าหนึ่งคนหรือไม่ ทางตำรวจยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง ยืนยันว่าตำรวจไม่กดดันในการทำงาน โดยจะต้องคลี่คลายข้อสงสัยในทุกประเด็นให้สังคมได้รับทราบข้อเท็จจริง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.ธีระ เถระพัฒน์ ผกก.สน.ท่าข้าม กล่าวว่า กรณีที่ผู้เสียชีวิตถนัดมือซ้าย แต่ยิงตัวเองด้วยมือขวานั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ส่วนอาวุธมีดนั้นไม่พบคราบเลือด แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมมีดทั้งหมดเพื่อตรวจสอบแล้ว ส่วนชิ้นส่วนอวัยวะต่างๆ ทางแพทย์ยืนยันว่าได้ครบทุกส่วนแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานต่อมาว่า พล.ต.ต.โชคชัยได้เรียก ด.ต.บุญคิด อธิราช ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สน.ท่าข้าม ที่ไปถึงที่เกิดเหตุเป็นคนแรก มาสอบถามข้อเท็จจริง ด.ต.บุญคิดระบุว่า รู้จักและคุ้นเคยกับ น.ส.ยุรีย์ จึงเดินทางไปดูในฐานะเพื่อน ซึ่งยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะอยู่ในที่เกิดเหตุตั้งแต่ก่อนมีเสียงปืนเกิดขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจยังได้ภาพจากกล้องวงจรปิดของอพาร์ตเมนต์ใกล้เคียง บันทึกภาพหน้าบ้านที่เกิดเหตุ โดยมีบุคคลเดินวนเวียนอยู่หน้าบ้าน 3 คน คือ ด.ต.บุญคิด ซึ่งแต่งกายนอกเครื่องแบบสวมเสื้อสีเหลือง กำลังโทรศัพท์แจ้งเหตุให้ตำรวจที่อยู่เวรมาตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว น.ส.วรนุช วงษ์ชัย เพื่อนผู้ตายที่มาถึงที่เกิดเหตุเป็นคนแรก และนายมนต์ชัย ฉิมเอี่ยม นายจ้างของ น.ส.ยุรีย์ กำลังยืนคุยกัน จากนั้นจึงมีเสียงปืนดังขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญ เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกับบ้านผู้ตายได้หอบเสื้อผ้าย้ายไปอยู่ที่อื่นชั่วคราว เหตุเพราะกลัว ส่วนบ้านหลังอื่นก็จุดธูปไหว้พระ ศาลพระภูมิ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถาบันนิติเวช​ รพ.ศิริราช​ นายลอน เถาวัลย์ อายุ 63 ปี​ อาของ น.ส.ยุรีย์ เถาวัลย์ และนายวีระศักดิ์ เขียวมงคล อายุ​ 50​ ปี​ ลูกพี่ลูกน้องกับ น.ส.ยุรีย์ ได้เดินทางมาจาก จ.สุโขทัย เพื่อรับศพ น.ส.ยุรีย์นำไปประกอบพิธีที่วัดบ้านไร่ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ส่วนศพนายศิระ หลานชาย ทางญาติฝั่งพ่อของนายศิระจะมารับไปประกอบพิธีที่วัดย่านดอนเมือง​&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายลอนกล่าวว่า ช่วงหลานชายยังเด็กได้พบกันบ่อย กระทั่งมาเรียนที่กรุงเทพฯ ก็ไม่ค่อยได้เจอกัน ซึ่งตอนเด็กหลานเป็นคนเรียบเฉย ไม่ก้าวร้าว ถึงตอนนี้ก็ยังไม่เชื่อว่าหลานเป็นคนทำ แต่จะเชื่อพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่มากกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในใบมรณบัตรของ น.ส.ยุรีย์ เถาวัลย์ ได้ระบุสาเหตุการตายไว้ว่า มีบาดแผลถูกแทงเข้าช่องอกถูกปอด​ทำให้เสียเลือดมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ สน.ท่าข้าม นายมนต์ชัย ฉิมเอี่ยม พยานและเป็นนายจ้างของ น.ส.ยุรีย์ เปิดเผยว่า ได้ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าข้าม ในฐานะพยาน โดยตนเองรู้จักกับ น.ส.ยุรีย์มาประมาณ 9-10 ปี โดยสาเหตุที่ น.ส.ยุรีย์ต้องพกปืน เนื่องจาก น.ส.ยุรีย์ทำอาชีพด้านไฟแนนซ์ ต้องถือเงินจำนวนมาก จึงเกรงว่าจะเกิดปัญหาด้านความปลอดภัย ก่อนเกิดเหตุค่ำวันอาทิตย์ ตนได้ติดต่อมาหาผู้ตายคุยกันเรื่องงาน น.ส.ยุรีย์ก็รับโทรศัพท์ตามปกติ แต่หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย จึงโทรศัพท์หา น.ส.วรนุช เพื่อน น.ส.ยุรีย์ ให้เข้าไปตรวจสอบก่อน เมื่อตนเองเดินทางไปถึง ก็พบว่า น.ส.วรนุชนั่งร้องไห้ตัวสั่นอยู่หน้าบ้านหลังดังกล่าว โดยมีตำรวจสายตรวจอยู่ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า หลังพยานพบศพถูกหั่นยัดตู้เย็น นายศิระเริ่มมีอาการคลุ้มคลั่ง และพยายามเดินหนีออกจากบ้าน แต่พบกับ ด.ต.บุญคิดพร้อมเพื่อนตำรวจอีก 2 นายยืนอยู่หน้าบ้าน นายศิระจึงเดินย้อนเข้าไปในบ้าน จากนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า คดีสะเทือนขวัญดังกล่าวมีความซับซ้อนและยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงมีความจำเป็นอย่างมากในการต้องใช้ข้อมูลอื่นๆ ประกอบต่อไป อย่างไรก็ตาม สถิติจากงานวิจัยในต่างประเทศที่มีการศึกษาคดีทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ชีวิตต่างๆ พบว่า มีเพียงร้อยละ 10-15 ของคดีเท่านั้นที่เกิดจากผู้ป่วยทีมีปัญหาด้านสุขภาพจิตระดับรุนแรง ได้แก่ โรคทางจิตที่มีอาการหูแว่ว ภาพหลอน หวาดระแวงอย่างรุนแรง โรคทางจิตเวชที่ซับซ้อนหลายโรคร่วมกัน รวมไปถึงภาวะการใช้สารเสพติดร่วมด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยส่วนมากแล้ว ผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิตทั่วไประดับที่ไม่รุนแรง เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล แม้มีความเสี่ยงในการทำร้ายตัวเองสูงกว่าคนทั่วไปก็ตาม แต่ความเสี่ยงในการทำร้ายผู้อื่นมักไม่ต่างจากสถิติในประชากรโดยรวม การด่วนสรุปว่าคดีสะเทือนขวัญต่างๆ เกิดจากปัญหาสุขภาพจิตทั่วๆ ไปเพียงอย่างเดียวนั้น อาจทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และอาจสร้างตราบาปต่อผู้ที่กำลังบำบัดรักษาด้านสุขภาพจิตอยู่ในสังคมได้&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.ธรณินทร์ กองสุข ผอ.สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา กล่าวว่า นายศิระเคยเข้ามารับการรักษาที่ รพ.สมเด็จเจ้าพระยา 2 ครั้ง ครั้งแรกมากับแม่ ครั้งที่ 2 มาคนเดียวในเดือน พ.ย.นี้เอง แต่ยังไม่สามารถระบุว่าป่วยเป็นโรคจิตเวชประเภทใดอย่างชัดเจน เนื่องจากคนไข้เราเยอะ ครั้งแรกที่มาจึงมีการประเมินเพียงคร่าวๆ ครั้งต่อๆ ไปถึงจะมีการตรวจรายละเอียด แต่รายนี้เกิดเหตุก่อนที่จะได้ตรวจประเมินอย่างละเอียด เลยยังไม่สามารถระบุรายละเอียดของตัวโรคได้ แต่ก็ได้มีการจ่ายยาซึมเศร้าให้ไปก่อน เพราะเท่าที่ดูจากอาการเบื้องต้นในวันที่มาพบแพทย์ครั้งที่ 2 มีอาการเครียดและมีภาวะซึมเศร้าอยู่ แต่อาการนี้ถือว่าเป็นอาการทั่วไปเหมือนการเจ็บป่วย มีไข้ ปวดศีรษะ จึงต้องรักษาตามอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธรณินทร์กล่าวว่า โดยทั่วไปผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจะทำร้ายตัวเองมากกว่า เพราะมีอาการมองตัวเองในแง่ลบ หดหู่ มีน้อยที่จะทำร้ายผู้อื่น อย่างไรก็ตาม การป่วยด้วยโรคจิตเวชไม่จำเป็นว่าใน 1 คนจะต้องป่วยเพียงโรคเดียว เขาอาจจะมีหลายโรคร่วมด้วยหรือไม่ ซึ่งเราไม่ทราบ แต่ข้อสรุปคือตัวโรคซึมเศร้านั้นน้อยมากที่จะไปทำร้ายผู้อื่น ส่วนโรคทางจิตเวชที่มีการทำร้ายผู้อื่นนั้น ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มจิตเวชรุนแรงที่ควบคุมอาการตัวเองไม่ได้ อาทิ หูแว่ว ประสาทหลอน มีเสียงสั่ง หรือร่วมกับการดื่มสุรา มีการใช้สารเสพติด ทำให้ควบคุมตัวเองไม่ได้ หรือยับยั้งชั่งใจไม่ได้ หรืออีกกลุ่มคือกลุ่มบุคลิกต่อต้านสังคม เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสังคมออนไลน์ ได้มีผู้แสดงความคิดเห็นหลากหลาย เพื่อนนายศิระคนหนึ่งโพสต์ว่า ผู้ตายถนัดมือซ้าย แต่จับปืนยิงตัวเองด้วยมือขวาซึ่งเป็นไปได้ยาก และยังบอกอีกว่าลูกชายเป็นคนที่รักแม่มาก พูดจากับแม่ดี พูดจากันสนุกสนาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายอานนท์ เชื้อสัตตบงกช ทนายความ ได้โพสต์เฟซบุ๊กตั้งข้อสังเกตว่า &amp;ldquo;คดีนี้ดูแปลกมาก! ทั้งสองคนฆ่ากันเองจริงเหรอ หรือมีคนทำให้ตายแน่ ทำไมจากคำให้การผู้พบศพคนแรกฟังดูแปลกๆ! บอกไปตามหาคนตาย เจอลูกชายบอกแม่ไม่อยู่ แถมใส่ชุดนักเรียน แล้วลูกเอาเวลาไหนลงมือฆ่าหั่นศพ ทั้งที่ใส่ชุดนักเรียน แถมมีการเก็บกวาดบ้านล้างรอยเลือด ล้างมีดสะอาดเรียบร้อยเหมือนปกปิด ทำไมต้องปกปิดทั้งที่อยู่คนเดียว บอกลูกขอเปลี่ยนชุดนักเรียนก่อนยิงตัวเอง แต่ขณะถูกยิงยังอยู่ในชุดนักเรียน ที่สำคัญตามข่าวว่าลูกชายถนัดมือซ้าย แต่นี่ยิงขมับขวายิ่งแปลกเข้าไปใหญ่ แถมโรคซึมเศร้าปกติไม่ทำร้ายคนอื่น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เพื่อนของนายศิระ หรือกาย อีกคนโพสต์ว่า &amp;quot;ที่เห็น ที่มอ เขาเขียนขวาครับ มีเพื่อนร่วมหอเก่าเขาเคยบอกว่ากายอยากถนัดขวาเลยฝึกเขียนขวา ซึ่งปัจจุบันเขาเขียนขวาครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านเลขที่ 17 ซอย 28 แยก 6 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. ซึ่งเป็นบ้านเกิดเหตุฆ่าหั่นศพ โดยฝ่ายสืบสวน บก.สส.บช.น.ได้ประสานกองพิสูจน์หลักฐานเข้ารวบรวมพยานหลักฐานและทำการตรวจสอบวัตถุพยานเพิ่มเติม โดยมีการรื้อชักโครกภายในห้องน้ำจุดที่พบอวัยวะชิ้นเนื้อของผู้ตายซ้ำอีกครั้ง ใช้เวลานานประมาณ 30 นาที ก่อนเดินทางกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานแนวทางการสืบสวนล่าสุดขณะพบพยานซึ่งเป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิดกับผู้ตายและบุตรชาย ให้ข้อมูลว่า ในช่วงหัวค่ำวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้ยินเสียงปั๊มน้ำของบ้านที่เกิดเหตุดังตลอดเวลา คล้ายกับมีการเปิดน้ำทิ้งไว้จนกระทั่งเสียงปั๊มน้ำสงบลงในช่วงเที่ยงคืนวันที่ 25 พ.ย. และมีผู้มาพบศพเจ้าของบ้านถูกฆ่าหั่นยัดตู้เย็นในช่วงบ่ายวันเดียวกัน พยานคนเดียวกันยังระบุแม่ลูกคู่นี้มักมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งบ่นกันตามปกติ แต่ไม่เคยมีเหตุถึงขั้นรุนแรงแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.อิทธิพลกล่าวว่าจากหลักฐานทั้ง หมดตอนนี้ยืนยันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าไม่มีใครอื่นนอกจากลูกชายเป็นผู้ก่อเหตุ คาดว่าน่าจะมีการทะเลาะกันก่อน เพราะ น.ส.ยุรีย์มีรอยแผลช้ำที่คิ้วขวาแต่ยังไม่ทราบสาเหตุการทะเลาะ นอกจากนี้จากการที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจที่เกิดเหตุโดยใช้น้ำยาหาคราบเลือดฉีดในห้องน้ำพบรอยเรืองแสงซึ่งเป็นรอยเลือดจำนวนมาก คาดว่าเป็นจุดที่ใช้หั่นศพ แต่มีการล้างทำลายหลักฐานจนสะอาด ทาง พฐ.ได้เก็บอาวุธมีด ค้อน ที่เชื่อว่าใช้เป็นอาวุธในการชำแหละอวัยวะไปตรวจสอบ เบื้องต้นมีพยานหลักฐานค่อนข้างแน่ชัดว่าลูกชายใช้อุปกรณ์ดังกล่่าวก่อเหตุ เพราะพบรอยตอกจากค้อนบนด้ามมีดและบนพื้น คาดว่าใช้มีดวางบนร่างก่อนใช้ค้อนตอกด้านบนให้ชิ้นส่วนขาดออกจากกัน จากนั้นล้างคราบเลือดในห้องน้ำแล้วเอาชิ้นส่วนใส่ถุงนำไปแช่ตู้เย็น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51176</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด.ต.บุญคิด อธิราช, พ.ต.อ.ธีระ เถระพัฒน์, พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์, ยุรีย์ เถาวัลย์, ลอน เถาวัลย์, วีระศักดิ์ เขียวมงคล, ศิระ สมเดช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อานนท์ เชื้อสัตตบงกช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191126/image_big_5ddd295ca00d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2019 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2019 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งานนี้โทษหนัก!ทนายความชื่อดังเปรียบคดี&#039;ลันลาเบล&#039;เหมือน&#039;คืนบาปพรหมพิราม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย. 62 - นายอานนท์ เชื้อสัตตบงกช ทนายความชื่อดัง ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงการเสียชีวิตของ น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ อายุ 25 ปี หรือ ลันลาเบล พริตตี้สาวชื่อดัง โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#คดีฆ่าลัลลาเบล! ส่อเค้าวุ่น! แถมบานปลายแน่นอน และจะต้องมีอีกหลายคนต้องร่วมรับผิดเรื่องนี้ คดีนี้แม้ตำรวจจะยังไม่สรุปสำนวนแจ้งข้อกล่าวหากับใครบ้าง แต่จากพยานหลักฐานการสนทนาทั้งในโทรศัพท์ ในแชท ในไลน์ ผลตรวจชันสูตร พยานบุคคล เริ่มชี้ไปทางการกระทำผิดฐานร่วมกัน หรือสนับสนุนการกระทำผิดฐานข่มขืนผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ตามปอ.83 ประกอบ276 และปอ277ทวิ ซึ่งก็คือโทษประหาร หรือจำคุกตลอดชีวิต ผู้ร่วมกระทำรับโทษเท่ากัน ผู้สนับสนุนรับโทษ 2ใน3 แล้วใครจะโดนบ้างเอ่ยย! มาวิเคราะห์กันเล่นๆ เริ่มที่เจ้าของบ้าน ชักชวนน้องลัลลาเบลมา และบ้านหลังนี้เคยเกิดเหตุอุ้มข่มขืนมาแล้วจากพยานบุคคล บอดี้การ์ด พนักงานในบ้าน โดยเฉพาะที่มีคลิปหลุดออกมาว่า มีชายสองคนช่วยกันอุ้มผู้ตายไปส่งรถดังกล่าว คนกลุ่มนี้น่าจะเข้าข่ายรู้เรื่องในการกระทำผิด เสี่ยงที่จะโดนแจ้งข้อหาว่าร่วมกระทำผิดตาม ปอ83 หรือให้การสนับสนุน ตาม ปอ.86 #กลุ่มที่2 บรรดาคนที่อยู่ในงาน จะเป็นพริตตี้ด้วยกัน หรือแขกที่มาก็ตามที่มีส่วนชวนคนตายมา ชวนกิน ชวนดื่ม แถมขณะที่จะมีการอุ้มผู้ตายไป เห็นเหตุการณ์แต่ไม่โต้แย้งคัดค้าน หรือท้วงติง หรือแกล้งหลับ หากมีหลักฐานสนับสนุนว่าสนิทสนมกับคนกลุ่มแรกเป็นพิเศษ จะมีความผิดเข้าข่ายร่วมรู้เห็นเป็นใจ หรือให้การสนับสนุนทันที #ส่วนนายรูปหล่อผู้ลงมือทำ น่าที่จะต้องรับผิดทุกกระทง และเพิ่มอีกกระทงฐานซ่อนเร้นศพ ปกปิดการตาย เพราะไม่ปกปิดไม่ยอมบอกญาติผู้ตายว่าเกิดอะไรขึ้น ตาม ปอ.199 ครับผม เคสนี้มหากาฬจริงๆ คนเกี่ยวข้องเยอะขึ้นทุกที ทำให้ผมนึกถึงภาพยนต์เรื่องหนึ่ง นั่นคืนบาปพรหมพิราม ไม่น่าเชื่อจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริงๆ/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#มาดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกันดีกว่า.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#มาตรา 83 ในกรณีความผิดใดเกิดขึ้นโดยการกระทำของบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไป ผู้ที่ได้ร่วมกระทำความผิดด้วยกันนั้นเป็นตัวการ ต้องระวางโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#มาตรา 86 ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิด แม้ผู้กระทำความผิดจะมิได้รู้ถึงการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกนั้นก็ตาม ผู้นั้นเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดที่สนับสนุนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#มาตรา 276 ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่แปดหมื่นบาทถึงสี่แสนบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#มาตรา 277 ทวิ ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 276 วรรคหนึ่ง หรือมาตรา 277 วรรคหนึ่งหรือวรรคสาม เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) รับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#มาตรา 199 ผู้ใดลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตายหรือเหตุแห่งการตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 366/1 ผู้ใดกระทำชำเราศพ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำชำเราตามวรรคหนึ่ง หมายความว่า การกระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำโดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำกระทำกับอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของศพ หรือการใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศหรือทวารหนักของศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#คำพิพากษาฎีกาที่ 250/2510 ความผิดในเรื่องข่มขืนกระทำชำเราเป็นความผิดที่ร่วมกันกระทำผิดได้ โดยผู้ร่วมกระทำความผิดไม่ต้องเป็นผู้ลงมือกระทำชำเราด้วยทุกคน เพียงแต่คนใดคนหนึ่งกระทำชำเราผู้ที่ร่วมกระทำก็ผิดฐานเป็นตัวการ ตามมาตรา 83 แม้จำเลยที่ 2 จะเป็นหญิงเมื่อสมคบกับจำเลยที่ 1 ร่วมกระทำ ศาลก็ลงโทษจำเลยเป็นตัวการ/.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ขอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง.โชคดีกันทุกคนนะครับบ.งานนี้โทษหนักมากก/.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46290</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลัลลาเบล, อานนท์ เชื้อสัตตบงกช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190921/image_big_5d85eb193c914.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
