<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102583</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2021 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2021 22:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐอนุมัติฉีดวัคซีนไฟเซอร์กับเด็ก12-15ปี ยุโรปจ่อเอาด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มีวัคซีนเหลือๆ เอฟดีเอของสหรัฐอนุมัติให้ใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของไฟเซอร์กับเด็กที่อายุระหว่าง 12-15 ปีแล้วเมื่อวันจันทร์ ขณะองค์การยาแห่งยุโรปคาดจะอนุมัติให้ใช้วัคซีนไฟเซอร์กับเด็กช่วงวัยเดียวกันได้ภายในเดือนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นักศึกษาแพทย์มหาวิทยาลัยดาร์ตมัธใช้หลอดฉีดยาดูดวัคซีนไฟเซอร์จากขวดเพื่อนำไปฉีดให้แก่กลุ่มเยาวชนอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ในวันแรกที่เริ่มโครงการนี้กับเยาวชนในสหรัฐเมื่อ 15 เมษายน 2564 (Allen J. Schaben / Los Angeles Times via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐอเมริกามีผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบถ้วนแล้วมากกว่า 115 คน และทางการของหลายรัฐกำลังเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมบังคับเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด โดยหวังจะพลิกฟื้นเศรษฐกิจ การตัดสินใจของคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐ (เอฟดีเอ) เมื่อวันจันทร์ ที่อนุมัติให้ฉีดวัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทคกับเด็กอายุระหว่าง 12-15 ปีได้ เป็นอีกหนึ่งความพยายามที่สนับสนุนพัฒนาการนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เอฟดีเอเคยอนุมัติให้ใช้วัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทคในกรณีฉุกเฉินกับกลุ่มประชากรอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีเตอร์ มาร์คส์ ผู้อำนวยการศูนย์ประเมินชีววิทยาและวิจัยของเอฟดีเอ กล่าวว่า การอนุมัติให้ใช้วัคซีนกับประชากรที่อายุน้อยเป็นขั้นตอนสำคัญในการช่วยบรรเทาภาระทางสาธารณสุขที่เกิดขึ้นจากการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอฟดีเอเผยว่า จากรายงานที่แจ้งมาที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งสหรัฐระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2563 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2564 ประชากรอายุระหว่าง 11-17 ปีในสหรัฐติดเชื้อโควิด-19 ราว 1.5 ล้านคน เยาวชนที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาส่วนใหญ่มีอาการของโรคที่ไม่รุนแรง แต่ทำให้ผู้ที่มีอายุมากกว่าหรือผู้ใหญ่ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ติดเชื้อไวรัสนี้จากพวกเขาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฟเซอร์-ไบออนเทคเผยเมื่อเดือนมีนาคมว่า จากการทดลองฉีดวัคซีน 2 โดสให้กับเยาวชนอายุ 12-15 ปี 2,260 ราย พบว่าวัคซีนนี้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี การตัดสินใจฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเด็กเรียกเสียงวิจารณ์จากผู้เชี่ยวชาญด้านสาธาณสุขบางคน ที่กล่าวว่าวัคซีนเหล่านี้ควรส่งไปใช้ในประเทศอื่นๆ ที่ผู้คนในกลุ่มเสี่ยงสูงกำลังรอคอยวัคซีน แทนที่จะนำมาฉีดให้แก่กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำในสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ไม่ใช่แค่สหรัฐ เมื่อวันจันทร์ เอเมอร์ คุก ผู้อำนวยการองค์การยาแห่งยุโรป (อีเอ็มเอ) กล่าวว่า สหภาพยุโรป (อียู) ก็เตรียมจะอนุมัติให้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์-ไบออนเทคกับกลุ่มคนอายุระหว่าง 12-15 ปีด้วยเช่นกัน เป้าหมายที่วางไว้คือการอนุมัติในเดือนมิถุนายน แต่อีเอ็มเอกำลังพยายามเร่งให้อียูอนุมัติภายในสิ้นเดือนนี้ ในช่วงยามที่หลายประเทศตั้งเป้าจะฟื้นฟูเศรษฐกิจของตนโดยเร็ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102583</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนให้เด็ก, วัคซีนไฟเซอร์, สหรัฐ, องค์การยาแห่งยุโรป, อายุ 12-15 ปี, เอฟดีเอสหรัฐ, โควิด-19, ไฟเซอร์-ไบออนเทค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a9a7cbb1df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
