<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2020 07:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2020 07:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสอ.ลุยอาร์เซ็ปทำอินดัสตรีบับเบิลดันการค้าอุตฯอาหาร – เกษตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ย. 2563 นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างเข้มข้น หลังจากได้รับผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 ทั้งการเสริมสภาพคล่องให้กับธุรกิจ การพัฒนาทักษะผู้ประกอบการ การส่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจฐานราก และการขยายผลความร่วมมือทางด้านอุตสาหกรรมกับประเทศต่าง ๆ ผ่านนโยบายการสร้างพันธมิตรในด้านอุตสาหกรรมระหว่างกัน หรืออินดัสตรีบับเบิล เช่น นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น ซึ่งเตรียมขยายผลไปยังประเทศสมาชิกพันธมิตรทางการค้าระดับภูมิภาค หรืออาร์เซป (อาเซียน 10 ประเทศ และออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ และเกาหลีใต้) เพื่อสร้างโอกาสให้กับภาคอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ได้หารือร่วมกับนายอัทสึชิ ทาเคทานิ เลขาธิการองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ เจโทร เพื่อเดินหน้านโยบายขับเคลื่อนมาตรการอินดัสตรีบับเบิลระหว่างไทย &amp;ndash; ญี่ปุ่น ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการส่งเสริมความร่วมมือพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารระหว่างสองประเทศ ผ่านการให้ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีที่ทางญี่ปุ่นมีความเชี่ยวชาญ ซึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ได้เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเริ่มความร่วมมือในการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม เชื่อมโยงกับองค์ความรู้ด้านเครื่องจักรกลที่ทันสมัยที่เหมาะสมกับกระบวนการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร ยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไปสู่การเป็น อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต รวมทั้งหารือเพื่อการลงทุนระหว่างภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทย ซึ่งพอใจภาพรวมการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ที่มีอัตราการหดตัวลดลง จากมาตรการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมทุกด้าน

&amp;quot;เชื่อว่าความร่วมมือระหว่างสองประเทศในครั้งนี้ จะสามารถเพิ่มศักยภาพให้กับอุตสาหกรรมอาหารให้มีความแข็งแกร่ง รองรับความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชีย สร้างรายได้ ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี กระตุ้นอัตราการจ้างงาน และมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของ 2 ประเทศได้ดีมากยิ่งขึ้น&amp;quot;นายณัฐพล กล่าว

สำหรับการดำเนินมาตรการอินดัสตรีบับเบิล ไทย-ญี่ปุ่นที่ผ่านมา ของกสอ. ได้ส่งเสริมแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อการดำเนินธุรกิจของภาคอุตสาหกรรมระหว่าง 2 ประเทศ มีกิจการที่เข้าร่วมแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นกว่า 200 กิจการ เกิดการจับคู่ทางธุรกิจจำนวนกว่า 35 กิจการ สร้างยอดขายได้กว่า 259.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิมกว่า16.56%


ส่วนกรอบความร่วมมืออินดัสตรีบับเบิลกับประเทศนิวซีแลนด์ที่ผ่านมา เป็นพันธมิตรในด้านอุตสาหกรรมเกษตร เนื่องจากนิวซีแลนด์ถือเป็นประเทศที่มีความเชี่ยวชาญด้านการแปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อการส่งออกเช่นเดียวกับไทยทั้งในด้านความปลอดภัยอาหาร และการทำเกษตรกรรมยั่งยืน โดยไทยจะนำเสนอองค์ความรู้การพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ตามหลักการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หรือบ้านบึงโมเดล ซึ่งพิสูจน์ได้ชัดเจนแล้วว่าแม้ในภาวะวิกฤตก็ยังสามารถดำเนินกิจการได้อย่างมั่นคง
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85460</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสอ., ณัฐพล รังสิตพล, อาร์เซ็ป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e5349a3d1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2019 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2019 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ ร่วมประชุมอาร์เซ็ปปิดจุดอ่อนสรุปผลการเจรจาทั้งหมดให้ได้ในปีนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชุติมา&amp;quot;เผยรัฐมนตรี 16 ชาติอาร์เซ็ป ปิดจุดอ่อนการเจรจาโค้งสุดท้าย หลังหลายประเทศมีเลือกตั้ง เปลี่ยนรัฐบาลใหม่ หวั่นถ่วงการเจรจาให้ล่าช้า วางเกณฑ์เข้ม ย้ำจากนี้ไปการเจรจาต้อง หวังให้บรรลุผลทุกเรื่องในสิ้นปีนี้ที่ไทยเป็นประธานอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;05 มี.ค. 62 น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 7 ระหว่างอาเซียนและคู่เจรจา 16 ประเทศ ณ เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา โดยการประชุมครั้งนี้รัฐมนตรีอาร์เซ็ปยืนยันความตั้งใจของผู้นำอาร์เซ็ปที่จะสรุปผลการเจรจาทั้งหมดให้ได้ในปีนี้ แม้จะมีความกังวลต่อความท้าทายต่างๆ รวมถึงความท้าทายจากท่าทีการเจรจาที่แข็งกร้าวและความต้องการปกป้องอุตสาหกรรมภายในของบางประเทศ ที่อาจทำให้อาร์เซ็ปไม่สามารถหาสมดุลของผลประโยชน์ระหว่างสมาชิกได้ตามเป้าหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้ร่วมกันวางแผนงานที่ชัดเจนสำหรับการเจรจา และให้ความเห็นชอบแผนการทำงานของปี 2562 รวมทั้งเน้นย้ำให้คณะทำงานเร่งเจรจาให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยการเจรจารอบบาหลีเมื่อเดือนก.พ.2562 ที่ผ่านมา มีความคืบหน้าทั้งเรื่องการเปิดตลาดสินค้า บริการ และการลงทุน รวมถึงเรื่องกฎเกณฑ์ ซึ่งได้มีการตั้งเป้าให้ทุกระดับของการเจรจาเร่งดำเนินการเจรจาอย่างเข้มข้น ก่อนที่รัฐมนตรีอาร์เซ็ปจะพบกันอีกครั้งในเดือนส.ค. นี้ ซึ่งรัฐมนตรีอาร์เซ็ปเน้นย้ำให้ทุกประเทศเพิ่มความพยายามในการใช้กลไกให้มากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ในระหว่างการประชุมครั้งนี้ ไทยได้หารือสองฝ่ายกับจีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ซึ่งรัฐมนตรีแต่ละประเทศต่างเน้นย้ำถึงเป้าหมายการเจรจา และพร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุนไทยในฐานะประธานอาเซียนผลักดันการเจรจาให้สำเร็จในปีนี้ โดยไทยได้เสนอเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมทุกระดับในปีนี้ หากประเทศสมาชิกไม่พร้อมเป็นเจ้าภาพ เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกอาร์เซ็ปได้เร่งผลักดันการเจรจาให้คืบหน้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30564</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุติมา บุณยประภัศร, พาณิชย์, อาร์เซ็ป, อาเซียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8c7a46bfc8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
