<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85422</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2020 01:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กินอาหารเช้า&quot;ตัวช่วย&quot;คุมน้ำหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายคนที่มองข้ามอาหารเช้าฟังทางนี้ เพราะเรารู้กันดีอยู่แล้วว่าหากปริมาณแคลอรีในร่างกายมากขึ้นเท่าไร นั่นแปลว่าน้ำหนักตัวของคุณจะเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ตรงกันข้ามหากคุณกินอาหารที่ไขมันต่ำ ก็ทำให้น้ำหนักตัวลดลงเช่นกัน นอกจากนี้ปัจจัยสำคัญอื่นๆ เช่น ปริมาณอาหารและชนิดอาหารที่คุณบริโภค หรือแม้แต่ช่วงเวลาในการกินอาหาร ก็อาจส่งผลต่อน้ำหนักตัวได้เช่นกัน โดยเฉพาะคนที่ไม่ชอบกินข้าวเช้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การวิจัยล่าสุดพบว่า ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของวันที่คุณกินอาหาร ก็มีผลต่อน้ำหนักตัวเช่นเดียวกัน เพราะนั่นจะทำให้วันถัดไปนั้น คุณจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นการคูณสองน้ำหนักตัว หากว่าคุณไม่กินอาหารเช้า ที่ว่ากันว่าจะไม่ทำให้น้ำหนักตัวไม่เพิ่มมากขึ้นจนเกินไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์ได้นำเสนอผลงานวิจัย ในการประชุมโรคอ้วนที่จัดขึ้นในยุโรปและนานาชาติ ปี 2020 โดยพบว่า &amp;ldquo;การรับประทานอาหารในช่วงเวลาเย็นนั้น จะกระตุ้นให้น้ำหนักตัวของคุณเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ จากการสำรวจดังกล่าวในผู้ใหญ่กว่า 1,170 คน ที่ได้ตอบแบบสำรวจเกี่ยวกับอาหารและโภชนาการแห่งชาติ ในประเทศอังกฤษ ระหว่างปี 2555-2560 พบว่า ผู้ที่กินอาหารเย็นหลังเวลา 18.00 น. จะทำให้ได้รับพลังงานในอาหารที่กิน ร้อยละ 39.8 ต่อวัน ถ้าเทียบกับผู้ที่กินอาหารในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ ที่มักจะมีปริมาณไขมันหรือน้ำหนักตัวที่น้อยลงตลอดทั้งวัน พูดง่ายๆ คือไม่อ้วนนั่นเอง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทว่าผลการวิจัยข้างต้นก็อาจจะไม่สามารถตัดสินได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะอันที่จริงแล้วนักวิจัยได้มองลึกลงไปว่า ไม่ใช่แค่การกินอาหารหลัง 6 โมงเย็นเท่านั้น แต่ชนิดของอาหาร ก็อาจส่งผลต่อน้ำหนักตัวได้เช่นกัน โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันสูงและมีกากใยอาหารน้อย และยิ่งคุณกินมื้อเย็นมากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพมากขึ้นเท่านั้น ถ้าจะให้ดีนั้นลองเปลี่ยนการกินอาหารมื้อเย็น เป็นดื่มน้ำปั่นสมูทตี้ผักผลไม้ก่อนนอนก็จะดีต่อสุขภาพไม่น้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลวิจัยข้างต้นได้ระบุเพิ่มเติมว่า การบริโภคอาหารอย่างชาญฉลาดนั้น หรือกินอาหารมื้อเย็นที่ไม่หนักจนเกินไป นั่นจะทำให้คุณสามารถควบคุมน้ำหนักตัวได้ดี แต่ถ้าหากคุณกินอาหารเย็นในปริมาณที่มากกว่ามื้ออื่นๆ นั่นจะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการกินที่ทำลายสุขภาพนั่นเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่บางครั้งการกำหนดะเวลาในการกินอาหารอาจเป็นเรื่องยุ่งยาก หรือที่เรียกกันว่าการบริโภคอาหารตามนาฬิกาชีวภาพ หรือกินอาหารเช้าให้มากที่สุด ส่วนมื้อกลางวันให้กินเบาลง ขณะที่มื้อเย็นให้น้อยลงเช่นกัน แต่ให้เน้นกินอาหารที่มีไขมันต่ำ เน้นเมนูที่ทำจากโปรตีนและผักผลไม้ แต่ทว่าคนทั่วไปมักจะกินอาหารไม่ตรงตามนาฬิกาชีวภาพ และมักจะไม่กินอาหารเช้า แต่จะกินอาหารในปริมาณที่มาก โดยเฉพาะมื้อเย็น หรือช่วงก่อนที่จะมีประจำเดือน โดยเฉพาะการกินของหวานในมื้อเย็น หรือคนที่นอนดึกก็จะมักจะกินของหวานในเวลาเที่ยงคืน ดังนั้นการกินอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูงในช่วงเวลาเย็น จึงทำให้คุณได้รับปริมาณอาหารที่มากเกินไป ประกอบกับคนที่ไม่ชอบออกกำลังกาย จึงทำให้มีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85422</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, อาหารเช้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201129/image_big_5fc38d8ae15b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาสนาพุทธ..เทรนด์ที่ไม่เคยเอาต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้มีเทรนด์ใหม่เรียกว่า OMAD คือ One Meal a Day เพื่อให้เกิด autophagy เยอะขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ความเชื่อเรื่องมื้ออาหารเช้า กลางวัน เย็น ล้าสมัยแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หมายความว่า ให้กินเมื่อหิวจริงๆ หรือกินวันละมื้อสองมื้อพอ ถ้ากินหลายมื้ออินซูลินถูกกระตุ้นตลอด ทำให้ดื้ออินซูลิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาการของคนดื้ออินซูลินมีอะไรบ้าง มีหลายอย่างเลย แต่ที่เห็นได้ชัดคืออ้วน ลงพุง มีไขมันรอบพุง เพราะอินซูลินเป็นตัวบอกร่างกายให้เก็บไขมัน คนจะอ้วนไม่อ้วน พุงป่องไม่ป่อง จึงอยู่ที่ระดับอินซูลินในร่างกาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Autophagy คือการที่ร่างกายทำความสะอาดเซลล์ตัวเองอัตโนมัติเป็นรางวัลโนเบลปี 2016 กระบวนการนี้เกิดได้ 2 กรณีคือ เกิดขึ้นเอง โดยการอดอาหารตั้งแต่ 12 ชั่วโมงขึ้นไป และตั้งใจให้เกิด โดยการกินอาหารที่เป็นแป้งน้อยมากและใช้ไขมันเป็นพลังงาน เรียกว่าอาหาร ketogenic food&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การกินตัวเอง เซลล์จะเลือกโปรตีนที่สร้างผิด หรือเซลล์ที่บาดเจ็บ จะถูกย่อยนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการสร้างเซลล์ใหม่ทำให้ร่างกายแข็งแรงและสดชื่นอยู่เสมอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราดูแล้วเหมือนความรู้ใหม่ แต่ในศาสนาพุทธ พระพุทธองค์วางกฎให้พระสงฆ์ฉันข้าวมื้อเดียว นอกนั้นก็กินได้แต่น้ำเปล่า น้ำปานะ จึงไม่ป่วยง่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นความรู้มา 2,600 ปีแล้ว จะเห็นว่า หลายเรื่องในพุทธศาสนาเป็นวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มนุษย์ลุงมนุษยป้าอย่างเราๆ ก็เรียนหนังสือมาตั้งแต่เด็ก ท่องจำมาตั้งแต่เล็กว่า เมื่ออายุมากขึ้น อาหารที่กินเข้าไปก็ทำหน้าที่แค่เพียง &amp;quot;ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ&amp;quot; มิได้ให้ประโยชน์โภคผลอะไรที่เกี่ยวกับความเจริญเติบโตแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น การกินให้น้อยลงของวัยเกษียณก็สามารถเป็น autophagy โดยปริยายเหมือนกัน..จริงไหมคะ ยิ่งเป็นผู้สูงวัยที่ถือศีล 8 แล้วก็ยิ่งเพิ่มความเข้มข้นของ autophagy โดยที่คนเฒ่าคนแก่ผู้เจริญรอยตามพระพุทธองค์ด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธานั้น ไม่ได้รู้หรอกว่า อะไรคือออโต้ฟาจี้ แต่ทุกท่านส่วนใหญ่เห็นว่า การเบียดเบียนชีวิตสัตว์โลกให้น้อยที่สุด คือการสะสมบุญเพื่อเป็นสะพานไปสู่นิพพาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคิด ความเชื่อที่แตกต่าง รวมทั้งเป้าหมายที่ไม่เหมือนกัน แต่กลับสามารถใช้หลักของออโต้ฟาจี้ได้ไม่น้อยหน้าไปกว่ากัน เพราะคนที่อยากจะสวย อยากจะมีหุ่นดี ก็เลือกวิธีนี้มากขึ้นทุกที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ก็หวังว่าทุกคนจะเดินสายกลางตามที่พระพุทธองค์ทรงสอนสั่งไว้ เพราะอดอาหารมากเกินไป แทนที่จะสวยสุขภาพร่างกายก็อาจจะทรุดโทรม แล้วปัญหาอื่นๆ ก็จะตามมาเป็นเงานะจ๊ะ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ป้าเอง&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41857</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป้าเอง, มองมุมสูง, อาหารกลางวัน, อาหารเช้า, อาหารเย็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37680816e92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
