<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>NIAจัดงาน STARTUP X INNOVATION THAILAND EXPO 2021 “เปล่งประกายแห่งเทคโนโลยีเชิงลึก”  เกษตร อาหาร การแพทย์ อวกาศ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ 15 – 18 ก.ย.นี้  ผ่านเว็บไซต์ https://site.nia.or.th</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือ Nia กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผอ.สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ แถลงข่าวการจัดงาน Startup&amp;nbsp; x Innavation Thailand Expo 2021(SITE 2021) ภายใต้แนวคิด การเปล่งประกายแห่งเทคโนโลยีเชิงลึก &amp;ldquo;Deep Tech Rising&amp;hellip;The Next Frontier of Innovation&amp;rdquo; การยกระดับเทคโนโลยีเชิงลึก...นวัตกรรมด่านหน้าแห่งอนาคตที่จะมาขับเคลื่อนประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ NIA กล่าวว่า จากวิกฤตโควิด-19 ในปี 2563 ส่งผลกระทบต่อวิถีการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ของคนในสังคม ทำให้หลายอุตสาหกรรมต้องปรับตัวเพื่อตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งในปีที่ผ่านมา NIA ก็ได้ควบรวม 2 งานยิ่งใหญ่แห่งปีด้านสตาร์ทอัพและนวัตกรรมเข้าด้วยกันกลายเป็นงาน &amp;ldquo;STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO&amp;rdquo; พร้อมปรับโฉมจากรูปแบบอีเว้นท์จริง (Physical) สู่รูปแบบออนไลน์ (Online) ผ่านแพลตฟอร์มอีเว้นท์ออนไลน์ในรูปแบบโลกนวัตกรรมเสมือนจริง (Virtual World) เต็มรูปแบบขึ้นเป็นครั้งแรกที่เป็นฝีมือคนไทย ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากคนในวงการทั้งสตาร์ทอัพและนวัตกรรม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.พันธุ์อาจ กล่าวต่อว่า สำหรับการจัดงาน &amp;ldquo;STARTUP THAILAND x INNOVATION THAILAND EXPO 2021&amp;rdquo; หรือ SITE 2021 ในปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-18 กันยายนนี้ ผ่านเว็บไซต์ https://site.nia.or.th ทุกกิจกรรมเข้าร่วมฟรี!! ภายใต้แนวคิดหลัก คือ &amp;ldquo;DEEP TECH RISING: The Next Frontier of Innovation&amp;rdquo; เพื่อนำเสนอโอกาสการยกระดับเทคโนโลยีเชิงลึกที่ถือเป็นนวัตกรรมแห่งอนาคตสำหรับการขับเคลื่อนประเทศใน 5 สาขา ได้แก่ เกษตร (AgTech) อาหาร (FoodTech) การแพทย์ (MedTech) อวกาศ (Space Tech) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือนสําหรับบุคคล (AI Robotic Immersive IoT: ARI Tech) ซึ่งในกลุ่มเกษตร อาหารและการแพทย์ ยังสอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG Economy Model) อีกด้วย ทั้งนี้ ภายในงานประกอบด้วย 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 1) Virtual Forum เวทีรวบรวมสุดยอดสตาร์ทอัพ นวัตกรชั้นนำของเมืองไทย และวิทยากรชื่อดังจากต่างประเทศ กว่า 60 ท่านมาแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ กว่า 50 หัวข้อ&amp;nbsp; 2) Opportunity โอกาสสำคัญในการหาคู่ค้าทางธุรกิจ ผ่านกิจกรรมที่จัดขึ้น ทั้ง Marketplace ตลาดจำหน่ายสินค้าในรูปแบบเสมือนกว่า 200 บูธ Online Business Matching การจับคู่ธุรกิจกับหน่วยงานธุรกิจกว่า 30 บริษัท และ Online Business Consulting ที่บริการให้คำปรึกษาออนไลน์จากสุดยอดเมนเทอร์ ผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 ท่าน ใน 10 สาขาธุรกิจ 3) SHOW การแสดงสดผ่านทางออนไลน์ที่นำเรื่องราวที่น่าสนใจด้านดีพเทคที่หลายคนอาจไม่รู้มาก่อน และ 4) AWARD พิธีประกาศผลรางวัลอันทรงเกียรติ Prime Minister Award ให้แก่ผู้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศสตาร์ทอัพของประเทศ และเสริมสร้างศักยภาพทางธุรกิจให้แก่สตาร์ทอัพไทยให้ก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แพลตฟอร์มในปีนี้ถูกพัฒนาต่อยอดความอัจฉริยะจากเดิม ทั้งการสร้างประสบการณ์เสมือนจริงแบบไร้รอยต่อด้วยนิทรรศการรูปแบบ 360&amp;rsquo; virtual exhibition เสมือนเดินอยู่ในงานจริง และสามารถสนทนาสดกับผู้ประกอบการได้แบบเรียลไทม์ มีการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ชมกับนิทรรศการในโลกเสมือนผ่านการสร้างตัวตนของผู้เข้าชม (Avatar) รวมถึงการให้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการประมวลผลข้อมูลของแต่ละช่วงงานจากทุกความคิดเห็นของผู้เข้าชมผสมผสานกับเครื่องมือส่วน social listening เพื่อฟังเสียงจากทั่วโลก มาผ่านกระบวนการวิเคราะห์ช้อมูล เพื่อประเมินประสิทธิภาพงาน และทิศทางของแนวโน้มและเนื้อหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ตั้งเป้าจะผลักดันให้แพลตฟอร์มนี้กลายเป็นกลไกหนึ่งของการสร้างนวัตกรรมและการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมต่อไป และอยากเชิญชวนให้ผู้คนในแวดวงสตาร์ทอัพสายนวัตกรรม หรือคนที่สนใจเข้ามาพบปะกันในงานนี้ เพื่อร่วมเรียนรู้แลกเปลี่ยนแนวคิดในการก้าวข้ามวิกฤตไปด้วยกัน&amp;rdquo; ดร.พันธุ์อาจ กล่าวดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115517</URL_LINK>
                <HASHTAG>360’ virtual exhibition, Deep Tech Rising…The Next Frontier of Innovation, Nia, Physical, SITE 2021, Startup  x Innavation Thailand Expo 2021, Virtual World, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, การยกระดับเทคโนโลยีเชิงลึก, การเปล่งประกายแห่งเทคโนโลยีเชิงลึก, การแพทย์, ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(องค์การมหาชน), อว., อวกาศ, อาหาร, เกษตร, โลกนวัตกรรมเสมือนจริง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_6131e5939e9aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110489</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 21:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 20:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซีพีเอฟ จับมือ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ส่งอาหารจากใจ เสริมทัพนักรบชุดขาว ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ผนึกกำลังคู่ค้าและพันธมิตร บริษัท&amp;nbsp;เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป&amp;nbsp;จำกัด (มหาชน) เดินหน้ามอบผลิตภัณฑ์บะหมี่เกี๊ยวกุ้งพร้อมรับประทาน นมซีพี-เมจิ และป๊อปคอร์นหลากรสชาติ ในโครงการ&amp;nbsp;&amp;ldquo;CPF&amp;nbsp;ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19&amp;rdquo;&amp;nbsp;ตามนโยบายเครือเจริญโภคภัณฑ์ แก่ แพทย์หญิง มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ และจิตอาสา ในการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แก่ประชาชน เพื่อร่วมสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้แก่ประเทศไทย โดยมี&amp;nbsp;นายไพโรจน์ อภิรักษ์นุสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ธุรกิจสัตว์น้ำ ซีพีเอฟ พร้อมด้วย นางสาวชาลินี พูนลาภมงคล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ซีพี - เมจิ และนายนรุตม์ เจียรสนอง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ร่วมส่งมอบ ณ ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ สถานีกลางบางซื่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แพทย์หญิง มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง&amp;nbsp;กล่าวว่า ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ เปิดให้บริการมากกว่า 60 วัน โดยฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนเกือบ 9 แสนโดส พร้อมเร่งระดมฉีดแก่ผู้สูงอายุวัย 60 ปีขึ้นไป ส่วนการ&amp;nbsp;Walk in&amp;nbsp;จะให้บริการเฉพาะผู้สูงวัย อายุ 75 ปีขึ้นไปเท่านั้น พร้อมฝากถึงผู้ที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีนให้มาตรงตามเวลานัดหมาย เพื่อลดความแออัด เว้นระยะห่างป้องกันโควิด และขอบคุณภาคเอกชนที่ไม่เคยทิ้งกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอขอบคุณซีพีเอฟ ที่สนับสนุนอาหาร นม และเครื่องดื่มมาโดยตลอด และยังร่วมกับเมเจอร์ฯ นำป๊อปคอร์นมามอบให้บุคลากรด้านสาธารณสุข สิ่งเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างกำลังกายและพลังใจให้ทีมหมอ พยาบาล จิตอาสาจากโรงพยาบาลต่างๆ ที่หมุนเวียนมาปฏิบัติหน้าที่ได้มีอาหารอร่อย คุณภาพดี มีประโยชน์ รับประทานตลอดระยะเวลาของการอยู่ที่นี่&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน&amp;nbsp;นายไพโรจน์ อภิรักษ์นุสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ธุรกิจสัตว์น้ำ ซีพีเอฟ&amp;nbsp;กล่าวว่า เป็นโอกาสดีของซีพีเอฟ ที่ได้ผนึกกำลังกับคู่ค้าและพันธมิตร อย่าง เมเจอร์ฯ มอบอาหาร นม และขนมขบเคี้ยว ให้บุคลากรทางการแพทย์ได้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเต็มกำลัง ซีพีเอฟ ตระหนักถึงความปลอดภัยของทุกท่าน จึงนำบะหมี่เกี๊ยวกุ้ง แบรนด์&amp;nbsp;Authentic Asia&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ส่งออกไปยังต่างประเทศ และเป็นกุ้งที่เลี้ยงด้วยระบบโพรไบโอติกฟาร์มมิ่ง ไม่มียาปฏิชีวนะ สะอาด ปลอดภัย และนม ซีพี-เมจิ มาบำรุงร่างกายอย่างเต็มกำลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอเชิญชวนประชาชนทั่วไป บริษัท ห้างร้าน และผู้ที่มีความพร้อมในด้านต่างๆ มาช่วยกันคนละไม้คนละมือตามกำลังความสามารถ จะเป็นเครื่องอุปโภคบริโภคหรือสิ่งของจำเป็น มาสนับสนุนนักรบด่านหน้าให้สามารถต่อสู้และฝ่าวิกฤตในครั้งนี้ไปได้โดยเร็ว&amp;quot; นายไพโรจน์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่&amp;nbsp;นายนรุตม์ เจียรสนอง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป&amp;nbsp;กล่าวว่า ขอขอบคุณซีพีเอฟที่ชวนบริษัทฯ มาร่วมสนับสนุนทีมแพทย์ในครั้งนี้ โดยนำป๊อบคอร์น 2 แบบ คือ แบบ&amp;nbsp;To Go&amp;nbsp;ป็อบคอร์นร้อนที่ทำเสร็จพร้อมนำส่งทันที และแบบ&amp;nbsp;Popstar&amp;nbsp;เป็นสแน็ค บริษัทฯ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ทุ่มเทปฏิบัติงานอย่างหนัก และมีความยินดีที่จะร่วมกับซีพีเอฟขยายความช่วยเหลือไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดระยะเวลามากกว่า 1 ปี ที่ประเทศไทยเผชิญวิกฤตโควิด-19 ซีพีเอฟ ได้นำความเชี่ยวชาญด้านอาหารไปช่วยเหลือสังคม โดยริเริ่มโครงการ&amp;nbsp;&amp;ldquo;CPF&amp;nbsp;ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19&amp;rdquo;&amp;nbsp;ตามนโยบายของประธานอาวุโส ธนินท์ เจียรวนนท์ ภายใต้โครงการ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ซีพีร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับจากวันแรก&amp;hellip;ถึงวันนี้ ซีพีเอฟ มอบอาหารพร้อมรับประทาน เพื่อบุคลากรทางการแพทย์และพี่น้องคนไทยแล้วหลายล้านแพ็ค รวมถึงน้ำดื่มและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพหลายล้านขวด ตลอดจนวัตถุดิบอาหารสดและเครื่องปรุงรส สำหรับนำไปปรุงอาหาร แก่โรงพยาบาลหลัก โรงพยาบาลสนาม กลุ่มเปราะบาง ศูนย์ฉีดวัคซีน จุดตรวจโควิด และหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;มากกว่า 500 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้เข้าถึงอาหารคุณภาพดี อร่อย ปลอดภัย และถูกสุขอนามัย บริษัทฯ มุ่งมั่นช่วยเหลือประเทศชาติ ประชาชน ให้ก้าวผ่านวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110489</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีพีเอฟ, อาหาร, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์, แพทย์หญิง มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f6d6ea9c488.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2021 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039; ผลักดันส่งออกสินค้าตอบโจทย์เมกะเทรนด์โลก  อาหาร-สมุนไพร-เครื่องสำอาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค. 2564 &amp;nbsp;นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้จัดทำแผนตามยุทธศาสตร์ &amp;ldquo;ตลาดนำการผลิต&amp;rdquo; ตามที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้เร่งดำเนินการเพิ่มเติม โดยได้วางแผนในการส่งเสริมและผลักดันการส่งออกสินค้าที่ตอบโจทย์เมกะเทรนด์ของโลกในหลายด้าน ทั้งเรื่องการปกป้องสิ่งแวดล้อม ความต้องการสินค้าอาหารที่มีคุณภาพสูง อาหารฮาลาลสำหรับผู้บริโภคชาวมุสลิม และสินค้าที่มีแนวโน้มเติบโตสูง หลังจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากผลกระทบจากโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสินค้าที่กรมฯ ประเมินว่า กำลังเป็นแนวโน้มใหม่ของโลก และเป็นเทรนด์ที่จะเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ได้แก่ สินค้าไลฟ์สไตล์ ที่พัฒนามาจากของเหลือใช้ 2 รูปแบบ คือ ผลผลิตเหลือใช้ทางการเกษตร และขยะคุณภาพดีจากแหล่งอุตสาหกรรม ที่นำมาแปรรูปและออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เชิงสร้างสรรค์ สินค้าในกลุ่มอาหารแปรรูป เกษตรแปรรูป และสินค้าที่ไม่ใช่อาหาร ที่ได้รับการพัฒนาด้านบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (circular packaging) เพื่อตอบโจทย์นโยบาย BCG โดยกรมฯ มีแผนที่จะดำเนินการพัฒนาและส่งเสริมด้านการตลาด ผ่านการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างการรับรู้และสร้างภาพลักษณ์สินค้า BCG ของไทยในตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีอาหารอนาคต (future food) ที่ประกอบด้วย 4 กลุ่มหลัก คือ 1.อาหารฟังก์ชั่น (functional food) 2.อาหารนวัตกรรมใหม่ (novel food) 3.อาหารทางการแพทย์ (medical food) และ 4.อาหารอินทรีย์ (organic food) ที่ตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคในด้านต่างๆ อาทิ การเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย เพื่อโภชนาการเฉพาะบุคคล เพื่อสุขภาพจิตที่ดี เพื่อโภชนาการรูปแบบใหม่ที่ไม่บริโภคอาหารที่มาจากเนื้อสัตว์ (Plant-based) และอาหารผู้สูงอายุ เป็นต้น โดยมีตลาดส่งออกหลัก เช่น สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ส่วนอาหารมังสวิรัติ มีตลาดเป้าหมาย คือ อินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่สินค้าฮาลาล มีเป้าหมายจะเร่งส่งเสริมและผลักดันการ่สงออกสินค้าในกลุ่มอาหาร แฟชั่นและเครื่องนุ่งห่ม เครื่องสำอาง โดยมีตลาดเป้าหมายในกลุ่มประเทศมุสลิม เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ซาอุดิอาระเบีย อียิปต์ UAE เป็นต้น และตลาดในประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม แต่มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่มาก เช่น อินเดีย จีน รัสเซีย เป็นต้น รวมทั้งจะเร่งผลักดันการส่งออกสินค้าในกลุ่มสมุนไพร เครื่องสำอาง ที่มีแนวโน้มเติบโตดี โดยมีตลาดเป้าหมาย ได้แก่ จีน เวียดนาม รัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสินค้ากลุ่มอื่นๆ จะเน้นสินค้าที่มีความต้องการเพิ่มขึ้น ในช่วงที่ตลาดโลกฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด-19 ได้แก่ ชิ้นส่วนอุปกรณ์และส่วนประกอบยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อัญมณีและเครื่องประดับ วัสดุก่อสร้าง เครื่องจักรกลการเกษตร สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์ยาง และ ธุรกิจบริการมูลค่าสูง ได้แก่ ดิจิทัลคอนเทนต์ เช่น ภาพยนตร์ เกมส์ แอนิเมชันคาแรคเตอร์ และธุรกิจบริการเพื่อสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กลุ่มสินค้าเดิมที่มีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นในช่วงสถานการณ์โควิด-19 จำนวน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.สินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมการเกษตร โดยเฉพาะอาหาร ทั้งอาหารคน และอาหารสัตว์เลี้ยง 2.สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่บ้าน และ 3.สินค้าที่เกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อ และสินค้าเพื่อสุขภาพและอนามัย กรมฯ ยังจะเดินหน้าผลักดัน และจัดกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกอย่างต่อเนื่อง เพราะสินค้าเหล่านี้ ยังคงเป็นที่ต้องการ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109125</URL_LINK>
                <HASHTAG>สมุนไพร, สมเด็จ สุสมบูรณ์, ส่งออกสินค้า, อาหาร, เครื่องสำอาง, เมกะเทรนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d9c9e0d82cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104547</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2021 08:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2021 08:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Work from home ให้สุขภาพดีน้ำหนักไม่พุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ต้องยอมรับว่าสถานการณ์โควิด-19 ทำให้หลายคนยังคงต้องทำงานอยู่บ้าน เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส และแน่นอนว่าการ Work from home ทำให้การขยับร่างกายน้อยลง ประกอบกับบ้านไหนที่ชอบตุนขนมและอาหารอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นพรวด ๆ แบบไม่ทันตั้งตัว ดังนั้นจะดีกว่าไหมถ้าเรามีทริคในการเลือกรับประทานสิ่งดี ๆ เข้าสู่ร่างกาย เพื่อสุขภาพที่ดี และน้ำหนักไม่พุ่ง ฟิตแอนด์เฟิร์ม เพื่อพร้อมสำหรับการใส่เสื้อผ้าตัวเก่งไปทำงานเมื่อสถานการณ์ปกติ &amp;quot;กิฟฟารีน&amp;quot; มีคำแนะนำ 3 ทิปส์ง่ายๆ ในการเลือกรับประทานสไตล์ กิฟฟารีน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ระวังแป้งและน้ำตาล พร้อมเพิ่มกากใยในมื้ออาหาร : แน่นอนว่าเมื่ออยู่บ้าน หลายคนอาจจะเบื่อและมีความกังวล เลยสรรหาเมนูของหวาน เพิ่มน้ำตาลในเลือด คลายความเครียด ดังนั้นหากอยากกินพวกแป้ง ควรหันมากินแป้งขัดสีอย่างข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง หรือขนมปังโฮลวีตแทน เพิ่มความสดชื่นให้ร่างกายด้วยน้ำผึ้งมะนาว และถ้าหากใครอยากรับประทานกากใยเพิ่ม และอยากให้ระบบขับถ่ายทำงานดีมากขึ้น ลองหาตัวช่วยดี ๆ อย่างไฟเบอร์ ใยอาหารชนิดละลายน้ำ ผสานสารสกัดจากธรรมชาติ ผักและผลไม้หลากหลาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดโปรตีน : หลักการทางโภชนาการแนะนำว่าในคนวัยทำงานสุขภาพปกติต้องการโปรตีน 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ดังนั้นอาหารในแต่ละมื้อควรมีโปรตีนดีๆ&amp;nbsp; อย่าง ไข่ไก่ ปลา ไก่ ถั่ว เต้าหู้ เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพราะถ้าร่างกายขาดโปรตีนจะทำให้กล้ามเนื้อเสื่อมสลายง่าย ที่สำคัญโปรตีนจะช่วยให้เรารู้สึกอิ่มได้นานขึ้นด้วย และ ลดความอยากกินขนมระหว่างวันได้&amp;nbsp; โดยเฉพาะสายวีแกน ที่ต้องการลดการบริโภคเนื้อสัตว์&amp;nbsp; ทำให้ส่วนใหญ่ต้องทำอาหารเอง ตัวช่วยดี ๆ ผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืช จากถั่วเหลือง ก็ถือเป็นตัวช่วยที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทานให้อิ่ม แต่แคลอรี่น้อย: 2 กฏเหล็ก ที่ต้องจำให้ขึ้นใจยุคที่ความสะดวกสบายเสิร์ฟให้กับเรา ถ้าไม่ต้องการให้น้ำหนักตัวพุ่งจนใจหาย เพราะเมื่อหิวเราจะทานอาหารในปริมาณเยอะ สำคัญที่เราต้องทานอาหารให้อิ่ม แต่ต้องเลือกรับประทานอาหารที่มีแคลอรี่น้อย ดังนั้นหากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงอาหารฟาสต์ฟู้ด และหันมาเลือกสั่งอาหารที่มีประโยชน์ หรือ สั่งอาหารสด ผัก ผลไม้ รวมถึงเครื่องดื่มยอดฮิตชานมไข่มุก น้ำหวานต่างๆ ถ้าเสพติดแล้วดื่มทุกวันคงไม่ดีแน่ มาหาเครื่องดื่มทดแทน เป็น ไอเท็มเครื่องดื่มที่มีประโยชน์อย่าง เครื่องดื่มธัญญาหารสำเร็จรูปกลิ่นข้าวโพดไม่ใส่น้ำตาลทราย ก็สามารถเป็นเมนูของว่างได้ง่ายๆ และอิ่มท้อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ลองทำตาม 3 ทิปส์ง่ายๆ ในช่วง Work from home เพียงแค่เลือกรับประทานสิ่งดี ๆเสิร์ฟให้กับร่างกาย เพียงแค่นี้ รับรองไม่ว่าจะ Work from home อีกนานแค่ไหน คุณก็น้ำหนักไม่พุ่ง และอาจจะฟิตแอนด์เฟิร์มและสุขภาพดีกว่าเดิม หรือสามารถเข้าไปดูผลิตภัณฑ์ต่างๆเพื่อทดแทนอาหารหรือเสริมสร้างวิตามินให้ร่างกายได้อิ่มโดยมีตัวฃ่วยได้ ที่ www.giffarine.com &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104547</URL_LINK>
                <HASHTAG>Work from Home, สุขภาพ, อาหาร, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210529/image_big_60b195273a373.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71719</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2020 11:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2020 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยา -อาหาร-อิเล็กทรอนิกส์&#039;ยอดผลิตพุ่งรับอานิสงส์โควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค. 2563 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะอุตสาหกรรมหลักของไทยได้รับอานิสงส์จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของมนุษย์ ทั้งการเว้นระยะห่างทางกายภาพและลดการปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่นให้มากที่สุด ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานและพฤติกรรมเดิม ๆ เข้าสู่ชีวิตวิถีใหม่ (นิว นอร์มอล) รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริโภคทำให้เกิดความต้องการสินค้าบางประเภทเพิ่มขึ้น จึงทำให้ 3 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เวชภัณฑ์และเคมีภัณฑ์รักษาโรค และอาหาร ขยายตัวเพิ่มขึ้นตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ภายหลังจากโรงงาน ซัพพลายเออร์ และธุรกิจต่าง ๆ กลับมาเปิดตัว ส่งผลต่อการเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจและเพิ่มการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ถูกหยุดชะงักตามมาตรการควบคุมโรค โดยมองว่าอุตสาหกรรมไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และการผลิตภาคอุตสาหกรรมจะฟื้นตัวต่อเนื่องหากไม่มีการระบาดซ้ำหรือกลับมาใช้มาตรการควบคุมโรคในระยะที่ 2 โดยเฉพาะใน 3 อุตสาหกรรมหลักที่มีการขยายตัวต่อเนื่องและตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงภายใต้นิว นอร์มอลซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมไทยกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง&amp;rdquo;นายสุริยะ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่าในอุตสาหกรรมเวชภัณฑ์และเคมีภัณฑ์ที่ใช้รักษาโรค มีดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) ระยะ 5 เดือนแรกของปี 2563 (ม.ค.-พ.ค.) ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 18.50% ความต้องการสินค้ามีแนวโน้มที่จะขยายตัวทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะกัมพูชา ฟิลิปปินส์ และจีน เช่น หน้ากากอนามัย ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด อุปกรณ์ป้องกันต่าง ๆ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นเนื่องจากประชาชนได้มีการปรับเปลี่ยนเป็นการทำงานที่บ้าน โดยในช่วง 5 เดือน ของปี 63 ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 1.02% ในขณะที่ประเทศคู่แข่งอย่างมาเลเซียและเวียดนามมีดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์รวม 5 เดือน ในปี 2563 หดตัวลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 8.46% และ 0.93% ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านอุตสาหกรรมอาหาร ได้รับอานิสงส์จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศเนื่องจากเป็นปัจจัยที่สำคัญในการดำรงชีวิต ส่งผลให้มีการขยายการผลิตในหลายผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูปที่เก็บรักษาได้นาน โดยมีดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมรวม 5 เดือนแรก ขยายตัวเพิ่มขึ้น อาทิ สัตว์น้ำแช่แข็ง สัตว์น้ำบรรจุกระป๋อง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71719</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภาคอุตสาหกรรม, ยอดผลิตพุ่ง, ยา, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, อานิสงส์โควิด-19, อาหาร, อิเล็กทรอนิกส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200604/image_big_5ed8895120f41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65783</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2020 08:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2020 08:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.อานนท์&#039;ไขข้อข้องใจทำไมกินข้าวในร้านอาหารต้องแยกโต๊ะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.2563 - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชา Business Analytics and Intelligence และ Actuarial Science and Risk Management คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาว่า ที่มีคนโวยวายว่า ก็ต้องกินข้าวโต๊ะเดียวกันในร้านอาหารได้สิ หลังจากเปิดผ่อนคลายให้กินข้าวในร้านอาหารได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนไทยนี้อ้างเหตุผลว่า นโยบาย คำสั่งของรัฐบาลงี่เง่า ก็มารถคันเดียวกัน 4-5 คน เบียดกันมา ทำไมจะกินข้าวโต๊ะเดียวกันไม่ได้ จะเป็นอะไรไป ในเมื่อเป็นครอบครัวเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขออธิบายว่า ที่รัฐบาลสั่งนั้นถูกต้องแล้วตามหลักการทางระบาดวิทยาในการป้องกันการแพร่เชื้อโรค
ประการแรก ตอนนั่งรถมาใส่หน้ากากอนามัยกันมาบนรถ ไม่ได้ถอดหน้ากากอนามัยออกเหมือนตอนนั่งกินข้าวในร้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการสอง ที่พูดคุยกันในรถ ก็ไม่ได้เปิดหน้ากากอนามัย แต่มากินข้าวที่ร้าน ถอดหน้ากากอนามัยออกก่อนกิน (ไม่งั้นจะกินได้ไง) และตอนกินตอนเคี้ยว ฝอยละอองน้ำลายกระเด็นกันไปเท่าไหร่ แพร่เชื้อกันไปขนาดไหน ก็ต้องไปลองคิดดู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการสาม มีเคสที่เกิดการติดเชื้อจากการกินสุกี้ยากี้ต้มเดือดๆ หม้อเดียวกัน ร้อนๆ เชื้อโควิด-19 ตายหมด อ้าวฝอยละอองน้ำลายตอนอ้าปากเคี้ยว มันไม่ได้ลงหม้อสุกี้ยากี้เดือดๆ ทุกละอองฝอยสักหน่อยหนาออเจ้า ยังหายใจรดกันอีกตอนสุมหัวลวกสุกี้ยากี้ เคสนี้ที่ร่วมหม้อสุกี้ยากี้กัน ปรากฏว่าติดโควิดกันหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอยืนยันว่า เวลากินให้แยกโต๊ะกินกันโต๊ะละคนถูกหลักการแล้ว แม้จะไม่ถูกใจ แต่ระงับป้องกันการแพร่เชื้อได้ อ้อ ในรถเป็นพื้นที่ส่วนตัวจะทำอะไรก็ทำไป แต่ในร้านอาหารมีคนอื่นนั่งกินด้วยเป็นพื้นที่สาธารณะ เข้าใจคำว่าพื้นที่สาธารณะไหม?
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65783</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะสถิติประยุกต์, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์, อาหาร, เฟซบุ๊ก, โควิด-19, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200513/image_big_5ebb46a4d3442.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64587</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2020 09:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2020 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาพชุด&#039;Grab Soldier&#039;ส่งอาหารให้ประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.2563 - ภาพชุดของกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 16 (ร.16 พัน.1) จัดทีม &amp;ldquo;Grab Soldier&amp;rdquo; นำอาหารกล่องนำดื่มเข้าแจกจ่ายให้พี่น้องประชาชน ผู้ด้อยโอกาส ผู้ไร้ที่อยู่อาศัย เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน ในพื้นที่เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64587</URL_LINK>
                <HASHTAG>Grab Soldier, จักรยานยนต์, อาหาร, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200429/image_big_5ea8e6f2a661a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
