<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16929</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2018 22:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2018 22:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนังสือเล่มใหม่เผย &#039;ทรัมป์&#039; สั่งลอบฆ่า &#039;อัสซาด&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หนังสือเล่มใหม่ของ &amp;quot;บ็อบ วูดวาร์ด&amp;quot; ที่จะวางแผงสัปดาห์หน้า อ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลสหรัฐว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งรัฐมนตรีกลาโหมลุยแผนลอบฆ่าประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด หลังการโจมตีด้วยอาวุธเคมีในซีเรียกลางปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ โดนัลด์ ทรัมป์ (ซ้าย) และบาชาร์ อัลอัสซาด / New York Post / AP / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานข่าวของวอชิงตันโพสต์เมื่อวันอังคารที่ 4 กันยายน เกี่ยวกับเนื้อหาบางช่วงบางตอนของหนังสือ &amp;quot;กลัว : ทรัมป์ในทำเนียบขาว&amp;quot; เขียนโดยบ็อบ วูดวาร์ด นักข่าวนามกระฉ่อนผู้เปิดโปงคดีวอเตอร์เกต มีออกมาในช่วงเวลาเดียวกับที่นานาชาติกำลังวิตกต่อปฏิบัติการของอัสซาดและกองทัพรัสเซีย ที่เตรียมถล่มจังหวัดอิดลิบ ดินแดนควบคุมของกบฏซีเรียในภาคตะวันตกเฉียงเหนือใกล้ชายแดนตุรกี ซึ่งองค์การสหประชาชาติเตือนว่าอาจเกิดการฆาตกรรมหมู่ ขณะที่รัฐบาลสหรัฐขู่อัสซาดว่า หากใช้อาวุธเคมีกับประชาชนชาวซีเรีย สหรัฐจะตอบโต้อย่างฉับพลันตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อหาบางส่วนของหนังสือเล่มนี้ ซึ่งมีกำหนดวางแผงวันที่ 11 กันยายน เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวความตึงเครียดภายในทำเนียบขาวที่อยู่ภายใต้การบัญชาการของทรัมป์มานาน 20 เดือน โดยอ้างแหล่งข่าวนิรนามหลายคนที่บอกเล่าคำพูดของทรัมป์, เจมส์ แมททิส รัฐมนตรีกลาโหม, จอห์น เคลลี หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว และอีกหลายคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือบรรยายภาพของประธานาธิบดีผู้นี้ว่าชอบระเบิดอารมณ์ด้วยถ้อยคำหยาบคาย และตัดสินใจหุนหันพลันแล่น รัฐบาลมีความโกลาหลวุ่นวายและสติแตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วู้ดวาร์ดอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่วงในว่า ภายหลังรัฐบาลอัสซาดถูกกล่าวหาว่าใช้อาวุธเคมีโจมตีเมื่อเดือนเมษายน 2560 ทรัมป์กล่าวกับแมททิสว่าเขาต้องการให้ลอบฆ่าอัสซาด แมททิสรับปากจะรีบดำเนินการก็จริง แต่เขาประวิงเวลาด้วยแผนการโจมตีทางอากาศต่อซีเรียแบบจำกัด และไม่ได้คุกคามต่อสวัสดิภาพของอัสซาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือยังกล่าวด้วยว่า แมททิสเคยพูดกับเพื่อนร่วมงานด้วยว่า ทรัมป์ทำตัวเหมือนเด็กประถมห้าหรือประถมหก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก็แค่หนังสือห่วยๆ อีกเล่มหนึ่ง&amp;quot; ทรัมป์กล่าวกับเดลีคอลเลอร์เมื่อวันอังคาร ต่อมาในทวิตเตอร์ของเขา ทรัมป์กล่าวด้วยว่า หนังสือเล่มนี้สร้างเรื่องหลอกลวงต้มตุ๋นสาธารณชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแมททิสออกแถลงการณ์ปฏิเสธว่า เขาไม่เคยกล่าวถ้อยคำแบบนั้นเกี่ยวกับทรัมป์ ขณะที่ซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาว โจมตีหนังสือเล่มนี้ว่า มีแต่เรื่องราวปั้นน้ำเป็นตัวที่ได้จากพวกอดีตลูกจ้างที่ไม่พอใจ เพื่อทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ดูไม่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือเล่มนี้กล่าวด้วยว่า ผู้ช่วยหลายคนดูถูกทรัมป์ลับหลัง โดยเคลลีด่าทรัมป์ว่าโง่เง่า &amp;quot;เราอยู่ในเมืองบ้าคลั่ง งานนี้เป็นงานที่เลวร้ายที่สุดที่ผมเคยทำ&amp;quot; ขณะที่ทรัมป์ก็หยามเหยียดลูกน้องหลายคน อาทิ วิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์ที่ทรัมป์ระบุว่าผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว และเจฟฟ์ เซสชันส์ รัฐมนตรียุติธรรมที่ทรัมป์เรียกว่าบกพร่องทางจิต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16929</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีเรีย, บาชาร์ อัลอัสซาด, บ็อบ วูดวาร์ด, ลอบฆ่า, วอเตอร์เกต, อาวุธเคมี, เจมส์ แมททิส, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180905/image_big_5b8fee97083d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2018 20:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2018 20:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัสซาด&#039; คืนเครื่องราชฯ ฉะฝรั่งเศส &#039;ทาส&#039; อเมริกา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ซีเรียมอบคืนเครื่องราชฯ เลฌียงดอเนอร์ ที่ฝรั่งเศสมอบให้แก่ประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด แล้ว โดยผู้นำซีเรียประกาศจะไม่ถือครองรางวัลจาก &amp;quot;ทาส&amp;quot; ของอเมริกา ขณะรัสเซียอ้างมีหลักฐานยืนยันการจัดฉากโจมตีด้วยอาวุธเคมี ซึ่งเป็นข้ออ้างที่สหรัฐ, ฝรั่งเศส และอังกฤษ ใช้ถล่มซีเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากเฟซบุ๊กของประธานาธิบดีซีเรียเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2561 เจ้าหน้าที่ซีเรียมอบคืนเครื่องราชฯ เลฌียงดอเนอร์ ของฝรั่งเศส ผ่านทางผู้แทนของสถานทูตโรมาเนียในซีเรีย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2561 ว่ากระทรวงการต่างประเทศของซีเรียเปิดเผยว่า กระทรวงได้มอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์เลฌียงดอเนอร์กร็อง-ครัว ที่ฝรั่งเศสมอบให้แก่ประธานาธิบดีอัสซาด คืนแก่ฝรั่งเศสแล้ว ผ่านทางสถานทูตโรมาเนียในกรุงดามัสกัส ซึ่งเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของฝรั่งเศสในซีเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัสซาดได้รับมอบเกียรติยศสูงสุดนี้จากฌากส์ ชีรัก ประธานาธิบดีฝรั่งเศสสมัยนั้น เมื่อปี 2544 แต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สำนักงานของประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง กล่าวว่ารัฐบาลฝรั่งเศสกำลังดำเนินขั้นตอนเพิกถอนเครื่องราชฯ ของอัสซาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีเรียอ้างว่า อัสซาดคืนเครื่องราชฯ นี้ เพราะฝรั่งเศสเข้าร่วมการโจมตีทางอากาศกับสหรัฐและสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 14 เมษายน &amp;quot;ไม่ถือเป็นเกียรติแต่อย่างใดที่ประธานาธิบดีอัสซาดจะครองเครื่องราชฯ ที่ได้รับจากประเทศที่เป็นทาสและลิ่วล้อของสหรัฐที่สนับสนุนผู้ก่อการร้าย&amp;quot; คำแถลงของซีเรียกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในแต่ละปี ฝรั่งเศสจะมอบเครื่องราชฯ เลฌียงดอเนอร์ให้คนประมาณ 3,000 คน รวมถึงชาวต่างชาติ 400 คน ที่สร้างคุณูปการแก่ฝรั่งเศส หรือปกป้องสิทธิมนุษยชน, เสรีภาพสื่อ และสร้างคุณความดีด้านอื่นๆ ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ก็เคยได้รับมอบเครื่องราชฯ ชั้นสูงสุดนี้เช่นกันจากชีรักเมื่อปี 2549&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัสซาดถูกกล่าวหาว่าใช้อาวุธเคมีโจมตีประชาชนของเขาหลายครั้ง ในสงครามกลางเมืองที่เริ่มปะทุขึ้นเมื่อปี 2554 ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 7 เมษายน สหรัฐและชาติพันธมิตรกล่าวหารัฐบาลอัสซาดว่าใช้สารพิษคลอรีนและซารินโจมตีในเมืองดูมา ซึ่งตอนนั้นยังอยู่ในความควบคุมของฝ่ายกบฏ สังหารชีวิตพลเรือนหลายสิบคน และเป็นข้ออ้างที่สหรัฐ, ฝรั่งเศส และอังกฤษ ยิงมิสไซล์มากกว่า 100 ลูกโจมตีเป้าหมายที่พวกเขาระบุว่าเกี่ยวข้องกับอาวุธเคมีของซีเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลซีเรีย และรัสเซีย ซึ่งเข้าแทรกแซงทางทหารเพื่อโอบอุ้มอัสซาดจนพลิกสถานการณ์กำราบพวกกบฏลงได้ ต่างปฏิเสธคำกล่าวหานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารซีเรียสำรวจความเสียหายของอาคารศูนย์ศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ระหว่างการพาสื่อมวลชนชมความเสียหายของการโจมตีทางอากาศ เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2561 แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียกล่าวอ้างว่า กองกำลังของรัฐบาลซีเรียพบถังบรรจุคลอรีนของเยอรมนี และ &amp;quot;ระเบิดควัน&amp;quot; ผลิตจากเมืองซอลส์บรีของอังกฤษ ที่เขตกูตาตะวันออกชานกรุงดามัสกัสซึ่งเคยตกอยู่ใต้การควบคุมของฝ่ายกบฏและกองกำลังของรัฐบาลยึดคืนพื้นที่ได้ในเดือนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองซอลส์บรีที่คำแถลงของรัสเซียกล่าวถึงก็คือเมืองในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ เมืองเดียวกับที่เซอร์เกย์ สครีปัล อดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซีย และลูกสาวของเขาซึ่งเป็นพลเมืองรัสเซีย โดนลอบวางยาพิษเมื่อวันที่ 4 มีนาคม เหตุการณ์นั้นก่อวิกฤติทางการทูตระหว่างรัสเซียกับอังกฤษ ซึ่งกล่าวหารัสเซียว่าอยู่เบื้องหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัสเซียกล่าวอ้างมาโดยตลอดว่าการโจมตีด้วยอาวุธเคมีในเมืองดูมานั้นเป็นเรื่องที่กบฏซีเรียและองค์กรไวต์เฮลเมตของซีเรีย &amp;quot;จัดฉาก&amp;quot; ขึ้น ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน รัสเซียประกาศด้วยว่า พวกเขาจะฉายภาพวิดีโอคำให้สัมภาษณ์ของเด็กซีเรียคนหนึ่งบนจอขนาดใหญ่ในที่ประชุมองค์การสหประชาชาติ โดยรัสเซียอ้างว่าเด็กคนนี้เล่นละครเป็นเหยื่ออาวุธเคมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีวีของรัสเซียแพร่ภาพคำสนทนาของเด็กคนนี้เมื่อวันพุธ โดยระบุว่าเขาชื่อฮัสซัน ดีอับ อายุ 11 ปี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7512</URL_LINK>
                <HASHTAG>คืนเครื่องราชฯ, จัดฉาก, ฝรั่งเศส, รัสเซีย, อัสซาด, อาวุธเคมี, เลฌียงดอเนอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180420/image_big_5ad9eba1ec511.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2018 21:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2018 20:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลฝรั่งเศสเตรียมริบเครื่องราชฯ &#039;บาชาร์ อัลอัสซาด&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสอ้างเหตุผลสวยหรูว่าการรุมโจมตีซีเรียของฝรั่งเศส, สหรัฐและอังกฤษ ทำเพื่อปกป้อง &amp;quot;เกียรติของประชาคมระหว่างประเทศ&amp;quot; และเตรียมถอดเครื่องราชฯ ชั้นสูงสุดที่เคยมอบให้ &amp;quot;บาชาร์ อัลอัสซาด&amp;quot; ขณะรัฐบาลของเขาอ้างมี &amp;quot;ความเป็นไปได้สูง&amp;quot; ที่หลักฐานการใช้อาวุธเคมีจะปลาสนาการจากเมืองดูมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง กล่าวต่อรัฐสภายุโรป เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2561/ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศของฝรั่งเศสแถลงเมื่อวันอังคารที่ 17 เมษายน 2561 กล่าวหารัสเซียและซีเรียว่า ปฏิเสธไม่ให้คณะผู้เชี่ยวชาญขององค์การห้ามอาวุธเคมี (โอพีซีดับเบิลยู) ลงพื้นที่เมืองดูมาชานกรุงดามัสกัส เพื่อตรวจพิสูจน์ว่ามีการใช้อาวุธเคมีโจมตีพื้นที่ที่เคยอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายกบฏ เมื่อวันที่ 7 เมษายน หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีความเป็นไปได้สูงว่า หลักฐานและองค์ประกอบที่สำคัญจะสูญหายไปจากสถานที่นั้น ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพรัสเซียและซีเรียอย่างสมบูรณ์&amp;quot; สำนักข่าวเอเอฟพีอ้างคำแถลงของฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัสเซียปฏิเสธว่าตนไม่ได้พยายามขัดขวางการสืบสวน และว่าคณะผู้ตรวจสอบซึ่งเดินทางถึงกรุงดามัสกัสเมื่อวันเสาร์ มีกำหนดเยือนเมืองดูมาในวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสกล่าวด้วยว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่ซีเรียต้องอนุญาตตามคำร้องขอของโอพีซีดับเบิลยูอย่างเต็มที่ทันทีโดยไม่มีอุปสรรค ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับการลงพื้นที่ การสัมภาษณ์ผู้คน หรือเอกสารสำหรับการค้นหาข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าคำเตือนของฝรั่งเศส เคน วอร์ด ทูตสหรัฐประจำโอพีซีดับเบิลยู ก็แสดงความหวั่นเกรงเช่นกันว่ารัสเซียอาจเปลี่ยนแปลงทำลายหลักฐานในที่เกิดเหตุเรียบร้อยแล้ว แต่เซอร์เกย์ ลัฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียปฏิเสธกับบีบีซีว่า รัสเซียไม่เข้าไปยุ่งเหยิงกับสถานที่นั้นแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝรั่งเศสและอังกฤษ ร่วมมือกับสหรัฐเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อซีเรียเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยยิงมิสไซล์มากกว่า 100 ลูกถล่มเป้าหมาย 3 แห่ง ที่พวกเขาอ้างว่าเกี่ยวข้องกับอาวุธเคมี เมื่อวันอังคาร ประธานาธิบดีมาครงได้ขึ้นกล่าวต่อที่ประชุมรัฐสภายุโรปที่เมืองสตราสบูร์ก และได้แก้ต่างให้ปฏิบัติการนี้ว่ามีเป้าหมายเพื่อปกป้อง &amp;quot;เกียรติของประชาคมระหว่างประเทศ&amp;quot; ต่อพฤติกรรมของซีเรียที่ต้องสงสัยว่าละเมิดอนุสัญญาห้ามอาวุธเคมีแห่งองค์การสหประชาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นเมื่อคืนวันจันทร์ สำนักงานของมาครงเปิดเผยว่า รัฐบาลฝรั่งเศสกำลังเตรียมกระบวนถอดถอนเครื่องราชอิสริยาภรณ์เลฌียงดอเนอร์ชั้นสูงสุด ที่ฝรั่งเศสเคยมอบให้กับประธานาธิบดีอัสซาดของซีเรียเมื่อปี 2544&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีฌากส์ ชีรัก (ขวา) จับมือกับประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด ที่มาเยือนกรุงปารีส&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2544 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีฌากส์ ชีรัก ของฝรั่งเศสขณะนั้น มอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์เลฌียงดอเนอร์กร็อง-ครัว หรือชั้นนักบุญมหากางเขนซึ่งเป็นชั้นประถมาภรณ์ ให้แก่อัสซาด ไม่นานภายหลังอัสซาดขึ้นสืบทอดอำนาจต่อจากฮาเฟซ อัลอัสซาด บิดาของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีเพียงประธานาธิบดีฝรั่งเศสซึ่งดำรงตำแหน่งสูงสุดของกองพลเกียรติยศนี้เท่านั้น ที่สามารถตัดสินใจถอดถอนเกียรติยศที่เคยมอบให้แก่ชาวต่างชาติได้ แต่ละปีมีผู้ได้รับมอบเครื่องราชฯ ประมาณ 3,000 ราย ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติ 400 รายที่ได้รับการยอมรับว่าได้สร้างคุณูปการต่อฝรั่งเศส หรือปกป้องสิทธิมนุษยชน, เสรีภาพสื่อมวลชน หรือสร้างประโยชน์ด้านอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัสซาดถูกกล่าวหาว่าใช้อาวุธเคมีโจมตีประชาชนของตนเองหลายครั้งในช่วงสงครามกลางเมืองยาวนาน 7 ปี ชาติมหาอำนาจตะวันตกรังเกียจเดียดฉันท์เขา แต่อัสซาดยังได้รับการอุ้มชูจากประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่เข้าแทรกแซงทางทหารจนช่วยให้อัสซาดสามารถกำราบพวกกบฏลงได้ ปูตินก็ได้รับมอบเครื่องราชย์ชั้นเดียวกันนี้จากชีรัก เมื่อปี 2549&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัสซาดไม่ใช่ชาวต่างชาติคนแรกที่มาครงริบเครื่องราชฯ ชั้นสูงสุดนี้ ก่อนหน้านี้ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน นักสร้างภาพยนตร์ผู้ทรงอิทธิพลของฮอลลีวูด ก็ถูกถอดเกียรติยศนี้ภายหลังผู้หญิงหลายคนกล่าวหาเขาว่าคุกคามทางเพศและข่มขืน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7298</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีเรีย, ฝรั่งเศส, มาครง, ริบเครื่องราชย์, องค์การห้ามอาวุธเคมี, อัสซาด, อาวุธเคมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180417/image_big_5ad5fa35a131f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2018 22:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2018 22:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปูติน&#039; เตือน ถล่มซีเรียอีกโลกวุ่นวายแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลรัสเซียตอบโต้อังกฤษกล่าวหาเลื่อนลอยว่ารัสเซียและซีเรียไม่อนุญาตผู้ตรวจจากองค์การห้ามอาวุธเคมีลงพื้นที่เมืองดูมา ที่โลกตะวันตกระบุรัฐบาลอัสซาดใช้แก๊สพิษจนสหรัฐผนึกกำลังอังกฤษและฝรั่งเศสถล่มซีเรียเมื่อวันเสาร์ ขณะ &amp;quot;วลาดิมีร์ ปูติน&amp;quot; ทำนายโลกจะโกลาหลวุ่นวายหากซีเรียโดนโจมตีอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 16 เมษายน 2561 ว่าคณะผู้ตรวจสอบขององค์การห้ามอาวุธเคมี (โอพีซีดับเบิลยู) มีกำหนดจะลงพื้นที่ในเมืองดูมา ชานกรุงดามัสกัสในวันอาทิตย์ แต่พวกเขากลับต้องพบปะกับไฟซาล เมกดัด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของซีเรีย ที่โรงแรมในกรุงดามัสกัสแทน โดยมีเจ้าหน้าที่ของรัสเซียหลายคนและเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงของซีเรียอีกคนอยู่ ณ ที่นั้นด้วย การหารือใช้เวลานานราว 3 ชั่วโมง และเมกดัดไม่ยอมให้ทัศนะต่อสื่อมวลชนที่รอทำข่าวที่โรงแรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันจันทร์ ทูตจากชาติสมาชิกองค์การระหว่างประเทศซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ได้ปิดห้องประชุมลับกันที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อหารือเกี่ยวกับการทำงานของคณะผู้เชี่ยวชาญที่เดินทางถึงซีเรียแล้วตั้งแต่วันเสาร์ วันเดียวกับที่สหรัฐ, อังกฤษ และฝรั่งเศส ยิงมิสไซล์มากกว่า 100 ลูกโจมตีเป้าหมายที่พวกเขาอ้างว่าเป็นสถานที่ตั้งเกี่ยวกับอาวุธเคมีของซีเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ ทำเนียบเครมลินของรัสเซียได้ออกมาตอบโต้คำกล่าวหาของเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำเนเธอร์แลนด์ ที่ที่บอกว่ารัสเซียและซีเรียยังไม่อนุญาตให้คณะผู้เชี่ยวชาญจากโอพีซีดับเบิลยูเข้าไปในเมืองดูมา ที่เกิดเหตุโจมตีเมื่อวันที่ 7 เมษายน โดยโลกตะวันตกกล่าวว่าซีเรียใช้สารพิษคลอรีนและซาริน สังหารผู้คนไม่ต่ำกว่า 40 ชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเห็นว่าคำกล่าวหารัสเซียเช่นนี้ไม่มีมูลความจริง&amp;quot; ดมิตรี เปสคอฟ โฆษกของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียกล่าวว่า และว่า รัสเซียยอมรับ &amp;quot;การสอบสวนที่เป็นกลาง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลรัสเซียเคยให้คำมั่นว่าพวกเขาจะไม่แทรกแซงการทำงานของโอพีซีดับเบิลยู และกล่าวโจมตีสหรัฐที่นำพันธมิตรโจมตีซีเรียเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า พยายามบั่นทอนความน่าเชื่อถือของคณะทำงานชุดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีปูตินแม้จะประณามการโจมตีของสหรัฐและพันธมิตร แต่เขายังไม่ได้ประกาศมาตรการตอบโต้ใดๆ รัฐบาลของเขาเพียงแค่เรียกประชุมฉุกเฉินคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หวังให้ออกข้อมติประณาม แต่ก็ไม่เป็นผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ปูตินได้หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่าน ซึ่งก็เป็นชาติพันธมิตรที่โอบอุ้มประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด เช่นเดียวกัน คำแถลงของทำเนียบเครมลินกล่าวว่า ปูตินได้กล่าวกับโรฮานีว่า หากโลกตะวันตกโจมตีซีเรียทางอากาศอีก จะกระตุ้นให้เกิด &amp;quot;ความโกลาหลวุ่นวาย&amp;quot; ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากการดำเนินการเช่นนั้น ซึ่งกระทำโดยละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ เกิดขึ้นซ้ำอีก ก็จะกระตุ้นให้เกิดความโกลาหลวุ่นวายในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&amp;quot; คำแถลงของรัสเซียอ้างคำพูดของปูติน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7236</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีเรีย, ถล่มซีเรีย, ปูติน, สหรัฐ, อาวุธเคมี, โอพีซีดับเบิลยู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180416/image_big_5ad4bc65ca9f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ความพ่ายแพ้ของสามกุ๊ย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เห็นข่าวโฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ นาง ดานา ไวท์ (Dana W. white) และผู้อำนวยคณะเสนาธิการร่วม พลโท เคนเนธ แมคเคนซี (Kenneth F. McKenzie) ออกมาตอบคำถามผู้สื่อข่าว กรณี สามกุ๊ย ตัดสินใจถล่มประเทศซีเรีย แล้วอดหวนกลับไปนึกถึงครั้งที่คุณน้อง ณัฐวุฒิ สภาโจ๊ก กับอดีตรัฐมนตรี บุญทรุด คุกคุกคุก ออกมาแก้ตัวกับผู้สื่อข่าวบ้านเรา ในเรื่องกรณี จำนำข้าว ขึ้นมามิได้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือโดยลักษณะอาการออกไปทางปากแห้ง ลิ้นแห้ง ในเมื่อ ใจ กับ สมอง กับ คำพูด มันขัดกันไป-ขัดกันมา โอกาสที่จะชี้แจงแถลงไข ไขข้องใจใครต่อใคร มันจึงกลายเป็นการปอกเปลือกตัวเอง แก้ผ้าให้คนอื่นเห็นอวัยวะภายในของตัวเองไปซะยังงั้น ดังที่สำนักข่าว รัสเซีย ทูเดย์ เขาได้นำมาประจาน หรือนำมาเสนอเป็นข่าวคราว ว่าด้วยเรื่อง เพนตากอนตอบคำถามเรื่องการโจมตีซีเรีย...แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่คำตอบ เมื่อช่วงวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมานั่นแหละ คือเมื่อถามว่า... ครั้งที่สหรัฐเคยมีเรื่องกับคิวบา (วิกฤติจรวดคิวบาปี ค.ศ.1962) ทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ นายแอดไล สตีเวนสัน พร้อมที่จะหอบหลักฐาน ข้อพิสูจน์ไปแสดงให้เห็นว่า รัสเซียสร้างฐานขีปนาวุธเอาไว้ที่คิวบาจริงๆ แต่ทำไมคราวนี้...พวกคุณไม่ทำอย่างเดียวกันล่ะ โดยเฉพาะในเมื่อมันยังมีข้อสงสัยในเรื่องนี้ (การใช้อาวุธเคมีของรัฐบาลซีเรีย) อยู่...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โฆษกผิวสีแห่งกระทรวงกลาโหมขยับปาก ขยับลิ้น ตอบไปทันทีว่า แต่สำหรับเราแล้ว...ไม่ได้มีข้อสงสัยในเรื่องนี้เลย แต่หลังจากคิดไป คิดมา ว่ามันไม่น่าจะใช่คำตอบ เลยตัดสินใจใช้ สีข้าง เข้าแถก โดยให้คำตอบประมาณว่า... ดิฉันจะมีความสุขมากถ้าหากได้มีโอกาสแสดงให้เห็นถึงสิ่งเหล่านี้ แต่หลายอย่างมันยังเป็นข่าวกรอง อย่างไรก็ตาม เราเชื่อมั่นเอามากๆ ต่อการตัดสินใจในสิ่งที่เราได้ทำลงไป ถามต่อว่า... ถ้างั้น...จะเรียกว่า ถือเป็นการโจมตีก่อนที่จะสามารถรวบรวมหลักฐานได้ครบถ้วนสมบูรณ์ได้หรือไม่ ตอบว่า... เรายังคงอยู่ในระหว่างการประเมินและรวบรวมหลักฐานต่างๆ แต่รัฐมนตรีกลาโหมของเรา ก็ได้พูดไปแล้วเมื่อคืน ว่าเขาเชื่อมั่นในหลักฐานที่มีอยู่ จึงตัดสินใจโจมตี ส่วนสำหรับข้อพิสูจน์ต่างๆ เรายังคงต้องพยายามรวบรวมต่อไป และจะสามารถให้รายละเอียดเพิ่มเติมได้เมื่อเราได้รับมันมา...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถามอีกว่า...ทำไมต้องโจมตีซีเรีย ก่อนที่คณะผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบอาวุธเคมีแห่งองค์กร OPWC จะเข้าไปพิสูจน์หาหลักฐานกันอย่างเป็นจริง เป็นจัง (หรือทำไมไม่รอให้การรวบรวมหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์ซะก่อน) โฆษกกลาโหมตอบว่า เรื่องนี้...ต้องอย่าลืมว่า เพราะระบอบการปกครองของอัล-อัสซาด ทำให้ไม่ว่าใครไม่สามารถเข้าไป Ghouta และ Douma (พื้นที่ที่คาดว่ามีการใช้อาวุธเคมี) ได้เลย อันเป็นคำตอบที่สวนทางกับคำประกาศของรัฐบาลซีเรียแบบคนละเรื่อง คนละม้วน เพราะตั้งแต่ก่อนช่วงวันเสาร์ หรือก่อนที่คณะ OPWC จะเดินทางไปถึงกรุงดามัสกัส รัฐบาลซีเรีย รวมทั้งศูนย์ประนีประนอมเพื่อซีเรีย ของฝ่ายรัสเซีย พยายามแสดงความบริสุทธิ์ใจ ด้วยการประกาศว่าพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกให้คณะกรรมการ OPWC เข้าไปใน ทุกๆ พื้นที่ ที่ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้เรียกร้อง ต้องการ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ แม้แต่น้อย...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนผู้อำนวยคณะเสนาธิการ่วม พลโท แมคเคนซี ก็เจอกับคำถามที่ทำให้เกิดอาการ ลิ้นพันกัน ไม่ต่างไปจากกันซักเท่าไหร่ โดยเฉพาะคำถามที่ว่า การโจมตีไปยังเป้าหมายที่คาดว่าเป็นคลังเก็บอาวุธเคมีของรัฐบาลซีเรียนั้น ถ้าหากสารพิษเกิดแพร่กระจายออกไป จะยิ่งไม่เป็นการทำอันตรายให้กับพลเรือนผู้บริสุทธิ์ที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้น ยิ่งขึ้นไปอีกหรือ? เจอเข้ากับคำถามนี้ นายพลอเมริกันหนีไม่พ้นต้องกลายสภาพเป็น ณัฐวุฒิ สภาโจ๊ก ไปโดยทันที ปากแห้ง คอแห้ง ตอบแบบมั่วๆ มึนซ์ซ์ซ์ๆ ประมาณว่า... เป้าหมายที่เราโจมตีอาจมีสารเคมีและก๊าซทำลายประสาทอยู่บ้าง แต่เราก็เชื่อว่าโดยการโจมตี และวิธีการที่เราใช้ในการโจมตี วิธีที่อาวุธของเราพุ่งไปยังเป้าหมาย จะสามารถช่วยลดสิ่งที่ว่านี้ได้ เอาเป็นว่า...ขอคำถามใหม่ก็แล้วกัน เพราะสำหรับคำถามนี้ พวกคุณคงสามารถรับรู้ได้ในอีกไม่กี่ช่วงหน้า ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง... ฯลฯลฯลฯ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สรุปเอาเป็นว่า...งานนี้ ไม่ว่า สามกุ๊ย อย่าง ทรัมป์บ้า, เมย์ มนุษย์ป้า และ มาครง คนหนุ่ม จะคุยใหญ่ คุยโต คุยโม้ โอ้อวด ถึง ผลสำเร็จอันงดงาม ในการตัดสินใจใช้อำนาจทางทหารโจมตีซีเรียไปในแบบไหน อย่างไร ก็ตามที แต่โดยข่าวคราวที่ปรากฏออกไปในสื่อทั่วทั้งโลกนั้น ต้องถือเป็น ความพ่ายแพ้ทางการเมือง แบบโดยสิ้นเชิง เพราะไม่เพียงแต่การโจมตีจะไม่ได้ส่งผลให้เกิดการบั่นทอน ทำลาย ศักยภาพใดๆ ไม่ว่าของรัฐบาลซีเรีย กองกำลังพันธมิตรอย่างรัสเซีย เอาเลยแม้แต่น้อย อาการ กล้าๆ-กลัวๆ ของ 3 อภิมหาอำนาจคราวนี้ ยังกลายเป็นลดทอนศักดิ์ศรี เกียรติภูมิ ไม่ว่าทางการเมืองหรือการทหารของทั้งสามกุ๊ยอย่างเห็นได้โดยชัดเจน โดยที่จะต้องแลกมากับ ความเสื่อม ของระเบียบ กฎเกณฑ์ กฎหมายระหว่างประเทศ ความทรุดโทรม ขององค์กรกลาง อย่างองค์กรสหประชาชาติ ที่ไร้มาตรฐานใดๆ พอที่จะเป็นที่พึ่ง ที่หวัง ได้อีกต่อไป...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มิหนำซ้ำภายในประเทศของแต่ละ กุ๊ย เอง...การโจมตีซีเรียคราวนี้ ก็คงไม่ได้ช่วยกลบเกลื่อนข้อกล่าวหาในเรื่องการใช้บริการโสเภณีเด็ก โสเภณีผู้ใหญ่ ของ ทรัมป์บ้า ให้ใครต่อใครลืมๆ เหมือนอย่างหนังฮอลลีวูดเรื่อง Wag the Dog ได้เลย ไม่สามารถช่วยให้ เมย์ มนุษย์ป้า หรือ มาครง คนหนุ่ม ได้รับความยอมรับเพิ่มขึ้น กลับโดนฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองนำไปใช้เป็นประเด็นเล่นงานตัวเองให้หนักขึ้นๆ ยิ่งขึ้นไปเท่านั้น แถมบรรดา พันธมิตรในตะวันออกกลาง อย่างอิสราเอล และซาอุดีอาระเบีย ที่หวังจะให้บรรดากุ๊ยทั้งหลาย งัด ลูกบ้า ออกมาแบบเต็มร้อย เมื่อเจอเข้ากับอาการ กล้าๆ-กลัวๆ หนักไปทาง ขัดจรวด มากกว่าจะยิงจรวดใส่กันและกันให้เละกันไปเป็นข้างๆ ความพ่ายแพ้ทางการเมือง ของ สามกุ๊ย คราวนี้...อาจช่วยให้สถานการณ์ในตะวันออกกลาง พลิกผันไปใน ทางบวก ยิ่งขึ้นๆ ก็ไม่แน่!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Chabrias... An army of deers led by a lion is more to be feared than an army of lions led by a deer.- กองทัพกวางที่นำโดยราชสีห์ น่ากลัวกว่ากองทัพราชสีห์ ที่นำโดยกวาง...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7220</URL_LINK>
                <HASHTAG>OPWC, กุ๊ย, ซีเรีย, ณัฐวุฒิ สภาโจ๊ก, ดานา ไวท์, ทรัมป์บ้า, ท่านขุนน้อย, พลโท เคนเนธ แมคเคนซี, พลโท แมคเคนซี, มาครง คนหนุ่ม, อาวุธเคมี, เมย์ มนุษย์ป้า, แอดไล สตีเวนสัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7073</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2018 22:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2018 22:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทูตรัสเซียเตือน ถล่มซีเรียจุดชนวนสงคราม 2 ชาติมหาอำนาจนิวเคลียร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาติมหาอำนาจตะวันตกกำลังใคร่ครวญทางเลือกในการตอบโต้รัฐบาลซีเรีย &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; ยังรอหารือผู้นำอังกฤษและฝรั่งเศส ขณะทูตรัสเซียเตือน ปฏิบัติการทางทหารโจมตีซีเรียอาจจุดชนวนสงครามระหว่างสหรัฐกับรัสเซียได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;วาสซิลี เนเบนเซีย เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำองค์การสหประชาชาติ กล่าวระหว่างประชุมคณะมนตรีความมั่นคงเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า กำลังมีความพยายามจากนานาชาติเพื่อป้องกันความขัดแย้งบานปลายเป็นสงครามระหว่างชาติมหาอำนาจ โดยในวันศุกร์ที่ 13 เมษายน 2561 ตามเวลานครนิวยอร์ก คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้นัดประชุมชาติสมาชิกอีกครั้งตามคำร้องขอของรัสเซีย เพื่อพยายามคลี่คลายการคุมเชิงกันระหว่างชาติมหาอำนาจตะวันตกกับรัสเซีย ที่หนุนหลังรัฐบาลซีเรียของบาชาร์ อัลอัสซาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ดูเหมือนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ผ่อนคลายท่าทีขึงขังที่ขู่จะถล่มซีเรียอย่างปัจจุบันทันด่วนลง หลังจากเมื่อหลายวันก่อนผู้นำสหรัฐมือไวรายนี้ทวีตข้อความขู่ให้รัสเซียเตรียมพร้อมรับการยิงมิสไซล์โจมตีซีเรีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซาราห์ แซนเดอร์ส เลขาธิการฝ่ายสื่อของทำเนียบขาว กล่าวภายหลังทรัมป์ประชุมอย่างคร่ำเคร่งกับที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติเมื่อวันพฤหัสบดี ว่ารัฐบาลสหรัฐยังไม่ตัดสินใจว่าจะตอบโต้การโจมตีด้วยอาวุธเคมีในซีเรียเมื่อสัปดาห์ที่แล้วอย่างไร และทรัมป์จะหารือกับประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส และนายกฯ เทเรซา เมย์ ของอังกฤษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐ, ฝรั่งเศส และอังกฤษ ต่างกล่าวโทษรัฐบาลอัสซาดว่าอยู่เบื้องหลังการใช้อาวุธเคมีโจมตีเมืองดูมา ซึ่งอยู่ในความควบคุมของกบฏซีเรีย โดยอังกฤษประเมินว่าคร่าชีวิตคนถึง 75 คนเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว ทำเนียบขาวแถลงในเวลาต่อมาด้วยว่า ทรัมป์และเมย์ได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์และเห็นพ้องว่าพวกเขาจะหารือกันต่อไปถึงความจำเป็นที่ต้องดำเนินการตอบโต้ร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรีอังกฤษเสริมว่า ทรัมป์และเมย์เห็นพ้องกันว่า สำคัญมากที่การใช้อาวุธเคมีจะต้องไม่ถูกปล่อยผ่านไปโดยไม่เผชิญการท้าทายใดๆ และจำเป็นที่ต้องขัดขวางไม่ให้รัฐบาลอัสซาดใช้อาวุธเคมีอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ฝรั่งเศส มาครงให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ว่า เขามีข้อพิสูจน์ได้ว่ารัฐบาลอัสซาดใช้อาวุธเคมี และปฏิญาณว่าฝรั่งเศสจะตอบโต้เมื่อถึงเวลาสมควร แต่เวลาเดียวกัน มาครงยังระมัดระวังไม่ให้สถานการณ์บานปลายเป็นสงคราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;เรือพิฆาตติดมิสไซล์นำวิถี ยูเอสเอสโดนัลด์คุก ของสหรัฐ เตรียมออกจากท่าเรือลาร์นากาของไซปรัส เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2561 ภาพ กองทัพเรือสหรัฐ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่วันเสาร์ที่แล้วที่ภาพของเด็กทารกตัวซีดเผือดหายใจติดขัดด้วยอาการคล้ายได้รับก๊าซพิษเผยแพร่ไปทั่วโลก ชาติตะวันตกได้ระดมยุทโธปกรณ์มายังทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทั้งเรือฟริเกตของฝรั่งเศส เรือดำน้ำของอังกฤษ และเรือพิฆาตติดตั้งโทมาฮอว์กของสหรัฐ เคลื่อนมาอยู่ในพิสัยโจมตีชายฝั่งของซีเรียได้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี วาสซิลี เนเบนเซีย ทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติเตือนว่า การโจมตีซีเรียอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าระหว่างสองชาติมหาอำนาจที่มีอาวุธนิวเคลียร์ &amp;quot;สิ่งสำคัญอันดับแรกในตอนนี้คือการหลีกเลี่ยงอันตรายของสงคราม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ เซอร์เกย์ ลัฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย กล่าวเตือนไว้ว่า หากโลกตะวันตกเข้าแทรกแซงในซีเรีย อาจก่อให้เกิดคลื่นผู้อพยพระลอกใหม่เข้าสู่ยุโรป ทั้งยังย้อนด้วยว่า คำกล่าวอ้างเรื่องอาวุธเคมีนั้นเป็นเรื่องหลอกลวงที่สายลับของประเทศที่เป็นปรปักษ์กับรัสเซียสร้างเรื่องขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะผู้ตรวจสอบขององค์การห้ามอาวุธเคมี (โอพีซีดับเบิลยู) น่าจะเดินทางถึงซีเรียสุดสัปดาห์นี้ เพื่อสอบสวนตามคำเชิญของรัฐบาลอัสซาด ท่ามกลางความวิตกของพวกนักการทูตว่าพวกเขาอาจถูกจับเป็นตัวประกันหรือโล่มนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7073</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีเรีย, ถล่มซีเรีย, รัสเซีย, สงคราม, สหรัฐ, อาวุธเคมี, าสซิลี เนเบนเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180413/image_big_5ad0c4d19adb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7025</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟนรกสุดขอบฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นว่าวันแรก...ตายไปแล้ว 39 ราย บาดเจ็บไป 461 สำหรับสงกรานต์คราวนี้ แม้บรรดาคอเหล้า หรือพวกเมาแล้วขับทั้งหลาย จะถูกกวาดจับไปแล้วถึง 3,339 ราย ยึดรถไป 156 คัน การรักษาสถิติ หรือเพิ่มสถิติ ของการเจ็บ การตาย ช่วง 7 วันอันตรายของสงกรานต์บ้านเรา จึงดูจะไม่น้อยหน้าไปกว่า สงคราม ในที่ไหนๆ คือสามารถตายกันได้คราวละ 300-400 ถึงขั้นนั้น...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่อีกไม่นานนับจากนี้...สถิติที่ว่าอาจถูกทำลายเอาง่ายๆ เพราะ สงคราม ที่กำลังทำท่าว่าจะเกิดในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า โดยมีประเทศในตะวันออกกลาง อย่างซีเรีย ที่เพิ่งใกล้ๆ จะได้เริ่มลิ้มรสสันติภาพกันได้บ้าง หลังจากกองทัพรัสเซีย อิหร่าน และพันธมิตร เข้าไปช่วยรัฐบาลประธานาธิบดี อัลอัสซาด กวาดล้างพวกผู้ก่อการร้ายที่ประเทศตะวันตกและอเมริกาเคยให้การสนับสนุนซะแทบเกลี้ยงประเทศ แต่ทำท่าว่าอาจต้องกลับกลายเป็น สมรภูมิครั้งใหญ่ ที่มีสิทธิ์ใหญ่โตยิ่งไปกว่าเดิม คืออาจไม่ใช่รบกันแต่ในเฉพาะประเทศซีเรียเท่านั้น แต่อาจลุกลาม บานปลาย ขยายวงไปสู่พื้นที่รอบๆ ไม่ว่าเลบานอน ปาเลสไตน์ หรือเผลอๆ อาจกลายเป็นตัวจุดประกาย สงครามครั้งสุดท้ายของมวลมนุษยชาติ หรือ สงครามอาร์มาเกดโดน ตามคำทำนายในพระคัมภีร์ไบเบิลได้ไม่ยากซ์ซ์ซ์...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;---------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะด้วยการ สร้างภาพ-สร้างข่าว เพื่อหาเรื่องโจมตีซีเรียรอบใหม่กันโดยเฉพาะ ด้วยข้อกล่าวหาเก่าๆ คือ ข้อหาใช้อาวุธเคมีโจมตีพลเรือน ที่แค่อาศัย สามัญสำนึกเบื้องต้น ก็พอจะรับรู้ได้ว่าใครพูดจริง ใครโกหก แต่ก็นั่นแหละ สำหรับผู้ที่ไม่ได้มีสามัญสำนึกเบื้องต้นที่ว่า หรือผู้ที่ บ้าไปแล้ว อย่าง ทรัมป์บ้า ผู้นำอเมริกา ข้อกล่าวหาดังกล่าวก็สามารถหยิบมาใช้ในการเล่นงานประเทศที่มีอธิปไตยอย่างซีเรีย โดยชนิดไม่สนใจว่าองค์กรระหว่างประเทศอย่างสหประชาชาติ จะเอาด้วยหรือไม่ โอกาสที่จะเกิดการงัดเอาบ้องข้าวหลามยักษ์ หรือขีปนาวุธในแต่ละประเภท ออกมาสาดใส่กันและกัน จึงอาจเป็นไปอย่างที่องค์กรเพื่อความปลอดภัยทางการบินในยุโรป หรือ Eurocontrol ได้ออกมาเตือนสายการบินต่างๆ เอาไว้ล่วงหน้านั่นแหละว่า ความเป็นไปได้ที่จะเกิดการยิงจรวดใส่กันและกันในน่านฟ้าซีเรีย สามารถเกิดขึ้นได้ภายใน 72 ชั่วโมงนับจากนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือถึงแม้ฝ่ายรัสเซีย...ซึ่งมีทหารกระจัดกระจายอยู่ในประเทศซีเรีย เนื่องจากได้รับการร้องขอจากรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายให้เข้าไปช่วยเหลือเยียวยา โดยไม่ผิดกติการะหว่างประเทศ จะออกมาเตือนคุณพ่ออเมริกาเอาไว้ก่อนล่วงหน้าว่า การเปิดฉากเล่นงานซีเรีย ที่อาจส่งผลให้ทหารรัสเซียในซีเรียพลอยตกอยู่ในอันตรายควบคู่ไปด้วย จะต้องได้รับการตอบโต้อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้ หรือ ถ้าหากอเมริกายิงจรวดเข้าใส่ซีเรีย นอกจากรัสเซียพร้อมที่จะสกัดกั้นจรวดในแต่ละลูก ยังพร้อมที่จะยิงตอบโต้เข้าใส่ฐานยิงจรวดใดๆ ก็ตาม ควบคู่ไปด้วย นี่ถ้าว่ากัน คำให้สัมภาษณ์ของทูตรัสเซียประจำเลบานอน เมื่อวันสองวันที่มา โดยได้อ้างอิงคำพูดและท่าทีของผู้นำรัสเซียเอาไว้เสร็จสรรพ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่สิ่งเหล่านี้...แทนที่จะทำให้ผู้นำอเมริกาอย่าง ทรัมป์บ้า พอได้คิดหน้า คิดหลัง เอาไว้มั่ง เจ้าของทรงผมเชิงหมาแหงนรายนี้ กลับสวมวิญญาน เด็กช่างกล ลงมือ ทวีต ตอบโต้ไปโดยทันทีประมาณว่า... เตรียมตัวเอาไว้ให้ดีเถอะรัสเซีย จรวดอเมริกากำลังมาแล้ว ทั้งสวยสดงดงาม ทั้งใหม่เอี่ยม ทั้งฉลาด ดังนั้น...โอกาสที่จะต้อง ใส่กันให้เละไปข้าง จึงมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ ขณะที่เรือพิฆาตติดจรวดโทมาฮอว์ก USS Donald Cook ถูกส่งเข้าไปในน่านน้ำทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเรียบโร้ยย์ย์ย์แล้วเครื่องบินลาดตระเวนโจมตีของรัสเซีย ที่ฐานทัพอากาศ Lattakia ในซีเรีย จึงถูกสั่งให้โหลดจรวดต่อต้านเรือรบ ชนิด Kh-35 ติดเครื่องบินแต่ละลำเอาไว้เช่นกัน ขณะที่เรือดำน้ำอังกฤษได้ถูกส่งเข้าไปสมทบเพื่อช่วยเหลือคุณพ่ออเมริกา ผู้ซึ่งสามารถลากๆ จูงๆ สุนัขพูเดิล ตัวนี้มาโดยตลอด เรือดำน้ำของรัสเซียก็เริ่มแล่นเข้าสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอีกเช่นกัน ไม่ต่างไปจากเรือรบอิหร่าน ที่แล่นไป-แล่นมาอยู่แถวๆ ทะเลอาหรับไปจนถึงทะเลแดง ก็คงพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้าเรือผิวน้ำ ใต้น้ำ ของฝ่ายตรงข้ามกับรัสเซีย ซีเรีย อย่างน้อย...ก็เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านต้องกลายเป็น เหยื่อ รายต่อไป...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พูดง่ายๆ ว่า...เมื่อไหร่ก็ตามที่จรวดอเมริกา หรือจรวดรัสเซีย พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ก็แทบไม่ต่างไปจากการ จุดไฟนรกสุดขอบฟ้า ให้อุบัติขึ้นมาได้ทุกเมื่อ เพราะมันคงไม่ใช่แค่ สงครามภายใน หรือ สงครามกลางเมือง แบบเดิมๆ อีกต่อไป และไม่ใช่แค่ สงครามตัวแทน แบบช่วงยุคสงครามเย็นในอดีต แต่มันจะกลายเป็น สงครามภายนอก สงครามที่ต้องลากเอาใครต่อใครในแต่ละประเทศ ให้เข้ามาร่วมเอาแพ้-เอาชนะระหว่างกันและกันอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ แบบเดียวกับ สงครามอาร์มาเกดโดน ที่ถูกบรรยายไว้ บทวิวรณ์ 16:14 ของพระคัมภีร์ไบเบิลนั่นแหละว่า... และข้าพเจ้าได้เห็นผีโสโครก 3 ตน รูปร่างคล้ายกบ ออกมาจากปากพญานาค ออกจากปากสัตว์ร้ายนั้น และออกจากปากผู้ปลอมตัวเป็นผู้เผยพระวจนะ ด้วยผีร้ายเหล่านั้นคือผีร้ายกระทำหมายสำคัญ มันออกไปหาปวงกษัตริย์ทั่วพิภพ เพื่อล่อลวงบรรดากษัตริย์เหล่านั้น ให้มาทำสงครามในวันยิ่งใหญ่ของพระผู้เป็นเจ้า และมันได้ชุมนุมปวงกษัตริย์เอาไว้ที่ตำบลหนึ่ง ซึ่งภาษาฮีบรูเรียกว่า...อาร์มาเกดโดน...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็นั่นแหละ...ในเมื่อ สงครามการค้า และ สงครามการทูต ได้อุบัติขึ้นมาเรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว ถ้าหากจะมี สงครามเลือด ตามมา ก็คงไม่ถึงกับน่าแปลกใจซักเท่าไหร่ ส่วนใครจะเป็นฝ่ายแพ้-ฝ่ายชนะ อันนี้...คงต้องหันไปเงี่ยหูฟังผู้นำรัสเซีย อย่างประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน เอาไว้ซักหน่อย ในฐานะที่นอกจากจะ ไม่บ้า ยังแสดงกิริยา ท่าที ที่สะท้อนถึงความมีสติและวุฒิภาวะครบถ้วน สมบูรณ์ ด้วยการอธิบายถึงสถานการณ์ความเป็นไปของโลก ณ ช่วงขณะนี้เอาไว้ว่า กำลังวุ่นวายหนักขึ้นๆ และ เราหวังว่า...สุดท้ายแล้วฝ่ายที่ยังพอมีสามัญสำนึกเบื้องต้น จะเป็นฝ่ายชนะ เพื่อที่จะช่วยให้ระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของโลกนี้ เข้าสู่ภาวะความมีเหตุมีผลและการสร้างสรรค์ รวมทั้งเพื่อช่วยให้ระเบียบโลกมีเสถียรภาพและเป็นสิ่งที่สามารถคาดเดาได้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Eugene Victor Debs (อีกครั้ง)... Sooner or later every war of trade becomes a war of blood.- ไม่เร็วก็ช้า...ที่สงครามการค้าในทุกๆ ครั้ง จะต้องกลายเป็นสงครามเลือด...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7025</URL_LINK>
                <HASHTAG>7วันอันตราย, Kh-35, กวาดล้างพวกผู้ก่อการร้าย, ทรัมป์, ท่านขุนน้อย, บรรดาคอเหล้า, ยิงจรวดเข้าใส่ซีเรีย, สงกรานต์, สมรภูมิครั้งใหญ่, หาเรื่องโจมตีซีเรีย, อาวุธเคมี, เริ่มลิ้มรสสันติภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
