<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37958</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บี้สางคลังแสงศรีสะเกษ กั๊กฟันพันแดงฮาร์ดคอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; สั่ง ตร.ขยายผลสอบเส้นทางอาวุธสงครามจำนวนมากถูกทิ้งที่ จ.ศรีสะเกษ &amp;quot;โฆษกกองทัพภาค 2&amp;quot; ยันไม่ใช่ของกองทัพไทย ชี้อาจเป็นอาวุธเก่าสมัยประเทศเพื่อนบ้านสู้รบกัน &amp;quot;ศรีวราห์&amp;quot; ลงตรวจจุดเกิดเหตุ เร่ง พงส.หาหลักฐานผู้ต้องสงสัย พร้อมเช็กไล่กล้องวงจรปิดทุกเส้นทาง ขีดเส้น 3 วันรายงานความคืบหน้า ระบุอาวุธล็อตนัมเบอร์ตรงกับกลุ่มโกตี๋เคยใช้ แต่ไม่ฟันธงเป็นของแดงฮาร์ดคอร์หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารเข้าตรวจสอบเหตุชาวบ้านทอดแหหาปลาพบกระสุนปืนจำนวนมาก ประกอบด้วย อาวุธสงครามเป็นกระสุนปืนอาร์พีจี 2 ใช้กับเครื่องยิงจรวดอาร์พีจี จำนวน 62 นัด, กระสุนเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 40 มม. ใช้กับเครื่องยิงเอ็ม 79 จำนวน 70 นัด, แท่งดินขับส่งอาร์พีจี 2 จำนวน 1 กล่อง, กระสุนปืนขนาด 7.62 มม. ใช้กับปืนเอเค 47 หรืออาก้า อีก 3 กล่อง บรรจุกล่องละ 700 นัด รวม 2,100 นัด บริเวณทางหลวงหมายเลข 24 ถ.สายโชคชัย-เดชอุดม ช่วงบริเวณสะพานข้ามห้วยกมด บ้านขนุนเหนือ หมู่ 15 ต.โสน อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2562 ต่อมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เดินทางไปตรวจสอบ พร้อมระบุมีลักษณะคล้ายคลึงกับอาวุธที่ยึดได้จากกลุ่มของนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ นักเคลื่อนไหวกลุ่มเสื้อแดง เนื่องจากมีหมายเลขล็อตนัมเบอร์เหมือนกันในช่วงชุมนุมทางการเมือง เมื่อปี 2553 และ 2557
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียด ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่ โดยเฉพาะเรื่องเส้นทางของอาวุธว่ามีความเป็นมาอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ระบุอาจจะเชื่อมโยงกับโกตี๋ นักเคลื่อนไหวเสื้อแดงกลุ่มเสื้อแดงฮาร์ดคอร์ รองนายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ ซึ่งเป็นการคาดการณ์ ตนไม่รู้ ส่วนจะต้องมีการกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลเรื่องอาวุธสงครามในช่วงนี้เป็นพิเศษหรือไม่นั้น คงต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อัครเดช บุญเทียม รองแม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะโฆษกกองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงว่า พื้นที่ที่ตรวจพบอาวุธสงครามเป็นเขตสู้รบช่วงที่ประเทศเพื่อนบ้านมีความขัดแย้งภายใน ไม่ได้เป็นอาวุธสงครามของกองทัพภาคที่ 2 หรือกองทัพบก เพราะรุ่นของอาวุธสงครามเก่ากว่าอาวุธที่อยู่ในความครอบครองถึง 40 &amp;nbsp;ปีมาแล้ว ส่วนจะเป็นของใคร มาซุกซ่อนไว้เพื่อวัตถุประสงค์อะไร ก็จะเป็นหน้าที่ของหน่วยข่าวกรองของกองทัพภาคที่ 2 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนของตำรวจภูธรภาค 3 ที่จะร่วมกันค้นหาความจริงต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะเป็นอาวุธที่นำมาเพื่อไปขายในตลาดมืดหรือไม่ หรือมีไว้เพื่อก่อเหตุร้ายที่ใด ก็กำลังติดตามอยู่ตลอด ส่วนที่สงสัยว่าอาจจะเกี่ยวโยงกับกลุ่มการเมืองในประเทศหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ เพราะต้องมีข้อมูลที่ชัดเจนกว่านี้ก่อน&amp;quot; พล.ต.อัครเดชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกองทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ขอฝากเตือนถึงประชาชน การมีอาวุธสงครามไว้ในครอบครองจะมีโทษหนัก ซึ่งในช่วงที่ คสช.เปิดโอกาสนิรโทษกรรมให้ผู้ครอบครองอาวุธสงครามนำมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ ก็ปรากฏว่ามีประชาชนนำมามอบให้จำนวนหลายตัน แม้ว่าช่วงนี้จะเลยช่วงนิรโทษกรรมมาแล้วก็ตาม ก็ยังมีช่องทางที่จะนำมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ทหารหรือตำรวจได้ หากผู้ครอบครองไม่ได้มีเจตนา ก็สามารถอนุโลมเพื่อไม่ให้ผิดกฎหมายได้ แต่อย่านำไปซุกซ่อน หรือนำไปทิ้งไว้ในที่ต่างๆ เพราะกลัวความผิด ซึ่งอาจจะเกิดอันตรายกับผู้บริสุทธิ์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ต.อ.ศรีวราห์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข รองผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบช.สพฐ.ตร.) และคณะ ลงพื้นที่บ้านขนุนเหนือ ต.สโน อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อประชุมติดตามคดีพบอาวุธระเบิดอาร์พีจี อาวุธปืนสงคราม M79 ลูกกระสุนปืนอาก้า และเชื้อปะทุจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า อาวุธสงครามที่พบมีทั้ง จรวดต่อสู้รถถัง (ชนิด PG2 ) จำนวน 62 ลูก ดินส่งต่อสู้รถถังหรือดินปะทุ (ชนิด PG2) 25 แท่ง ลูกระเบิด เอ็ม 79 จำนวน 70 ลูก กระสุนขนาด 7.62 จำนวน 4 ลัง จำนวน 2,800 นัด และดินขยายการระเบิด จรวดต่อสู้รถถัง 48 นัด ทุกรายการมีสภาพพร้อมใช้งาน ซึ่งแนวการสืบสวนยังไม่ระบุต้องรอรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่นหนา เบื้องต้นสั่งให้ขยายผลและหาหลักฐานผู้ต้องสงสัยตั้งแต่อำเภอใกล้เคียงกับจุดที่พบของกลาง ไปจนถึง อ.สะงำ จ.สุรินทร์ ตรวจสอบและไล่เช็กกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบ และจุดที่คาดว่าคนร้ายผ่าน ย้อนหลัง 1 เดือน สอบปากคำพยานแวดล้อม คนหาปลาทุกคน และตรวจสอบด่านตรวจคนเข้าเมืองต่างๆ ว่ามีบุคคลต้องสงสัยผ่านเข้า-ออกด้วยหรือไม่ โดยให้รายงานผลดำเนินการภายใน 3 วัน ส่วนการทำสวนคดีกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ตั้งคณะทำงานกำกับดูแลเพื่อความรอบคอบรัดกุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าการพบอาวุธสงครามในช่วงการเมืองร้อนแรงมีนัยหรือไม่ รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่การข่าวความมั่นคงยังไม่พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มป่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าที่บอกเชื่อมโยงกับกลุ่มโกตี๋ พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า อาวุธที่พบมีล็อตนัมเบอร์ตรงกันเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นของโกตี๋ โดยจะมีการสืบสวนว่าใครคือเจ้าของอาวุธ นำมาจากไหน เอาไปใช้เพื่อการใด ไม่หนักใจกับคดีนี้ ต้องรอการรวบรวมพยานแวดล้อมให้แน่นหนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ รอง ผบก.สปพ. ผู้เชี่ยวชาญด้านตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิด กล่าวว่า อาวุธสงครามเหล่านี้แม้จะถูกฝังจมอยู่ใต้ดิน แต่ทั้งหมดยังคงใช้การได้อยู่ เนื่องจากมีการคุมถุงพลาสติก เก็บรักษาไว้อย่างดี ยังคงใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม อาวุธสงครามทั้งหมดไม่ได้ผลิตในไทย แต่มาจากสหภาพโซเวียต บางส่วนก็มาจากสหรัฐอเมริกาและสิงคโปร์ ทั้งหมดไม่มีใช้ในกองทัพไทย ทหาร ตำรวจ ไม่เคยมีประวัติการใช้งาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข รอง ผบช.สพฐ.ตร. กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าอาวุธสงครามน่าจะนำมาทิ้งไว้ไม่เกิน 1 เดือน สังเกตจากลักษณะกระสอบที่บรรจุที่ยังคงสภาพดีอยู่ และเมื่อเปรียบเทียบข้อมูลการเกิดเหตุ พบว่ามีการใช้ระเบิดยิงแบบเอ็ม 79 และจรวดอาร์พีจีในช่วงการชุมนุมทางการเมือง ระหว่าง 2553-2557 เฉพาะพื้นที่ กทม. เนื่องจากตรวจสอบหมายเลขซีเรียลนัมเบอร์ตรงกับอาวุธที่เคยใช้ในสถานการณ์ครั้งนั้น โดยมีการใช้ระเบิดเอ็ม 79 ก่อเหตุและรับเป็นคดี จำนวน 55 คดี ส่วนจรวดอาร์พีจีเคยก่อเหตุ จำนวน 2 ครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไส ศรีราชัย ชาวบ้านที่พบอาวุธสงคราม ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า ปกติจะมีชาวบ้านมาทอดแหหาปลาบริเวณนี้ประจำ แต่ตนเองเพิ่งมาเป็นครั้งแรก ซึ่งก็หาปลาตามปกติ เมื่อทอดแห ก็พบกระสอบ ตอนแรกก็ปัดทิ้งไม่ได้สนใจอะไร พอทอดแหอีกครั้งก็เจออีก จนกระทั่งเจอวัตถุคล้ายระเบิด จึงแจ้งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านให้มาดู ยืนยันตนเองเป็นชาวบ้าน ทำมาหากินธรรมดาไม่ทราบเรื่องอะไร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37958</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายผลสอบเส้นทางอาวุธสงคราม, หนังสือพิมพ์, อาวุธสงคราม, อาวุธเก่าสมัยประเทศเพื่อนบ้านสู้รบกัน, ไม่ใช่ของกองทัพไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190607/image_big_5cfa6da4a5f56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
