<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2020 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2020 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> DITPดัน “อาหารแมว” สินค้าดาวรุ่งขายดีตลาดนิวซีแลนด์-ออสเตรเลียช่วงโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ค.2563 นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ถึงการติดตามสินค้าดาวรุ่งตัวใหม่ๆ ที่มีมีโอกาสในการขยายตลาดช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยพบว่า อาหารแมว เป็นสินค้าที่มีแนวโน้มการเติบโตเป็นอย่างมาก จากการที่คนต้องกักตัวอยู่บ้าน ทำให้มีการซื้ออาหารแมวมาเก็บไว้ เพื่อใช้สำหรับเลี้ยงแมวของตนเอง โดยในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อตลาดสินค้าอาหารสัตว์นิวซีแลนด์โดยผู้จำหน่ายสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงในนิวซีแลนด์สามารถขายสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงในปริมาณที่ใช้บริโภคในสถานการณ์ปกติได้นานถึง 3 เดือน หมดภายในเวลา 2 อาทิตย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนการให้ความสำคัญต่อสัตว์เลี้ยงของคนนิวซีแลนด์ได้อย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสลิลา เทพเกษตรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครซิดนีย์ กล่าวว่า ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงนิวซีแลนด์เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงจากจำนวนประชากรสัตว์เลี้ยงที่มีอยู่จำนวนมากในปัจจุบันและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต ประกอบกับพฤติกรรมของเจ้าของสัตว์เลี้ยงในนิวซีแลนด์ให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้ามากกว่าปัจจัยด้านราคาในการเลือกซื้อสินค้าและมีแนวโน้มเลือกซื้อสินค้าระดับพรีเมี่ยมมากขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้นิวซีแลนด์เป็นตลาดสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงที่ผู้ส่งออกสินค้าไทยไม่อาจมองข้ามได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยควรติดตามและศึกษาแนวโน้มความต้องการสินค้าดังกล่าวของตลาดอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาคุณภาพของสินค้าให้เป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น รวมถึงการพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์สินค้า โดยควรออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่สามารถสื่อสารให้ผู้ซื้อเห็นถึงความเป็นธรรมชาติและเกิดความรู้สึกปลอดภัยในการเลือกใช้สินค้า ดังนั้น ปัจจัยด้านคุณภาพและบรรจุภัณฑ์เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับขยายฐานลูกค้าและเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงในนิวซีแลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่นิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยง โดยประชากรประมาณ 3.2 ล้านคน (คิดเป็นร้อยละ 64 ของประชากรทั้งหมด) มีสัตว์เลี้ยงอย่างน้อย 1 ตัว และมีอัตราการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเฉลี่ยต่อครัวเรือนสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก ซึ่งจำนวนประชากรสัตว์เลี้ยงในนิวซีแลนด์ทั้งหมดมีจำนวน 4.6 ล้านตัว และแมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในนิวซีแลนด์ มีจำนวน 1.419 ล้านตัว และมีอัตราการเลี้ยงแมวเฉลี่ยจำนวน 2 ตัวต่อครัวเรือน และชาวนิวซีแลนด์ร้อยละ 28 ยังนิยมเลี้ยงสุนัข ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 683,000 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ชาวนิวซีแลนด์ได้ให้ความสำคัญต่อสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัวและมีคุณค่าทางจิตใจจึงส่งผลให้ชาวนิวซีแลนด์ให้ความสำคัญต่อสุขภาพและการเลือกซื้ออาหารสัตว์เลี้ยงมากเป็นพิเศษ นับได้ว่าสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงเป็นรายการสินค้าจำเป็นและต้องซื้อเป็นประจำ โดยจะพิจารณาถึงคุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการเป็นปัจจัยหลักในการพิจารณาเลือกซื้อสินค้า และไม่ได้มีความอ่อนไหวในปัจจัยด้านราคา เนื่องจากต้องการให้สัตว์เลี้ยงของตนได้บริโภคสินค้าที่ดีที่สุด โดยในปี 2562 นิวซีแลนด์นำเข้าอาหารสัตว์เลี้ยง เป็นมูลค่าประมาณ 130 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยนำเข้าจากสหรัฐฯ ออสเตรเลีย แคนนาดา ฝรั่งเศส และไทย มากที่สุดตามลำดับ และมีแนวโน้มขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ผลสำรวจโดย The New Zealand Herald ระบุว่า ปี 2562 อาหารแมวเป็นอาหารที่มียอดขายสูงสุดติดอันดับ Top 10 ของสินค้าอาหารที่มียอดจำหน่ายในซุปเปอร์มาร์เก็ตในนิวซีแลนด์ โดยอาหารแมวที่ชาวนิวซีแลนด์นิยมเลือกซื้อ คือ อาหารแมวสำเร็จรูปในรูปแบบต่างๆ อาทิ อาหารแมวพร้อมรับประทานบรรจุ กระป๋อง อาหารแมวแช่แข็ง อาหารแมวประเภท Air dried และ Freeze dried อาหารแมวอบและอาหารเม็ด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70393</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, สมเด็จ สุสมบูรณ์, อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP), อาหารแมว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200623/image_big_5ef17f804415e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26051</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2019 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2019 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>DITชี้ตลาดสินค้าสัตว์เลี้ยงจีนบูม แนะโอกาสลงทุนของเอกชนไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ชี้โอกาสสินค้าสัตว์เลี้ยงในจีน โดยเฉพาะอาหารแมว หลังชาวจีนหันมาเลี้ยงแมวมากขึ้น แนะผู้ประกอบการไทยผลิตอาหารแมวที่เหมาะกับแมวแต่ละพันธุ์และช่วงอายุของแมว พร้อมสร้างแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;08 ม.ค. 62 นางวรรณภรณ์ เกตุทัต รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า ในปี 2560 ประเทศจีนมีจำนวนสัตว์เลี้ยงถึง 168 ล้านตัว และตลาดสัตว์เลี้ยงมีมูลค่าสูงถึง 147,000 ล้านหยวน โดยในปี 2561 นี้คาดว่าจะมีมูลค่าเพิ่มถึง 167,800 ล้านหยวน และคาดการณ์ว่าตลาดสัตว์เลี้ยงจะขยายตัวกว่า 20% ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ แมว โดยในปี 2561 ตลาดอาหารแมวขยายตัวเพิ่มขึ้น 8% และจำนวนผู้ซื้ออาหารแมวที่มีราคากิโลละ 60 หยวนขึ้นไปเพิ่มขึ้น 68% โดยแบรนด์ที่ขายดีที่สุด ได้แก่ แบรนด์จากประเทศฝรั่งเศส แคนาดา สหรัฐอเมริกา จีนและไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พฤติกรรมการเลือกซื้ออาหารแมวของชาวจีน จะให้ความสำคัญกับเรื่องรสชาติที่แมวชื่นชอบมากกว่าเรื่องราคา ผู้เลี้ยงแมวมักปรับเปลี่ยนยี่ห้อและรสชาติอาหารอยู่เสมอ ทำให้อาหารแมวที่มีบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็กขายได้ดีที่สุด ปัจจุบันอาหารเสริมกินเล่นของแมวในตลาดจีนมีหลากหลายชนิด โดยอายุของผู้เลี้ยงแมวถือเป็นตัวแปรที่ทำให้การเลือกซื้อของกินเล่นของแมวแตกต่างกัน ผู้เลี้ยงแมวที่เกิดระหว่างปี 2523 - 2532 นิยมซื้อคุกกี้กินเล่นที่ช่วยขัดฟันแมวให้สะอาด ปลาแห้งที่ช่วยเพิ่มแคลเซี่ยมและเนื้อแห้งชิ้นเล็ก แต่ผู้เลี้ยงแมวที่เกิดระหว่างปี 2533-2542 มักนิยมซื้อหญ้าที่ช่วยย่อยอาหารและพุดดิ้งที่ช่วยเพิ่มน้ำ&amp;rdquo;นางวรรณภรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการที่ชาวจีนนิยมเลี้ยงสัตว์เพิ่มมากขึ้น นับเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ประกอบการไทยที่จะศึกษาและพัฒนาสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง รวมไปถึงสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงในรูปแบบไลฟ์สไตล์ที่ไม่ใช่อาหาร ให้เหมาะกับความต้องการของตลาด คำนึงถึงสุขภาพของสัตว์เลี้ยงและสิ่งที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงต้องการ ซึ่งไทยมีจุดแข็งที่ได้รับการยอมรับในเรื่องคุณภาพของวัตถุดิบที่ผลิตจากธรรมชาติ ปลอดสารเคมี เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แนะผู้ประกอบการไทยควรสร้างแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับและมีการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการส่งออก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26051</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ, กระทรวงพาณิชย์, ชาวจีน, ผู้ประกอบการ, สินค้าสัตว์เลี้ยง, อาหารแมว, ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190108/image_big_5c346c97c179c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13115</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2018 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2018 10:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “โรยัล คานิน” โหมโปรโมทแบรนด์มองตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงยังเติบโตได้มาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โรยัล คานิน&amp;rdquo; จัดเต็มงบตลาด 200 ล้านบาท เร่งเกมสร้างแบรนด์ไปยังคนรักสัตว์มากขึ้น เผยโอกาสของธุรกิจอาหารสุนัขและแมวยังมี เนื่องจากการเข้าถึงยังน้อย และกำลังซื้อกลุ่มเป้าหมายสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.สพ.จดล สุวรรณฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรยัล คานิน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจอาหารสำหรับสุนัขและแมวภายใต้แบรนด์ &amp;quot;โรยัล คานิน&amp;quot; (ROYAL CANIN) จากประเทศฝรั่งเศส เปิดเผยว่า ในปี 2561 เตรียมใช้งบประมาณมากกว่า 200 ล้านบาทในการสร้างการรับรู้ถึงแบรนด์ รวมถึงให้ลูกค้าได้รู้จักและทดลองสินค้าเพิ่มมากขึ้น โดยจะเน้นในเรื่องการสื่อสารการตลาดครบวงจร ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ มีเป้าหมายให้ผู้เลี้ยงมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโภชนาการที่เหมาะสมสำหรับสุนัขและแมวที่แตกต่างจากคนและเปลี่ยนมาใช้อาหารสำเร็จรูปแทนการให้อาหารปรุงเอง เพื่อเพิ่มอัตราการเติบโตของบริษัทฯ ในปีนี้อย่างน้อย 15%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโอกาสการเติบโตของธุรกิจอาหารสุนัขและแมวในประเทศไทยยังคงมีอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยสำคัญคือประเทศไทยยังมีอัตราการเข้าถึงอาหารสำเร็จรูปในเปอร์เซ็นต์ที่ค่อนข้างต่ำ คือสุนัข 22.4% และแมว 46.7% จึงเตรียมแผนในการขยายตลาดกลุ่มโภชนาการเพื่อสุขภาพสำหรับสุนัขและแมวให้เติบโตเพิ่มขึ้น โดยการสร้างความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ผู้เลี้ยง รวมทั้งเพิ่มช่องทางการจำหน่ายเพื่อขยายฐานกลุ่มลูกค้าให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนเน้นทำการตลาดเชิงรุกด้วยการตลาดเชิงดิจิทัลที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดอาหารสุนัขและแมวมีการเติบโตต่อเนื่อง เป็นเพราะพฤติกรรมคนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพสังคมและไลฟ์สไตล์ เช่น การแต่งงานช้าและน้อยลง อัตราการมีบุตรลดลง การดำรงสถานะโสดมากขึ้น การอยู่อาศัยในลักษณะครอบครัวเชิงเดี่ยว หรือการอาศัยเพียงลำพังมากขึ้น ตลอดจนการเริ่มเป็นสังคมผู้สูงวัย ทำให้ผู้คนนิยมเลี้ยงสุนัขและแมวได้รับเพื่อทดแทนเพื่อน หรือลูกหลานมากขึ้น ขณะเดียวกันผู้เลี้ยงยังมีความใส่ใจในเรื่องสุขอนามัยสัตว์เลี้ยงมากขึ้น และมีกำลังซื้อสูงทำให้มีการใช้จ่ายเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ภาพรวมตลาดสินค้าและบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 2.5-2.6 หมื่นล้านบาท โดยกลุ่มอาหารสุนัขและแมวมีมูลค่ามากกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนมากที่สุดประมาณ 45% โดยมีผู้ผลิตและผู้นำเข้ามากกว่า 20 แบรนด์ ทั้งยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นตามการเติบโตของจำนวนสัตว์เลี้ยงในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2560 ประเทศไทยมีจำนวนสุนัขและแมวรวมมากกว่า 12 ล้านตัว แบ่งเป็นสุนัข 8 ล้านตัว และแมว 4 ล้านตัว จึงคาดว่าในปี 2561 ตลาดอาหารสุนัขและแมวจะเติบโตเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 5% โดยตลาดอาหารแมวมีแนวโน้มการเติบโตที่สูงกว่าอาหารสุนัข&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13115</URL_LINK>
                <HASHTAG>จดล สุวรรณฤทธิ์, อาหารสัตว์เลี้ยง, อาหารสุนัข, อาหารแมว, โรยัล คานิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180710/image_big_5b442bdd21c43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
