<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24182</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้ปปช.กำหนดแจ้งทรัพย์สิน อัดมหา’ลัยเป็นสมบัติส่วนตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัดเจนแต่ยังไม่สะเด็ดน้ำ! &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; &amp;nbsp; ชี้โพรง ป.ป.ช.จะต้องเลือกกำหนดเอาเองว่าจะเอาตำแหน่งใดอย่างไรบ้างต้องยื่น ถ้าให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน ก็โยกไปอยู่ในกลุ่มไม่ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะ นักวิชาการอัด ม.44 &amp;nbsp;กำลังจะทำให้มหาวิทยาลัยกลายเป็นสมบัติส่วนตัวและเป็นมรดกตกทอดอย่างถาวร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 21/2561 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เกี่ยวกับผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินว่า คำสั่งดังกล่าวไม่ได้ยกเลิกประกาศของ ป.ป.ช. ไม่ได้ไปล่วงล้ำอำนาจของ ป.ป.ช.แต่อย่างใด เว้นแต่กรณีที่ ป.ป.ช.ขอให้เขียนยกเลิกข้อ 5 เพื่อทำให้เหตุการณ์สงบเรียบร้อย ส่วนอย่างอื่นนั้น ป.ป.ช.จะจัดการเอาเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้ที่เกี่ยวพันกับการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินซึ่งมีอยู่ 3 ประเภท คือ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งต้องยื่นอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งป.ป.ช. จะเป็นผู้กำหนดว่าตำแหน่งใดต้องยื่น แต่ก็ไม่ต้องเผยแพร่สู่สาธารณะ และผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ที่ต้องยื่น โดย ป.ป.ช.ไม่มีสิทธิเลือกกำหนดตำแหน่ง และต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า เดิมกรรมการมหาวิทยาลัยอยู่ในนิยามของคำว่า ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงด้วย ดังนั้นสิ่งที่คำสั่ง คสช.แก้ไขคือ เอากรรมการในหน่วยงานทั้งหลายของรัฐย้ายไปอยู่ในประเภทเจ้าหน้าที่ของรัฐ จากนี้ ป.ป.ช.จะต้องเลือกกำหนดเอาเองว่าจะเอาตำแหน่งใดอย่างไรบ้างต้องยื่น ถ้า ป.ป.ช.กำหนดว่าให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน คราวนี้ก็ต้องยื่น แต่จะไม่ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คสช.ไม่ได้เป็นผู้ประกาศกำหนด เพราะเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. และคำสั่ง ม.44 ดังกล่าวก็ไม่ได้ไปยกเลิกประกาศคำสั่งฉบับนั้นของ ป.ป.ช. ดังนั้นฝากเรียนใครต่อใครที่ออกมาให้ข่าวว่า คำสั่ง คสช.ฉบับนี้ไปยกเลิกประกาศของ ป.ป.ช.เรื่องยื่นทรัพย์สินนั้น ไม่ใช่เป็นการยกเลิก เพราะถ้ายกเลิกก็ต้องไม่มีการให้ยื่นทรัพย์สินอีกแล้ว แต่อันนี้ไม่ใช่ และที่ต้องใช้ ม.44 เพราะนี่คือการแก้กฎหมาย เนื่องจากคำว่า กรรมการ ในนิยามนั้นอยู่ในกฎหมาย ประเภทผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ถ้ายังอยู่ในนิยามนั้นก็ยังติดขัดอยู่ ดังนั้นจึงต้องทำให้คล่องตัวขึ้นโดยแก้กฎหมาย เพื่อให้ย้ายประเภทมาอยู่ในประเภทเจ้าหน้าที่ของรัฐ&amp;quot; นายวิษณุ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอารีย์ หาญสืบสาย อดีตคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ อดีตกรรมการสภามหาวิทยาลัย ประเภทผู้แทนผู้บริหาร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ระบุว่า หลักการของเรื่องคือเป็นมาตรการป้องปรามการทุจริตแบบหนึ่งเท่านั้น ถ้ากรรมการสภาฯ มีความตั้งใจทำงานเพื่อชาติจริง บริสุทธิ์ใจจริง ไม่เห็นต้องกลัวอะไร ไม่อยากอยู่ก็ลาออกไป มีคนเป็นจำนวนมากที่อยากจะเข้ามาทำงานแทน ไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องมาใช้วิธีกดดันสังคมแบบนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ที่ประหลาดใจคือ คสช.กลับเกรงใจ ยอมคนกลุ่มนี้ ลืมไปเลยว่าเคยประกาศว่าเกลียดการทุจริต คอร์รัปชัน ยอมเสียสัตย์ง่ายๆ ไม่รู้เป็นเพราะได้ข้อมูลด้านเดียวรึเปล่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรรมการสภาฯ หลายคนแทบจะยึดเป็นอาชีพเสียด้วยซ้ำไป โดยเฉพาะตัวนายกสภาฯ บางแห่ง อยู่กันมานานกว่า 20 ปี และเวลานี้มีการสร้างเครือข่ายในหมู่อธิการบดีและกรรมการสภาของมหาวิทยาลัยต่างๆ มีการเลียนแบบ แลกเปลี่ยนวิธีการสร้างผลประโยชน์ สัมปทาน ในกลุ่มเครือข่ายเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น การปลดล็อกด้วย ม.44 จึงเท่ากับสร้างความล่อแหลมที่จะทำให้เกิดการทุจริตเชิงนโยบายในมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ มีคนบอกว่า คสช.ทำแบบนี้เหมือนเตะหมูเข้าปากหมา (อีกแล้ว) แต่ดูๆ ไป มันชักจะไม่ใช่แบบนั้นซะแล้ว คงจะมีอะไรๆ มากกว่านี้แน่ๆ ในท้ายที่สุดขอย้ำว่า ถ้าไม่มีการแก้ไขระบบบริหารงานมหาวิทยาลัยนอกระบบ ไม่แก้ไข การให้อำนาจกรรมการสภาฯ แบบเอาแต่ได้อย่างนี้ ต่อไปมหาวิทยาลัยของรัฐก็จะกลายเป็นสมบัติส่วนตัวและ เป็นมรดกตกทอดของคนกลุ่มนี้ไปอย่างถาวร&amp;quot; นายอารีย์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES) และองค์กรเครือข่าย &amp;nbsp;แถลงการณ์ฉบับที่ 5 ระบุว่า คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 21/2561 เสมือนเป็นการแทรกแซงกระบวนการทำงานอย่างถูกต้องและโปร่งใสขององค์กรอิสระ กระทบกระเทือนอย่างร้ายแรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนชาวไทยในการยึดถือหลักนิติรัฐและธรรมาภิบาลของประเทศ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศจะหวังพึ่งในความยุติธรรมที่เที่ยงแท้จากรัฐบาลได้อย่างไร และยังเป็นการทำลายความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง ศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES) และองค์กรเครือข่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงขอคัดค้านคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 21/2561 เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพื่อยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายแสดงบัญชีทรัพย์สินกับกรรมการสภามหาวิทยาลัย อย่างถึงที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24182</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิษณุ เครืองาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อารีย์ หาญสืบสาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181213/image_big_5c126301651d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24160</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2018 18:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2018 18:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฉ่งม.44กำลังจะทำให้มหาวิทยาลัยกลายเป็นสมบัติส่วนตัวและเป็นมรดกตกทอดอย่างถาวร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ธ.ค.61- นายอารีย์ หาญสืบสาย อดีตคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ อดีตกรรมการสภามหาวิทยาลัยประเภทผู้แทนผู้บริหาร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เผยว่ารัฐบาล คสช. เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า &amp;nbsp;ที่ตกลงใจใช้ ม.44 ปลดล็อคให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน &amp;nbsp; ทั้งที่หลักการของเรื่องฯ &amp;nbsp;คือ เป็นมาตรการป้องปรามการทุจริต แบบหนึ่งเท่านั้น ถ้ากรรมการสภา มีความตั้งใจทำงานเพื่อชาติจริง บริสุทธิ์ใจจริง ไม่เห็นต้องกลัวอะไร ไม่อยากอยู่ก็ลาออกไป มีคนเป็นจำนวนมากที่อยากจะเข้ามาทำงานแทน &amp;nbsp; ไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องมาใช้วิธีกดดันสังคมแบบนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่ประหลาดใจ คือ คสช. กลับเกรงใจ ยอมคนกลุ่มนี้ &amp;nbsp;ลืมไปเลยว่าเคยประกาศว่า เกลียดการทุจริต คอรัปชั่น &amp;nbsp; ยอมเสียสัตย์ง่ายๆ &amp;nbsp;ไม่รู้เป็นเพราะได้ข้อมูลด้านเดียวรึเปล่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรรมการสภามหาวิทยาลัย &amp;nbsp; มี 2 ประเภท ประเภทแรกคือผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก มาจากภาครัฐ และภาคเอกชน เป็นนักธุรกิจ &amp;nbsp;นักบริหาร ที่มีชื่อเสียงประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน &amp;nbsp; อีกกลุ่มหนึ่ง(จำนวนไม่มาก) เป็นบุคลากรภายใน &amp;nbsp; นัยว่าเป็นผู้ที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้แทนของบุคลากร ประเภทต่างๆ &amp;nbsp; ผลตอบแทนของกรรมการสภาฯ &amp;nbsp;พวกแรก(ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก) &amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้รับผลตอบแทนในรูปเบี้ยประชุม(เป็นเงินจำนวนไม่น้อย) &amp;nbsp;ไม่มีเงินเดือน ประจำ &amp;nbsp; จึงดูเหมือนว่าคนกลุ่มนี้เข้ามาช่วยงานมหาวิทยาลัย อย่างผู้เสียสละ โดยไม่ได้หวังผลตอบแทน &amp;nbsp;แต่นำประสบการณ์ ความรู้ ของตน มาเสนอในรูปให้คำแนะนำ ข้อคิดความเห็น &amp;nbsp;ให้แก่ผู้บริหารมหาวิทยาลัย มีส่วนช่วยทำให้เป้าหมาย ทิศทางของมหาวิทยาลัย ไปถูกทาง ชัดเจน พบแต่ความเจริญรุ่งเรือง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกลุ่มหลัง จะได้รับผลตอบแทนเป็นเบี้ยประชุม(ไม่มาก) แต่จะได้มีโอกาสได้รับการสนับสนุนแต่งตั้ง ให้เป็นผู้บริหารระดับต่างๆในสถาบันฯ ตามศักยภาพและโอกาส อำนวย เมื่อหมดวาระกรรมการสภาไปแล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp; เข้าใจว่า &amp;nbsp; คสช. &amp;nbsp;คงจะมองมุมนี้มุมเดียว &amp;nbsp;เมื่อเห็นเหล่ากรรมการสภาฯ(ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก) &amp;nbsp;ขวัญเสียพากันยื่นหนังสือลาออกกันเป็นแถว &amp;nbsp; จึงเกิดความเสียดายกรรมการสภาฯ (ผู้วิเศษ) เหล่านี้จะลาออกไปกันหมด ทำให้มหาวิทยาลัยสับสนวุ่นวาย ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ จะเกิดความเสียหายใหญ่หลวงแก่มหาวิทยาลัยและนิสิตนักศึกษาเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;จำต้องใช้ ม.44 มาช่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไม คสช.ไม่มองให้รอบด้านเสียก่อนจะตัดสินใจ &amp;nbsp; ข้อมูลข่าวสารมีอยู่มากมาย &amp;nbsp; ดวงจันทร์ยังมีสองด้าน คนทั่วไป &amp;nbsp;เห็นแต่ด้านสว่างที่มีกระต่ายอยู่ตัวหนึ่งเพียงด้านเดียว &amp;nbsp; แต่ความจริงยังมีอีกด้านหนึ่ง เพราะดวงจันทร์มีรูปทรงกลม &amp;nbsp;ซึ่งอาจมีตัวอะไร(หรือกระต่ายอีกตัวหนึ่ง) &amp;nbsp;อยู่ก็ได้ &amp;nbsp; แต่เรายังไม่มีโอกาสได้เห็นเท่านั้น &amp;nbsp; แต่สำหรับเรื่อง &amp;ldquo;กรรมการสภามหาวิทยาลัย&amp;rdquo; &amp;nbsp; มองให้ทะลุปรุโปร่ง รอบด้าน ง่ายกว่ามาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยของรัฐ ปัจจุบันเปลี่ยนไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐเกือบหมดแล้ว ทำให้สภามหาวิทยาลัย เป็นหน่วยงานที่ใหญ่(ทรงอำนาจ)ที่สุดในสถาบันการศึกษานั้นๆ &amp;nbsp;เพราะมีหน้าที่กำกับดูแลนโยบายของผู้บริหารฯ จัดการ ออกและแก้ไขระเบียบ, พรบ. ข้อบังคับต่างๆของมหาวิทยาลัยได้ทั้งหมด (นิติบัญญัติ) &amp;nbsp;เป็นกรรมการสรรหาอธิการบดี คณบดี &amp;nbsp; &amp;nbsp;อนุมัติแผนงาน แผนเงินงบประมาณ โครงการผลประโยชน์ต่างๆของมหาวิทยาลัย ทั้งหมด (บริหาร) &amp;nbsp; รวมทั้งการตรวจสอบการดำเนินงานของผู้บริหารฯและ เรื่องร้องทุกข์ ร้องเรียนต่างๆ (ตุลาการ) &amp;nbsp;โดยที่ &amp;nbsp;สกอ.และกระทรวงศึกษาธิการไม่มีอำนาจเข้าไปก้าวก่ายใดๆได้เลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;มหาวิทยาลัย(ในกำกับของรัฐ) แต่ละแห่ง มีบุคลากรในสังกัด หลายร้อยคน บางแห่งเป็นพันคน &amp;nbsp;มีนิสิต นักศึกษาเข้ามาเรียนรวมกันทุกชั้นปี หลายพันคน บางแห่งร่วมหมื่นคน &amp;nbsp; ได้รับงบประมาณประจำปีสนับสนุนจากรัฐ &amp;nbsp;เป็นค่าจ้าง เงินเดือน &amp;nbsp;พัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง &amp;nbsp;และอื่นๆ รวมแล้ว เป็นพันๆล้านบาท บางแห่งมากกว่าสี่ ห้าพันล้านบาท ในแต่ละปีมหาวิทยาลัย มีรายได้จากค่าเล่าเรียน หลายร้อยล้าน บางแห่งเป็นพันล้าน &amp;nbsp;เงินเก็บเงินฝาก ผลประโยชน์จากทรัพย์สิน ที่ดิน สัมปทานต่างๆอีกเป็นร้อยล้านพันล้านบาทในแต่ละปี &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลประโยชน์ทั้งหลายทั้งปวง &amp;nbsp;จะอยู่ภายใต้การจัดการของอธิการบดีและกลุ่มกรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวนหนึ่งเท่านั้น &amp;nbsp; ไม่ต่างกับการยกสมบัติทรัพย์สินของราชการไปให้คนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น &amp;nbsp;ให้แบบเป็นมรดกตกทอดได้ด้วย &amp;nbsp;คสช.มองไม่ออกเลยหรือไร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะว่าไปทุกวันนี้ &amp;nbsp; สภามหาวิทยาลัย ก็ทำตัวเป็น หน่วยงานหนึ่ง ที่ทำงานขึ้นตรงต่ออธิการบดีเท่านั้น &amp;nbsp;ทำหน้าที่เป็นเหมือนตรายางให้อธิการบดี &amp;nbsp; ออกนโยบายกันเอง อนุมัติ กันเอง &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เห็นๆคือเวลามาประชุม ส่วนใหญ่ ก็มาแสดง ทอล์คโชว์ อวดอีโก้ โชว์โวหาร กันจน หมดเวลา รับเบี้ยประชุม แล้วก็แยกย้ายกลับบ้านไป &amp;nbsp; จะมีซักกี่คน ที่สามารถ มีเวลา หรือตั้งใจจะเข้ามาศึกษารายละเอียดงานของมหาวิทยาลัยและ ติดตามประเมินผู้บริหาร อย่างจริงจัง &amp;nbsp; เอาเข้าจริงๆ กิจการของมหาวิทยาลัยทั้งหมดทั้งมวลก็อยู่ในมือของผู้บริหารระดับสูง(อธิการบดี)กับกลุ่มกรรมการสภาอาวุโสจำนวนหนึ่งที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกัน เท่านั้น &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอบอก กรรมการสภา ใช่ว่าจะได้แค่เบี้ยประชุมเท่านั้น ความจริงยังมีผลประโยชน์ทางอื่นอีก ที่เห็นๆกันอยู่ เช่น &amp;nbsp;ได้โควตาฝากลูก หลานเข้าเรียนโรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัย &amp;nbsp; เป็นต้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่ออธิการบดีและผู้บริหารระดับกลาง(คณบดี ผู้อำนวยการ) หมดวาระพวกนี้ก็จะร่วมกันวางแผนวางตัวผู้บริหารคนใหม่(ที่เป็นพวกเดียวกัน)เข้ามาแทน &amp;nbsp; เมื่อกรรมการสภาหมดวาระ กลุ่มผู้บริหารก็จะร่วมมือกันสรรหากรรมการสภา(คนเดิมและอยู่ในเครือข่ายเดียวกัน) กลับเข้ามา &amp;nbsp; ดังนั้นจึงเห็นกรรมการสภาหลายคนแทบจะยึดเป็นอาชีพ เสียด้วยซ้ำไป โดยเฉพาะตัวนายกสภาฯ &amp;nbsp;บางแห่ง อยู่กันมานานกว่ายี่สิบปี &amp;nbsp; และเวลานี้มีการสร้างเครือข่ายในหมู่อธิการบดีและกรรมการสภาของมหาวิทยาลัยต่างๆ มีการเลียนแบบ แลกเปลี่ยนวิธีการสร้างผลประโยชน์ สัมปทาน ในกลุ่มเครือข่ายเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น &amp;nbsp;การปลดล็อค ด้วย ม. 44 &amp;nbsp;จึงเท่ากับสร้างความล่อแหลมที่จะทำให้เกิดการทุจริตเชิงนโยบาย ในมหาวิทยาลัยต่างๆทั่วประเทศ &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีคนบอกว่า คสช. ทำแบบนี้ เหมือนเตะหมูเข้าปากหมา (อีกแล้ว) &amp;nbsp; แต่ดูๆไป มันชักจะไม่ใช่แบบนั้นซะแล้ว คงจะมีอะไรๆมากกว่านี้แน่ๆ &amp;nbsp;ในท้ายที่สุดขอย้ำว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าไม่มีการแก้ไขระบบบริหารงานมหาวิทยาลัยนอกระบบ ไม่แก้ไข การให้อำนาจกรรมการสภา แบบเอาแต่ได้อย่างนี้ &amp;nbsp;ต่อไปมหาวิทยาลัยของรัฐ ก็จะกลายเป็นสมบัติส่วนตัวและ เป็นมรดกตกทอดของคนกลุ่มนี้ไปอย่างถาวร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24160</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., ม.44, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน, อดีตคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์, อารีย์ หาญสืบสาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181213/image_big_5c1241158aeb2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
