<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 18:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 18:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บช.น.-ภ.7 ตั้งคกก.สอบปืนหลวง 18 กระบอก ถูกแก๊งค้าอาวุธเถื่อนโพสต์ขายออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย.64 - มีรายงานความคืบหน้ากรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ทลายเครือข่ายค้าอาวุธปืนออนไลน์หลายพื้นที่ทั้งกรุงเทพฯ สมุทรปราการ ราชบุรี สงขลา พร้อมด้วยผู้ต้องหาหลายราย ยึดอาวุธปืนยาวปืนสั้น จำนวน 154 กระบอก ระเบิด 14 ลูก และเครื่องกระสุน อุปกรณ์ยุทภัณฑ์จำนวนมาก พบว่าเครือข่ายค้าปืนเถื่อนออนไลน์มีเงินหมุนเวียนกว่าร้อยล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังเจ้าหน้าที่กองปราบ นำอาวุธปืนทั้งหมดที่ยึดได้ส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบพบว่าปืนสั้น ยี่ห้อสมิธแอนด์เวสสัน ซิกซาวเออร์ และกล็อก จำนวน 18 กระบอก มีสัญลักษณ์ตราโล่ติดอยู่และทราบว่าเป็นปืนหลวงที่เบิกมาใช้ในราชการ โดยจำแนกเป็นปืนจาก สน.บางเสาธง 1 กระบอก ,สน.ธรรมศาสา 5 กระบอก ,สน.หลักสอง 5 กระบอก ,กก.สส.ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม 2 กระบอก ,สภ.พุทธมณฑล จว.นครปฐม 2 กระบอก ,สภ.กระทุ่มแบน จว.สมุทรสาคร 1 กระบอก ,สภ.โคกขาม จว.สมุทรสาคร 1 กระบอก ,ส่วนอีก 1 กระบอกที่เหลือ อยู่ระหว่างตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากแนวทางสืบสวนเชื่อว่าปืนหลวงทั้ง 18 กระบอก ที่อยู่ในความครอบครองของเครือข่ายค้าอาวุธ เกิดจากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจบางนายแอบนำปืนหลวงที่เบิกออกมาไปจำนำกับนายทุนที่อยู่ในเครือข่ายดังกล่าวเป็นก่อนถูกกองปราบบุกจับกุม ล่าสุด บช.น.และ บช.ภ.7 ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงหากพบเจ้าหน้าที่กระทำความผิดจริงจะถูกดำเนินการทางวินัยร้ายแรงโทษถึงให้ออกจากราชการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106359</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองปราบปราม, อาวุธปืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c739c4b7c83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2020 19:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2020 19:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.เร่งล่าตัวคนร้ายบุกเข้าร้านค้าชักปืนจี้สาวเจ้าของปั๊มน้ำมันกลางวันแสกๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.63 - เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง &amp;nbsp;ในหมู่บ้านกาเจาะ ต.หนองกี่ &amp;nbsp;อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ เพื่อหาข้อมูลเบาะแสในการติดตามตัวคนร้าย หลังเกิดเหตุคนร้ายเป็นชาย ขับขี่รถจักรยานยนต์สีน้ำเงิน ยี่ห้อฮอนด้า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน &amp;nbsp;สวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบปิดใบหน้า &amp;nbsp;สวมกางเกงยีนส์ขายาว และเสื้อคลุมแจ็ตแก๊ตแขนยาว สีดำ &amp;nbsp;เข้าไปใช้อาวุธปืนจี้ น.ส.ทรายทอง &amp;nbsp;สงครามรอด &amp;nbsp;อายุ &amp;nbsp;24 &amp;nbsp;ปี ซึ่งเป็นเจ้าของปั๊ม ตอนกลางวันแสกๆ เวลาประมาณ 12.30 น.เมื่อวานนี้ &amp;nbsp;แล้วขู่บังคับให้ น.ส.ทรายทอง &amp;nbsp;ปลดกระเป๋าคาดเอวที่ไว้สำหรับใส่เงินจากการเติมน้ำมันและขายของให้กับลูกค้า &amp;nbsp;โดยภายในกระเป๋ามีเงินประมาณ 2,500 บาท &amp;nbsp;จากนั้นคนร้ายก็ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้วงจรปิดที่ทางปั๊มน้ำมันติดตั้งไว้สามารถบันทึกภาพรูปพรรณและพฤติการณ์ของคนร้ายได้อย่างชัดเจน &amp;nbsp;โดยในภาพวงจรปิดจะเห็นคนร้ายขับรถจักรยานยนต์เข้ามาภายในปั๊มช่วงที่ไม่มีลูกค้า แล้วขับตรงเข้าไปจอด บริเวณหน้าบ้านที่เปิดเป็นร้านขายของชำภายในปั๊ม จากนั้นคนร้ายได้เดินลงจากรถพร้อมถือปืนเดินตรงไปหาผู้เสียหายที่นั่งอยู่บนโซฟาภายในร้าน แล้วใช้ปืนขู่บังคับเอากระเป๋าเงิน ก่อนจะเดินกลับไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดติดเครื่องไว้ ขับหลบหนีไป โดยใช้เวลาก่อเหตุไม่ถึง 1 นาที ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองกี่ ได้รวบรวมข้อมูลหลักฐาน ภาพจากกล้องวงจรปิด &amp;nbsp;เร่งติดตามล่าตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57970</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุรีรัมย์, ปั๊มน้ำมัน, อาวุธปืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200223/image_big_5e52740eed1a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2019 07:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2019 07:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดาบตำรวจคลั่งกราดยิงบ้านส.ส.ตรังพรรคปชป.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ต.ค.62-ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่บ้านเลขที่ 226 ถ.ตรัง-ปะเหลียน อ.ทุ่งกระบือ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรัง เขต 3 และนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ (พ่อ) อดีต ส.ส.ตรัง หลายสมัย และประธานกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทยราษฎร &amp;nbsp;โดยต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมตัวผู้ก่อเหตุไปยัง สภ.ย่านตาขาวพร้อมของกลาง 357 สมิทแอนเวสสัน ไม่มีทะเบียน ยิงไป 5 นัด เหลือ 1 นัดมีการใช้งานแต่ไม่ลั่น &amp;nbsp;ปืนครก.30 หรือ 11 มม.มีทะเบียน บรรจุ 10 นัด ยิงหมดกระสุนหมดแม็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พ.ต.อ.พูลศักดิ์ เซ็งแซ่ รอง ผกก.อำนวยการ ปจว.ตรัง รักษาการแทน ผกก.สภ.ย่านตาขาว พร้อมด้วย ร.ต.อ.สุวิทย์ สุวรรณราช ร้อยเวรสอบสวน สภ.ย่านตาขาว &amp;nbsp;พ.ต.ท.จุลพงศ์ อัตบุตร &amp;nbsp;สารวัตรสืบสวน สภ.ย่านตาขาว และกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดตรัง &amp;nbsp;นำตัวผู้ก่อเหตุคือ ด.ต.สุรพงค์ จิตรบุญ อายุ 41 ปี ตำรวจสายตรวจ สภ.ย่านตาขาว ซึ่งได้ย้ายมาจากสายตรวจตำบลนาชุมเห็ด &amp;nbsp;อ.ย่านตาขาว ได้ 4 เดือนกว่า หลังจากก่อเหตุอาละวาดควงปืนจำนวน 2 กระบอก 357 และ 11 มม. กราดยิงบ้าน ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ โดนประตูบ้าน 2 นัด พบปลอกกระสุน 1 ปลอก หล่นตกอยู่ ก่อนพยายามใช้ปืนยิงเจ้าหน้าที่ขณะเข้าทำการควบคุมตัว เข้าสอบปากคำพูดจาสับสนวกวนตลอดการสอบปากคำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นทราบว่า หลังจากที่ด.ต.สุรพงค์ก่อเหตุเมื่อช่วงเวลา 00.15 น. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ย่านตาขาว นำโดย พ.ต.ท.จุลพงศ์ อัตบุตร &amp;nbsp;สารวัตรสืบสวน สภ.ย่านตาขาว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ 8 นาย เข้ารวบตัวได้ที่บ้านซึ่งมีแม่ ภรรยาและลูก อาศัยอยู่ด้วยกัน &amp;nbsp;ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงบ้านได้เรียกตัว ด.ต.สุรพงค์ ผู้ก่อเหตุมาคุยกันที่หน้าบ้าน ปรากฏว่าคุยกันไม่รู้เรื่องก่อนที่ด.ต.สุรพงค์ จะคว้าปืนที่พกออกมาเพื่อจะยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่จึงชาร์ตตัวอย่างรวดเร็วคว้าตัวเอาไว้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ด.ต.สุรพงค์ เคยก่อเหตุก่อกวนที่หน้าบ้านของ ส.ส.มาแล้วเมื่อ 3-4 เดือนก่อน ขณะที่ปฏิบัติงานอยู่ที่ สภ.ปะเหลียน ซึ่งคาดว่าด.ต.สุรพงค์มีความในใจหรืออคติกับนักการเมืองเพราะเมื่อมีอาการคุ้มคลั่งก็จะอาละวาดบ้านของนักการเมือง หรือเจอรถก็จะเข้าทำลาย &amp;nbsp;แต่เมื่ออาการปกติดี สอบถามก็ไม่รู้เรื่องและไม่รู้จักนักการเมืองหรือสนิทสนมกับนักการเมืองคนใดเลย และผลการตรวจปัสาวะพบเป็นสีม่วง
จึงแจ้งข้อหามีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนญาตและพกพาในที่สาธารณะ และข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ และจะนำตัวทำแผนประกอบรับคำสารภาพสถานที่เกิดเหตุช่วงเช้าวันนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48482</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดาบตำรวจคลั่ง, ตำรวจ, ยิงบ้านส.ส.ตรัง, อาวุธปืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191021/image_big_5dacfc38e9d26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31897</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2019 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2019 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รองสารวัตรจราจร&#039;สภ.ตรังเครียดใช้อาวุธปืนยิงขมับฆ่าตัวตายคาแฟลตตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 มี.ค.62- ร.ต.อ ฉลองรัฐ ขาวปาน ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองตรังได้รับแจ้งเหตุมีตำรวจยิงตัวตายบนแฟลตตำรวจชั้น 4 ห้องเลขที่ 37 ห่างจาก สภ.เมืองตรังประมาณ 300 เมตร จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และเดินทางไปพร้อมด้วย พล.ต.ต นุกูล ไกรทอง ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ตรัง รองผู้บังคับการการตำรวจภูธรจังหวัด และผู้กำกับการสภ.เมืองตรัง เมื่อไปถึงพบศพของ ร.ต.อ นราธิป สาโรจน์ อายุ 43 ปี ตำแหน่งรองสารวัตรจราจร สภ.เมืองตรัง ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 มม.เข้าที่ขมับขวา 1 นัดเสียชีวิตคาห้องพัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบปากคำทราบว่า เมื่อกลางดึกเวลาประมาณ 01.00 น. ตำรวจห้องข้างเคียงได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัดแต่ไม่มีใครสนใจ จนกระทั่งเวลาประมาณ 08.00 น. มีลูกน้องของ ร.ต.อ นราธิป&amp;nbsp;ผู้ตายมาเรียกเพื่อให้ไปเข้าเวรตามปกติ แต่ไม่ได้ยินเสียงตอบ จึงแหวกม่านหน้าต่างออกดู พบว่าผู้กองยิงตัวตายแล้ว &amp;nbsp;โดยผู้ตายนั้นพักอยู่ในแฟลตตำรวจเพียงลำพัง ส่วนภรรยากับลูก ๆ อาศัยอยู่ใน จ.พัทลุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้านพล.ต.ต นุกูล ไกรทอง ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ตรังกล่าวว่า คาดว่าน่าจะเกิดจากปัญหาส่วนตัว แต่ไม่ทราบว่ามีโรคประจำตัวหรือไม่ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องงาน โดยหลังจากนี้ จะให้ทั้ง 14 โรงพักใน จ.ตรัง สำรวจปัญหาของตำรวจตั้งแต่ชั้นประทวนถึงชั้นสัญญาบัตร ว่ามีความเครียดมากน้อยเพียงใด หากพบก็จะให้เข้ารับการบำบัดกับนักจิตวิทยาอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันปัญหาการฆ่าตัวตายจากภาวะซึมเศร้าหรืออาการเครียดดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31897</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าตัวตาย, ตำรวจ, สภ.เมืองตรัง, อาวุธปืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190321/image_big_5c933df47b59e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30078</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2019 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2019 16:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้การอยุธยารู้แล้วใครคือตำรวจโจรฉกปืน 11 กระบอก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจาก www.thaipolicenews.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.พ.62 - พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา) กล่าวถึงการดำเนินการแจ้งความเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องลักลอบนำปืน ซิกเซาเออร์&amp;nbsp;P320 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดซื้อเป็นสวัสดิการให้กับข้าราชการตำรวจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จาก กองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (กก.สส.ตร.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา) หลังความแตกที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง จับกุมตัวนายอาทิตย์ หาญพาณิชกิจ พร้อมด้วยอาวุธปืน อาวุธปืนซิกซาวเออร์&amp;nbsp;p320 ขนาด 9 มม.ตราโล่ หมายเลขประจำปืน&amp;nbsp;T60113287 เป็นเลขปืนที่มอบให้ กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกระสุน 12นัด อ้างว่ารับจำนำมาราคา 20,000บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ว่า หลังทราบเรื่องได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงโดยมี พ.ต.อ.ภูวิดิช ชนะคชภัทร์ รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เป็นหัวหน้าชุดสืบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ได้ประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจังหวัดและพื้นที่เร่งติดตามนำอาวุธปืนกลับคืนมาให้หมด ยังเหลืออีก 10 กระบอก คดีมีความคืบหน้าไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนการติดตามตัวคนร้าย ยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจใน กก.สส.ตร.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เกี่ยวข้องด้วยแน่นอน อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนที่มีข่าวออกไปว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจยศ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ด.ต.&amp;rdquo;&amp;nbsp;2 นาย ที่ถือกุญแจเปิดคลังอาวุธปืนเกี่ยวข้องนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียด เบื้องต้นพบว่ายังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.โชคชัย ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยต่อว่า จากการสอบสวนล่าสุดพอจะทราบตัวคนร้ายซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจใน กองสืบฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;1 รายมีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนมูลเหตุน่าจะมาจากเรื่องส่วนตัว ซึ่งอยู่ระหว่างให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามตัวอย่างใกล้ชิด ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงานนิดหนึ่งยืนยันว่าคดีมีความคืบหน้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30078</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ปืนหาย, พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์, อาวุธปืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190227/image_big_5c76557b20ee1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25904</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2019 08:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2019 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แก๊งวัดเดิม&#039;ยิงโจ๋วัย 17 ปีคู่อริหลังเขม่นจากเที่ยวสถานบันเทิงชุมพร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ม.ค.62- เมื่อเวลา 02.15 น. พ.ต.ท.วิชัย แสงวิเชียร รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.เมืองชุมพร รับแจ้งเหตุคนถูกยิงเสียชีวิต ที่ถนนไตรรัตน์ ตำบลท่าตะเภา อ.เมือง จ.ชุมพร จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิชุมพร พบที่เกิดเหตุเป็นย่านชุมชนใกล้กับร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง ตรงข้ามกับโรงเรียนเทศบาลเมืองชุมพร และห่างจาก สภ.เมืองชุมพร ประมาณ 300 เมตร บริเวณฟุตปาทหน้าอาคารพาณิชย์พบศพทราบชื่อคือ นายราเมศวร์ นาคสังข์ อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101/2 หมู่ 2 ตำบลวังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร สภาพศพนอนหงายหน้านุ่งกางเกงยีนส์ใส่เสื้อยืดคอกลมแขนยาวสีเขียว มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืนลูกซอง 1 นัด กระสุนเข้าที่ต้นขวา 5 รู กลางหน้าอก 8 รู &amp;nbsp;ห่างออกไปทางทิศเหนือประมาณ 100 เมตร มีรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ 125 สีน้ำเงิน ทะเบียน กนน 286 สมุทรสาคร ของผู้ตายลักษณะล้มอยู่ชิดกับขอบฟุตปาทและมีรองเท้าแตะ 1 คู่ของผู้ตายตกอยู่ใกล้ๆกัน นอกจากนั้นที่เกิดเหตุยังมีรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีเทา ทะเบียน 1กฌ 4498 ชุมพร ซึ่งทราบว่าเป็นของเพื่อนผู้ตายที่มาเที่ยวด้วยกันเสียหลักล้มอยู่กลางถนนอีก 1 คัน ซึงเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้นำตัวไปสอบในฐานะพยาน
&amp;nbsp;
สอบสวนเพื่อนๆผู้ตายทราบว่าก่อนเกิดเหตุนายราเมศวร์ผู้ตาย พร้อมเพื่อนๆชายหญิงเกือบ 10 คน เดินทางมาจากบ้านเสียบญวน ซึ่งอยู่นอกตัวเมืองชุมพร ได้มาเที่ยวที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งแถวถนนประชาอุทิศ เขตเทศบาลเมืองชุมพร แล้วเกิดเขม่นมีเรื่องกระทบกระทั่งกันกับกลุ่มวัยรุ่นขาใหญ่ แก๊งวัดเดิม ซึ่งอยู่ในเขตตัวเมืองชุมพร และเป็นคู่อริไม่ชอบหน้ากันมาก่อน จนกระทั่งสถานบันเทิงปิดทั้ง 2 ฝ่ายได้ออกมาเจอกันที่ด้านหน้าแล้วเกิดมีปากเสียงกันอีกแต่ก็ไม่ถึงขั้นชกต่อยทะเลาะวิวาทกัน แล้วต่างฝ่ายต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
&amp;nbsp;
ขณะที่นายราเมศวร์ขับรถจักรยานยนต์จะกลับบ้านรู้ตัวว่ามีแก๊งวัยรุ่นคู่อริได้ขับรถโตโยต้า รุ่นยาริส สีขาว ไม่ทราบทะเบียนขับไล่ตามหลังมาจึงเร่งเครื่องหลบหนีไปทางหน้า สภ.เมืองชุมพร &amp;nbsp;แต่ไม่ทันถูกรถคันดังกล่าวขับแซงปาดหน้าจนนายราเมศวร์ต้องเบรคจอดรถจักรยานยนต์ที่ขอบฟุตปาท แล้วถูกวัยรุ่นคู่อริคนที่นั่งอยู่ข้างคนขับได้ลดกระจกเตรียมไว้แล้วใช้ปืนลูกซองสั้นจ่อยิงไปที่ร่าง 1 นัด &amp;nbsp;แต่นายราเมศวร์ไม่ตายทันทีได้ทิ้งรถจักรยายนต์วิ่งหลบหนีไปจนเกือบถึงหน้าร้านสะดวกซื้อซึ่งอยู่ห่างจาก สภ.เมืองชุมพร เพียง 300 เมตร แล้วล้มลงขาดใจตายดังกล่าว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ชื่อมือปืนและรถเก๋งคันก่อเหตุแล้วอยู่ระหว่างสอบปากคำเพื่อนๆผ้เห็นเหตุการณ์และรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆเพื่อขออนุมัติหมายจับต่อไปแล้ว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25904</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ชุมพร, ตำรวจ, ยิงคู่อริ, อาวุธปืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190107/image_big_5c32a41f7397e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25432</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2018 15:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2018 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแป๊ะ&#039;สั่งล่ามือปืนยิงว่าที่ผู้สมัครส.ส.มุกดาหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ธ.ค.61-พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีนายพร้าว บับพราน ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 2 จ.มุกดาหาร พรรคทางเลือกใหม่ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิต ในเขตพื้นที่ สภ.เมืองมุกดาหาร จว.มุกดาหารว่า คดีนี้อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน โดยมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุในครั้งนี้สันนิษฐานว่าเกิดจากเหตุความขัดแย้งส่วนตัว แต่ยังไม่ตัดประเด็นอื่นทิ้งไป โดยพนักงานสอบสวนสอบปากคำพยานไปแล้วจำนวนหนึ่งทั้งนี้ยังคงต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คดีนี้พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เร่งจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เพราะถือคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ สร้างความตื่นตระหนกให้แก่พี่น้องประชาชน พร้อมกันนี้ได้กำชับผู้บังคับบัญชาทุกพื้นที่ ให้กำหนดมาตรการป้องกันเหตุ เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุร้ายขึ้นอีก โดยหากเกิดเหตุต้องติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดได้โดยเร็ว ทั้งนี้พนักงานสอบสวนต้องดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน ด้วยความรอบครอบ รวดเร็ว เป็นธรรม อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงกับผู้ที่ก่อเหตุเป็นสำคัญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25432</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, ว่าที่ผู้สมัครส.ส.มุกดาหาร, อาวุธปืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181031/image_big_5bd93e412eab7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
