<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15570</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อายัดทรัพย์อดีตปลัดพม.108ล. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; แจงเขี่ย &amp;quot;ป้อม&amp;quot; พ้นที่ปรึกษา ปธ.ปราบโกง แค่แบ่งเบางาน ปัดเกี่ยวปมนาฬิกาหรู ดัชนีคอร์รัปชันไทยดีขึ้น อานิสงส์ปราบทุจริตเงินทอนวัด-งาบงบคนจน จ่ายเงินใต้โต๊ะลดลง ปปง.ยึดทรัพย์อดีตปลัดพม.-สาวคนสนิทและพวก 108 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีออกคําสั่ง คสช. ที่ 3/2561 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ซึ่งมีการปรับรายชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาประธานกรรมการฯ ว่า ไม่มีอะไร แค่แบ่งงาน พล.อ.ประวิตรออกมาบ้างเท่านั้นเอง ไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น อย่าไปคิดให้เป็นอย่างอื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เหตุผลที่ปรับชื่อ พล.อ.ประวิตรออก ไม่ใช่เพราะเหตุผลเรื่องนาฬิกาหรูหรือการเมืองใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;quot;ไม่เกี่ยว ผมไม่สนใจ เรื่องไหนใครตรวจสอบก็รับไปสิ เขาตรวจสอบว่าอย่างไรก็ว่าตามนั้น ผมไปเกี่ยวอะไรเล่า ไม่เกี่ยว แล้วทำไมเธอไม่ถามล่ะ &amp;nbsp;คุณต่อตระกูล ทำไมยังอยู่ ผมเอาออกหรือเปล่า ก็ว่าโน่นว่านี่อยู่บ่อยๆ ก็ยังอยู่เหมือนเดิมในคณะ ผมไม่ได้ตั้งแบบนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำถึงเหตุผลของการปรับโครงสร้างใน คตช.ครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นการปรับให้พล.อ.ฉัตรชัยมารับผิดชอบ เพราะคณะต่างๆ ต้องแบ่งงานของ พล.อ.ประวิตรออกมาบ้าง ซึ่งมีตั้ง 50 คณะ คตช.จะได้ประชุมบ่อยครั้งขึ้น ไม่เช่นนั้น พล.อ.ประวิตร จะติดประชุมเยอะหลายคณะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พอผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุผลที่ปรับนั้นเพื่อภาพลักษณ์รัฐบาลด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธตอบคำถาม ก่อนเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันทีพร้อมส่ายหัวเล็กน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายต่อตระกูล ยมนาค หนึ่งในคณะกรรมการ คตช. เคยออกมาตั้งข้อสังเกตถึงการดำเนินการที่ล่าช้าในการตรวจสอบกรณีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร และเคยทำหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะประธาน คตช. โดยเนื้อหาในหนังสือดังกล่าว แสดงความกังวลต่อบทบาทของ พล.อ.ประวิตร ที่กำลังถูกตรวจสอบเรื่องที่มาของนาฬิกาหรู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทย (CSI) ที่สำรวจเดือน มิ.ย.61 จากกลุ่มเป้าหมาย 3 กลุ่ม รวม 2,400 ตัวอย่าง ทั้งประชาชน, ผู้ประกอบการ/ภาคเอกชน และข้าราชการ/ภาครัฐว่า ค่าดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทยอยู่ที่ 55 ดีขึ้นจากการสำรวจครั้งก่อนในเดือน ธ.ค.60 ที่อยู่ระดับ 52 ส่วนดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทยในปัจจุบัน อยู่ที่ 54 เพิ่มขึ้นจาก 51 ในการสำรวจครั้งก่อน และดัชนีแนวโน้มสถานการณ์คอร์รัปชันไทย อยู่ที่ 57 เพิ่มขึ้นจาก 53
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ดัชนีปัญหาและความรุนแรงของการคอร์รัปชัน อยู่ที่ 48 แม้ว่าจะดีขึ้นจากครั้งก่อนที่อยู่ 42 แต่ยังต่ำกว่า 50 สะท้อนว่าประชาชนยังคงมีความกังวลอยู่ แต่หวังว่าสถานการณ์ความรุนแรงจะคลี่คลายลงในปีหน้า ส่วนดัชนีการป้องกันการคอร์รัปชัน อยู่ที่ 54 เพิ่มขึ้นจาก 53 สำหรับดัชนีการปราบปรามการคอร์รัปชัน อยู่ที่ 55 เท่ากับการสำรวจครั้งก่อน และดัชนีการสร้างจริยธรรมและจิตสำนึกอยู่ที่ 64 ดีขึ้น 4 ปีติดต่อกัน และยังเป็นค่าดัชนีสูงสุดในรอบ 8 ปี นับตั้งแต่ทำการสำรวจในปี 53&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;rdquo;สาเหตุของการคอร์รัปชัน ส่วนใหญ่เกิดจากความล่าช้า/ความยุ่งยากในขั้นตอนการดำเนินงานของราชการ กฎหมายเปิดช่องเอื้อต่อการทุจริต และความไม่เข้มงวดของการบังคับใช้กฎหมาย โดยรูปแบบที่พบในการทุจริตส่วนใหญ่เป็นการให้สินบน การทุจริตเชิงนโยบาย และการใช้ตำแหน่งทางการเมืองเอื้อประโยชน์แก่พรรคพวก&amp;rdquo; นางเสาวณีย์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่าเห็นด้วยหรือไม่ว่าการทุจริตเป็นเรื่องไกลตัว ไม่เกี่ยวกับตัวเองโดยตรง ผู้ตอบส่วนใหญ่ถึง 99% ตอบไม่เห็นด้วย ขณะที่เมื่อถามว่า การที่รัฐบาลทุจริตแต่มีผลงานและทำประโยชน์ให้สังคมเป็นเรื่องที่รับได้ ผู้ตอบส่วนใหญ่ถึง 99% ตอบไม่เห็นด้วย นอกจากนี้เมื่อถามว่าเห็นด้วยหรือไม่ว่าการให้สินน้ำใจ (เงินพิเศษ) เล็กๆ น้อยๆ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นเรื่องไม่เสียหาย ผู้ตอบ 98% ตอบไม่เห็นด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความสามารถที่คนไทยจะทานทนต่อการทุจริต การสำรวจครั้งนี้ได้ 1.87 คะแนน จากเต็ม 10 หมายความว่าคนไทยเกลียดการทุจริต และแทบจะรับไม่ได้ ซึ่งคะแนนเข้าใกล้ 0 (เกลียดการทุจริต และ 10 คะแนน ทนต่อการทุจริตได้) จากครั้งก่อนที่ได้ 2.03 คะแนน และคนไทยยินดีมีส่วนร่วมป้องกันปัญหา และต่อต้านการทุจริตมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า เปอร์เซ็นต์การจ่ายสินบนใต้โต๊ะในโครงการลงทุนต่างๆ ของภาครัฐ มีแนวโน้มลดลงจากปีก่อน ที่มีการจ่ายในระดับ 25-35% ของวงเงินงบประมาณ แต่จากข้อมูลเบื้องต้นที่เก็บได้ พบว่า ส่วนใหญ่มีสัดส่วนการจ่ายสินบนใต้โต๊ะอยู่ที่ 20-25% ถือว่าเป็นการส่งสัญญาณที่ดีในการแก้ปัญหาการทุจริตของประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT กล่าวว่า ผลสำรวจดังกล่าวมีความสอดคล้องกับมุมมองของ ACT โดยจะพบว่าสถิติการร้องเรียนของประชาชนต่อปัญหาทุจริตคอร์รัปชันที่เข้าไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากก่อนหน้านี้ที่คดีเกี่ยวกับทุจริตคอร์รัปชันจะเฉลี่ยเข้ามาปีละประมาณ 2,000 คดี แต่ในระยะ 2 ปีที่ผ่านมา สถิติเพิ่มขึ้นเป็นปีละ 5,000 คดี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประชาชนมีความตื่นตัว และกล้าที่จะออกมาต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ค่าดัชนีที่ดีขึ้น ส่วนใหญ่ได้อานิสงส์จากภาพการปราบปรามทุจริตเงินทอนวัด กองทุนพัฒนาเสมาชีวิต โครงการเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง เงินอาหารกลางวันเด็ก หลังจากนี้ หากมีการทุจริตเกิดขึ้นอีก แล้วรัฐบาลไม่เร่งแก้ไข อาจทำให้ภาพลักษณ์และดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทยลดลงได้&amp;quot; นายมานะระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรม ที่ 96/2561 ลงวันที่ 28 มิ.ย.2561 เรื่องอายัดทรัพย์สินของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดไว้ชั่วคราว กรณีทุจริตยักยอก ฉ้อโกง งบประมาณอุดหนุนเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่งของกรมพัฒนาและสวัสดิการ ที่มีนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ, นายณรงค์ คงคำ รองปลัด พม. เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมฯ และขณะดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการ พม. และนายธีรพงษ์ ศรีสุคนธ์ ผู้ตรวจราชการ พม. เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมฯ เป็นผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งสิ้น 41 รายการ พร้อมดอกผล รวมมูลค่า 88,542,058.74 บาท มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับทรัพย์สินที่ถูกอายัด ประกอบด้วย บัญชีเงินฝากธนาคาร นายพุฒิพัฒน์ 1,322,179.69 บาท และบัญชีเงินฝากธนาคารในชื่อบุคคลอื่นอีก 8 บัญชี รวมทั้งสิ้น 1,112,809.52 บาท, กองทุนเปิด 4 รายการ รวม 693,529.88 บาท, ที่ดินในจ.พิษณุโลก, ปทุมธานี สงขลา และภูเก็ต รวม 6 รายการ, ห้องชุด ในชื่อ น.ส.วาสนา ตะเภาพงษ์ 5 รายการ มูลค่ากว่า 23.5 ล้านบาท, ห้องชุดในชื่อบุคคลอื่น 1 รายการ มูลค่า 370,000 บาท, รถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ ในชื่อนายพุฒิพัฒน์ มูลค่า 4,190,000 บาท, รถยนต์ยี่ห้อเบนซ์และพอร์ช รวม 5 คัน ในชื่อของ น.ส.วาสนา ตะเภาพงษ์ มูลค่ากว่า 25 ล้านบาท และรถยนต์อีก 11 คัน ในชื่อบุคคลอื่น รวมทั้งสิ้น 36,858,000 บาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ คณะกรรมการธุรกรรม ปปง. มีคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรม ที่ 95/2561 ลงวันที่ 22 มิ.ย. 2561 อายัดทรัพย์สินราย น.ส.วาสนา ตะเภาพงษ์ ได้แก่ บัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย สาขาบิ๊กซี รัชดาภิเษก 2 บัญชี ยอดเงิน 20,142,330.12 บาท โดยบัญชีแรก มูลค่า 12,042,330.12 บาท และบัญชีที่สอง จำนวน 8,100,000 บาท รวมอายัดทรัพย์สินบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้ง 2 ครั้ง 43 รายการ รวม 108,684,388.86 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้ที่ถูกยึดและอายัดทรัพย์ตามคำสั่งนี้ หรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินดังกล่าวต้องการขอให้มีการเพิกถอนคำสั่งยึดและอายัด ให้ยื่นคำขอพร้อมหลักฐานที่แสดงว่าเงินหรือทรัพย์สินที่ถูกยึดไม่ใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำผิด ภายใน 30 วัน ต่อเลขาธิการฯ ปปง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15570</URL_LINK>
                <HASHTAG>คําสั่ง คสช. ที่ 3/2561, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์, อายัดทรัพย์อดีตปลัดพม.108ล.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b7584ee2ec17.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
