<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2021 21:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2021 21:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบอาร์เจนตินาล้อมทุบรถประธานาธิบดีขณะลงพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวอาร์เจนตินาหลายสิบคนเข้าล้อมและปากระจกรถมินิบัสของประธานาธิบดีอัลเบร์โต เฟร์นันเดซ เมื่อวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น ระหว่างเดินทางมาตรวจเยี่ยมพื้นที่ในเมืองลาโกปูเอร์โล ภูมิภาคปาตาโกเนียทางใต้สุดของประเทศ ที่ได้รับความเสียหายจากไฟป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีอัลเบร์โต เฟร์นันเดซ ขณะมาเปิดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญครั้งที่ 139 ที่กรุงบัวโนสไอเรส เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2564 (Photo by Natacha Pisarenko - Pool/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คลิปวิดีโอที่เผยแพร่โดยสถานีโทรทัศน์ทีเอ็นและหนังสือพิมพ์การิน เป็นภาพของผู้ประท้วงที่ทั้งต่อยและเตะรถที่ประธานาธิบดีเฟร์นันเดซนั่งอยู่ภายในด้วย บริเวณด้านหน้าศูนย์ชุมชนของเมือง และขว้างก้อนหินโดนกระจกรถแตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟร์นันเดซโพสต์ในเวลาต่อมาว่า เขามั่นใจว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นเพียงประชาชนกลุ่มเล็กๆ ในรัฐชูบุตเท่านั้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์การินรายงานว่า ผู้ชุมนุมกลุ่มนี้ไม่พอใจแผนของรัฐบาลอาร์เจนตินาที่จะให้โครงการเหมืองขนาดใหญ่กลับมาเปิดกิจการอีกครั้ง ในพื้นที่นี้เคยเป็นที่ทำเหมืองทอง, เงินและยูเรเนียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลที่เจ้าหน้าที่เผยเมื่อวันศุกร์ ระบุว่า ไฟป่าที่ลุกลามมาหลายวันในภูมิภาคปาตาโกเนีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 รายและสูญหาย 11 คน และบ้านเรือนประชาชนโดนไฟป่าเผาวอดราว 200 หลัง และทำให้หลายเมืองไม่มีไฟฟ้าใช้ เจ้าหน้าที่สงสัยว่าไฟป่าครั้งนี้น่าจะเกิดจากมีผู้ตั้งใจจุดไฟ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96061</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดีอัลเบร์โต เฟร์นันเดซ, ม็อบทุบรถประธานาธิบดี, อาร์เจนตินา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210314/image_big_604e1af5140da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2020 23:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2020 23:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายหนุนทางเลือกเฮ อาร์เจนตินาผ่านกฎหมายทำแท้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นักเคลื่อนไหวฝ่ายหนุนทางเลือกในการทำแท้งเฉลิมฉลองในกรุงบัวโนสไอเรสเมื่อวันพุธ ภายหลังวุฒิสภาลงมติผ่านร่างกฎหมายอนุญาตให้สตรีทำแท้งได้อย่างถูกกฎหมายหากอายุครรภ์ไม่เกิน 14 สัปดาห์ ถือเป็นการตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศคาทอลิกแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วุฒิสภาอาร์เจนตินาเริ่มอภิปรายเพื่อลงมติร่างกฎหมายฉบับนี้เมื่อวันอังคาร โดยการประชุมยืดเยื้อกว่า 12 ชั่วโมงจนกระทั่ง ส.ว.เสียงข้างมากลงมติเห็นชอบด้วยคะแนน 38 ต่อเสียงคัดค้าน 29 เสียง ส.ว. 1 คนงดออกเสียง ร่างนี้ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทันทีที่ ส.ว.คริสตินา คีร์ชเนร์ ประธานวุฒิสภา ประกาศยืนยันผลโหวตเมื่อเช้ามืดวันพุธ บรรดาฝ่ายสนับสนุนทางเลือกหลายหมื่นคนที่มาเฝ้าดูการลงมติในกรุงบัวโนสไอเรสพากันเฉลิมฉลองด้วยความดีใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายอนุญาตทำแท้งของอาร์เจนตินาฉบับนี้จะอนุญาตให้ทำแท้งได้เมื่ออายุครรภ์ไม่เกิน 14 สัปดาห์ โดยก่อนหน้านี้อาร์เจนตินาอนุญาตการทำแท้งอย่างถูกกฎหมายเฉพาะ 2 กรณีเท่านั้น คือโดนข่มขืนหรือเป็นอันตรายต่อชีวิตของผู้เป็นแม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักเคลื่อนไหวฝ่ายหนุนทางเลือกรณรงค์กันมานานหลายปีเพื่อให้แก้กฎหมายทำแท้งที่ใช้มานานตั้งแต่ปี 2464 พวกเขาใช้ผ้าพันคอสีเขียวเป็นสัญลักษณ์ ขณะที่นักเคลื่อนไหวฝ่ายต่อต้านการทำแท้ง ซึ่งใช้ผ้าพันคอสีฟ้าเป็นสัญลักษณ์ พากันเศร้าใจกับผลโหวต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างกฎหมายคล้ายกันนี้เคยโดนวุฒิสภาคว่ำไปเมื่อปี 2561 ด้วยคะแนนคัดค้าน 38 ต่อ 31 คะแนน หลังจากผ่านความเห็นชอบของสภาล่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีอัลเบร์โต เฟร์นันเดซ ซึ่งสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ โพสต์ทวิตเตอร์ว่า การทำแท้งที่ปลอดภัย, ถูกกฎหมาย และเสรี คือกฎหมาย ตอนนี้เราเป็นสังคมที่ดีขึ้นที่เพิ่มสิทธิสตรีและปกป้องสุขภาพของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟร์นันเดซ ซึ่งเป็นคาทอลิก กล่าวว่า ในแต่ละปี มีการทำแท้งอย่างผิดกฎหมายนับหมื่นนับแสนรายในอาร์เจนตินา และมีผู้หญิงอย่างน้อย 3,000 คนเสียชีวิตเพราะการทำแท้งเถื่อนนับแต่ทศวรรษ 1980&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในอเมริกาใต้ ซึ่งหลายประเทศมีกฎหมายทำแท้งที่เข้มงวดที่สุดในโลก มีเพียงอุรุกวัย, คิวบา และกายอานา เท่านั้นที่อนุญาตการทำแท้งโดยสมัครใจ ในขณะที่เพื่อนบ้านร่วมภูมิภาคอย่างเอลซัลวาดอร์, ฮอนดูรัส และนิการากัว ห้ามการทำแท้ง โดยหญิงผู้นั้นจะลงโทษจำคุกแม้จะเป็นการแท้งบุตรเองก็ตาม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ซึ่งเป็นชาวอาร์เจนตินา แม้จะไม่ได้ตรัสถึงผลการลงมติในสภาสูงของอาร์เจนตินาโดยตรง แต่ได้ทรงแสดงท่าทีคัดค้านเป็นนัยๆ ขณะที่กลุ่มฮิวแมนไรต์วอตช์ประจำภูมิภาคอเมริกายกย่องการตัดสินใจของอาร์เจนตินาว่าเป็นประวัติศาสตร์ และหวังว่าจะกระตุ้นให้รัฐบาลชาติอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ดำเนินรอยตาม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88435</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายทำแท้ง, อาร์เจนตินา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201230/image_big_5feca709e5038.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 12:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2020 12:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อาร์เจนตินา&#039; ประเทศที่ 5 ติดโควิดเกิน1ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อาร์เจนตินาเป็นประเทศที่ 5 ของโลกที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สะสมมากกว่า 1 ล้านคน ต่อจากสหรัฐ, อินเดีย, บราซิล และรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าหน้าที่วัดอุณหภูมินักเรียนก่อนเข้าโรงเรียนในกรุงบัวโนสไอเรส ที่เปิดเรียนอีกครั้งหลังจากปิดมานาน 7 เดือนเมื่อวัน 13 ตุลาคม 2563 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของบีบีซีเมื่อวันอังคารอ้างคำแถลงของกระทรวงสาธารณสุขอาร์เจนตินา ที่รวบรวมจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศลาตินอเมริกาแห่งนี้ภายในเวลา 24 ชั่วโมงของวันจันทร์ที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่อีก 12,982 ราย ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศเพิ่มเป็น 1,002,662 ราย และมีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่ม 451 ราย ยอดรวมผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 26,716 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยจำนวนประชากรที่มีราว 45 ล้านคน ทำให้อาร์เจนตินาเป็นประเทศขนาดเล็กที่สุดที่มีผู้ติดไวรัสเกิน 1 ล้านราย สี่ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสมากกว่าซึ่งได้แก่สหรัฐ, อินเดีย, บราซิล และรัสเซีย ล้วนมีประชากรเยอะกว่ามาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาร์เจนตินาเป็นประเทศแรกๆ ของภูมิภาคอเมริกาใต้ที่ปิดพรมแดนของตนและใช้มาตรการควบคุมไว้รส แต่ถึงแม้จะมีมาตรการดังกล่าวแล้ว แต่ช่วงไม่กี่เดือนมานี้ จำนวนผู้ติดเชื้อในอาร์เจนตินากลับเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกรุงบัวโนสไอเรส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากตัวเลขอย่างเป็นทางการของแต่ละประเทศตามที่มหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์รวบรวมถึงช่วงสายของวันอังคารที่ 20 ตุลาคมตามเวลาไทย จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมทั่วโลกอยู่ที่ 40,344,310 ราย เสียชีวิต&amp;nbsp; 1,117,539 ราย สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อ 8,212,767 ราย เสียชีวิต 220,110 ราย, อินเดียติดเชื้อ 7,550,273 ราย เสียชีวิต 114,610 ราย, บราซิลติดเชื้อ 5,250,727 ราย เสียชีวิต 154,176 ราย และรัสเซียติดเชื้อ 1,406,667 ราย เสียชีวิต 24,205 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81221</URL_LINK>
                <HASHTAG>อาร์เจนตินา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201020/image_big_5f8e6f166e112.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71466</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2020 22:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2020 21:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาร์เจนตินาพบลูกเรือประมงติดโควิดทั้งที่ไม่ได้ขึ้นฝั่ง 35 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แพทย์อาร์เจนตินาพยายามไขปริศนาว่าเพราะเหตุใดลูกเรือประมง 57 คนจึงติดเชื้อไวรัสโคโรนาทั้งที่อยู่บนเรือโดยไม่ได้ขึ้นฝั่งเลย 35 วัน และก่อนขึ้นเรือตรวจลูกเรือทุกคนแล้วไม่พบว่าติดไวรัสนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แผนกสาธารณสุขรัฐติเอร์ราเดลฟูเอโกในภาคใต้ของอาร์เจนตินาแถลงเมื่อวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม ว่า เรือประมงอวนลากชื่อ &amp;quot;เอชิเซน มารู&amp;quot; ต้องกลับขึ้นฝั่งหลังจากลูกเรือบางคนเริ่มมีอาการของผู้ป่วยโรคโควิด-19 จากการตรวจลูกเรือลำนี้ทั้งหมด 61 คน พบติดเชื้อไวรัสโรคนี้ 57 คน โดยให้ลูกเรือลำนี้ทุกคนกักตัว 14 วัน ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองอูซัวยา เมืองเอกของรัฐติเอร์ราเดลฟูเอโก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนที่เรือประมงลำนี้จะออกจากท่าเรือ ลูกเรือทุกคนได้รับการตรวจโรคโควิด-19 แล้ว และไม่พบว่ามีใครติดโรคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมาธิการเหตุฉุกเฉินของรัฐนี้เผยว่า ลูกเรือลำนี้ 2 คน ตรวจแล้วไม่ติดโรคโควิด-19 ส่วนอีก 2 คนที่เหลือกำลังรอผลการตรวจ และมีลูกเรือที่ติดโรคโควิด-19 จำนวน 2 รายที่ต้องส่งเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อเลฮันดรา อัลฟาโร ผู้อำนวยการสำนักสาธารณสุขพื้นฐาน รัฐติเอร์ราเดลฟูเอโก กล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่จะอธิบายว่าลูกเรือประมงลำนี้ติดโรคโควิด-19 ได้อย่างไร เนื่องจากพวกเขาอยู่บนเรือ 35 วันโดยไม่ได้ขึ้นฝั่งเลย และเสบียงบนเรือก็นำมาจากท่าเรือเมืองอูซัวยา ทีมแพทย์กำลังตรวจสอบลำดับเวลาที่ลูกเรือแสดงอาการของโรคนี้เพื่อลำดับเวลาในการติดต่อของโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลีอันโดร บายาโตโร หัวหน้าแผนกโรคติดต่อโรงพยาบาลอูซัวยาเรเคียนัล เชื่อว่า การติดโรคโควิด-19 ของลูกเรือประมงลำนี้ไม่น่าจะมีการรายงานที่ไหนมาก่อน เพราะมีระยะฟักตัวของไวรัสยาวนานกว่าที่ใดในโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับยอดผู้ป่วยโรคโควิด-19 สะสมในอาร์เจนตินาถึงวันอังคารมีมากกว่า 103,000 ราย และมีผู้เสียชีวิต 1,926 คน ผู้ติดโรคนี้ส่วนใหญ่อยู่ในเขตกรุงบัวโนสไอเรส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71466</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลูกเรือประมงติดไวรัส, อาร์เจนตินา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbed5d2b4cb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2019 21:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2019 21:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟ้อง &#039;ซูจี&#039; ในศาลอาร์เจนตินา คดีก่ออาชญากรรมต่อโรฮีนจา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์กรโรฮีนจาและกลุ่มสิทธิมนุษยชนอาร์เจนตินายื่นฟ้องนางอองซาน ซูจี และพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ต่อศาลอาร์เจนตินา ฐานก่ออาชญากรรมกับชาวโรฮีนจา เป็นครั้งแรกที่นางซูจีติดร่างแหคดีโรฮีนจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นางอองซาน ซูจี (ซ้าย) และพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย (ขวา) / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรโรฮีนจาและกลุ่มสิทธิมนุษยชนอาร์เจนตินายื่นฟ้องอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐเมียนมา และพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา ต่อศาลรัฐบาลกลางในกรุงบัวโนสไอเรสเมื่อวันพุธที่ 13 พฤศจิกายน ภายใต้หลักการ &amp;quot;เขตอำนาจศาลตามหลักสากล&amp;quot; ตามสมมุติฐานว่า ความผิดบางประเภท รวมถึงอาชญากรรมสงครามและความผิดอาญาต่อมนุษยชาติ เป็นเรื่องเลวร้ายมากที่ไม่เจาะจงเฉพาะชาติเดียว จึงสามารถยื่นฟ้องได้ทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โทมัส โอเคีย ทนายความสิทธิมนุษยชนชาวอาร์เจนตินา ซึ่งเคยเป็นผู้รายงานพิเศษของยูเอ็นด้านสิทธิมนุษยชนในเมียนมาระหว่างปี 2551-2557 เผยกับเอเอฟพีว่า การยื่นฟ้องคดีนี้เพื่อต้องการลงโทษทางอาญาต่อผู้กระทำผิด, ผู้สมรู้ร่วมคิด และผู้ปกปิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจาในเมียนมา โดยหวังว่าจะมีการออกหมายจับสากลผู้กระทำความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกสารคำฟ้องระบุให้ดำเนินคดีนายทหารระดับสูงและผู้นำทางการเมืองของเมียนมา รวมถึงพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่ายและอองซาน ซูจี ในข้อหา &amp;quot;คุกคามความอยู่รอด&amp;quot; ต่อชาวโรฮีนจาที่เป็นมุสลิมชนกลุ่มน้อยในเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตุน ขิ่น ประธานองค์กรโรฮีนจาพม่ายูเค (บีอาร์โอยูเค) กล่าวว่า หลายสิบปีมาแล้ว เจ้าหน้าที่เมียนมาพยายามกำจัดชาวโรฮีนจาโดยควบคุมพวกเราให้อยู่ในชุมชุนแออัด, ขับไล่เราออกจากประเทศบ้านเกิดและ
ฆ่าพวกเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การยื่นฟ้องครั้งนี้กระทำโดยองค์กรบีอาร์โอยูเคและกลุ่มสิทธิมนุษยชนอาร์เจนตินา 2 กลุ่ม ได้แก่ แกรนด์มาเธอร์ส ออฟ เดอะ พลาซา เด มาโย และฟาวน์เดชั่น ฟอร์ พีซ แอนด์ จัสติซ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50298</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่ออาชญากรรม, พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย, ฟ้องซูจี, อองซาน ซูจี, อาร์เจนตินา, เมียนมา, โรฮิงญา, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191114/image_big_5dcd59eee04de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2019 20:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2019 20:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาร์เจนตินาเลือกตั้งประธานาธิบดี &#039;เฟร์นันเดซ&#039; เต็ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อาร์เจนตินาเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อวันอาทิตย์ &amp;quot;อัลเบร์โต เฟร์นันเดซ&amp;quot; ผู้สมัครสายเปรองนิสต์หัวกลาง-ซ้าย จ่อคว้าชัยอย่างเด็ดขาดเหนือประธานาธิบดีเมาริซิโอ มากรี ที่เจอพิษปัญหาเศรษฐกิจเล่นงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวอาร์เจนตินาลงคะแนนเลือกตั้งที่กรุงบัวโนสไอเรสเมื่อวันอาทิตย์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ผู้สมัครคู่กับเฟร์นันเดซในตำแหน่งรองประธานาธิบดีก็คือคริสตีนา กีร์ชเนร์ อดีตประธานาธิบดีหญิง โดยผลสำรวจความคิดเห็นหลายชิ้นบ่งบอกว่า เฟร์นันเดซ วัย 60 ปี จะชนะการเลือกตั้งได้อย่างเด็ดขาด บางโพลยกให้เขาชนะเกือบ 20 จุด ซึ่งมากเพียงพอจนไม่ต้องเลือกตั้งรอบชี้ขาดกับอันดับสอง ในเดือนพฤศจิกายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเป็นไปได้ที่นักลัทธิเปรองที่มีแนวนโยบายปกป้องทางการค้าจะกลับคืนสู่อำนาจในอาร์เจนตินาเกิดขึ้นในช่วงยามที่ประเทศลาตินอเมริกาแห่งนี้เผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยมายาวนานและวิกฤติหนี้สิน ซึ่งทำให้นักลงทุนหวั่นเกรงว่าอาร์เจนตินาอาจผิดนัดชำระหนี้ 57,000 ล้านดอลลาร์ที่กู้ยืมจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ก่อนวันเลือกตั้ง อัตราแลกเปลี่ยนเงินเปโซดิ่งลง 5.86% ปิดที่ 65 เปโซต่อดอลลาร์เมื่อปลายสัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟร์นันเดซยืนยันว่า รัฐบาลของเขาจะไม่ผิดนัดชำระหนี้ แต่จะพยายามต่อรองเงื่อนไขการกู้ใหม่ พร้อมกับให้คำรับประกันด้วยว่าบัญชีเงินฝากในธนาคารของประชาชนจะปลอดภัยเมื่อเขาเป็นรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่เดือนสิงหาคมที่เฟร์นันเดซชนะการเลือกตั้งรอบแรกอย่างถล่มทลายที่ทำให้เขากลายเป็นตัวเต็ง ชาวอาร์เจนตินาที่มีเงินฝากพากันแห่ถอนเงินจากบัญชีแล้วประมาณ 12,000 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลเลือกตั้งครั้งนั้น เฟร์นันเดซได้คะแนน 49.5% ในขณะที่ประธานาธิบดีมากรี ซึ่งโดนพิษเศรษฐกิจเล่นงาน ได้เพียง 33% มากรีกล่าวโทษปัญหาเศรษฐกิจของประเทศว่าเป็นผลงานของรัฐบาลเปรองนิสต์ภายใต้การนำของสามีภรรยากีร์ชเนร์ระหว่างปี 2546-2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คะแนนนิยมของมากรีตกฮวบตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งอาร์เจนตินาเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย อัตราความยากจนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 35%, เงินเฟ้อในปีที่แล้วนับถึงเดือนกันยายนอยู่ที่เกือบ 38% ส่วนค่าเงินเปโซอ่อนลง 70% นับแต่เดือนมกราคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ ยังมีการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครึ่งสภา, สมาชิกวุฒิสภา 1 ใน 3, ผู้ว่าราชการจังหวัดบัวโนสไอเรส และนายกเทศมนตรีของกรุงบัวโนสไอเรส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48966</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดีเมาริซิโอ มากรี, อัลเบร์โต เฟร์นันเดซ, อาร์เจนตินา, เลือกตั้งประธานาธิบดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191027/image_big_5db5983958d70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45645</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2019 21:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2019 21:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบอาร์เจนตินาปักหลักกลางกรุงประท้วงวิกฤติอาหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวอาร์เจนตินาหลายพันคนปักหลักชุมนุมประท้วงในกรุงบัวโนสไอเรสเมื่อวันพุธ เรียกร้องรัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินด้านอาหาร ขณะที่เศรษฐกิจวิกฤติหนักขึ้นก่อนจะถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีเดือนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงปะทะกับตำรวจปราบจลาจลด้านนอกกระทรวงพัฒนาสังคมของอาร์เจนตินาในกรุงบัวโนสไอเรสเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2562 / NOTICIAS ARGENTINAS / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ผู้ประท้วง ซึ่งวางแผนจะตั้งแคมป์กลางเมืองหลวง 2 วัน กล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อสูงลิ่วของประเทศทำให้ประชาชนในกลุ่มที่มีฐานะยากจนที่สุดต้องกระเสือกกระสนดิ้นรนหาเงินซื้ออาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอดูอาร์โด เบลลิโบนี ผู้จัดการชุมนุม กล่าวว่า อาร์เจนตินาถูกทำลายด้วยความเฉื่อยชา, ความหิวโหย และความยากจน พวกเขาต้องการคำตอบเพื่ออยู่ให้ได้กับสถานการณ์นี้ พวกเขาต้องการโครงการสวัสดิการสังคม, การจัดสรรปันส่วนเพิ่มขึ้นสำหรับโครงการที่มีอยู่ และเพิ่มการปันส่วนอาหารในโรงเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การชุมนุมเมื่อวันพุธเกิดการปะทะกันระหว่างตำรวจกับผู้ประท้วงที่พยายามปิดกั้นระบบขนส่งมวลชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันพฤหัสบดี สภาชิกรัฐสภาจะพิจารณาร่างกฎหมาย &amp;quot;ภาวะฉุกเฉินด้านอาหาร&amp;quot; ที่ฝ่ายค้านเป็นผู้เสนอ กฎหมายนี้จะเพิ่มงบประมาณสำหรับการจัดสรรปันส่วนเพื่อแก้ไขสถานการณ์ที่กำลังเลวร้ายลง แต่รัฐบาลแนวทางกลาง-ขวาของประธานาธิบดีเมาริซิโอ มากรี คัดค้านกฎหมายนี้ อ้างว่ารัฐบาลมีกฎหมายฉุกเฉินอื่นๆ รองรับอยู่แล้ว เช่น การยกเลิกภาษีอาหารพื้นฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เศรษฐกิจอาร์เจนตินาเข้าสู่ภาวะถดถอยมาแต่ปีที่แล้ว อัตราเงินเฟ้อของประเทศนี้สูงมากกว่า 54% เป็นอัตราเงินเฟ้อที่สูงที่สุดชาติหนึ่งในโลก วิกฤติเศรษฐกิจยังทำให้ค่าเงินเปโซอาร์เจนตินาอ่อนลงเกินครึ่งหนึ่ง, อัตราว่างงานสูงขึ้น ตรงข้ามกับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่หดตัวลง 5.8% ในไตรมาสแรกของปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติระบุว่า อาร์เจนตินาเป็นหนึ่งในประเทศลาตินอเมริกาที่อัตราอดอยากเพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อปีที่แล้ว ภาพที่ครอบครัวพากันออกมาขอทานตามท้องถนนในเมืองหลวงเป็นภาพที่พบเห็นได้ทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิกฤติเศรษฐกิจเลวร้ายลงภายหลังการเลือกตั้งขั้นต้นเมื่อเดือนสิงหาคม ที่ประธานาธิบดีมากรีแพ้อย่างน่าตกตะลึง ส่งผลให้ตลาดหุ้นผันผวน รัฐบาลต้องประกาศควบคุมการปริวรรตเงินตราและขอปรับกำหนดเวลาชำระหนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45645</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประท้วงกลางกรุง, ภาวะฉุกเฉินด้านอาหาร, วิกฤติอาหาร, วิกฤติเศรษฐกิจ, อาร์เจนตินา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190912/image_big_5d7a4abfc0901.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
