<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114806</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2021 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2021 09:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชทัณฑ์ย้ายคุกด่วน  &#039;แก๊งผู้กำกับโจ้&#039; หวั่นเผชิญหน้าผู้ต้องหาเก่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.64 -&amp;nbsp;นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า วานนี้เจ้าหน้าที่เรือนจำ ได้ขออนุญาตศาลจังหวัดนครสวรรค์ ย้ายตัว พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ &amp;quot;ผู้กำกับโจ้&amp;quot; และพวกรวม 7 คน ไปขังไว้ที่เรือนจำกลางพิษณุโลก เพื่อความปลอดภัยของผู้ต้องหา เนื่องจากเรือนจำจังหวัดนครสวรรค์ เป็นพื้นที่สีแดง มีการระบาดของเชื้อโควิด และมีพื้นที่ควบคุมแดนเดียว โดยเรือนจำกลางพิษณุโลก เป็นเรือนจำประธานเขตมีความมั่นคงสูง มีพื้นที่ควบคุมหลายแดนสามารถควบคุมผู้ต้องขังคดีสำคัญแบบแยกได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 7 คน เคยเป็นตำรวจ เพื่อความปลอดภัยของผู้ต้องขัง จึงต้องแยกขังจากผู้ต้องขังในคดีอื่น เพราะเกรงว่าจะไปเจอผู้ต้องขัง ที่เคยถูกจับกุม&amp;quot; อธิบดีกรมราชทัณฑ์ &amp;nbsp;กล่าวและว่า สำหรับการรับตัวผู้ต้องขังใหม่ เจ้าหน้าที่จะซักประวัติ ตรวจร่างกายและตรวจหาเชื้อ&amp;quot;โควิด&amp;quot; ก่อนแยกผู้ต้องขังไปควบคุมในห้องกักโรค 21 วัน เพื่อยืนยันชัดเจนว่าไม่ติดเชื้อ จึงจะย้ายไปควบคุมแดนภายใน โดยทาง ผบ.เรือนจำ จะพูดคุยอธิบายถึงการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ภายในเรือนจำ เพื่อไม่ให้ผู้ต้องขังเกิดอาการเครียด หรือมีปัญหาคิดมาก&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวว่าผู้ต้องขังกลุ่มแรก 5 คน ที่เรือนจำรับตัวมาก่อนหน้านี้ หลังได้รับฟังการอธิบาย ก็มีอาการดีขึ้น นอกจากนี้ เรือนจำยังมีนักจิตวิทยาและนักสังคมสงเคราะห์ ที่จะเข้าพูดคุยกับผู้ต้องขังใหม่อยู่แล้ว อีกทั้งในห้องควบคุมตัว จะมีวงจรปิดดู 24 ชั่วโมง เรื่องนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงมาก โดยทั้ง 7 คน รวมทั้งผู้กำกับโจ้ จะปฏิบัติเหมือนผู้ต้องขังคนอื่น ส่วนทนายสามารถขอเข้าเยี่ยมผ่านแอปพริเคชั่นไลน์ ได้ตลอดเวลา และหากมีการขอฝางขังในครั้งถัดไป ก็จะใช้วิธีแบบ วีดีโอ.คอนเฟอร์เร้ยซ์จากเรือนจำกลางพิษณุโลก ไปศาลจังหวัดนครสวรรค์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114806</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมราชทัณฑ์ เ, ผู้กำกับโจ้, อายุตม์ สินธพพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_612794ddd6110.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2021 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2021 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรือนจำสถานการณ์ดีขึ้น ผู้ต้องขังติดโควิด 72 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย. 64&amp;nbsp;- นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถานว่าข้อมูล ณ วันที่ 25 มิ. 2564 เวลา 16.00 น.มีผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 72 ราย รักษาหายวันนี้ 510 รายเสียชีวิต 1 ราย ทำให้มีผู้ต้องขังติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 4,583 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสถานการณ์การแพร่ระบาดในวันนี้ ยังคงมีเรือนจำสีขาวที่ไม่พบการแพร่ระบาดคงที่ จำนวน 127 แห่งส่วนเรือนจำสีแดงที่พบการแพร่ระบาดอยู่ที่ 12 แห่งคงเดิม โดยรายงานผู้ติดเชื้อในวันนี้ เป็นการติดเชื้อจากแดนในของเรือนจำสีแดง จำนวน 44 ราย และการตรวจพบเชื้อในห้องแยกกักโรค ซึ่งเป็นผู้ต้องขังรับใหม่ 28 ราย จากเรือนจำพิเศษมีนบุรี เรือนจำจังหวัดสตูล เรือนจำอำเภอธัญบุรี และทัณฑสถานบำบัดพิเศษสงขลา ขณะที่จำนวนผู้ป่วยรักษาหายยังเพิ่มขึ้นและมากกว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่ รวมรักษาหายสะสมอยู่ที่ 31,102 ราย หรือ 86% ของจำนวนผู้ป่วยสะสม ทำให้ผู้ติดเชื้อในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ลดลงเหลือต่ำกว่า 5 พันรายเป็น
วันแรก คือ 4,583 ราย เป็นกลุ่มสีเขียว 4,037 ราย สีเหลือง 519 ราย และสีแดง 27 ราย ขณะที่มีรายงานผู้เสียชีวิตวันนี้ จำนวน 1 ราย รวมเสียชีวิต 38 ราย หรือ 0.1% ของผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวว่า แนวโน้มของสถานการณ์ยังคงดีขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครที่พบผู้ติดเชื้อรักษาหายเพิ่มขึ้น ขณะที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัด ขณะนี้ยังถือว่าสถานการณ์อยู่ในการควบคุม จากการนำแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่แพร่ระบาดเดิมไปปรับใช้ รวมถึงเวชภัณฑ์ บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ที่ได้เตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์อยู่ก่อนแล้ว จึงสามารถบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบในระยะเวลารวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของกรมราชทัณฑ์จะเริ่มคลี่คลายลงในหลายพื้นที่ และบางแห่งอยู่ในการควบคุมได้แล้ว แต่การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ภายนอกยังคงมีอยู่และขยายพื้นที่การระบาดมากขึ้น จึงขอให้บุคลากร และเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ได้ยึดถือและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของกรมราชทัณฑ์อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติงานภายในสถานที่ควบคุม ที่มีความเสี่ยงต่อการนำเชื้อจากภายนอกเข้าสู่เรือนจำและทัณฑสถาน รวมถึงครอบครัวของเจ้าหน้าที่ และจากผู้ต้องขังเข้าใหม่ ที่ต้องระมัดระวังและคัดกรองเชื้ออย่างเข้มข้นในทุกจุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวอีกว่า ผู้เสียชีวิต 1 รายในวันนี้ เป็นผู้ต้องขังชาย อายุ 65 ปี จากเรือนจำกลางบางขวาง เข้ารักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เมื่อ 13 มิ.ย &amp;nbsp;2564 ผลตรวจเอกซเรย์​พบปอดอักเสบ แพทย์ได้ให้การรักษาด้วยยา ฟาวิพ​ิ​ราเวีย​ ยาลดการหลั่งกรดในกระเพาะ ยาปฏิชีวนะระดับสูง และออกซิเจน​ความเข้มข้นสูง แต่ผู้ป่วยยังมีอาการเหนื่อย ตรวจพบปอดอักเสบเพิ่มขึ้น ซึ่งแพทย์ได้วางแผนการรักษาร่วมกับผู้ป่วยและญาติ พิจารณาให้การรักษาประคับประคองด้วยยา ปฏิเสธการใส่ท่อช่วยหายใจ จนกระทั่งในวันที่ 25 มิ.ย. ผู้ป่วยมีอาการเหนื่อย ซึมลงและเสียชีวิตในเวลาต่อมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107699</URL_LINK>
                <HASHTAG>อายุตม์ สินธพพันธุ์, เรือนจำ, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f615e3f5c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106887</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2021 12:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2021 12:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชทัณฑ์ เผยผู้ต้องขังติดเชื้อเพิ่ม 435 ราย  รักษาหายมากกว่าติดเชื้อ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิ.ย.64 - นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถานว่า ข้อมูล ณ วันที่ 18 มิ.ย.2564 เวลา 16.00 น.มีผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 435 ราย รักษาหายวันนี้ 1,228 ราย ทำให้มีผู้ต้องขังติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 6,350 ราย และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต โดยภาพรวมสถานการณ์การแพร่ระบาดในวันนี้ มีเรือนจำและทัณฑสถานที่เป็นเรือนจำสีขาวคือไม่พบการแพร่ระบาดยังคงที่ จำนวน 129 แห่ง และสีแดงที่พบการแพร่ระบาดที่จำนวน 12 แห่งคงเดิม จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในวันนี้ เป็นการตรวจพบเชื้อจากการ SWAB หาเชื้อซ้ำในเรือนจำและทัณฑสถานที่เป็นเรือนจำสีแดง 426 ราย และในห้องแยกกักโรคก่อนเข้าเรือนจำและทัณฑสถานจำนวน 9 ราย ซึ่งเป็นผู้ต้องขังเข้าใหม่จากภายนอก จากเรือนจำชั่วคราวรังสิต สังกัดเรือนจำอำเภอธัญบุรี 6 ราย และเรือนจำกลางนครราชสีมา เรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี ทัณฑสถานหญิงพิษณุโลก แห่งละ 1 ราย ส่วนจำนวนผู้ป่วยที่รักษาหายสะสมอยู่ที่ 28,082 ราย หรือ 80% ของจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวว่า การตรวจพบเชื้อระหว่างกักโรคในผู้ต้องขังเข้าใหม่ ที่เป็นการติดเชื้อมาจากภายนอกนั้น แสดงให้เห็นถึงมาตรการกักกันโรคในเรือนจำและทัณฑสถาน ว่าสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนสามารถสกัดกั้นเชื้อก่อนเข้าพื้นที่เรือนจำและทัณฑสถานชั้นในได้เป็นอย่างดี ขณะที่แนวโน้มสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อภายในเรือนจำและทัณฑสถานต่อจากนี้ จะเริ่มมีตัวเลขของผู้ที่รักษาหายเพิ่มมากขึ้น โดยเทียบจากจำนวนผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว ที่มีกว่า 90% ของผู้ติดเชื้อที่ยังอยู่ระหว่างการรักษาทั้งหมด และภายในเดือนมิ.ย. นี้ คาดว่าจะมีเรือนจำสีแดงจำนวน 5 แห่ง ที่ผู้ติดเชื้อทั้งหมดจะได้รับการรักษาหาย หากไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม คือ ทัณฑสถานหญิงกลาง เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เรือนจำพิเศษธนบุรี เรือนจำจังหวัดสงขลา โดยเฉพาะเรือนจำกลางเชียงใหม่ ที่คาดว่าจะหายทั้งหมดได้ในเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106887</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราชทัณฑ์, อายุตม์ สินธพพันธุ์, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_604992e5cbd63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 14:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 14:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชทัณฑ์ แจงชัดหลัง &#039;กวิ้น-ไมค์-รุ้ง&#039; โวยอาหารแย่-ถูกดักฟัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย.64 - &amp;nbsp;นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีแกนนำราษฎร ไปชี้แจงต่อคณะกมธ. ป.ป.ช. โดยอ้างว่ามีการดักฟังและคุณภาพอาหารในเรือนจำแย่ ว่า ตนในฐานะกำกับดูแลกรมราชทัณฑ์ ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้ 1. ระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการเยี่ยมการติดต่อของบุคคลภายนอกกับผู้ต้องขัง และการเข้าดูกิจการ หรือติดต่อการงานกับเรือนจำ พ.ศ. 2561 ข้อ 9 (5) กำหนดไว้ชัดเจนว่าบุคคลภายนอกที่ได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมหรือติดต่อกับผู้ต้องขังต้องยินยอมให้เจ้าพนักงานเรือนจำฟังการสนทนา บันทึกภาพ หรือเสียงและตัดการสื่อสาร หากเห็นว่าข้อความที่สนทนาเป็นไปโดยไม่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ข้อ 18 ระบุว่า หากทนายความต้องการจะสงวนข้อความที่พูดกับผู้ต้องขังเป็นความลับให้แจ้งเจ้าพนักงานเรือนจำทราบ ซึ่งในกรณีของนายพริษฐ์ ชีวารักษ์ หรือเพนกวิน ไม่มีทนายความที่ขอใช้ระเบียบในข้อนี้ ทั้งนี้ ที่ผ่านมากรมราชทัณฑ์มีแนวทางปฏิบัติในการเข้าเยี่ยมผู้ต้องขังที่แจ้งให้ทนายความและญาติถือปฏิบัติอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวอีกว่า 2. กรณีเรื่องการจัดเลี้ยงผู้ต้องขัง ทางเรือนจำปฏิบัติตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 โดยมีคณะกรรมการจัดซื้อ โดยวิธีคัดเลือกและมีคณะกรรมการตรวจรับโดยเรือนจำได้รับการจัดสรรงบประมาณค่าอาหารดิบ 44.17 บาท/คน/วัน ค่าข้าวสาร 6.42 บาท /คน/วัน (380 กรัม /คน/วัน) และเรือนจำจัดเมนูตามคำแนะนำของนักโภชนาการของทัณฑ สถานโรงพยาบาลที่ต้องมีการคำนวณปริมาณแคลอรี่ และคุณภาพทางโภชนา การที่เพียงพอต่อผู้ต้องขังในแต่ละมื้อ รวมทั้งเรือนจำได้ให้หน่วยงานสาธารณ สุขภายนอกเข้าตรวจประเมินปีละ 2 ครั้ง โดยเรือนจำผ่านเกณฑ์ประเมินทั้งสองครั้ง &amp;nbsp;สำหรับในส่วนของอาหารอิสลาม เรือนจำได้รับการประเมินผ่านเกณฑ์รับรองอาหารฮาลาล
&amp;nbsp;
นายอายุตม์ กล่าวต่อว่า 3. กรณีการไม่สามารถสั่งซื้ออาหารพิเศษได้ ขอเรียนว่า ผู้ต้องขังทุกคนสามารถ ซื้อสินค้าอุปโภค - บริโภค ในร้านค้าย่อยในเรือนจำได้ รวมทั้งสามารถให้ญาติซื้อฝากจากร้านสงเคราะห์ฯ ภายนอกของเรือนจำ ในอัตราวันละ 500 บาท แต่เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กรมราชทัณฑ์ &amp;nbsp;จึงเพิ่มเป็นวันละ 600 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีของนายพริษฐ์ เนื่องจากประกาศ อดอาหารเรือนจำจึงนำตัวมาคุมขังที่สถานพยาบาล ชั้น 2 ร่วมกับผู้ต้องขังอื่น เพื่อเฝ้าระวังอาการและในการสั่งซื้ออาหารของสถานพยาบาล จะให้ผู้ต้องขังบันทึกขออนุญาตซื้ออาหารตามที่มีจำหน่ายตามร้านสงเคราะห์ฯ ในเรือนจำ ซึ่งในส่วนของนายพริษฐ์ ไม่มีการจัดซื้ออาหารแต่อย่างใด เนื่องจากประกาศอดอาหาร &amp;nbsp;แต่ในกรณีของนางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง ขณะที่ถูกควบคุมตัว บิดาและมารดาได้มาซื้อของใช้และอาหารให้เป็นประจำ ต่อมาได้ประกาศอดอาหาร ทัณฑสถานหญิงกลางได้จัดเตรียมอาหารสำหรับจัดเลี้ยง แต่นางสาวปนัสยา ปฏิเสธ ทั้งนี้ มารดาของนางสาวปนัสยา ได้สั่งซื้อเครื่องดื่ม เช่น นมหรือน้ำหวานให้แก่นางสาวปนัสยา โดยตลอด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106799</URL_LINK>
                <HASHTAG>อายุตม์ สินธพพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f615e3f5c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 17:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 17:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ราชทัณฑ์&#039; เผยผู้ต้องขังติดโควิดเพิ่ม 26 ราย รักษาหายแล้วเกือบ 80% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย. 64 - นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน ว่า&amp;nbsp; ข้อมูล ณ วันที่&amp;nbsp;15 มิ.ย. 2564 เวลา 16.00 น. มีผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 26 ราย รักษาหายวันนี้ 412 ราย&amp;nbsp;ทำให้มีผู้ต้องขังติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 6,499 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิตในวันนี้ โดยภาพรวมสถานการณ์การแพร่ระบาดในวันนี้ ยังคงมีแนวโน้มที่ดีขึ้นต่อเนื่อง โดยพบเรือนจำและทัณฑสถานที่เป็นเรือนจำสีขาวไม่พบการแพร่ระบาดคงที่ จำนวน 129 แห่ง และสีแดงที่พบการแพร่ระบาด 12 แห่งคงเดิม โดยจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในวันนี้มีจำนวนที่ลดลง และเป็นการตรวจพบการติดเชื้อจากเรือนจำและทัณฑสถานที่พบการแพร่ระบาดเดิม จากการ SWAB เพื่อตรวจหาเชื้อซ้ำ จำนวน 25 ราย และพบในห้องกักโรค 1 รายจากเรือนจำจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นผู้ต้องขังเข้าใหม่จากภายนอก ขณะที่มีจำนวนผู้รักษาหายวันนี้ 412 ราย รวมหายป่วยสะสม 26,523 ราย หรือเกือบ 80% ของผู้ติดเชื้อสะสม และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 มีจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 28 ราย หรือ 0.08% ของผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวว่า แม้ว่าแนวโน้มของสถานการณ์จะเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น ทั้งในส่วนของจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่น้อยลง จำนวนผู้ป่วยที่รักษาหายเพิ่มขึ้น รวมถึงมาตรการคัดกรองผู้ต้องขังเข้าใหม่ที่สามารถตรวจหาเชื้อและสกัดไม่ให้นำเชื้อเข้าสู่เรือนจำและทัณฑสถานชั้นในได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่อย่างไรก็ตาม กรมราชทัณฑ์ ยังคงเน้นย้ำ ให้เรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่ง รักษามาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ทั้งการป้องกันเชื้อ การค้นหาและดูแลรักษาผู้ติดเชื้ออย่างรวดเร็ว การป้องกันไม่ให้นำเชื้อออกสู่ภายนอก และการเร่งสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการดำเนินการเพื่อบริหารจัดการวัคซีน นายอายุตม์ กล่าวว่า ปัจุจุบัน มีเรือนจำและทัณฑสถานได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้วจำนวน 42 แห่ง รวมทั้งสิ้นจำนวน 51,003 โดส เป็นวัคซีนที่ได้รับการจัดสรรจากกรมควบคุมโรค 41 แห่ง จำนวน 45,000 โดส และจากจังหวัดภูเก็ตที่จัดสรรให้เรือนจำจังหวัดภูเก็ตอีก 1 แห่ง ซึ่งครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายแรก คือ เรือนจำสีขาวในพื้นที่สีแดงและสีแดงเข้ม เรือนจำสีแดงที่สามารถแยกผู้ต้องขังที่ไม่ติดเชื้อเพื่อรับวัคซีนได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบางที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเป็นพิเศษ และในขณะนี้ยังอยู่ระหว่างประสานกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อกระจายวัคซีนไปยังเรือนจำสีขาวในเขตพื้นที่อื่นๆ จนกว่าจะครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงการฉีดวัคซีนในเข็มที่ 2 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับแผนการกระจายวัคซีนของประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106595</URL_LINK>
                <HASHTAG>อายุตม์ สินธพพันธุ์, โควิดเรือนจำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f615e3f5c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 17:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2021 17:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ราชทัณฑ์&#039; เผยผู้ต้องขังติดโควิดเพิ่ม 640 ราย พบแนวโน้มระบาดลดลง ไร้ตาย 3 วันติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย.64&amp;nbsp; นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน ว่า ข้อมูล ณ วันที่&amp;nbsp;14 มิ.ย. 2564 เวลา 16.00 น. มีผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 640 ราย รักษาหายวันนี้ 1,431 ราย ทำให้มีผู้ต้องขังติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 7,047 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิตในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยภาพรวมสถานการณ์การแพร่ระบาดในวันนี้ พบว่ามีเรือนจำและทัณฑสถานที่เป็นเรือนจำสีขาวไม่พบการแพร่ระบาดคงที่ จำนวน 129 แห่ง และสีแดงที่พบการแพร่ระบาด 12 แห่งคงเดิม โดยจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในวันนี้ เป็นการติดเชื้อจากเรือนจำและทัณฑสถานที่พบการแพร่ระบาดเดิม จากการ SWAB เพื่อตรวจหาเชื้อซ้ำ จำนวน 639 ราย และพบในห้องกักโรค 1 รายจากเรือนจำกลางสงขลาซึ่งเป็นผู้ต้องขังเข้าใหม่จากภายนอก ขณะที่มีจำนวนผู้รักษาหายวันนี้ 1,431 ราย รวมหายป่วยสะสม 25,976 ราย หรือ 78.16% ของผู้ติดเชื้อสะสม และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 มีจำนวนผู้เสียชีวิตสะสม 28 ราย หรือ 0.08% ของผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวต่อว่า การเตรียมการลดสถานะเรือนจำสีแดงที่ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่&amp;nbsp;มีเรือนจำและทัณฑสถานที่คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายในเดือนมิ.ย. 2564 นี้ 2 แห่ง คือ เรือนจำจังหวัดนนทบุรี และทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง ซึ่งอยู่ระหว่างยืนยันการไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จนครบ 28 วัน จึงจะปรับลดสถานะได้ รวมถึงทัณฑสถานหญิงกลาง เรือนจำกลางเชียงใหม่ ที่สามารถแบ่งแยกแดนที่ไม่พบเชื้อเป็นแดนสีขาวได้บางส่วนแล้ว รวมทั้งเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และเรือนจำพิเศษธนบุรี ที่อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเพื่อลดสถานะจากเรือนจำสีแดงเป็นเรือนจำปกติได้ในระยะต่อไป และมีเรือนจำและทัณฑสถานที่เคยพบการแพร่ระบาด แต่ปัจจุบันผู้ติดเชื้อทั้งหมดได้รับการรักษาจนหายแล้ว 3 แห่ง คือ เรือนจำจังหวัดนราธิวาส เรือนจำพิเศษมีนบุรี และทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง โดยยังมีเรือนจำและทัณฑสถานที่คาดว่าจะได้รับการรักษาจนหายทั้งหมดเพิ่มอีกในเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวอีกว่า แนวโน้มของสถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น ทั้งในส่วนของจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่น้อยกว่าผู้ป่วยรักษาหายอย่างต่อเนื่อง และจำนวนเรือนจำและทัณฑสถานที่พบการแพร่ระบาดมีแนวโน้มลดลง รวมถึงมาตรการคัดกรองผู้ต้องขังเข้าใหม่ ที่สามารถตรวจหาเชื้อและสกัดไม่ให้นำเชื้อเข้าสู่เรือนจำ/ทัณฑสถานชั้นในได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่อย่างไรก็ตาม กรมราชทัณฑ์ ยังคงเน้นย้ำ ให้เรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่ง รักษามาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ทั้งการป้องกันไม่ให้เชื้อเข้าสู่เรือนจำและทัณฑสถาน การค้นหาและดูแลรักษาผู้ติดเชื้อที่รวดเร็วเพื่อลดผู้ป่วยหนักและเสียชีวิต การป้องกันไม่ให้นำเชื้อจากเรือนจำและทัณฑสถานออกสู่ภายนอก และการเร่งสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง รวมทั้งการปรับปรุงสถานะของเรือนจำสีขาวด้วยการตรวจหาเชื้ออยู่เป็นระยะให้เป็นปัจจุบันเสมอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106481</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมราชทัณฑ์, อายุตม์ สินธพพันธุ์, โควิดเรือนจำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f615e3f5c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105811</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 16:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 16:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ราชทัณฑ์&#039; เผยแนวโน้มผู้ต้องขังหายป่วยโควิดเพิ่มขึ้น ยอดติดเชื้อลดฮวบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;9&amp;nbsp;มิ.ย.64 -&amp;nbsp;นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน (ข้อมูล ณ วันที่ 8 มิถุนายน 2564 เวลา 16.00 นาฬิกา) มีผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 280 ราย รักษาหายเพิ่ม 1,572 ราย เสียชีวิต 4 ราย ทำให้มีผู้ต้องขังติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 12,031 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;โดยภาพรวมสถานการณ์การแพร่ระบาดในเรือนจำและทัณฑสถาน พบว่ามีเรือนจำและทัณฑสถาน ที่ไม่พบการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 127 แห่ง พบการแพร่ระบาดจำนวน 12 แห่งคงเดิม โดยเริ่มพบแนวโน้มของผู้ต้องขังที่หายป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะนี้มียอดผู้ที่หายป่วย 17,833 ราย หรือกว่า 60% จากยอดผู้ป่วยสะสม 30,037 ราย ซึ่งกรมราชทัณฑ์ มีโรงพยาบาลจำนวน 2 แห่งคือ ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และโรงพยาบาลเรือนจำกลางบางขวาง ทำหน้าที่ในการดูแลรักษาผู้ป่วยกลุ่มสีแดงและสีเหลืองจากเรือนจำและทัณฑสถาน ในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด ภายใต้การดูแลรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์ โดยถ้าเป็นผู้ป่วยที่มีอาการหนัก จะดำเนินการส่งต่อการรักษาไปยังโรงพยาบาลภายนอก เพื่อให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสมจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นายอายุตม์ กล่าวว่า ทั้งนี้นอกจากการรักษาตามกระบวนการแล้ว ยังคุมเข้มในส่วนของมาตรการคัดกรองผู้ติดเชื้อ ด้วยการ SWAB ก่อนเข้าเรือนจำ โดยเฉพาะผู้ต้องขังเข้าใหม่ในเรือนจำแลัทัณฑสถานที่ไม่พบการแพร่ระบาด ซึ่งต้องแยกผู้ต้องขังที่ตรวจพบเชื้อไปรักษายังโรงพยาบาลภายนอกไม่นำเข้าเรือนจำและทัณฑสถาน และถ้าไม่พบเชื้อจะนำตัวเข้าสู่ห้องกักโรค เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 21 วัน โดยต้องทำการ SWAB เพื่อยืนยันผลว่าไม่พบเชื้ออีกครั้ง จึงจะปล่อยตัวเข้าสู่เรือนจำชั้นใน และในส่วนของเรือนจำ/ทัณฑสถานที่พบการแพร่ระบาดแล้ว จะต้องดำเนินการแยกส่วนคุมขังผู้ต้องขังเข้าใหม่ออกจากเรือนจำและทัณฑสถานเดิมอย่างชัดเจน โดยอาจพิจารณาพื้นที่เรือนจำเก่า เรือนจำชั่วคราว หรือเรือนจำและทัณฑสถานใกล้เคียงเพื่อรับตัว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ด้านการดำเนินการฉีดวัคซีน นายอายุตม์ กล่าวอีกว่า กรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการฉีดวัคซีนแก่ผู้ต้องขังไปแล้ว 20,336 ราย ในเรือนจำและทัณฑสถาน จำนวน 11 แห่ง (ข้อมูล ณ วันที่ 8 มิ.ย. 2564) คือ เรือนจำกลางสมุทรปราการ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษปทุมธานี เรือนจำกลางระยอง เรือนจำกลางนครปฐม เรือนจำพิเศษพัทยา ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ทัณฑสถานหญิงกลาง เรือนจำอำเภอไชยา&amp;nbsp;เรือนจำอำเภอธัญบุรี เรือนจำพิเศษมีนบุรี และเรือนจำจังหวัดภูเก็ต ซึ่งการดำเนินการที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีเรือนจำ/ทัณฑสถานที่ได้รับวัคซีนไปแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการ 12 แห่ง คือ&amp;nbsp; เรือนจำจังหวัดปทุมธานี สถานกักขังกลางจังหวัดปทุมธานี เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เรือนจำกลางชลบุรี เรือนจำกลางราชบุรี เรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี เรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยา ทัณฑสถานบำบัดพิเศษพระนครศรีอยุธยา ทัณฑสถานวัยหนุ่มพระนครศรีอยุธยา เรือนจำกลางเขาบิน และเรือนจำจังหวัดระนอง ซึ่งการดำเนินการที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยผู้ต้องขังที่มีอาการไม่พึงประสงค์จากการรับวัคซีน ที่เรือนจำกลางสมุทรปราการ ได้รับการรักษาจนอาการเป็นปกติแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ในส่วนของกรณีผู้ต้องขังที่เสียชีวิต 4 รายในวันนี้ นายอายุตม์&amp;nbsp;กล่าวว่า ผู้ต้องขัง 2 รายแรก เป็นผู้ป่วยจากทัณฑสถานหญิงกลาง และทัณฑสถานหญิงธนบุรี เข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ส่วนอีก 2 ราย เป็นผู้ต้องขังที่รับการรักษาที่โรงพยาบาลเรือนจำกลางบางขวาง ซึ่งผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ราย เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อความรุนแรงของโรคที่สูง คือ มีโรคประจำตัว และบางรายเป็นผู้สูงอายุ ซึ่งแพทย์ได้ให้การรักษาด้วยการให้ยา และการรักษาอย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่อาการยังคงทรุดลง จนกระทั่งเสียชีวิตในที่สุด โดยเป็นการเสียชีวิตที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ 1 ราย โรงพยาบาลเรือนจำกลางบางขวาง 1 ราย โรงพยาบาลมงกุฏวัฒนะ 1 ราย และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า 1 ราย ซึ่งกรมราชทัณฑ์ ได้ประสานไปยังญาติ และดำเนินการตามกระบวนการส่งศพของผู้เสียชีวิต เพื่อนำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอย่างปลอดภัย ตามวิธีการจัดการศพผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105811</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมราชทัณฑ์, อายุตม์ สินธพพันธุ์, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f615e3f5c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
