<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>36034</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2019 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2019 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.อารี&#039;ร้อง&#039;ปอท.&#039;ถูกปลอมเฟซบุ๊กหลอกยืมเงินเหยื่อนับ10ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค.62 -&amp;nbsp; ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นายอารี ไกรนรา ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อชาติ อดีตหัวหน้าการ์ดนปช. เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ในฐานะโฆษก บก.ปอท. และ ร.ต.ท.หญิง ปัณณพร ยิ่งเรงเริง รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่แอบนำรูปไปทำเฟซบุ๊กปลอม แล้วหลอกยืมเงินเพื่อนๆในเฟซบุ๊ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอารี กล่าวว่า มีคนสอบถามและแจ้งข้อมูลเข้ามาให้ตนทราบเมื่อช่วงสายวันนี้ จำนวนกว่า 10 ราย เท่าที่ทราบมีคนหลงเชื่อคิดว่าเป็นตนได้โอนเงินให้ยืมเงินจำนวน 3,000 บาท ไปแล้ว 1 ราย จึงขอฝากเตือนคนที่รู้จักตนด้วยว่าหากมีใครแอบอ้างเป็นตนไปยืมขออย่าได้หลงเชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า ฝากเตือนกรณีมีคนติดต่อขอยืมเงินแบบกรณีนายอารี ขอให้ตรวจสอบดูให้แน่ใจก่อนด้วยการโทรศัพท์ติดต่อสอบถามกลับ คุยได้ยินเสียงหรือเห็นหน้าทางวีดีโอคอลให้แน่ใจก่อนถึงค่อยโอนเงิน ส่วนคนร้ายที่ปลอมเฟซบุ๊กทางฝ่ายสืบสวนจะทำการสืบสวนตรวจสอบหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36034</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ, อารี ไกรนรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190516/image_big_5cdd14b7671da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35731</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2019 16:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2019 16:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจียมเนื้อเจียมตัว&#039;เพื่อชาติ&#039;5เสียงพร้อมเป็นฝ่ายค้านที่ดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.62 - ที่อาคารรัฐสภาใหม่ ย่านเกียกกาย นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงจุดยืนทางการเมืองของพรรคว่า ส.ส.5 เสียงของพรรคเพื่อชาติเมื่อมาด้วยกันก็ไปด้วยกัน ไม่มีใครแยกไปไหน ขอยืนยันจุดยืนอยู่ในฝั่งประชาธิปไตย ยอมรับที่ผ่านมามีคนมาทาบทามพรรคเพื่อชาติให้ไปร่วมงาน แต่ตนได้บอกว่า เราขออยู่ของเรา เป็นพรรคเล็ก มีไม่กี่คน เรื่องการต่อรองโควตารัฐมนตรี ไม่มีการพูดคุยกัน พรรคเพื่อชาติพร้อมทำทุกหน้าที่ ตามที่เคยลงสัตยาบันกับพรรคเพื่อไทยและพรรคการเมืองอื่นๆไปนั้น เราพร้อมทำทุกหน้าที่ แม้จะต้องไปเป็นฝ่ายค้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกระแสข่าวการให้พรรคขนาดกลางเป็นขั้วที่3 ในการจัดตั้งรัฐบาล นายสงครามกล่าวว่า ถ้าเข้ามาอย่างถูกต้อง ทำให้ประเทศเดินต่อไปได้ ก็ไม่ปฏิเสธแนวทางนี้ แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องไม่มีการสืบทอดอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่า พร้อมสนับสนุนให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หรือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายสงครามตอบว่า อย่าเพิ่งเอ่ยชื่อใครตอนนี้ แต่คนเหล่านี้ก็มาอย่างถูกต้องตามกติกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอารี ไกรนรา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงกระแสข่าวถูกดูดไปอยู่ฝั่งพรรคพลังประชารัฐ เพื่อสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีว่า ยืนยันว่ายังคงอยู่พรรคเพื่อชาติ จุดยืนของตนยังอยู่กับฝั่งพรรคเพื่อไทย ไม่ได้ถูกทาบทามไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ ที่ผ่านมายอมรับว่า มีคนรู้จักในพรรคพลังประชารัฐมาทาบทามให้ไปอยู่ด้วยจริง แต่ได้ตอบปฏิเสธไป เพราะไม่ได้สนใจ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35731</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเพื่อชาติ, สงคราม กิจเลิศไพโรจน์, อารี ไกรนรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190513/image_big_5cd936e09c584.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2019 10:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2019 10:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝันที่เป็นจริง!&#039;ท่านรังสิมันต์ โรม-หัวหน้าการ์ดนปช.&#039;รายงานตัวพร้อมเป็นผู้แทนราษฎรแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ค.62 - ที่สำนักงานการเลือกตั้ง(กกต.) นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;และแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เดินทางเข้ารับใบรับรองความเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ &amp;nbsp;ขณะนายอารี ไกรนรา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ และอดีตหัวหน้าการ์ดแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ก็ได้เดินทางเข้ารายงานตัวที่อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ย่านเกียกกายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35387</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง, การ์ดนปช., พรรคอนาคตใหม่, พรรคเพื่อชาติ, รังสิมันต์ โรม, อารี ไกรนรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190509/image_big_5cd39c60e08ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไร้ส.ส.เขตส่อแห้วปาร์ตี้ลิสต์!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรธ.ย้ำ สูตรคำนวณบัญชีรายชื่อมีสูตรเดียว กกต.ต้องคิดตามสูตร พรรคการเมืองไม่สามารถแปรกฎหมายสร้างสูตรใหม่ได้ ยันหลักคิดของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มุ่งให้ทุกคะแนนที่ประชาชนออกเสียงมีความหมายไม่ถูกทิ้งเสียเปล่า ขณะที่ทีมสู้แล้วจนพรรคเพื่อชาติบุกที่ทำการพรรคร้องขอเยียวยา หลังเป๋าแฟบ หัวหน้าพรรคหัวเรือใหญ่หายหัวเหมือนเดิม ไร้เงา &amp;quot;จตุพร&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 เมษายน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เชิญนายประพันธ์ นัยโกวิท อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) อดีต กกต. และนายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ มาให้ความเห็นวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หรือปาร์ตี้ลิสต์ ที่ถูกต้อง รวมถึงสอบถามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 การคำนวณหาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง และมาตรา 128 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. โดยเฉพาะ (5) (6) (7) เช่น กรณีพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.ระบบเขตเลือกตั้งมากกว่าจำนวน ส.ส.ที่พึงได้ หรือโอเวอร์แฮงก์ เพื่อเป็นข้อมูลให้กับ กกต. ในการคำนวณ ส.ส. ก่อนจะประกาศรับรองอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 พฤษภาคมนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประพันธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมหารือว่า &amp;nbsp;อำนาจในการคิดคำนวณ ส.ส. เป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. ซึ่งใน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา &amp;nbsp;128 วรรคท้าย ให้ กกต.เป็นผู้ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ การคิดคำนวณบัญชีรายชื่อทุกคะแนนเสียงมีความหมายหรือไม่ อดีต กกต.ผู้นี้ตอบว่า หลักคิดของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มุ่งให้ทุกคะแนนที่ประชาชนออกเสียงมีความหมายไม่ถูกทิ้งเสียเปล่า เพื่อเป็นการสะท้อนถึงสิ่งที่ประชาชนคิด และวิธีการคิด ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตารางการคิดก็ไม่ได้พึ่งมาคิดในขณะนี้ มีการเสนอมาตั้งแต่ในชั้นของ กกต.ชุดที่แล้วเสนอมาที่ กรธ. และเสนอต่อไปที่คณะกรรมาธิการร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งในชั้นของกรรมาธิการยกร่างฯ กฎหมายลูก ก็ได้มีการนำตารางการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อมาพิจารณาและยกร่างเป็นกฎหมาย ดังนั้นตารางการคิดคำนวณ ส.ส.มีอยู่รัฐสภา ไม่ได้เป็นความลับ สามารถขอได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในการหารือ ผมได้ชี้แจงถึงที่มาที่ไปของการคิดคำนวณว่าเป็นมาอย่างไร ได้เรียนว่ามีอยู่แล้วในร่างเดิม เสนอมาจากสำนักงาน กกต.เอง และก็มีการพิจารณาใน กรธ.ร่างที่เสนอ สนช.ก็มีการเสนอไป และมีการปรับปรุง ในวาระขอคณะกรรมาธิการฯ ก่อนที่จะออกมาเป็นกฎหมาย&amp;rdquo;
กรธ.ยันมีสูตรเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กรรมการยกร่างฯ พิจารณามีการตั้งสมมุติฐานว่าจะมีพรรคการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้ง ส.ส.ในระบบเขตมากกว่าจำนวน ส.ส.พึงมี นายประพันธ์ชี้แจงว่า เราพิจารณาหมดว่าถ้ากรณีไม่มีโอเวอร์แฮงก์จะทำอย่างไร หรือมีโอเวอร์แฮงก์จะคิดคำนวณอย่างไร รวมทั้งพิจารณาไปถึงว่าถ้าต้องประกาศ ส.ส.ร้อยละ 95 เพื่อให้เปิดประชุมสภาได้ การคิดคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อจะคิดอย่างไร ซึ่งก็เขียนออกมาเป็นมาตรา 128 และ 129 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งรายละเอียดของตารางการคำนวณก็อยู่ที่รัฐสภา และเปิดเผยได้ ซึ่งในส่วนของคณะกรรมาธิการฯ พิจารณากฎหมาย ส.ส.ก็ดูตามตารางนั้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ทำไมกฎหมายต้องเปิดช่องให้ กกต.มาทำสูตรตอนหลัง ทำไมไม่กำหนดไปเลยว่าอันไหนเป็นสูตรที่ถูกต้อง นายประพันธ์ตอบว่า เพราะตารางการคำนวณมีอยู่หมดแล้ว ว่าการคำนวณ ส.ส.ทำอย่างไร &amp;nbsp;อยู่ที่สภา แต่มาตรา 128 เขียนว่าให้ กกต.เป็นผู้คิด หมายความว่า กกต.ก็ต้องไปดูสูตรแล้วคิดออกมาว่าจะออกมาอย่างไร พรรคการเมืองที่ได้รับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตมาไม่ได้ยอมรับในสูตรนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในการยกร่างฯ มีสูตรและวิธีการคำนวณอยู่ก่อนแล้ว และมีสูตรเดียว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าจะต้องยึดสูตรนี้ และพรรคการเมืองไม่สามารถไปตีความกฎหมายแล้วคิดเป็นสูตรอื่นออกมาใช่หรือไม่ อดีต กรธ.แจงว่า อันนี้เป็นสูตรการคำนวณที่มีการพิจารณาร่าง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. &amp;nbsp;และมีสูตรเดียว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน 12 พรรคเล็กจำนวนพึงมีไม่ควรได้ แต่กลับได้ ส.ส.อยู่ในสูตรที่ กรธ.คิดหรือไม่ นายประพันธ์ กล่าวว่า อยู่ในสูตรที่มีอยู่ในกรรมาธิการ และมีปรากฏมาตั้งนานแล้ว&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในที่ประชุม กรธ.ยืนยันว่า ในชั้นการยกร่าง การคิดสูตรคำนวณอยู่บนพื้นฐานว่าไม่ต้องการให้ทุกคะแนนเสียงถูกทิ้งน้ำ และยังมีการกำหนดตารางการคำนวณ ซึ่งได้เผยแพร่หน้าเว็บไซต์ของ กรธ.มาตั้งแต่เดือนกันยายน 2561 ส่วนในประเด็นอื่นๆ ทาง กรธ.ไม่ได้ให้ความชัดเจนกับ กกต. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคการเมืองที่จะได้รับการจัดสรรคือพรรคการเมืองที่มี ส.ส.เขตเท่านั้น, ทุกคะแนนเสียงมีความหมายไม่ทิ้งน้ำ จึงต้องนำคะแนนของพรรคทั้ง 74 พรรคไปคำนวณ ทำให้พรรคที่ได้คะแนนไม่ถึงจำนวนส.ส.พึงมี มีสิทธิได้รับการจัดสรร ส.ส.ด้วย โดยเรียงตามหลักทศนิยมจากมากไปหาน้อย ว่าแบบใดตรงตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญมาตรา 91 (3) บัญญัติว่า นำจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองจะพึงมีได้ตาม (2) ลบด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้งหมดที่พรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกตั้งในทุกเขตเลือกตั้ง ผลลัพธ์คือจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองนั้นจะได้รับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(4) บัญญัติไว้ว่า ถ้าพรรคการเมืองใดมีผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งเท่ากับ หรือสูงกว่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ตาม (2) ให้พรรคการเมืองนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามจำนวนที่ได้รับจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และไม่มีสิทธิได้รับการจัดสรรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และให้นำจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อทั้งหมดไปจัดสรรให้แก่พรรคการเมืองที่มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งต่ำกว่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ตาม (2) ตามอัตราส่วน แต่ต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใดดังกล่าวมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกินจำนวนที่จะพึงมีได้ตาม (2)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพรรคที่ไม่ได้ ส.ส.เขตเลย เช่น พรรคเสรีรวมไทย หรือพรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังท้องถิ่นไท พรรครักษ์ผืนป่า พรรคพลังปวงชนไทย และพรรคพลังชาติไทย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวอย่างการสูตรคำนวณที่ กรธ.เผยแพร่เมื่อเดือนกันยายนปี 61 นั้น ไม่ได้นำพรรคที่ไม่ได้ ส.ส.เขตมาคิดแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่าการที่ กกต.คำนวณสัดส่วนแล้วพรรคเล็กที่คะแนน 3-4 หมื่นได้ ส.ส.ตรงนี้ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ กกต.ต้องออกมาอธิบายให้ชัดเจน ส่วนกรณีที่มีการล่ารายชื่อเพื่อถอดถอน กกต. ที่อ้างสาเหตุว่าทำหน้าที่ไม่ยุติธรรมนั้น วันนี้ กกต.ต้องพยายามสร้างความเข้าใจและทำให้ชัดเจน และเปิดเผยรายละเอียดต่างๆ โดยเฉพาะวิธีการคำนวณตามรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 นั้นเป็นเช่นไร เพื่อไม่ต้องให้มีใครมาวิพากษ์วิจารณ์ และมีคนโจมตีอยู่ทุกวัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมขอแนะนำว่า กกต.ควรเชิญตัวแทนและผู้เชี่ยวชาญจากภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยที่เชี่ยวชาญในด้านคณิตศาสตร์ รัฐศาสตร์ และนิติศาสตร์ มาร่วมกันช่วยแก้ปัญหาการคำนวณที่แต่ละคนแต่ละฝ่ายมีสูตรการคำนวณไปคนละอย่าง เรื่องนี้ต้องช่วยกันทำให้จบ ไม่ให้เกิดความแคลงใจ ผมคิดว่าวิธีนี้จะช่วยให้สถานการณ์คลี่คลาย ไม่ต้องมาวิจารณ์กันว่าวิธีไหนกันแน่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย&amp;rdquo; นายสมศักดิ์กล่าว
&amp;quot;ธนาธร&amp;quot;ยันแก้ รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ว่า นี่เป็นการเลือกตั้งที่แปลกประหลาดมาก 10 วันผ่านไปแล้วผลอย่างเป็นทางการก็ยังไม่ออก แม้แต่วิธีการคิด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ก็ไม่มีใครรู้ว่าแบบไหนถูกต้อง ทั้งที่นักวิชาการและสื่อมวลชนหลายแห่งก็บอกแล้วว่าวิธีถูกต้องเป็นอย่างไร แต่ กกต.ก็ยังไม่เปิดเผย ประชาชนเคลือบแคลงสงสัย นี่เป็นวิกฤติศรัทธาที่ใหญ่ที่สุดที่มีกับองค์กรภาครัฐในประเทศไทย การล่ารายชื่อถอด กกต.ในออนไลน์มากกว่า 8 แสนคนนั้น ไม่เคยมีองค์กรหรือบุคคลสาธารณะคนไหนถูกล่ารายชื่อถอดถอนเยอะขนาดนี้มาก่อน นักศึกษามากกว่า 20 มหาวิทยาลัยร่วมกันล่ารายชื่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่กล่าวว่า ขอเป็นกำลังใจให้ กกต. เพราะยังมีทางทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ได้รับการยอมรับอยู่ นั่นคือเริ่มเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้องกับประชาชน เริ่มยอมรับความผิด เริ่มทำงานกับภาคประชาสังคม หน่วยไหนเขตไหนไม่ปกติ นับใหม่หรือเลือกตั้งใหม่อย่างโปร่งใส ถ้าการเลือกตั้งไม่ได้รับการยอมรับแล้ว ประเทศไทยเดินหน้าต่อลำบาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การนำพาประเทศไทยกลับสู่ประชาธิปไตยต้องเริ่มจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 นี่ขนาดยังไม่ได้เริ่มใช้ แค่การเลือกตั้งอย่างเดียวก็ทำให้เห็นแล้วว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหามากน้อยแค่ไหน ดังนั้นต้องยอมรับความจริงกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่มาเนื้อหาไม่เป็นประชาธิปไตย ใช้งานจริงไม่ได้ อนาคตใหม่มีจุดยืนเรื่องนี้ชัดเจน ประเทศไทยจะเป็นประชาธิปไตยไปข้างหน้าได้ ต้องแก้ทั้งฉบับ ไม่ช้าก็เร็ว&amp;quot; นายธนาธรกล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หาก กกต.ใช้สูตรคิดที่ทำให้ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ลดลงกว่าจำนวน ส.ส.พึงมี รับได้หรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า ขอดู กกต.ก่อนว่าจะประกาศอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว ที่ทำการพรรคเพื่อชาติ นายพนาสันต์ สุนันต๊ะ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 สุโขทัย พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ส.เขตทุกภูมิภาค พรรคเพื่อชาติ ที่ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากไม่ได้รับงบสนับสนุนหาเสียงเลือกตั้ง ทยอยเดินทางมารวมตัวกันมากกว่า 60 คน ทวงถามความชัดเจนจากคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อชาติอีกครั้ง เรื่องงบสนับสนุนหาเสียงเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ฝั่งผู้บริหารและแกนนำพรรคเพื่อชาติ มีนายอารี ไกรนรา, นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล รองหัวหน้าพรรคและว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายรยุศด์ &amp;nbsp;บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ, นายยศวริศ ชูกล่อม ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ เป็นต้น เดินทางมาร่วมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของผู้สมัคร ส.ส.เขต และได้เชิญให้ไปพูดคุยยังห้องประชุม ก่อนเข้าไปพูดคุย ทางแกนนำพรรค ได้ให้ผู้สมัคร ส.ส.ทุกคนฝากโทรศัพท์มือถือเอาไว้ข้างนอก และกำชับห้ามให้ข้อมูลกับบุคคลภายนอก โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปทำข่าว ขณะที่บริเวณหน้าประตูห้องประชุมมีชายฉกรรจ์ยืนเฝ้าหน้าประตูตลอดเวลา &amp;nbsp;
แกนนำพรรคหายหัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพนาสันต์ให้สัมภาษณ์ว่า พรรครับปากว่าจะจ่ายเงินเยียวยา แต่ยังตอบไม่ได้ว่าจะเยียวยาในวงเงินเท่าไหร่ เยียวยาเมื่อไหร่ ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป ที่ประชุมได้นัดกันเพื่อหารืออีกครั้ง ทั้งนี้ที่ผ่านมามีการรับปากเรื่องค่าใช้จ่ายมาหลายรอบ และเลื่อนมาตลอด ที่มาวันนี้เพราะเรารอมาหลายเดือนแล้ว รอไม่ได้แล้ว ก่อนการเลือกตั้งรับปากบอกให้เราสู้เต็มที่ ค่าใช้จ่ายทุกอย่างเบิกที่พรรคได้ไม่ต้องห่วง ที่ผ่านมาได้เพียงเงินค่าสมัครจำนวน 10,000 บาท และเงินค่าป้ายหาเสียงจำนวน 120,000 บาท ตลอดการหาเสียงมีค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยประมาณ 800,000 บาท ถ้ายังไม่ได้คำตอบในวันนี้ เราจะหามาตรการต่อไป ทุกคะแนนที่เราหาให้ เราหาให้ปาร์ตี้ลิสต์หมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราอยากเห็นหัวหน้าพรรคออกมาแสดงความรับผิดชอบ หัวเรือใหญ่หายไปไหนไม่รู้ อยากให้หัวหน้ามาสร้างความเชื่อมั่นให้กับเรา เรือกำลังจะจม จะปล่อยให้ลูกน้องลอยแพแบบนี้หรือ เราต้องการกัปตัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอารี ไกรนรา รองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมภาคบ่ายว่า พี่น้องที่มาเดือดร้อน แต่เราช่วยเหลือตามสภาพที่ได้รับความเดือดร้อน แต่ละภาค มีผู้ดูแลอยู่แล้ว และได้ทำการสรุปข้อมูลในแต่ละภาคเพื่อนำไปประกอบกับเงินเยียวยา ภายในวันที่ 10 เม.ย.จะให้คำตอบ เรารับเงื่อนไข คือครอบครัวเดียวกัน จึงต้องช่วยเหลือเยียวยา ส่วนจะเยียวยาใครก่อน ขึ้นอยู่กับความเดือดร้อนมากหรือน้อย ใครเดือดร้อนก่อนก็มาก่อน ใครเดือดร้อนน้อยก็ทยอยช่วยเหลือ ไม่ใช่ว่ามีคนเดือดร้อน 350 เขต บางคนก็ไม่มา และบางคนมาก็ไม่ได้เรียกร้องอะไร เพราะเข้าใจว่าพรรคประสบปัญหาไม่มีเงิน แต่คนที่มาวันนี้เดือดร้อนจริงๆ ก็ช่วยเหลือตามสภาพและตามที่ข้อกฎหมายกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า เบื้องต้นผู้สมัครทุกคนพอใจที่ได้หารือกัน ผู้สมัครให้เวลา 7 วันเพื่อให้พรรคหารือ และนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมและแจ้งให้หัวหน้าพรรครับทราบ ซึ่งเงื่อนไขที่ผู้สมัคร ส.ส.เสนอมาทางพรรครับทราบ และผู้สมัครส.ส.ยินดีรอคำตอบจากพรรค นายอารียืนยันแล้วว่าจะช่วยเหลือ แต่จะเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ ขอให้เป็นเรื่องที่ทางพรรคพิจารณา บางพื้นที่เสียหายเยอะ เราจะพิจารณาเป็นรายๆ ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในบัญชีพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีข่าวถูกเรียกตัวหารือกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อผลักดันให้เป็นแคนดิเดตนายกฯ แทนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อ้างเนื่องจากนายทักษิณไม่ค่อยพอใจคุณหญิงสุดารัตน์ เพราะไม่ประกาศต่อสู้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีอย่างเต็มที่ว่า ไม่รู้เรื่องอะไรเลย และไม่เคยสไกป์ด้วย ถ้าหมายถึงช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้วตนอยู่ต่างจังหวัด จะไปสไกป์กับนายทักษิณได้ยังไง รับรองได้ไม่มี ถ้าอยากรู้มาตรวจสอบได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมว่าเจตนาหวังสร้างความแตกแยกให้เกิดในพรรคเพื่อไทยมากกว่า เพราะจริงๆ แล้วเห็นจากข่าวแล้วไม่สบายใจ เดี๋ยวคุณหญิงสุดารัตน์จะเข้าใจผิด ผมไม่ได้อยากไปเป็น อยากให้เสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา อย่าไปเต้าข่าวขึ้นมา มันไม่ถูกต้อง เสียหาย ผมว่าข่าวนี้ตลกร้ายกาจ&amp;quot; นายชัยเกษมกล่าว
อย่าเพิ่งตัดสินใจเป็นฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เขียนจดหมายถึงหัวหน้าคนใหม่ว่า อย่ารีบฟันธงเป็นฝ่ายค้าน ขณะที่จำนวน ส.ส.ยังไม่นิ่ง ต้องเดินตามหลักการประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต ที่ได้เคยพูดไว้ มิเช่นนั้นผลมันจะออกมาได้แค่ 2 ทาง คือ 1.รัฐบาลเผด็จการ คสช.อยู่ต่อพร้อม ม.44 เพราะยังตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยไม่ได้ หรือ 2.สุดารัตน์เป็นนายกฯ ขอย้ำว่าเป้าหมายและกระบวนทัศน์ต้องมั่นคง ทั้งนี้ ขึ้นกับผู้บริหารและ ส.ส.ใหม่ของปชป.ว่าจะพาพรรคไปในทิศทางใด ฝากหัวหน้าคนใหม่ว่าต้องยืนให้มั่นคง ดำรงเป้าหมายให้ดี และมีความกล้าหาญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หน้าสำนักงาน กกต. นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ พร้อมด้วยนายธนวัฒน์ วงค์ไชย แกนนำแนวร่วมประชาชนเพื่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรม เดินทางมารอล่ารายชื่อประชาชนในการยื่นถอดถอน กกต. โดยนายสิรวิชญ์เปิดเผยว่า วันนี้ไม่ได้เดินทางมายื่นเรื่องใดๆ ต่อ กกต. แต่มานั่งรอรับรายชื่อประชาชนที่จะมายื่นถอดถอน กกต.เท่านั้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่าไม่สามารถตั้งโต๊ะได้ ดังนั้นก็จะมานั่งรอตรงนี้ถึงประมาณช่วง 14.00 น. ก่อนเดินทางไปล่ารายชื่อต่อที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลสำโรงในช่วงเย็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิรวิชญ์เผยถึงความคืบหน้าการล่ารายชื่อว่า ได้รับแล้วประมาณ 5,000 รายชื่อ จากเป้าที่ตั้งไว้ 20,000 รายชื่อ เราจะทำให้ได้มากที่สุด ส่วนจะมีการนำรายชื่อไปรวมกับกลุ่มอื่นหรือไม่นั้น อาจไม่ได้นำไปรวมกัน เพราะแม้มีแนวทางเดียวกัน แต่รายละเอียดต่างกัน ขณะนี้ทางกลุ่มได้ล่ารายชื่อจากนิสิตนักศึกษารวมประมาณ 20 มหาวิทยาลัย โดยเหตุผลหลักในการยื่นถอดถอนคือการเลือกตั้งไม่โปร่งใส ไม่ชอบมาพากล ซึ่งจะมีหลักฐานประกอบด้วย ก่อนยื่นให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อไป และขอให้ ป.ป.ช.เร่งส่งศาลวินิจฉัย ส่วนการล่ารายชื่อในเว็บไซต์ Change.org หนึ่งล้านรายชื่อ แม้จะไม่มีผลทางกฎหมาย แต่ก็เป็นแรงผลักดันหนุนเสริมให้ ป.ป.ช.ดำเนินการ เบื้องต้นในวันที่ 5 เม.ย.นี้ จะนัดแถลงข่าวปิดกิจกรรมที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ และวันที่ 10 เม.ย.นี้ จะนำรายชื่อไปส่ง ป.ป.ช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายสิรวิชญ์และนายธนวัฒน์ยังเผยด้วยว่า ได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทำการล้วงลูกไปรษณีย์ไทย โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงติดต่อไปยังพนักงานไปรษณีย์ ขอเปิดดูเอกสารรายชื่อขอถอดถอน กกต. ที่มีการส่งเข้ามาที่ไปรษณีย์สามเสนใน ทำให้ผู้ที่ส่งรายชื่อรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย จึงขอให้ทางไปรษณีย์สามเสนออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ อยากให้ประชาชนส่งมาถึงมือพวกตนโดยตรงได้ และยังมีกรณีการล่ารายชื่อที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคใต้ หลังดำเนินการเสร็จ ปรากฏเจ้าหน้าที่รัฐขับรถตามมาขณะดำเนินการขนรายชื่อไปส่งที่ไปรษณีย์ด้วย ส่วนรายชื่อดังกล่าวส่งมาถึงหรือไม่ กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32944</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยเกษม นิติสิริ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ประพันธ์ นัยโกวิท, รยุศด์ บุญทัน, ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี, อารี ไกรนรา, อุดม รัฐอมฤต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190403/image_big_5ca4d0c5b8b27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28633</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2019 19:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2019 18:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิด 10 ลำดับแรกผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคชาติ  ฮือฮาหัวหน้าการ์ดนปช.มีลุ้นเข้าสภาฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.พ.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อชาติ เปิดเผยรายชื่อผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค &amp;nbsp;10 ลำดับแรก ประกอบด้วย 1.นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ 2. น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช 3. นายอารี ไกรนรา 4.&amp;nbsp; นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล 5. นางลินดา เชิดชัย&amp;nbsp; 6.นางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์&amp;nbsp;&amp;nbsp; 7. นายวิโชติ วัณโณ 8. นายวัฒนา พัทรชนม์ 9. นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ 10. นายโรจนินทร์ หิรัญโชคอนันต์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28633</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร  พรหมพันธุ์, นายยงยุทธ ติยะไพรัช, ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อชาติ, พรรคเพื่อชาติ, สงคราม กิจเลิศไพโรจน์, อารี ไกรนรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181018/image_big_5bc7e5076f17f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27084</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.จ่อเปิดชื่อเบอร์1</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปมเก็บบัตร ปชช.ยังโต้กันไม่หยุด &amp;quot;นิพิฏฐ์&amp;quot; อัดซ้ำนักการเมืองบางพรรคยังรักษาพันธุกรรมซื้อเสียงเหมือนผีไม่กลัวใบหนาด หากยอมจำนนวงจรอุบาทว์กลับมาอีก &amp;quot;ศุภชัย&amp;quot; โต้กลับพูดไม่อยู่ในร่องในรอย ท้าหากใครผิดให้ไปร้อง กกต. &amp;quot;เฉลิม&amp;rdquo; เย้ย พปชร.ถ้าได้ 150 จะให้นักข่าวมายืนด่าหน้าบ้าน 3 ชั่วโมง พปชร.แพลมอีก 2 สัปดาห์พร้อมเปิดรายชื่อนายกฯ โวปชช.ได้เฮ! ทั้งประเทศ เป็นผู้นำเด็ดขาดเข้มแข็งนำประเทศได้ &amp;quot;จาตุรนต์&amp;quot; ลั่นเป็นรัฐบาลเปลี่ยนนโยบายการคลังหั่นงบกลาโหมนำไปใช้กระตุ้น ศก. ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อนค.บุรีรัมย์โวยป้ายหาเสียงโดนฉีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ยังมีความเคลื่อนไหวกรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) เปิดเผยว่า มีปลัดจังหวัดแห่งหนึ่งสั่งเก็บบัตรประชาชน โดยให้เงินเจ้าของบัตร 500 บาท และมีการโต้ตอบกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเมื่อวันเสาร์ นายนิพิฏฐ์โพสต์ข้อความต่อว่า การเมืองว่าด้วยการซื้อเสียงด้วยการเก็บบัตรประชาชน (ตอน 1) ความจริง หลังการยึดอำนาจ มีการกล่าวอ้างอย่างสวยหรูว่ายึดอำนาจเพื่อปฏิรูปการเมือง การเมืองหลังการยึดอำนาจจึงควรโปร่งใส เป็นความหวังให้ประชาชนว่า หลังเลือกตั้งเราจะได้นักการเมืองที่ดี (พอสมควร) ได้พรรคการเมืองที่ดี (พอสมควร) เข้าไปบริหารประเทศ แต่ยังมิทันจะมีพระราชกฤษฎีกากำหนดการเลือกตั้ง นักการเมือง พรรคการเมือง (บางพรรค) ก็ยังไม่กลายพันธุ์ แต่ยังคงรักษาพันธุกรรมในการซื้อเสียงไว้อย่างเข้มข้นเหมือนผีไม่กลัวใบหนาด เป็นนักการเมืองที่ไม่กลัวคำว่าปฏิรูป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เริ่มวางแผนด้วยการเก็บบัตรประชาชนมาถ่ายไว้ โดยมีคำมั่นสัญญากันว่า ใครที่ให้บัตรประชาชนมาถ่ายเอกสารไว้จะได้รับเงินคนละ 500 บาท หากเราจำนนต่อสิ่งนี้ การยึดอำนาจที่ผ่านมาก็ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เป็นเพียงการปาหี่ของผู้ยึดอำนาจเท่านั้นเอง สุดท้ายวงจรอุบาทว์ทางการเมืองก็กลับมา และคงมีการยึดอำนาจต่อไปอีกไม่มีวันสิ้นสุด เราพร้อมที่จะนำประเทศนี้หลุดพ้นจากวงจรนี้ไปหรือยัง?&amp;quot; นายนิพิฏฐ์ ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนสมาชิกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;นิพิฏฐ์ &amp;nbsp;อินทรสมบัติ&amp;rdquo; ได้มีการไปโพสต์ในเพจ &amp;ldquo;คนลุง ดอทคอม&amp;rdquo; ที่ลงภาพพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งว่า &amp;quot;ผมไม่ได้ระบุนะจ๊ะว่าจังหวัดไหน ผมเพียงแค่ยืนยันว่ามีเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นจริง อาจจะเป็นจังหวัดในประเทศสารขัณฑ์ก็ได้&amp;quot; ทั้งนี้ จากที่ติดตามพฤติกรรมของนายนิพิฏฐ์ จะพบว่าไปออกสถานีโทรทัศน์รายการหนึ่งในช่องดิจิทัล 26 บอกว่าพื้นที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่เลือกตั้งของตนเอง แต่มาขณะนี้บอกเป็นจังหวัดหนึ่งในประเทศสารขัณฑ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;คงจะต้องเรียกร้องให้นายนิพิฏฐ์รับผิดชอบต่อคำพูดของตนเอง เพราะเรื่องนี้มีผลกระทบต่อพรรคการเมืองอื่น ทำให้เกิดความเสียหายต่อตัวของนายนิพิฏฐ์เองด้วย เพราะวันหนึ่งบอกเป็นเขตของตนเอง อีกวันบอกว่าเป็นจังหวัดหนึ่งในประเทศสารขัณฑ์ &amp;nbsp;ประชาชนก็จะสับสนว่าคุณไปลงเลือกตั้งที่ไหนกันแน่ พูดจาแบบนี้ไม่อยู่ในร่องในรอยหรือเปล่า โปรดตั้งสติเสียใหม่ เรื่องนี้คิดว่ายุติได้แล้ว ตอบโต้กันไปมา ประชาชนเบื่อหน่าย หากคิดว่าใครผิด ก็ให้ส่งเรื่องร้องเรียนให้ กกต.จะดีกว่า&amp;quot; นายศุภชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ โพสต์อีกว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมพรรคภูมิใจไทยจึงร้อนอกร้อนใจมากกับเรื่องที่ผมให้ข่าวว่ามีพรรคการเมืองเก็บบัตรประชาชน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวว่า อยากให้ กกต.ทำงานในเชิงรุก เพราะหากสามารถปราบปรามพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมได้ตั้งแต่ตอนนี้ ก็จะทำให้การปราบปรามการทุจริต ซื้อสิทธิ์ขายเสียงในช่วงการเลือกตั้งจะทำได้ง่ายขึ้น แต่ถ้า กกต.ปล่อยปละละเลย แล้วเกิดการทุจริตการเลือกตั้งในวงกว้าง จะทำให้ในช่วงเลือกตั้งยิ่งมีความรุนแรงมากขึ้น ให้ทำเลย โดยไม่ต้องรอให้มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งออกมาก่อน และขอให้รัฐบาลมีส่วนร่วมในการป้องกันการทุจริตการเลือกตั้ง เพราะปัญหาที่มีอยู่มากในขณะนี้ คือการใช้อำนาจรัฐ ดังนั้นรัฐบาลต้องแสดงออกถึงความจริงใจที่จะเข้ามาแก้ปัญหานี้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ยังไม่ได้รับทราบข้อมูลนี้ จึงยังพูดอะไรออกไปมากไม่ได้ เพราะต้องให้มีข้อมูลที่แน่ชัดก่อน แต่ในเมื่อนายนิพิฏฐ์รู้อย่างนี้ ทำไมถึงไม่ไปแจ้ง กกต.เลย&amp;nbsp;
เย้ย พปชร.ได้ไม่ถึง 150 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บ้านริมคลอง ย่านบางบอน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าทีมปราศรัยหาเสียงพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงว่า พอจะได้ข่าวว่าน่าจะมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้งไม่เกินวันที่ 23 มกราคม และจะรับสมัครวันที่ 4-8 กุมภาพันธ์ และรับรองผลวันที่ 9 พฤษภาคม วันนี้การเดินสายปราศรัยนโยบายใหม่ยังออกไม่ได้ เพราะต้องรอ พ.ร.ฎ. บอกได้เพียงว่าเราจะลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน คือรูปธรรม รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่เป็นไปอย่างที่พูด ที่บอกว่าจะปฏิรูปการเมือง เป็นรัฐธรรมนูญที่อัปลักษณ์ที่สุด ให้อำนาจวุฒิสภามาเลือกนายกฯ มีอำนาจ 8 ปี แบบนี้เขียนมาได้อย่างไร นายกฯ ต้องมาจากการเลือกตั้ง วุฒิไม่มีสิทธิเลือกนายกฯ คนที่จะเลือกนายกฯ ได้ต้องมาจากประชาชน มาจากการเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดูพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ไปที่ต่างๆ บอกเลือก พปชร.จะได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นนายกฯ เรื่องนี้นายกฯ เขาปฏิเสธว่าท่านไม่เกี่ยวกับพปชร. ดังนั้น พปชร.ต้องหยุดพูดถึง พล.อ.ประยุทธ์ 4 รัฐมนตรี ท่านลองลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีแล้วไปหาเสียงแบบที่ไม่กล้าพูด ไม่กล้าบอกอะไรแล้วท่านจะรู้ว่ามันไม่ง่าย วันนี้ยังมั่นใจว่า เพื่อไทย ไทยรักษาชาติ อนาคตใหม่ ไต่ระดับ 300 เสียง ใครที่คาดหวังไว้ต้องร้องไห้ แล้วอย่ามาโกรธว่าพยากรณ์ไว้ พรรคนกหวีดเปิดตัวครั้งแรกบอกจะเอา 70 เสียง แต่เมื่อเช้าไป จ.แพร่ ไป จ.น่าน บอกจะไม่เสนอคนในพรรคเป็นนายกฯ เพราะรู้ตัวไงว่าจะได้ไม่ถึง 25 เสียง ส่วนที่พรรค พปชร.บอกว่าจะได้ 150 เสียง ถ้าได้ จะให้นักข่าวมายืนด่าหน้าบ้าน 3 ชั่วโมงเลย จะไปเอามาจากไหน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า จากที่ลงพื้นที่ 6 จังหวัด ขึ้นปราศรัย 13 เวที คะแนนเพื่อไทยนำทุกพรรค ส่วนในกทม. พปชร.ไม่ต้องมาท้ารบ เพราะ พท.แข่งกับ ปชป. พรรคเดียวแค่นั้น พปชร.ปิดจ๊อบไปเถอะ ไม่มีทางได้ถึง 150 ที่นั่ง แต่ทั้งนี้ต้องระวังเรื่องการโกงเลือกตั้งด้วย เพื่อไม่ให้ประวัติศาสต์ซ้ำรอยแบบครั้งที่ผ่านมา การเลือกตั้งครั้งนี้สะใจหลายเรื่อง สะใจพรรคนกหวีด สะใจ ปชป. ชอบไม่ลงเลือกตั้งดีนัก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ช่วงค่ำ 17.30 น. ร.ต.อ.เฉลิม, นายอดิศร เพียงเกษ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายวัฒนา เมืองสุข ว่าที่ผู้สมัครเขตบางแค, นายวรชัย เหมะ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.สมุทรปราการ และ ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตวังทองหลาง ร่วมกิจกรรมบนเวทีปราศรัย และเปิดตัวนายวัน อยู่บำรุง ว่าที่ผู้สมัครเขตบางบอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.อ.เฉลิมปราศรัยว่า สงสารที่นายอภิสิทธิ์ บอกว่าได้ไม่ถึง 100 จะลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค ฝันเมื่อตอนเช้ามืดว่าเขาได้ลาออกจากหัวหน้าพรรคจริงๆ เพราะภาคอีสานได้นิดหน่อย ส่วนภาคเหนือไม่ได้เลย ขอฝากนายวัน อยู่บำรุง วันข้างหน้าก็จะมาฝากการ์โม่ลูกชายเขาอีกเหมือนกัน พรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน ไม่พูดมาก รับใครเงินใครมาก็กาเพื่อไทย เพราะพี่น้องซื้อไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรค พท. กล่าวกรณีนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกพปชร. เชื่อว่าจะได้ ส.ส.เขตเกิน 150 ที่นั่งว่า เข้าใจได้ คนตั้งพรรคทุกคนก็มีสิทธิ์คิด มีสิทธิ์ฝัน ไม่แปลกอะไร แต่จะได้หรือไม่ได้ตามนั้น ต้องรอถามประชาชนและให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด แต่ส่วนตัวตนไม่คิดว่าพปชร.ที่มีรัฐมนตรี 4 คนในรัฐบาลนี้ไปเป็นแกนนำ จะได้รับความไว้วางใจขนาดนั้น เพราะบริหารประเทศมา 5 ปี นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พปชร. บอกว่า คนจะอดตายอยู่แล้ว ถ้า พปชร.เป็นเนื้อเดียวกับรัฐบาล ควรจะเร่งประกาศรายชื่อแคนดิเดตนายกฯของ พปชร. ว่าคือ พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ ประชาชนจะได้รีบตัดสินใจเลือกให้เด็ดขาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สวนกรณีกลุ่มสามัคคีก่อนเลือกตั้งออกมาชุมนุมคัดค้านกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเรียกคนผ่านเพจให้ไปชุมนุมที่เดียวกัน วันและเวลาเดียวกัน นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ความพยายามสร้างสถานการณ์ดังกล่าวเป็นสิ่งอันตรายมาก เป็นความจงใจอย่างยิ่งที่จะก่อให้เกิดความวุ่นวายต้องการสร้างสถานการณ์หรือไม่ ผู้ที่จะได้ประโยชน์สูงสุดหากการเลือกตั้งยื้อออกไปเรื่อยๆคือ คสช.หรือไม่ พรรคสนับสนุนการสืบทอดอำนาจ ก็ออกมาแสดงความมั่นใจตลอด ถ้ามั่นใจว่าจะชนะ ก็เลือกได้เลย ประชาชนจะได้ไม่ต้องเผชิญหน้ากัน แต่ระวังว่ายิ่งยื้อการเลือกตั้งออกไปนานเท่าไหร่ยิ่งแพ้มากขึ้นเท่านั้น
ทษช.ลั่นตัดงบกลาโหม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรค พท. กล่าวว่า ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อสตรีและเด็กในขณะนี้ เป็นสิ่งที่รัฐบาล คสช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งแก้ไข เพราะเพียงแค่ครึ่งเดือนมกราคม 62ความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัว เพิ่มจากการทะเลาะวิวาท ตบตี ทำร้ายร่างกาย ทวีความรุนแรงถึงขั้นใช้อาวุธฆ่าคนในครอบครัว และฆ่าคนรัก ซึ่งยังมองไม่เห็นว่าจะมีแนวโน้มลดลงในอนาคต เพราะกว่า 4 ปี 7 เดือนที่ผ่านมา ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองหมกมุ่นแต่ในเรื่องของอำนาจ ละเลยในด้านสังคม ผนวกกับปัญหาความเครียดของผู้คนจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และการแพร่ระบาดของยาเสพติด เหมือนตัวเร่งให้เกิดปัญหาความรุนแรง รัฐบาลต้องให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ พรรค พท.มีแนวคิดในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการใช้ความรุนแรงในทุกมิติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กระบุว่า ขณะที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังตกต่ำ ประชาชนทุกระดับรู้สึกถึงความเดือดร้อนทั่วกันหมด รัฐบาลกำลังเอาเงินที่มาจากภาษีของประชาชนไปแจกอย่างต่อเนื่องเพื่อหาเสียง มากกว่าจะแก้ปัญหาความยากจน ไม่ว่าจะเป็นระยะสั้นและระยะยาว พร้อมกันนั้นมีข่าวกองทัพกำลังจะซื้อรถถังจากจีนอีก 14 คัน เป็นเงิน 2,300 ล้านบาท รวมทั้งหมด 5 ปี หลังรัฐประหารมานี้กองทัพไทยซื้ออาวุธจากจีนไปแล้วเกือบ 5 หมื่นล้านบาท ยังไม่รวมเรือดำน้ำอีก 2 ลำ ที่ใช้งบฯ ราว 27,000 ล้านบาท ถึงปีงบประมาณปัจจุบันมีการผูกพันงบฯ ในระยะ 5 ปีข้างหน้าถึง 1,178,275 ล้านบาท การตั้งงบฯ ในปี 2562 และการใช้จ่ายงบประมาณในระยะหลังนี้ยิ่งมีลักษณะเป็นการทิ้งทวนเพื่อประโยชน์ทางการเมืองจากฐานของรัฐบาลคือกองทัพกับข้าราชการ และเพื่อการหาเสียงต่อประชาชนโดยตรงอีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อพรรค ทษช.เป็นรัฐบาล เราจะเปลี่ยนนโยบายการคลังและงบประมาณเสียใหม่ โดยจะลดงบประมาณของกระทรวงกลาโหมลงให้สอดคล้องกับความจำเป็นในการป้องกันประเทศและสภาพทางเศรษฐกิจ ทำให้การใช้งบเกิดประโยชน์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้เกิดการสร้างรายได้ ขยายโอกาสในภาคส่วนต่างๆ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ นี่ไม่ใช่การที่พรรคการเมืองหรือนักการเมืองล้ำเส้นกองทัพ แต่เป็นภาระหน้าที่โดยชอบในระบอบประชาธิปไตย&amp;quot; นายจาตุรนต์ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ คณะทำงานเศรษฐกิจทษช. กล่าวว่า เข้าใจความรู้สึกนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ที่ต้องการจะลาออกจากตำแหน่ง เพราะคงจะละอายจากกระแสสังคมที่ไม่เห็นด้วย และถูกตำหนิทุกวัน อีกทั้ง รมต.หลายคนยังมีปัญหาการถือหุ้นสัมปทาน และยังไม่ลาออกอีก ยิ่งทำให้ภาพพจน์รัฐบาลเสื่อมลงไปอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่บ้านทรงไทยแจ้งวัฒนะ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค พปชร. พร้อมด้วยนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรรมการบริหารพรรค, นายสกลธี ภัททิยกุล โดยมีนายสิระ เจนจาคะ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตหลักสี่และจตุจักร ให้การต้อนรับ พร้อมร่วมงานเปิดศูนย์ประสานงาน และเปิดตัวทีมงาน &amp;quot;เพื่อนสิระ&amp;quot; โดยนายกอบศักดิ์เชื่อว่านายสิระจะเป็นผู้แทนที่ดีที่สุดในเขตหลักสี่ กล้าท้าชนทุกปัญหาในอดีตนายสิระ เคยทำหน้าที่เป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) และเป็นคนเดียวที่นำเงินเดือนมาคืนสภา เมื่อสภาล่ม ทำให้ตนจึงเชื่อว่าพรรคเราได้คนดี และจะไม่ลืมชุมชนหลักสี่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคเราจะไม่ขัดแย้งกับใคร ไม่เดินขบวนทุกรูปแบบ เราไม่ต้องการให้เห็นภาพมือปืนป็อปคอร์นที่เคยเกิดขึ้นในเขตหลักสี่อีกแล้ว ตอนนั้นหัวใจจะวาย เพราะว่าเราอยากจะกลับไปทำมาหากิน ถ้าเราจะเดินหน้าไม่ย้อนหลังต้องเลือก พปชร. ประเทศจะเดินไปได้ หากไปเลือกพรรคที่เป็นคู่ขัดแย้งกันเขาก็ไม่ร่วมมือกัน ดังนั้นทางออกคือต้องเลือก พปชร.&amp;quot; นายกอบศักดิ์ กล่าว&amp;nbsp;
พปชร.จ่อเปิดตัวนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายพุทธิพงษ์กล่าวปราศรัยว่า ขอบอกว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์เป็นรัฐบาลที่จริงใจ ไม่เคยออกนโยบายเอาใจใคร เพราะพรรคเราเอาใจใส่ ไม่ใช่เอาใจประชาชน ประชาชนอยู่ในใจ พปชร.ทุกวินาที ทั้งนี้ พปชร.ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ พร้อมเดินหน้าส่ง ส.ก., ส.ข. และผู้ว่าฯ กทม.ทุกเขต เชื่อว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์นี้ จะเปิดชื่อนายกฯ ของพรรค ประชาชนได้เฮทั้งประเทศ เพราะจะเป็นผู้นำที่เด็ดขาด เข้มแข็ง และพร้อมที่จะนำประเทศไทยได้ พร้อมขอให้ประชาชนคิดดีๆ เลือกผู้นำที่กล้าตัดสินใจ ภาวะผู้นำเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่มัวแต่รำแต่ฟ้อน นี่คือภาวะผู้นำที่พี่น้องต้องตัดสินใจว่าจะเอาใครมาเป็นนายกฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายกอบศักดิ์ให้สัมภาษณ์ว่า ตนมั่นใจพี่น้องเขตหลักสี่ จตุจักร ที่มาวันนี้ จะทำให้พลังประชารัฐได้ ส.ส.เขตนี้แน่ ส่วนที่เคยระบุว่าพรรคจะได้ ส.ส.ทั้งประเทศ 150 ที่นั่งนั้น เราจะทำให้ได้เยอะที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ยืนยันจะสู้เพื่อให้ได้ ส.ส.เกิน 150 ที่นั่งให้ได้ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลและเป็นทางเลือกให้กับประชาชน ส่วนชื่อนายกรัฐมนตรีในบัญชีพรรคยังมีกระบวนต้องรอให้มีการประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง จากนั้น กกต.จะประกาศวันเลือกตั้งและวันรับสมัคร ส.ส.เมื่อนั้นจะเปิดรายชื่อนายกฯ ในบัญชีพรรค&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ จ.ตาก นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค พปชร. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานรณรงค์การเลือกตั้งพรรค พปชร., นายวราเทพ รัตนากร, พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ แกนนำภาคเหนือ, ร.อ.ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานรณรงค์เลือกตั้งและแกนนำพรรค พปชร. ภาคเหนือ, &amp;nbsp;นายบุญสิงห์ วริทร์รักษ์ กรรมการการรณรงค์เลือกตั้งฯ ประธานสภา อบจ.พะเยา เดินทางไปที่ตลาดเจ๊จิ๋วปาร์ค เทศบาลนครแม่สอด จ.ตาก มีประชาชนและสมาชิกพรรคกว่า 10,000 คน ให้การต้อนรับ และเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสมาชิก ส.ส.ทั้ง 3 เขต &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านพรรค ปชป. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ร่วมงานเปิดศูนย์ประสานงานเขตดินแดง ซ.ประชาสงเคราะห์ 16 ซึ่งเป็นเขตของนายธนา ชีรวินิจ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ปชป.เขตดินแดง พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค โดยมีประชาชนมาร่วมงานอย่างคับคั่ง มีการติดป้ายข้อความ &amp;quot;ประชาชนคิด อภิสิทธิ์ทำ&amp;quot; และ &amp;quot;ประชาชนมีสิทธิ์ คิดนโยบายของพรรค&amp;quot; โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ภายในสัปดาห์นี้คงจะเรียบร้อยได้ผู้สมัครครบทุกเขต ส่วนนโยบายเราก็พร้อมเต็มที่ ซึ่งได้เปิดไปหลายเรื่องแล้ว พร้อมที่จะเดินไปข้างหน้า เรารอคอยการเลือกตั้งมาเกือบจะ 5 ปีแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมและคนอื่นๆ ไม่เคยตกงานยาวเท่านี้ แต่ไม่สำคัญเท่ากับประชาชนที่รอคอยการเลือกตั้ง เราคงไม่รอคอยเพื่อมาช่วยใคร ไม่ต้องช่วยให้ใครอยู่ต่อ ไม่ต้องช่วยให้ใครกลับบ้าน แต่เลือกตั้งเพื่อช่วยคนไทยกับประเทศไทยเท่านั้น รัฐบาลนี้แก้ไขไปไม่ถูกจุด ที่คิดว่าแก้จนก็บอกว่าเอาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไป ความจริงต้องไม่ให้ตั้งแต่แรก ต้องสร้างรายได้ ถ้าข้าว ยาง ปาล์ม ราคาดีก็ไม่ต้องมาไล่แจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 11 ถึง 14 ล้านคน&amp;quot; นายอภิสิทธิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายพรรค, ดร.สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ที่ปรึกษาด้านนโยบายคมนาคม เป็นตัวแทนรับข้อเสนอของเครือข่ายผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย นำโดยนายภีรสิทธิ์ จิระวงศ์ไพศาล ประธานกลุ่มปลดแอกสองล้อ และสมาชิกเครือข่ายฯ เดินทางมาด้วยรถจักรยานยนต์กว่า 500 คัน เสนอให้มีการปรับปรุงแก้ไขสภาพถนนและการวางผังเมือง เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะจักรยานยนต์ได้ใช้อย่างสะดวกมากขึ้น ประเทศต่างๆ รถจักรยานยนต์มีเลนเฉพาะของตัวเอง สามารถขึ้นสะพานและลงอุโมงค์ได้ ในขณะที่ในประเทศไทยทำไม่ได้
ฉีกโปสเตอร์ อนค.บุรีรัมย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า &amp;nbsp;พรรคอนาคตใหม่เห็นด้วยว่า ไม่ว่ากฎหมายอะไรก็ตามที่ต้องปรับแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอของกลุ่มในการให้รถจักรยานยนต์ขึ้นสะพานและลงอุโมงค์ได้ หรือข้อเสนออื่นๆ ต้องให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีส่วนร่วม ต้องทำในระบบเปิดแบบประชาธิปไตย ที่ให้ทุกคนมีโอกาสแสดงความต้องการ ความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ ผู้ที่เข้ามามีอำนาจ ต้องรับฟังความเห็นของทุกภาคส่วน ของทุกคนในสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.ที่ จ.บุรีรัมย์ เริ่มเข้มข้นทุกขณะ &amp;nbsp;โดยนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 3 พรรคอนค. ได้ให้ทีมงานลงสำรวจพบว่า ได้มีป้ายหาเสียงของพรรค อนค.ที่ติดตั้งไว้ในเขตพื้นที่ ต.ดอนกอก อ.นาโพธิ์ เขตเลือกตั้งที่ 3 ถูกคนร้ายทำลายได้รับความเสียหาย 2 ป้าย โดยนายภัทรพงศ์กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากทีมงานมีผู้ไม่หวังดี หรือมือมืด ออกตระเวนใช้ของมีคมกรีดทำลายป้ายหาเสียงของพรรค โดยเจาะจงทำลายเฉพาะที่มีรูปใบหน้าของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ซึ่งได้นำมาติดตั้งไว้เพื่อหาเสียงและประชาสัมพันธ์นโยบายพรรคตามถนนสายต่างๆ ในเขตพื้นที่ ต.ดอนกอก อ.นาโพธิ์ ได้รับความเสียหาย 2 ป้าย จึงขอให้ตำรวจดำเนินการสอบสวนเพื่อสืบหาคนที่ทำลายป้ายต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) ลงพื้นที่พบปะประชาชน และเปิดสถาบันพัฒนาการเมืองภาคอีสานที่ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร มีนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรค, นายอารี ไกรนรา, ดร.วิโชติ วัณโณ รองหัวหน้าพรรค รวมทั้งนายจตุพร พรหมพันธุ์, นายยงยุทธ ติยะไพรัช กองเชียร์พรรค ได้เดินทางมาเร่วมป็นวิทยากร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับปฏิบัติการเดินคารวะแผ่นดินคารวะประชาชน ของพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ในวันนี้ ที่ จ.น่าน จังหวัดที่ 59 นำโดยนายสุเทพ เทือก ประธานคณะทำงาน เดินรณรงค์เชิญชวนประชาชนสมัครเป็นสมาชิกพรรค พร้อมด้วย น.ส.ชนิดาภา แก้วภราดัย, น.ส.พอจิต วรรณรัต ว่าที่ผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อ, นายณัฏฐกิตติ์ อินตะจักร ว่าที่ผู้สมัครเขต 1, นายวัชวรินทร์ อินต๊ะวิชัย ว่าที่ผู้สมัครเขต 2 และนายยก บุญอินทร์ ว่าที่ผู้สมัครเขต 3 จ.น่าน ก่อนที่คณะของนายสุเทพจะออกเดินทางไปยัง จ.พะเยา.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27084</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, จาตุรนต์ ฉายแสง, ดร.วิโชติ วัณโณ, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยงยุทธ ติยะไพรัช, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง, ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, ศิริกัญญา ตันสกุล, ศุภชัย ใจสมุทร, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, สมศักดิ์ เทพสุทิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, อารี ไกรนรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190120/image_big_5c448cddb7249.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19911</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พร้อมคุยมาร์ค-เทือก จตุพรอ้าแขนลั่นพช.อิสระ กกต.โวไม่ใช่เสือกระดาษ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เลขาฯ กกต.ลั่นหมดยุคเสือกระดาษ โวกฎหมายให้อำนาจฟันโกงเลือกตั้งเต็มที่ รางวัลชี้เบาะแส 1 แสนบาทคือหัวใจสำคัญ เตือนครอบงำพรรคถึงขั้นถูกยุบ &amp;quot;FFFE&amp;quot; เรียกร้องเลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม &amp;quot;เพื่อชาติ&amp;quot; ประชุมพรรค นปช.-พท. นายทุนตบเท้าให้กำลังใจ &amp;quot;ตู่&amp;quot; ยันพร้อมคุยกับทุกฝ่ายหาทางออกบ้านเมือง พท.จ่อเลือก &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; ถือธงนำ จี้ กกต.จับตา รมต.สวมหมวก พปชร.ลงพื้นที่คลองลัดมะยมขัดคำสั่ง คสช. ด้าน ปชป.ตอก พท.หยุดสร้างวาทกรรมฝ่าย ปชต.ทั้งที่เคยหนุน &amp;quot;บิ๊กบัง&amp;quot; ดันนิรโทษกรรมสุดซอย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถ.สามเสน มีการจัดกิจกรรมราชดำเนินเสวนา ในหัวข้อ &amp;ldquo;เตรียมความพร้อมทำข่าวเลือกตั้ง 62&amp;rdquo; โดย พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ขณะนี้พรรคการเมืองหลายพรรคประกาศว่าจะเป็นพรรคการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง และเลือกตั้งครั้งนี้ต้องไม่มีเลือด ต้องเป็นการเลือกตั้งที่สงบ ระบบเลือกตั้งตอนนี้มีปัญหาแตกเป็นพรรคเล็กพรรคน้อย &amp;nbsp;ซึ่งเป็นธรรมชาติพรรคการเมือง เพราะทุกพรรคอยากเป็นตัวแทนประชาชนเข้าไปทำงานในสภา อยากได้ส.ส.มากที่สุด จึงมีเทคนิคและวิธีการต่างๆ แต่ทุกอย่างต้องไม่ซื้อเสียงและทำผิดกฎหมาย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า ส่วนเงินบริจาคพรรคและการระดมทุนพรรคนั้น หากเราบริจาคเงินให้พรรค 10 ล้านบาท แล้วจะไประดมทุนให้พรรคเกิน 10 ล้านบาทนั้นทำไม่ได้ เพราะต้องเป็นไปตามกฎหมาย แนวคิดและเจตนาของ กกต.ไม่อยากให้พรรคการเมืองเป็นของกลุ่มทุนใดกลุ่มทุนหนึ่งเท่านั้น สำหรับการจัดกิจกรรมระดมทุนพรรคการเมืองในตอนนี้ จะต้องขออนุญาตคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก่อน การหาเสียงครั้งนี้จะหนักไปทางโซเชียลมีเดีย โดยทุกวิธีการหาเสียง กกต.ต้องเป็นผู้กำหนด คำนึงถึงความเป็นธรรมและความเท่าเทียมให้กับทุกพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อก่อน กกต.เหมือนเสือกระดาษ แต่ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่าเรื่องซื้อเสียง กฎหมายให้อำนาจหน้าที่กกต.ดำเนินการอย่างเต็มที่ มีอำนาจออกหมายเรียก และออกหมายจับได้ในคดีเลือกตั้งตามกฎหมาย ป.วิอาญา อีกทั้งมีการให้รางวัลแก่ผู้ที่ชี้เบาะแสในคดีเลือกตั้งระดับชาติคดีละ 1 แสนบาท โดยต้องมีหลักฐานให้ศาลสามารถลงโทษให้ใบแดงการเลือกตั้งได้จะเป็นหัวใจสำคัญแก้ปัญหาการซื้อเสียงได้ และไม่ทำให้สังคมแตกแยก เราสามารถกันผู้ที่ให้ข้อมูลไว้เป็นพยานได้ ถือเป็นมีดดาบของ กกต. ซึ่งนักการเมืองที่แพ้คดีต้องชดใช้เงินการจัดการเลือกตั้งด้วย เชื่อว่าหากแจกเงินไป 100 บ้าน ต้องมีสัก 3-4 บ้านที่มาให้หลักฐานกับ กกต. เชื่อว่าจากนี้พรรคการเมืองจะไม่กล้าทำแน่นอน เราต้องปฏิรูประบบการเลือกตั้ง และต้องไม่มีการทุจริตการเลือกตั้ง&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการ กกต.กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีข้อกังวลเรื่องการครอบงำชี้นำพรรคจากบุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกพรรค ทำให้พรรคดำเนินงานได้ไม่อิสระ กฎหมายกำหนดให้การดำเนินกิจกรรมของพรรคต่างๆ ต้องเป็นสมาชิกพรรคเท่านั้น ถ้าเป็นบุคคลภายนอกอาจมีความผิดถึงขั้นยุบพรรคได้ และเป็นห่วงว่าเมื่อใกล้การเลือกตั้ง พรรคการเมืองจะต้องไปหาสมาชิกพรรคได้ตามที่กฎหมายกำหนด อาจมีการให้สินบนหรือสัญญาว่าจะให้ เช่น การออกค่าใช้จ่ายการเป็นสมาชิกพรรคให้ ซึ่งความผิดถึงขั้นยุบพรรคได้เช่นกัน ตอนนี้มีหลายที่ที่มีคนไปเก็บบัตรประชาชนและแจกข้าวสาร หากมีพยานหลักฐานเราต้องดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อธรรม และพรรคเพื่อชาติ อาจจะเป็นพรรคนอมินีกันหรือไม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า ต้องดูข้อเท็จจริงก่อน และต้องเปิดกฎหมายว่าเข้าข่ายการครอบงำหรือไม่ เพราะพรรคต้องมีอิสระ ไม่ถูกครอบงำ หลักการพิจารณาจะต้องดูข้อเท็จจริงว่าพรรคหนึ่งพรรคใดมีการครอบงำกันหรือไม่ เพราะพรรคถือเป็นนิติบุคคล หากเป็นนอมินีกันก็มีความผิดถึงขั้นยุบพรรค
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เครือข่ายประชาชนที่ต้องการการเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรม และมีผลในทางปฏิบัติ (FFFE) นำโดยนายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ อ่านแถลงการณ์ว่า การเลือกตั้งจะสามารถเป็นประตูไปสู่ระบอบประชาธิปไตยได้จะต้องประกอบด้วยปัจจัยดังนี้ 1.มีเสรี คือ ประชาชนสามารถแสดงความเห็นต่อกระบวนการเลือกตั้งได้อย่างเสรี ไม่ถูกจำกัดโดยกฎหมาย 2.มีความเป็นธรรม คือประชาชนสามารถใช้สิทธิในการเลือกตั้งได้อย่างเท่าเทียมกัน และต้องไม่มีการใช้อำนาจหรือกลไกรัฐเอื้อประโยชน์หรือขัดขวาง และ 3.มีผลในทางปฏิบัติ คือประชาชนสามารถติดตามกำกับผลการเลือกตั้งให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของตน&amp;nbsp;
นปช.-พท.มาเชียร์เพื่อชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครือข่ายประชาชนฯ และพรรคการเมืองที่ร่วมลงชื่อในแถลงการณ์ครั้งนี้ ที่ประกอบด้วย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคอนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ และพรรคสามัญชน ขอเรียกร้องให้ประชาชนได้มีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ให้พรรคการเมืองได้ทำกิจกรรมเพื่อรับฟังและเสนอนโยบายกับประชาชนได้อย่างอิสระและเท่าเทียม รวมถึงขอให้เคารพในเจตนารมณ์ของประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการเสวนาเรื่อง &amp;quot;การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมกับอนาคตสังคมไทยและการเมือง : มุมมองจากภาคประชาชน&amp;quot; นายเอกพันธุ์ ปิณฑวณิช นักวิชาการสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติวิธี ม.มหิดล กล่าวตอนหนึ่งว่า การเลือกตั้งที่จะมาถึงควรต้องทำให้สังคมปราศจากความกลัว และมีข้อเสนอถึงนักการเมืองและพรรคการเมืองร่วมสัตยาบัน หรือประกาศข้อตกลงร่วมกันว่าต้องไม่ซื้อเสียง ไม่ใช้กลไกหรือทรัพยากรของรัฐเพื่อประโยชน์หรือให้มาซึ่งคะแนนเสียงเลือกตั้ง รวมถึงหลีกเลี่ยงสร้างความเกลียดชังของประชาชน รวมถึงหลังการเลือกตั้งต้องประกาศชัดเจนว่าจะไม่เลือกบุคคลที่ไม่อยู่ในบัญชีนายกฯ ที่พรรคการเมืองเสนอเป็นนายกฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ ห้างอิมพีเรียล สำโรง &amp;nbsp;พรรคเพื่อชาติจัดประชุมใหญ่สามัญ ครั้งที่ 2/2561 เพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลง แก้ไขข้อบังคับพรรค รวมถึงสัญลักษณ์ของพรรค โดยมีนายเถลิงยศ บุตุคำ หัวหน้าพรรค ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม พร้อมสมาชิกกว่า 500 คน ส่วนที่บริเวณภายนอกห้องประชุม บรรดาแกนนำผู้ร่วมสนับสนุนพรรค อาทิ นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา, นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตประธาน นปช., นายอารี ไกรนรา อดีตหัวหน้าการ์ด นปช. เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ เช่นเดียวกับสมาชิกพรรคเพื่อไทย เช่น นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะเจ้าของห้างอิมพีเรียลสำโรง, นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ เป็นต้น โดยหนึ่งในสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมมีบุตรชายนายสงครามเข้าร่วมประชุมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยงยุทธกล่าวว่า มาในฐานะกองเชียร์ ให้กำลังใจ พรรคเพื่อชาติเป็นพรรคเกาะกลาง เพราะหากถ้าไปยืนซีกซ้ายหรือขวา คนอาจจะยังไม่เชื่อ สิ่งที่เป็นเป้าหมายของเราคือ เราจะยื่นมือไป ส่วนใครจะจับมือกับเราหรือไม่ ก็แล้วแต่เขา ส่วนข้อวิจารณ์เรื่องพรรคนี้เป็นพรรคนอมินีของพรรคเพื่อไทยหรือของพรรคอื่นๆ นั้น ขอให้กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ส่วนข้อวิจารณ์ว่าพรรคเพื่อชาติจะไปแย่งคะแนนเสียงพรรคเพื่อไทย เป็นแนวคิดแบบการเมืองเก่า แต่ความคิด การเมืองใหม่เราต้องมีพื้นที่ตรงกลางให้มายืนร่วมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวเช่นกันว่า มาให้กำลังใจพรรคเพื่อชาติ โดยจะร่วมทำในส่วนที่กฎหมายจะอำนวย พรรคเพื่อชาติพร้อมเปิดกว้างกับทุกฝ่าย ภายใต้กรอบกติกาประชาธิปไตย เพื่อมาร่วมหารือทางออกให้บ้านเมืองอย่างที่เคยพูดไป ถ้าเราไม่คุยกัน ไม่ว่าใครจะเป็นผู้แพ้หรือชนะ ก็จะเกิดปัญหาตามมา คนชนะปกครองไม่ได้ คนแพ้ไม่มีที่ยืน ซึ่งไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ขอยื่นไมตรีให้กับทุกฝ่าย พร้อมพูดคุยกับทุกฝ่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พร้อมที่จะพูดคุยกับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคแนวร่วมของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส.หรือไม่ นายจตุพรกล่าวว่า ลำพังเพียง 2 พรรคก็ไม่ได้ ต้องมีผู้มีอำนาจร่วมพูดคุยด้วย เพื่อตกลงเป็นสัญญาประชาคม บรรยากาศแบบเดิมๆ ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีก คนไทยเดือดร้อนมาก เราต้องการความสงบภายในชาติ และพรรคนี้ก็คิดเพื่อชาติ ตนถูกห้ามไม่ให้ลงรับสมัครเลือกตั้ง เปรียบเหมือนทีมฟุตบอล ตนกับนายยงยุทธเป็นกองเชียร์ที่นั่งบนอัฒจันทร์แล้วส่งเสียงเชียร์ เพราะเห็นว่าทีมนี้มีความตั้งใจดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกระแสข่าวที่นายทนง พิทยะ จะมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ นายยงยุทธกล่าวว่า ไม่ว่าใครจะมารับตำแหน่ง เชื่อว่าทางพรรคน่าจะพร้อมสนับสนุน แต่ตอนนี้ยังไม่มีการเลือกหัวหน้าพรรค ต้องรอให้มีการประชุมใหญ่ รอให้สมาชิกพรรคเป็นคนเลือก
พท.ยันเกี๊ยะเซียะไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงข่าวการจัดตั้งพรรคเพื่อชาติ พรรคเพื่อธรรม เพื่อเป็นเครือข่ายให้กับพรรคเพื่อไทยในการเก็บคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อว่า พรรคการเมืองทุกพรรคมีสถานะทางกฎหมายของตัวเอง ต้องทำหน้าที่และแสดงจุดยืนเป็นของตนเองเพื่อให้สมาชิกพรรคมั่นใจ และต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ ซึ่งไม่มีพรรคไหนจะได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้นเพียงพรรคเดียวได้ง่ายนัก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเกิดพรรคการเมืองต่างๆ มากมาย การรวมพรรคหรือการเกี๊ยะเซียะกันของพรรคการเมืองในทางกฎหมายทำไม่ได้อยู่แล้ว แต่สมาชิกพรรคของพรรคเพื่อไทยสามารถเลือกได้ว่าจะอยู่ในจุดยืนใด และไม่ว่าทุกคนจะตัดสินใจอย่างไร สุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้เลือก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า การตั้งพรรคเพื่อชาติและเพื่อธรรมขึ้นมาเพื่อแก้เกมเผื่อพรรคเพื่อไทยถูกยุบนั้น นายภูมิธรรมกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีประเด็นใดเข้าข่ายที่จะทำให้พรรคเพื่อไทยถูกยุบ เพราะที่ผ่านมาพยายามทำตามกติกาที่ผู้มีอำนาจวางไว้ แม้จะไม่เห็นด้วยกับกติกาบางอย่าง แต่เมื่อเข้าสู่ตำแหน่ง จะมีการแก้กติกาที่ไม่เห็นด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า ในวันที่ 28 ตุลาคมนี้ พรรคเพื่อไทยจะจัดให้มีการเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ซึ่งคาดว่านายทักษิณ ชินวัตร ได้ไว้วางใจให้คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ &amp;nbsp;เป็นหัวหน้าพรรค ล่าสุด นายวัฒนา เมืองสุข คนสนิทนายทักษิณได้ออกมาสนับสนุนคุณหญิงสุดารัตน์ให้เป็นผู้ถือธงนำพรรค เพราะเห็นด้วยกับจุดยืนต่อต้านการสืบทอดอำนาจของรัฐบาลคณะรัฐประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่างอ้างว่า เริ่มมีความเคลื่อนไหวของสมาชิกพรรคที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. หลายคนได้เข้าหาคุณหญิงสุดารัตน์เพื่อเสนอตัวลงสมัครในแต่ละเขตพื้นที่จังหวัด หนึ่งในนั้นคือ ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง หรือหมวดเจี๊ยบ ได้เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.เขตวังทองหลาง กทม. หลังพื้นที่เดิมคือเขตภาษีเจริญ เขตบางแค เขตหนองแขมนั้น นายวัฒนา เมืองสุข เสนอตัวลงสมัครไว้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) จะลงพื้นที่พบปะประชาชน และสมาชิกพรรคในวันที่ 15 ต.ค. ที่ตลาดคลองลัดมะยม ว่าการดำเนินกิจกรรมของนายสนธิรัตน์เป็นการชุมนุมเกิน 5 คน และเป็นการทำกิจกรรมทางการเมืองอย่างชัดเจน ที่สำคัญยังมีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี ย่อมมีการแอบแฝงใช้ตำแหน่งในรัฐบาลให้ความช่วยเหลือทั้งทางตรงและทางอ้อม การลงไปทำกิจกรรมในพื้นที่ที่ได้รับงบประมาณจากโครงการประชารัฐ ซึ่งเป็นเงินจากภาษีประชาชน เป็นการเอาเปรียบกันอย่างยิ่ง แล้วก็นำชื่อโครงการประชารัฐที่ใช้เงินหลวง ไม่ใช่ใช้เงินส่วนตัว มาตั้งเป็นชื่อพรรคการเมือง ถือว่าน่าละอาย กกต.ต้อง ติดตามอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดา นพสิทธิ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวเช่นกันว่า เป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่13/2561 เนื่องจากให้ทำกิจกรรมได้ภายใต้กรอบที่ระบุในคำสั่งเท่านั้น ซึ่งกิจกรรมที่จัดทำนั้นอยู่นอกเหนือคำสั่ง หากคสช.เพิกเฉยไม่ห้ามปราบ ก็จะเกิดข้อสงสัยอีกว่าคสช.สนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ เอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น กกต.มีหน้าที่ดูแลพรรคการเมืองให้ปฏิบัติตามกฎหมาย&amp;nbsp;
ลูกกำนันเซี้ยซบ พปชร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ว่าที่กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ในวันที่ 17 ต.ค.นี้ พรรคจะเปิดตัวสถาบัน ที่มีนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว่าที่รองหัวหน้าพรรคพปชร. รับผิดชอบดูแล โดยการดำเนินงานของสถาบันนี้ อาจมีหลักสูตรเตรียมสร้างผู้นำรุ่นใหม่ และจะระดมความคิดเห็นจากคนหลายกลุ่ม โดยจะเชิญให้ผู้นำในด้านต่างๆ เข้ามาร่วมงานต่อไป สถาบันดังกล่าวจะมีไปตลอด และในอนาคตอาจเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานของพรรคต่อไป ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเฉพาะช่วงที่จะมีการเลือกตั้ง ขณะนี้ก็มีคนรุ่นใหม่ที่มีเจตนาชัดเจนที่จะมาทำงานร่วมกับพรรค พปชร.ประมาณ 100 คน และจะทยอยเข้ามาอีก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากพรรค พปชร.เปิดเผยว่า ได้มีการประสานกับนายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค ปชป. และนายปารเมศ โพธิพิพิธ อดีต ส.ส.ปชป. ซึ่งเป็นลูกชายนายประชา โพธิพิพิธ หรือกำนันเซี้ย ส.ส.กาญจนบุรี ปชป.ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองกาญจน์ มาลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรค พปชร. โดยนายธรรมวิชญ์และนายปารเมศได้ลาผู้ใหญ่ใน ปชป.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งแกนนำ ปชป.ก็เข้าใจสาเหตุที่ต้องไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. เรียกร้องให้แกนนำพรรคเพื่อไทยหลายคนที่ระบุว่าไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจและจะไม่จับมือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรี โดยสร้างภาพว่าตัวเองเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยเคยกอดคอกับพล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน อดีตหัวหน้า คมช. ที่ทำการรัฐประหารรัฐบาลทักษิณ หลังจากที่เข้ามาทำงานการเมืองเป็นหัวหน้าพรรคมาตุภูมิ โดยส่งชื่อ พล.อ.สนธิ เป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ในนามของพรรคเพื่อไทย และผลักดันให้เป็นที่ปรึกษา กมธ.ชุดนี้ เพื่อให้ทำเรื่องนิรโทษกรรม ก่อนที่จะมีการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอยออกมา จนเป็นชนวนที่ทำให้ประชาชนต่อต้าน สะท้อนให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยไม่เคยคำนึงถึงเรื่องประชาธิปไตยหรือเผด็จการ ตราบใดที่ผลประโยชน์ลงตัว ก็พร้อมจับมือกับคนที่ทำรัฐประหารตัวเองได้ จึงควรหยุดสร้างวาทกรรมหลอกลวงว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยได้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รักษาการหัวหน้าพรรคปชป. กล่าวถึงกรณีที่เคยระบุว่าจะร่วมงานกับ พล.อ.ประยุทธ์ หากมีการปรับเปลี่ยนแนวทางบริหารต่างไปจาก 4 ปีที่ผ่านมาว่า ปชป.คือทางเลือกหลักให้กับประเทศไทยและคนไทย ส่วนการจะไปร่วมงานกับใครก็แล้วแต่เงื่อนไขของตน คือต้องสร้างประโยชน์ให้กับประเทศ แต่ 4 ปีที่ผ่านมา การบริหารงานของรัฐบาลเป็นการบริหารแบบรวมศูนย์อำนาจ การบริหารงานด้านเศรษฐกิจไม่ตอบสนองความต้องการของคนส่วนใหญ่ในประเทศ และการบริหารงานจำกัดเสรีภาพของประชาชนเราไม่เห็นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กรุงเทพ ปชป. กล่าวว่า การเลือกหัวหน้าพรรค ปชป.ครั้งนี้ มีผลจริงๆ ไม่ใช่มีผลแค่ในพรรค แต่มีผลต่อประเทศและทั้งอาเซียน ส่วนที่มองว่าหากเลือกนายวรงค์ เดชกิจวิกรม ก็จะจับมือกับ คสช. แต่หากเลือกนายอภิสิทธิ์ จะต้องต่อสู้กับ คสชนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะการจับมือกับพรรคการเมืองใด ต้องอยู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าพรรคไหนได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน แล้วมีนโยบายเหมือนกันกับ ปชป.ก็สามารถรวมกันได้ แต่ยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับนายกฯคนนอก
จุดยืนจ้อนไม่ล้มเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอลงกรณ์ พลบุตร ผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวว่า ตนขอแถลงแสดงจุดยืนและท่าทีทางการเมืองใน 3 เรื่องใหญ่ที่มีความสำคัญต่อการเมืองไทยและอนาคตของประเทศ 1.จุดยืนต่อการเลือกตั้ง ปชป. โดยการนำของตนจะร่วมแข่งขันในการเลือกตั้งตามกฎหมายและกติกาอย่างสุภาพบุรุษ โดยจะไม่มีการขัดขวางหรือบอยคอตการเลือกตั้งในยุคที่ตนเป็นหัวหน้าพรรค เราพร้อมเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล แพ้คือแพ้ ชนะคือชนะ ตามเจตนารมณ์ของประชาชน 2.การจัดตั้งรัฐบาล จะเคารพสิทธิพรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้งอันดับหนึ่งให้มีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลก่อนตามครรลองประชาธิปไตย เพื่อแสดงว่า ปชป.เคารพเสียงของประชาชน และต้องพร้อมที่จะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลบนความชอบธรรมเท่านั้น 3.ไม่รับนายกฯ คนนอก เพราะจะเป็นชนวนก่อวิกฤตการณ์ทางการเมืองครั้งใหญ่ จะไม่ยอมให้ประเทศต้องจมปลักอยู่กับความแตกแยกขัดแย้งอีกต่อไป จะไม่ยอมให้ประชาชนของเราไม่ว่าจะคิดต่างกันอย่างไรต้องเสียชีวิตและเลือดเนื้ออีกต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค ร่วมด้วยนายภูวกร ศรีเนียน, นายคริส โปตระนันท์ และนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกพรรค ร่วมปั่นจักรยานในแคมเปญ &amp;ldquo;Bike for the Future&amp;rdquo; หาเพื่อนร่วมทาง สร้างอนาคตใหม่ ทั่วไทย โดยมีจุดเริ่มต้นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไปยังภาคตะวันออก และจะมีโครงการปั่นจักรยานไปยังทุกภาคของประเทศไทย รวมระยะทางกว่า 7,300 กิโลเมตร เพื่อรับสมัครสมาชิก โดยเตรียมใบสมัครไปกับคาราวานจักรยาน 6,000 ใบ และพร้อมเติมตลอดเวลาหากมีเสียงตอบรับดี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เยาวภา บุรพลชัย รองโฆษกพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) เปิดเผยถึงการเปิดรับสมัครสมาชิกพรรค ชพน.ว่า ขณะนี้ น.ส.สุพัตรวี อยู่แพทย์ (แม่หลวงกุ้ง) อดีตผู้ใหญ่บ้านที่สวยที่สุดในประเทศไทย ได้สมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรค ชพน.แล้ว ซึ่งถือว่าเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีความคิดและแนวทางการทำงานสอดคล้องการอุดมการณ์ของพรรค ที่ทำงานไม่ขัดแย้ง และต้องการทำงานเพื่อประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.สุพัตรวี เปิดเผยถึงการตัดสินใจสมัครเข้าร่วมสมาชิก ชพน.ว่า เป็นการสานฝันตนเองที่ต้องการทำงานเพื่อประชาชน เพราะตนชอบทำงานด้านจิตอาสาเพื่อสังคม แต่เนื่องจากการเป็นผู้ใหญ่บ้านจึงยังไม่สามารถทำงานด้านอาสาได้อย่างเต็มที่ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ จึงขอเข้ามาเป็นสมาชิกพรรค ชพน. เพราะชอบที่มีความเป็นกลาง ไม่มีความขัดแย้ง เน้นการทำงานสร้างสรรค์ประเทศชาติ ทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรม Regent ซอยรามคำแหง 22 พรรคภราดรภาพ จัดแถลงข่าวเรื่องการรวมกับพรรคประชาชาติ โดยมีอดีตสมาชิกพรรคภราดรภาพที่รวมแถลง อาทิ นายสมบูรณ์ จิตรสมบูรณ์ อดีตรองเลขาธิการพรรค, ดร.บุญญา หลีเหลด อดีตที่ปรึกษาพรรค, นายชัยวุฒิ แอเดช อดีตผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ, นายนุรดดีน ดะแซสาเมาะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ, นายอับดุลรอชัก หมีนยะลา อดีตสมาชิกพรรค ส่วนผู้แทนพรรคประชาชาติที่ร่วมแถลง ประกอบด้วย ร.ต.อ.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย ว่าที่รองหัวหน้าพรรค และนายมุข สุไลมาน เหรัญญิกพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมบูรณ์แถลงว่า เนื่องจากเล็งเห็นว่าแนวทางการเมืองกับกรรมการในพรรคภราดรภาพไม่ตรงกัน เราจึงได้มีการประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นควรเข้าร่วมกับพรรคประชาชาติ ซึ่งมีแนวคิดวิธีการดำเนินทางการเมืองสอดคล้องใกล้เคียงกับวิธีของพรรคภราดรภาพเดิม ดังนั้นจึงมีมติเข้าร่วมกับพรรคการเมืองพรรคประชาชาติ ซึ่งการนี้ สมาชิกในพรรคก็ได้มีความนับถือนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ และสนิทคุ้นเคยกับ ร.ต.อ.นิติภูมิธณัฐอยู่แล้วอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมบูรณ์กล่าวว่า เดิมจุดยืนของพรรคภราดรภาพไม่สนับสนุนรัฐบาลทหารอยู่แล้ว การย้ายมาสังกัดกับพรรคประชาชาติก็ได้มีการพูดคุยกันมาก่อนแล้วว่าเราจะยังคงหลักการเดิมที่ไม่สนับสนุนอำนาจที่มาจากรัฐบาลทหารเด็ดขาด ส่วนพรรคภราดรภาพที่เราย้ายออกมานั้น ก็ยังคงยืนอยู่จุดเดิมที่จะไม่ร่วมกับรัฐบาลทหารเช่นกัน ซึ่งแม้เราย้ายมาอยู่พรรคประชาชาติ แต่กับพรรคภราดรภาพเราก็ยังเป็นมิตรสหายกันอยู่.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19911</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, บุญยอด สุขถิ่นไทย, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พรรคชาติไทยพัฒนา, พรรคประชาชาติ, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคสามัญชน, พรรคอนาคตใหม่, พรรคเพื่อไทย, พรรคเสรีรวมไทย, พรรณิการ์ วานิช, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, ภูมิธรรม เวชยชัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ยงยุทธ ติยะไพรัช, ศักดา นพสิทธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, อลงกรณ์ พลบุตร, อารี ไกรนรา, เถลิงยศ บุตุคำ, เอกพันธุ์ ปิณฑวณิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181014/image_big_5bc34b1987804.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
