<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78817</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2020 22:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2020 22:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นากอร์โน-คาราบัก&#039;ทำเดือด อาเซอร์ไบจานเปิดศึกอาร์เมเนีย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานเปิดศึกกันเมื่อวันอาทิตย์ สืบจากความขัดแย้งเก่าแก่เรื่องดินแดนนากอร์โน-คาราบักที่ประกาศเอกราชจากอาเซอร์ไบจาน อาร์เมเนียประกาศกฎอัยการศึกเรียกเกณฑ์ไพร่พลพร้อมรบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารและสมาชิกสหพันธ์ปฏิวัติอาร์เมเนียรวมพลกันที่กรุงเยเรวานเมื่อวันอาทิตย์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีกล่าวว่า ทางการนากอร์โน-คาราบัก ดินแดนที่ประชากรส่วนใหญ่มีเชื้อสายอาร์เมเนียที่ประกาศเอกราชจากอาเซอร์ไบจานเมื่อปี 2534 ก็ประกาศกฎอัยการศึกและเรียกเกณฑ์ประชากรชายมาเป็นทหารเช่นกัน ภายหลังการปะทะเมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน ซึ่งต่างฝ่ายต่างโทษกันไปมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เตรียมพร้อมปกป้องมาตุภูมิอันศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา&amp;quot; นิโคล ปาชินยาน นายกรัฐมนตรีอาร์เมเนีย โพสต์เฟซบุ๊ก ขณะประกาศกฎอัยการศึกและเกณฑ์ทหาร ต่อมาเขากล่าวอีกว่า อาเซอร์ไบจาน &amp;quot;ประกาศสงคราม&amp;quot; กับชาวอาร์เมเนีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาร์เมเนียกล่าวว่า อาเซอร์ไบจานโจมตีทางอากาศและยิงปืนใหญ่โจมตีนากอร์โน-คาราบักก่อน แต่อาร์เซอร์ไบจานกล่าวว่า พวกเขาตอบโต้การยิงปืนใหญ่ของอาร์เมเนีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนของอาร์เมเนียกล่าวว่า มีพลเรือน 2 คน เป็นสตรีและเด็ก เสียชีวิตเพราะปืนใหญ่ของอาเซอร์ไบจาน ส่วนฝ่ายหลังกล่าวว่ามีพลเรือนอาร์เซอร์ไบจานเสียชีวิตหลายราย และบาดเจ็บ 6 ราย ขณะที่นากอร์โน-คาราบักบอกว่า มีเจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 10 นาย รายงานเหล่านี้ยังไม่ผ่านการตรวจยืนยันอย่างอิสระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างอาร์เมเนียที่เป็นคริสเตียน กับอาเซอร์ไบจานที่ส่วนใหญ่เป็นมุสลิม เรียกร้องให้สมาชิกอดีตสหภาพโซเวียตสองชาตินี้หยุดยิงโดยทันทีและจัดการเจรจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานขัดแย้งกันกรณีนากอร์โน-คาราบักมายาวนานนับแต่กบฏแบ่งแยกดินแดนเชื้อสายอาร์เมเนียยึดดินแดนนี้จากอาเซอร์ไบจานหลังโซเวียตล่มสลายช่วงทศวรรษ 1990 ที่ทำให้ล้มตายถึง 30,000 คน&amp;nbsp; สองชาติเคยทำความตกลงหยุดยิงเมื่อปี 2537 แต่พวกเขายังมักกล่าวโทษกันไปมาว่าอีกฝ่ายโจมตีใกล้กับนากอร์โน-คาราบักและตามแนวชายแดนที่แบ่งแยกสองประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความขัดแย้งนี้ทำให้ประเทศในภูมิภาคนี้และในโลกตะวันตกกังวลเพราะอาจก่อความไร้เสถียรภาพในภูมิภาคคอเคซัสใต้ ซึ่งเป็นระเบียงสำหรับท่อส่งก๊าซที่ขนส่งน้ำมันและก๊าซสู่ตลาดโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงกลาโหมอาร์เมเนียกล่าวว่า ทหารของพวกเขาทำลายรถถังของอาเซอร์ไบจานได้ 3 คัน และยิงเฮลิคอปเตอร์ตก 2 ลำ ยิงโดรน 3 ลำ ตอบโต้ที่อาเซอร์ไบจานโจมตีเป้าหมายที่เป็นพลเรือน รวมถึงกรุงสเตปานาเกิร์ต เมืองหลวงของนากอร์โน-คาราบัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านอาเซอร์ไบจานปฏิเสธคำแถลงของกระทรวงกลาโหมอาร์เมเนีย โดยบอกว่าพวกเขาได้เปรียบเหนือศัตรูที่แนวหน้า และกล่าวโทษกองทัพอาร์เมเนียว่าเปิดฉากโจมตีแบบจงใจและมีเป้าหมายตามแนวชายแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิลฮาม อาลีเยฟ ประธานาธิบดีอาเซอร์ไบจาน แถลงต่อประชาชนทางโทรทัศน์ว่า อาเซอร์ไบจานมีเหตุผลที่ถูกต้องในการปกป้องดินแดนของตน และจะชนะกองทัพอาร์เมเนีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงกลาโหมอาเซอร์ไบจานกล่าวว่า มีพลเรือนเสียชีวิตด้วยหลายคน แต่ไม่ระบุจำนวนแน่ชัด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78817</URL_LINK>
                <HASHTAG>นากอร์โน-คาราบัก, ประกาศกฎอัยการศึก, อาร์เมเนีย, อาเซอร์ไบจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200927/image_big_5f70ab994b631.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49225</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2019 21:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2019 21:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาคองเกรสผ่านมติชี้ชัด เติร์กฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อาร์เมเนีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกีกริ้วจัด สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติรับรองเป็นครั้งแรกว่าการสังหารชาวอาร์เมเนียโดยจักรวรรดิออตโตมันเติร์กสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 เป็น &amp;quot;การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์&amp;quot; ขู่จะเอาคืนแบบเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อาคารรัฐสภาสหรัฐในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีแอร์โดอันของตุรกีแถลงทางโทรทัศน์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตอบโต้การลงมติของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อวันอังคารว่า &amp;quot;ไร้ค่า&amp;quot; และเป็นการดูถูกชาวตุรกีอย่างรุนแรงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นรัฐบาลตุรกีเรียกเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงอังการาเข้าพบ ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศเมฟลุต คาวูโซลู กล่าวว่า การลงมติของสหรัฐครั้งนี้เป็นการ &amp;quot;แก้แค้น&amp;quot; ที่ตุรกีเปิดปฏิบัติการในตุรกี และได้ลงนามกับรัฐบาลสหรัฐและรัฐบาลรัสเซีย เพื่อให้มั่นใจว่ากองกำลังชาวเคิร์ดจะถอนตัวพ้นพื้นที่ชายแดนตุรกี-ซีเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตุรกียืนกรานปฏิเสธคำกล่าวหาเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอาร์เมเนียสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยอ้างว่ามีทั้งชาวอาร์เมเนียและชาวตุรกีเสียชีวิตในเหตุการณ์นั้น การลงมติของสภาคองเกรสด้วยคะแนน 405 ต่อ 11 เสียงเมื่อวันอังคารเป็นการผ่านข้อมติรับรองเป็นครั้งแรกว่าเหตุการณ์นั้นเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอาร์เมเนีย แม้ว่าการเสนอข้อมติที่มีถ้อยคำแบบเดียวกันจะเคยล้มเหลวมาตลอดหลายสิบปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐจากพรรคเดโมแครต กล่าวว่า นางรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมกับเพื่อนสมาชิกรำลึกการสังหารหมู่ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในศตวรรษที่ 20 เป็นการสังหารอย่างเป็นระบบโดยจักรวรรดิออตโตมัน ที่ฆ่าผู้ชาย, ผู้หญิง และเด็กชาวอาร์เมเนียมากกว่า 1.5 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันมีราว 30 ประเทศที่รับรองว่าเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างปี พ.ศ.2458-2460 เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอาร์เมเนีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอร์โดอันกล่าวว่า การลงมติของสภาคองเกรสเกิดจากแรงจูงใจทางการเมือง และขู่ว่า สภาผู้แทนราษฎรของตุรกีจะผ่านข้อมติตอบโต้ เขาไม่ได้ระบุชัดว่าจะเป็นข้อมติเรื่องใด แต่ที่ผ่านมาแอร์โดอันเคยกล่าวสุนทรพจน์ถึงการกระทำทารุณโหดร้ายต่อชนพื้นเมืองอเมริกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเทศที่มีประวัติศาสตร์เต็มไปด้วยรอยด่างพร้อยของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และระบบทาส ไม่มีสิทธิจะพูด หรือสอนตุรกี&amp;quot; เขากล่าวเมื่อวันพุธ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49225</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์, จักรวรรดิออตโตมัน, สภาคองเกรส, อาร์เมเนีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191030/image_big_5db995d0ca849.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2019 01:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2019 01:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นไม่ปลอดภัย&quot;ปืน&quot;ตัด&quot;มาคิตาริยาน&quot;ศึกชิงดำยูโรป้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
อาร์เซนอล ได้มีการยืนยันแล้วว่า เฮนริคห์ มาคิตาริยาน จะไม่ได้ร่วมเดินทางไปทำศึก ยูโรปา ลีก นัดชิงชนะเลิศ ในสัปดาห์หน้า ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาคิตาริยาน กัปตันทีมชาติอาร์เมเนีย ได้รับการรับประกันเรื่องความปลอดภัยจากทาง ยูฟ่า ว่าเขาจะไม่ได้รับอันตรายระหว่างที่อยู่ใน อาเซอร์ไบจาน เพื่อนบ้านที่มีข้อพิพาทระหว่างประเทศกันอยู่ แต่ อาร์เซนอล ไม่ต้องการเสี่ยง และตัดสินใจสรุปไปเรียบร้อยว่า จะไม่ให้ เขาร่วมเดินทางไปด้วย เพราะไมใช่แค่ตัวเขาเองที่กังวล เพื่อนร่วมทีมคนอื่น ก็อาจไม่สบายใจไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ อาร์เมเนีย กับ อาเซอร์ไบจาน สองประเทศนี้มีความขัดแย้งกันมานาน เหนือดินแดนพิพาท &amp;quot;นากอร์โน-คาราบัคห์&amp;quot; มีการปะทะเดือดกันมาหลายหนบริเวณชายแดน ซึ่งสองประเทศนี้ได้ยุติความสัมพันธ์ทางการฑูตมาตั้งแต่ปี 1994
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาร์เซนอล ที่จะเจอกับ เชลซี ในนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอล ยูโรปา ลีก ที่เมืองบากู วันที่ 29 พฤษภาคมนี้ มีนักเตะหนึ่งคนที่มีเชื้อสาย อาร์เมเนีย และเป็นที่กังวลว่าจะนักเตะอาจได้รับอันตรายหรือกลายเป็นเป้าโจมตีเมื่อเข้าไปอยู่ในอาเซอร์ไบจาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาร์เซนอล ออกถ้อยแถลงเมื่อวันอังคาร ระบุว่า ทางสโมสรได้พิจารณาทางเลือกหลายอย่างแล้วสำหรับมิคกีที่จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมในนัดชิงชนะเลิศ แต่ภายหลังที่ได้ปรึกษาหารือกันอย่างดีแล้วในเรื่องนี้กับ มิคกี้ และครอบครัวของเขา ทั้งหมดเห็นพ้องกันว่าจะไม่ให้เขาต้องร่วมเดินทางไปอาเซอร์ไบจานด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางสโมสรยังเปิดเผยด้วยว่าได้มีการส่งจดหมายแจ้งต่อไปยัง ยูฟ่า แล้ว และเสียใจที่ต้องตัดสินใจแบบนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มิคกี้ ก็เป็นผู้เล่นระดับคีย์เพลเยอร์ของทีมในการทะลุเข้าถึงนัดชิงชนะเลิศ ซึ่งการขาดเขาไปก็ถือว่าเป็นความเสียหายของทีมเพราะจะขาดผู้เล่นสำคัญในเกมตัดสินแชมป์ และเหตุการณ์แบบนี้ไม่น่าเกิดขึ้นในกีฬาฟุตบอล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามทาง อาร์เซนอล ยืนยันว่า มิคกี้ จะยังคงร่วมซ้อมกับทีมไปจนกว่าจะเดินทางไปยังบากูในช่วงสุดสัปดาห์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน มาคิตาริยาน ใช้อินสตาแกรม โพสต์ข้อความ บอกว่า หลังจากที่ได้พิจารณาหลายทางเลือกแล้ว ก็จำเป็นที่จะต้องตัดใจ ไม่ร่วมเดินทางไปพร้อมกับทีมสำหรับนัดชิงชนะเลศ ยูโรปาลีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันเป็นเกมที่ไม่ได้เจอได้ง่ายๆนักสำหรับเรา แต่ผมคงต้องยอมรับกับสถานการณ์ ผมเสียใจที่พลาดนัดสำคํญอย่างนี้ ผมจะเอาใจช่วยเพื่อนร่วมทีมของผมให้สู้ และเอาถ้วยแชมป์กลับมายังสโมสรให้ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาร์เซนอล กับ มาคิตาริยาน เลือกการตัดสินใจนี้แม้ทางสมาคมฟุตบอลอาเซอร์ไบจานเองยินดีให้ นักเตะได้เล่นในนัดชิงชนะเลิศ ที่สนามโอลิมปิก สเตเดี้ยม ที่ บากู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทาง เอลคาน มามมาดอฟ เลขาอาฟฟา ยืนยันกับสื่อเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า พวกเขาได้จัดการเอกสารที่จำเป็นทุกอย่างเพื่อเปิดทางให้ มาคิตาริยาน เข้าประเทศ พร้อมทั้งยืนยันว่า เรื่องการเมือง และกีฬาควรแยกจากกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ อาร์เซนอล เคยต้องเล่นกับ การาบัก เมื่อปีที่แล้ว และมีการันตีแบบเดียวกัน แต่ตอนนั้น ทางโค้ชตัดสินไม่พา มาคิตาริยาน มาด้วย แต่เหตุผลตอนนั้นคือนักเตะน่าจะมีปัญหาบาดเจ็บอยู่ ทาง มามมาดอฟ แสดงความเสียดายต่อทางทีมปืนใหญ่ โดยยืนยันว่า นักกีฬา อาร์เมเนีย ที่เคยต้องมาทำหน้าที่ที่ บากู ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีรายงานว่าเกิดเหตุไม่ปลอดภัยใดๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36449</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, บากู, ฟุตบอล, ยูโรป้า ลีก, อาร์เซนอล, อาร์เมเนีย, อาเซอร์ไบจาน, เชลซี, เฮนริคห์ มาคิตาริยาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190522/image_big_5ce443342f879.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8788</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2018 21:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2018 21:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐสภาอาร์เมเนียเลือกผู้นำประท้วงเป็นนายกฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐสภาอาร์เมเนียลงมติรับรอง &amp;quot;นิโคล พาชินยาน&amp;quot; ผู้นำฝ่ายค้านที่นำการชุมนุมประท้วงพรรครัฐบาลมานานหลายสัปดาห์ เป็นนายกรัฐมนตรีแล้วเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิโคล พาชินยาน โบกมือให้ผู้สนับสนุนภายหลังได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีอาร์เมเนียคนใหม่ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอาร์เมเนียลงมติ 59 ต่อ 42 เมื่อวันอังคารที่ 8 พฤษภาคม 2561 รับรองนิโคล พาชินยาน ผู้นำฝ่ายค้านเป็นนายกรัฐมนตรี โดยเขาเป็นคนเดียวที่ได้รับการเสนอชื่อในตำแหน่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรครีพับลิกันที่เป็นพรรครัฐบาลและครองเสียงข้างมาก โดยมี 58 ที่นั่ง จากทั้งหมด 105 ที่นั่งในรัฐสภา ไม่ยอมลงมติรับรองพาชินยานเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ทั้งที่ก่อนหน้านี้บอกว่าจะรับรอง ทำให้ชาวอาร์เมเนียออกมาชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ในกรุงเยเรวานและอีกหลายเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พาชินยาน วัย 42 ปี กล่าวว่า งานแรกของเขาคือการนำชีวิตปกติกลับมาสู่ประเทศ และให้สัญญาว่าคอร์รัปชันจะหมดไปจากอาร์เมเนียและจะไม่มีการก่อกวนทางการเมืองอีกต่อไป ส่วนความร่วมมือทางทหารกับรัสเซียยังคงเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับความมั่นคงของประเทศนี้ซึ่งยังมีความขัดแย้งกับอาเซอร์ไบจาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ อาร์เมเนียจะพัฒนาความสัมพันธ์กับชาติต่างๆ ในยุโรปและชาติอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐ, จอร์เจีย, อิหร่าน, จีน และอินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พาชินยานเคยเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ก่อนเข้าสู่แวดวงการเมือง โดยก่อตั้งพรรคซีวิลคอนแทรกต์ ที่ได้รับเลือกเข้าสู่รัฐสภาเมื่อปี 2560 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตรพรรคฝ่ายค้าน พาชินยานเป็นผู้นำประชาชนประท้วงพรรครัฐบาลหลายสัปดาห์ จนนำไปสู่การลาออกของนายกรัฐมนตรีเซิร์ช ซาร์กเซียน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8788</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิโคล พาชินยาน, ผู้นำประท้วง, อาร์เมเนีย, เซิร์ช ซาร์กเซียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180508/image_big_5af1ae0606cd4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
