<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116081</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 20:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 20:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อาหารไทย&#039; โตสวนทางโควิด 7 เดือนส่งออกมูลค่า 6 แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย. 2564 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่าแนวโน้มอุตสาหกรรมอาหารไทยใน 5 เดือนหลังยังจะโตแกร่งสวนทางโควิด-19 โดยคาดว่าการผลิตจะเพิ่มขึ้น 5% การส่งออกเพิ่มขึ้น 11% มูลค่า 427,300 ล้านบาท ทั้งปีประเมินว่าการผลิตจะเพิ่มขึ้น 4.5% การส่งออกจะมีมูลค่า 1,050,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.1% จากปี 2563 สำหรับปัจจัยหนุนอุตสาหกรรมอาหารไทยในช่วง 5 เดือนหลัง มองว่ามาจากความต้องการสินค้าของผู้บริโภคในกลุ่มประเทศคู่ค้าหลักอย่างจีน สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ที่มีแนวโน้มขยายตัวหลังการกลับมาเปิดเมือง ทำให้สินค้าที่มีช่องทางจำหน่ายในธุรกิจบริการร้านอาหาร ภัตตาคาร โรงแรม จัดเลี้ยง (HORECA) มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าวว่าขณะที่ในช่วง 7 เดือนแรกปี 2564 ได้พลิกกลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้นหลังจากหดตัวลงในปีก่อน โดยการผลิตที่วัดจากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) เพิ่มขึ้น 2.9% ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการที่ภาคธุรกิจใช้มาตรการบับเบิล แอนด์ ซีล เพื่อควบคุมความเสี่ยงและป้องกันการแพร่ระบาดในโรงงาน ทำให้โรงงานส่วนใหญ่สามารถเดินสายการผลิตได้ตามปกติ ประกอบกับปริมาณวัตถุดิบภาคเกษตรที่ปรับตัวสูงขึ้นที่ตามทิศทางราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก ส่งผลทำให้ปริมาณผลผลิตสินค้าเกษตรวัตถุดิบมีเพียงพอกับความต้องการของโรงงานแปรรูป โดยเฉพาะอ้อย มันสำปะหลัง ผักและผลไม้ต่างๆ จำพวกสับปะรด และข้าวโพดหวาน เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านการส่งออกในช่วง 7 เดือนแรกพบว่า มีมูลค่า 622,700 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.5% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการสินค้าอาหารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากประเทศคู่ค้าหลักอย่างจีน สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป ที่ผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ หลังจากสัดส่วนผู้ได้รับวัคซีนเพิ่มขึ้น ส่งผลทำให้ประชาชนสามารถออกมาทำกิจกรรมนอกบ้าน ธุรกิจบริการร้านอาหารต่างๆ มีการฟื้นตัว โดยการส่งออกไปจีนขยายตัวเพิ่มขึ้น 40% เนื่องจากมีความต้องการสินค้าจำนวนมากเพื่อรองรับการบริโภคภายในประเทศที่ฟื้นตัวมาตั้งแต่ช่วงปลายปีก่อน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปก็มีสัญญาณการฟื้นตัวเช่นกัน โดยเฉพาะสินค้าส่งออกในกลุ่มอาหารทะเลแช่แข็ง จำพวกกุ้ง ปลา ปลาหมึก สับปะรดกระป๋อง ที่มีการขยายตัวตามช่องทางจำหน่ายในธุรกิจบริการร้านอาหารที่กำลังฟื้นตัว ส่วนหนึ่งเพื่อรองรับความต้องการที่ถูกอั้นไว้ในช่วงที่ออกนอกบ้านไม่ได้และร้านอาหารถูกปิดเป็นเวลาหลายเดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามอยากจะแนะผู้ประกอบการปรับมาตรการบับเบิล แอนด์ ซีลและแฟคตอรี่ ไอซูเลชั่น ให้เหมาะสมกับขนาดกิจการเพื่อรับมือการแพร่ระบาดในโรงงาน พร้อมกับการสื่อสารให้กับแรงงานและชุมชนเข้าใจถึงเหตุผลที่ไม่หยุดประกอบกิจการ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมรวมทั้งหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง จะเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจและให้คำแนะนำ เพื่อให้โรงงานทุกขนาดสามารถดำเนินมาตรการได้พร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถฝ่าฟันวิกฤตและรักษาสถานภาพโรงงานทั้งในด้านการผลิตและส่งออก เพื่อให้อุตสาหกรรมอาหารสามารถทำรายได้จากการส่งออกและเป็นภาคส่วนสำคัญที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจของประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116081</URL_LINK>
                <HASHTAG>ส่งออก, อาหารไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_6138b400967b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2021 08:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2021 08:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดุสิตโพลเปิดเมนูฮิต&#039;อาหารไทยทำกินที่บ้าน&#039;เชื่อต้านเชื้อโรคโควิดได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค. 2564 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณี &amp;ldquo;อาหารไทยในยุคโควิด-19&amp;rdquo;กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,192 คน สำรวจวันที่ 26 &amp;ndash; 29 เมษายน 2564 พบว่า เมื่อเปรียบเทียบก่อนและเมื่อมีโควิด-19 ระบาด ประชาชนให้ความสำคัญกับอาหารการกินมากขึ้น ร้อยละ 70.94 โดยพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปมากที่สุด คือ การทำอาหารกินเองที่บ้านมากขึ้น ร้อยละ 75.81 โดยเกือบครึ่งเชื่อว่าอาหารไทยต้านโควิด-19 ได้ ร้อยละ 47.53 และ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ร้อยละ 37.90 อาหารที่คิดว่าต้านโควิด-19 ได้ คือ อาหารที่มีสมุนไพร ร้อยละ 55.09 เมนูที่นิยมรับประทานหรือทำกินเองบ่อยที่สุด คือ ผัดกะเพรา ร้อยละ 32.23 รองลงมาคือ ต้มยำ ร้อยละ 24.91 ช่วงโควิด-19 มีค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารเพิ่มขึ้น ร้อยละ 39.42 เฉลี่ยวันละ 226 บาท &amp;nbsp;การเลือกรับประทานอาหารที่คาดว่าน่าจะช่วยสร้างภูมิต้านทานโรคได้นั้น เป็นวิธีการหนึ่งที่ประชาชนเลือกที่จะปฏิบัติเพื่อเป็นการป้องกันตัวเองจากโควิด-19 ในระหว่างที่รอการดำเนินการฉีดวัคซีนจากทางภาครัฐ ถึงแม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามมา สะท้อนให้เห็นภาพการกินเพื่ออยู่ (รอด) ของประชาชนในยุคโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าที่ร้อยตรี ดร.ธนพัฒน์ แสงรุ่งเรืองคณบดีโรงเรียนการเรือน&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ตามที่เกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ที่ส่งผลกระทบไม่เพียงแต่ประชากรประเทศไทยยังรวมถึงพลเมืองของโลกทุกคนที่จะต้องปรับเปลี่ยนวิถีการดำรงชีวิตให้พร้อมต่อสู้วิกฤตครั้งนี้ สิ่งสำคัญ คือ ทุกคนต้องรับผิดชอบต่อสังคม &amp;nbsp;รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ปฏิบัติตนตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดฯอย่างเคร่งครัด &amp;nbsp;รับประทานอาหารที่มีคุณภาพ ปริมาณที่พอเหมาะและมีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย โรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้นำองค์ความรู้ทางด้านวิชาการ บูรณาการผ่านศาสตร์แขนงต่าง ๆ สู่การปฏิบัติจริงภายใต้การดำเนินธุรกิจของหน่วยงานในสังกัดมหาวิทยาลัย เช่น สวนดุสิตโฮมเบเกอรี่ &amp;nbsp;ศูนย์ฝึกปฏิบัติการอาหารนานาชาติ&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครัวสวนดุสิต ฯลฯ &amp;nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับประชาชนทั่วไปให้สามารถใช้บริการอาหารและเครื่องดื่ม ที่มีความสด &amp;nbsp;สะอาด &amp;nbsp;ปลอดภัยและราคาเหมาะสมในยุคการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอาหารที่ประชาชนเชื่อว่าน่าจะต้านโควิด -19 ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาหารที่มีสมุนไพร &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;55.09%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผัดกะเพรา &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;50.63%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาหารที่มีส่วนผสมของขิง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;48.95%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้มยำ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;42.56%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แกงส้มมะรุม &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;32.30%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมนูที่ประชาชนชื่นชอบ หรือ ทำกินเองบ่อยที่สุดในยุคโควิด-19 คือ
&amp;nbsp;
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผัดกะเพรา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;32.23%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้มยำ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;24.91%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผัดผัก/ผัดคะน้า/ผัดขิง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;21.60%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น้ำพริก-ผักต้ม/น้ำพริกตาแดง/น้ำพริกหนุ่ม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;17.60%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมนูไข่ เช่น ไข่เจียว ไข่ดาว ไข่ต้ม ไข่ตุ๋น ไข่ลูกเขย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;12.89%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101454</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดุสิตโพล, อาหารต้านโควิด, อาหารไทย, เมนูต้านโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210502/image_big_608dfaf4b65af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78730</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2020 19:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2020 19:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039; ชู &#039;อาหาร&#039; เป็นทิศทางสินค้าไทย ก้าวไกลในตลาดโลก เน้นเกษตรกรรมเป็นจุดแข็งของประเทศในภาวะวิกฤติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.63 - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ บรรยายพิเศษ ในหัวข้อ &amp;ldquo;ทิศทางสินค้าไทย ก้าวไกลในตลาดโลก&amp;rdquo; พร้อมเป็นประธานการมอบรางวัลดีเด่นแต่ละสาขาในการประชุมใหญ่ สามัญประจําปี 2563 ของสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่ง ประเทศไทย ณ ห้องบอลรูม 1 ชั้น 3 โรงแรมดิเอมเมอรัล ถนน รัชดาภิเษก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ แสดงความยินดีกับสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทยที่ครบรอบ 55 ปี จากนั้นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์บรรยายว่า ทิศทางสินค้าไทยในตลาดโลกเจอสถานการณ์ โควิด-สงครามการค้าสหรัฐกับจีน-เศรษฐกิจโลกหดตัวและที่สำคัญเทคโนโลยี disruption การเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลันของเทคโนโลยีกระทบทั้งการค้า การลงทุนทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ประเทศไทยของเราต้องทำคือเมื่อโลกเปลี่ยนเราก็ต้องปรับเพื่อให้ทันกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป ทิศทางสินค้าไทยที่ควรจะก้าวไปให้ไกลในตลาดโลกต้องปรับรูปแบบกลยุทธ์ โดย 1.เปลี่ยนยุทธศาสตร์เป็นใช้การตลาดนำการผลิต 2.เปลี่ยนรูปแบบการผลิตให้ตรงตลาดและต้องเพิ่มนวัตกรรม และไม่ทิ้งจุดแข็งของประเทศไทยที่เป็นเมืองเกษตรกรรมและมีความหลากหลาย ซึ่งอาหารเป็นจุดแข็งและเป็นอนาคต เราต้องเดินหน้าไปสู่การทำให้&amp;quot;อาหารไทยเป็นอาหารโลก&amp;quot; จะต้องทำให้ประเทศไทยเป็น&amp;quot;ศูนย์กลางอาหารคุณภาพมาตรฐานของโลกให้ได้ &amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวว่า ไม่กี่วันมานี้ ตนนำกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตร กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย ทำข้อตดลงร่วมกันโดยมีต่างชาติประเทศผู้นำเข้าสินค้าอาหารสังเกตการณ์ โดยเราจะควบคุมกำกับดูแลการผลิตร่วมกับเอกชนในเรื่องของอาหารให้มีความปลอดภัยและยอมรับได้ว่าเป็น COVID FREE คือไม่มีโควิดและมีการออกใบรับรองคุณภาพจากราชการเพื่อผู้ส่งออกจะได้นำไปแสดงกับผู้นำเข้าในแต่ละประเทศได้ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศต้นๆของโลกที่ทำแบบนี้ จะเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้สินค้าและอาหารไทยก้าวไกลในตลาดโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวด้วยว่า รูปแบบการตลาดเรานำเปลี่ยนเป็นใช้ระบบออนไลน์ก็สามารถแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าได้นอกจากนั้นยังใช้ระบบไฮบริด คือเป็นการจัดแสดงสินค้าทั้งออฟไลน์และออนไลน์ผสมกันเป็นระบบผสมผสาน โดยเมื่อ 24 กย.ที่ผ่านมาเพิ่งไปเปิดงานแสดงสินค้าเครื่องดื่มและอาหาร THAIFEX-ANUGA ASIA2020 ที่เปลี่ยนมาเป็นรูปแบบไฮบริดครั้งแรกในโลกและจะเป็นต้นแบบให้ทุกประเทศในโลกทำตามต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78730</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์, พาณิชย์, อาหารไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200926/image_big_5f6f39ead34a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2020 15:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2020 15:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;พาณิชย์-เกษตร&#039; จับมือดันอาหารไทยตีตลาดโลก มั่นใจส่งออกได้เพิ่มขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค. 2563นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในการเปิดงาน &amp;ldquo;อาหารไทย อาหารโลก&amp;rdquo; ภายใต้วิสัยทัศน์ &amp;ldquo;เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด&amp;rdquo; ว่า ปัจจุบันการส่งออกสินค้าอาหารของไทยขึ้นไปอยู่ลำดับที่ 11 ของโลกแล้ว โอกาสที่จะขึ้นสู่อันดับต่อไป ก็มีความเป็นไปได้ เพราะภายใต้สถานการณ์โลกที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ที่ไทยต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจโลก สงครามการค้า ค่าเงินบาทแข็ง และล่าสุดสถานการณ์โควิด-19 แต่การส่งออกอาหารของไทยยังเดินหน้าต่อไปได้อย่างมีศักยภาพ ซึ่งหากจะถามว่าอาหารไทยจะพัฒนาขึ้นไปเป็นอาหารโลก มีความเป็นไปได้หรือไม่ ก็ต้องตอบตรงนี้เลยว่าเป็นไปได้

&amp;ldquo;ขณะนี้ การส่งออกอาหารของประเทศไทย ยังเดินหน้าต่อไปได้อย่างมีศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ อาหารทะเลแช่แข็ง ไก่สดแช่แข็ง ทูน่ากระป๋อง กุ้งสดแช่แข็ง แปรรูป น้ำตาลทราย เครื่องดื่ม เครื่องปรุงรส หรืออาหารสัตว์เลี้ยง ที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นลำดับที่จะเป็นอันดับ 4 ของโลก&amp;quot;นายจุรินทร์กล่าว

&amp;nbsp;นายจุรินทร์กล่าวว่า ปัจจัยที่จะสนับสนุนให้อาหารไทย เป็นอาหารโลก มีเหตุผลหลายประการ โดยไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีวัตถุดิบ การแปรรูป และการตลาดไม่แพ้ประเทศใด อาหารไทยเป็นที่ยอมรับในคุณภาพมาตรฐาน มีอัตลักษณ์และมีความหลากหลาย มีการผลิตที่สอดคล้องกับความต้องการของโลกสมัยใหม่อย่างเช่นมีสมุนไพรเป็นส่วนผสม ผู้ประกอบการมีศักยภาพ และมีการนำนวัตกรรมมาใช้ในการผลิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;

สำหรับแนวทางการทำงานต่อไป จะผลักดันให้มีการเพิ่มมูลค่าอาหารไทยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม จะเดินหน้าทำตลาดเชิงรุกด้วยการรักษาตลาดเดิม เพิ่มตลาดใหม่ และฟื้นฟูตลาดเก่าที่มีอยู่ โดยการทำตลาดจะมีพาณิชย์จังหวัดเป็นเซลส์แมนของจังหวัด และระดับประเทศมีทูตพาณิชย์เป็นเซลส์แมนของประเทศ ที่จะร่วมมือกันทำตลาดร่วมกับภาคเอกชนทั้งออฟไลน์และออนไลน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;

นอกจากนี้ จะเร่งส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านโลจิสติกส์ เพื่อลดต้นทุนและใช้ระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมการตลาดในประเทศและส่งออก รวมทั้งจะเร่งปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆ ที่เป็นอุปสรรค และเดินหน้าการทำข้อตกลงการค้าทั้งพหุภาคี ทวิภาคี และรูปแบบอื่นๆ เพื่อให้ไทยมีความได้เปรียบทางการค้า ขณะเดียวกัน ต้องเตรียมความพร้อมในการผลักดันอาหารไทย หลังเข้าสู่ยุคหลังวิกฤตโควิด-19 เพื่อผลักดันให้อาหารไทยไปเป็นอาหารโลกต่อไปในอนาคต

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า นโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ คือ การรักษาคุณภาพ และผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ซึ่งที่ผ่านมา ได้เข้าไปช่วยปฏิรูปภาคการเกษตร ผลักดันให้เกษตรกรก้าวผ่านวิถีชีวิตแบบเดิมๆ เข้าไปเป็นพี่เลี้ยง ให้ก้าวไปสู่เกษตรกรทันสมัย เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต และยังได้เน้นนโยบายเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ เพื่อเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตอาหาร และยังจะเดินหน้าต่อ เพื่อให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น

ก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ ได้ประกาศวิสัยทัศน์ &amp;ldquo;เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด&amp;rdquo; ภายใต้ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต โดยมีเป้าหมาย 1 สร้าง 3 เพิ่ม คือ สร้างประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพของโลก และ 3 เพิ่ม คือ 1.เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 2.เพิ่มจีดีพีให้กับประเทศ 3.เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการทุกระดับ โดยมี 4 พันธกิจ ที่จะทำร่วมกัน คือ 1.สร้าง&amp;nbsp;Single Big Data&amp;nbsp;เพื่อใช้ข้อมูลเดียวกัน 2.สร้างแพลตฟอร์มกลาง &amp;ldquo;เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด&amp;rdquo;เพื่อใช้ร่วมกัน 3.สร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับสินค้าเกษตรและอาหารไทย และ 4.การพัฒนาบุคลากรและผลิตภัณฑ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71643</URL_LINK>
                <HASHTAG>การส่งออก, จุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์, ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน, อาหารไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200624/image_big_5ef3045d0d345.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2019 13:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2019 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครัวไทยบางมะกอก  อร่อยเลิศกับอาหารจานด่วนแบบไทยๆ ซ.อารีย์สัมพันธ์ 10</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ได้ยินชื่อเสียง&amp;nbsp;&amp;ldquo;ครัวไทยบางมะกอก&amp;rdquo;&amp;nbsp;มานานว่า ถ้าอยากชิมอาหารจานเดียว จานด่วนแบบไทยๆ หรืออาหารประกอบเป็นอย่างๆ อาทิต้ม ผัด แกง ทอด แบบไทยๆ นั้นต้องมาที่นี่&amp;nbsp; เป็นที่ถูกปากของนักชิม และข้าราชการ คนทำงานบริษัทต่างๆย่านคลองประปา และหน่วยงานราชการต่างๆในแถบซอยอารีสัมพันธ์ แน่นอนว่าการพามาชิมครั้งนี้ต้องไม่ทำให้แฟนๆผิดหวัง รับประกันความอร่อยเป็นอาหารตาในวันหยุด ก่อนหาวันว่างแวะเวียนกันไปชิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;อาหารไทยจะว่าไปแล้ว บางคนบอกว่าทำยาก บางคนบอกว่าทำง่าย ซึ่งแล้วแต่ว่าจะลงมือปรุงรสกันแบบไหนที่&amp;nbsp;&amp;ldquo;ครัวไทยบางมะกอก&amp;rdquo;&amp;nbsp;เน้นครัวไทยอาหารไทย โดยผู้ลงมือปรุงรสหน้าเตาทุกจานชามคือ คุณพัฒนา ครูวรรธนะ (แหวว) และคุณทัศนีย์ เนื่องจากจันทร์ (หนุ่ย) สองศรีพี่น้องที่เปิดร้าน&amp;nbsp;&amp;ldquo;ครัวไทยบางมะกอก&amp;rdquo;&amp;nbsp;บอกเล่าถึงความเป็นมาว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;ldquo;เมื่อก่อนเปิดขายที่ย่านบางลำพู ก่อนที่จะย้ายมาเปิดร้านในซอยอารีสัมพันธ์ 10 นี้เมื่อราว 20 ปีที่ผ่านมา เพราะรักในอาชีพทำอาหาร จากการที่เห็นคุณแม่ลงมือทำอาหารให้ครอบครัวที่จังหวัดนครนายก ทำเลี้ยงลูกๆทุกวันและเป็นลูกมือช่วยตลอด คุณแม่สอนทุกอย่างทั้งการผัด การตำน้ำพริกเฉพาะอาหารแต่ละอย่าง รสชาติจะแตกต่างๆกันไป เส้นทางหน้าเตากว่าจะมาถึงวันนี้ได้นั้น&amp;nbsp; เหนื่อยพอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;แต่เห็นรอยยิ้มของคนที่ชิมจนหมด ก็หายเหนื่อยเพราะอาหารไทยที่จะมาปรุงรสนั้น วัตถุดิบสำคัญที่สุดคือต้องสดใหม่และมีคุณภาพทั้งผัก ปลา กุ้ง เนื้อต่างๆ ร้านเราจะเน้นมากจึงต้องลงมือจ่ายตลาดด้วยตัวเองทุกเช้า ทุกจานที่ออกไปให้กับลูกค้าจึงมั่นใจตลอดว่าต้องอร่อยให้เขาคุ้มค่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;ldquo;ส่วนชื่อร้านนั้นได้ตั้งมาจากความชอบส่วนตัวคือ ช่อมะกอก สมัยก่อนมักจะมอบช่อมะกอกให้แก่แชมป์หรือผู้ชนะเลิศได้รับชัยชนะในด้านความเก่งสุดยอดต่างๆ มารวมกับคำว่า บางกอก (หมายถึงกรุงเทพฯ) เลยมารวมเป็น ครัวไทยบางมะกอก ไปในที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;หลังจากที่คุยถึงความเป็นมาร้าน เพื่อเป็นการไม่เสียเวลาการชิม ขอจัดฝีมือแม่ครัวพี่แหวว เริ่มจานแรกเรียกน้ำย่อยและเป็นจานเด็ดคือ เส้นจันท์ผัดไทยกุ้งสด เส้นเหนียวนุ่ม ไม่กระด้าง กลมกล่อมกับรสชาติน้ำซอสมะขามเปียก ผัดออกมาหน้าตาน่าทาน เคียงกับกุ้งสดตัวโตๆ เนื้อหนึบนุ่ม อร่อยแบบไม่ต้องปรุงรส เพราะกลมกล่อมเข้ากันอย่างดี&amp;nbsp; เส้นจันท์ผัดไทยของครัวไทยบางมะกอก ผมยกนิ้วให้เลยว่าไม่แพ้เจ้าดังที่ไหนเลย แถมราคาถูกมากๆอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ด้านอาหารจานเดียว ซึ่งอร่อยทุกอย่างจะหาว่าโม้เกินไป เลยจัดมา ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ พี่แหววบรรจงลงข้าวสวยผัดกับน้ำพริกลงเรือที่ตำมากับมือ ผัดคลุกเคล้าได้ที่ จัดเรียงกับไข่เค็ม หมูแดดเดียว และไข่เจียวชะอมทอดคำใหญ่ รสชาติของข้าวผัด ลงตัวกันมากๆ ทั้งเผ็ด หอม มัน และทานกับเครื่องเคียง เข้ากันกลมกล่อมละมุนลิ้นยิ่งนัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ข้าวผัดพริกขิง กุ้งสดไข่เค็ม&amp;nbsp; หอมครื่องเทศของน้ำพริกที่ผัดคลุกเคล้ากับข้าวสวย&amp;nbsp; แซมด้วยถั่วฝักยาว มะเขือพวง กุ้งสดตัวโตๆและไข่เค็ม ที่เอาเฉพาะไข่แดงมาโประ&amp;nbsp; อร่อยแบบไม่ต้องลืมอื่มไปอีกจานหนึ่งเลยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;อีกเมนูคือ แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย&amp;nbsp; ซึ่งพี่แหววบอกต้องไปซื้อปลากรายมาขูดเอาเนื้อปลาสดๆมานวดอีกครั้ง จนเนื้อปลาเหนียวได้ที่ถึงใช้ได้ ไม่มีการผสมแป้งเพิ่มปริมาณ แต่ทำเพื่อเอาคุณภาพให้กับคนชิมล้วนๆ ว่าเหนียวปลากรายที่แท้จริงคือแบบนี้ ใส่กับเครื่องแกงเขียวหวาน ที่ตำพริกแกงเองกับมือ ในรสชาติที่ออกมาไม่เผ็ดจัดจ้าน แต่เหมาะกำลังดี ใส่มะเขือพวงและมะเขือเปราะ แต่เหมาะกำลังดี ทานกับข้าวสวยร้อนๆหรือขนมจีนเส้นสด ก็ไม่ผิดกติกา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ตามด้วยเมนูป้องกันไข้อย่างแกงเลียงกุ้งสด&amp;nbsp; ซดร้อนๆคล่องคอ เรียกเหงื่อภายในได้ดีนัก และใครจะรู้ว่าสมัยโบราณแกงเลียงนี้เป็นสูตรเรียกน้ำนมได้ สำหรับคุณแม่ลูกอ่อน ที่ครัวไทยบางมะกอก แกงเลียงจะออกบ่อยมาก พริกเครื่องแกงเลียงตำเองอีกแล้ว เป็นเมนูง่ายๆแต่หาทานอร่อยกันยาก ขอบอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ปิดท้ายด้วยของหวานที่หลายคนมาต้องสั่งห่อกลับเป็นของฝาก&amp;nbsp; ทำวันหนึ่งไม่เยอะ อย่าพลาด&amp;nbsp; ขนมบัวลอยเผือกมะพร้าวอ่อน ที่หอมหวาน มัน เข้มข้น ไม่หวานมาก บัวลอยหอมเผือก กรอบละมุนลิ้น ใส่มะพร้าวอ่อน อีกถ้วยที่อร่อยไม่แพ้กันคือ แกงบวดสามสหาย&amp;nbsp; มีฟักทอง&amp;nbsp;,เผือกหอมและมันเทศ ต้มแบบแกงบวดรวมกัน&amp;nbsp; สุกได้ที่ราดด้วยน้ำกะทิ&amp;nbsp; สามสหายเมื่อตักใส่ปากรวมกัน ช่างเข้ากัน รสชาติออกมาหอมหวานแบบแปลกๆ แต่อร่อยดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ลายแทงเดินทางหาของอร่อยไปที่ร้านครัวไทยบางมะกอกนี้ไม่ยาก ตั้งอยู่ในซอยอารีย์สัมพันธ์ 10 เดินเข้าไปนิดเดียวจะเห็นร้านทางขวามือ สังเกตปากซอยอยู่ตรงข้ามสำนักงานงบประมาณกระทรวงการคลัง จอดรถหน้าปากซอยได้ ครัวเปิด 10.00-15.00 น. ทุกวันจันทร์ถึงเสาร์ หยุดวันอาทิตย์ สั่งอาหารล่วงหน้าความอร่อยได้ 02-619-6484&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49749</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครัวไทยบางมะกอก, ซอยอารีย์สัมพันธ์ 10, อาหารจานเดียว, อาหารไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191107/image_big_5dc3af13c8283.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2018 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2018 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โจนาธาน โกลด์&#039;นักวิจารณ์อาหารชื่อดังซึ่งช่วยยกระดับอาหารไทยในแอลเอเสียชีวิตแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.2561 &amp;ndash; เว็บไซต์และเฟซบุ๊กหนังสือพิมพ์สยามทาวน์ยูเอสได้รายงานข่าวในหัวข้อ &amp;ldquo;โจนาธาน โกลด์ นักวิจารณ์อาหารชื่อดัง เสียชีวิตแล้ว&amp;rdquo; โดยระบุว่า &amp;nbsp;โจนาธาน โกลด์ นักวิจารณ์อาหารเพียงคนเดียวในโลกที่ได้รับรางวัลพูลลิตเซอร์ และหนึ่งในผู้ยกระดับอาหารไทยในเมืองแอลเอ ขึ้นสู่ความนิยมของนักชิม เสียชีวิตแล้วเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2018 ขณะอายุเพียง 57 ปี
&amp;nbsp;
ทั้งนี้เนื้อหาระบุว่า เมื่อบ่ายวันที่ 21 ก.ค. (ตามเวลาในสหรัฐอเมริกา) โกลด์ เสียชีวิตจากโรคมะเร็งที่ตับอ่อน (pancreatic caner) ที่โรงพยาบาล เซ็นต์ วินเซนเต้ เมดิเคิล เซ็นเตอร์ ในลอส แอนเจลิส ซึ่งเข้าเข้ารับการรักษาตัวตั้งแต่ต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจนาธาน โกลด์ ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักวิจารณ์อาหารที่ทรงอิทธิพลที่สุดในอเมริกา โดยอันดับ 101 ร้านอาหารที่ดีที่สุด (Jonathan Gold&amp;rsquo;s 101 best restaurants) ที่เขาจัดขึ้นทุกปีนั้น ถือได้ว่าเป็นคัมภีร์ของนักชิมในลอส แอนเจลิส เลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ โจนาธาน โกลด์ ยังได้ชื่อว่าเป็นนักวิจารณ์ที่เปิดโอกาสให้ร้านเล็กๆ ของชาวต่างชาติ รวมถึงแผงลอย หรือรถทรัคขายอาหารได้แจ้งเกิดในวงการอาหารของเมืองลอส แอนเจลิส เป็นจำนวนมากเพราะเขาไม่เน้นร้านที่หรูหรา ราคาแพง แต่มักพูดถึงร้านเล็กๆ ที่เขาชื่นชอบในรสชาติของอาหาร และอยากให้คนทั่วไปได้รู้จัก ซึ่งนั่นทำให้ร้านอาหารไทยเล็กๆ จำนวนหลายร้านในลอสแอนเจลิส รวมถึงอาหารไทยหลายๆ จาน กลายเป็นที่รู้จักและชื่นชมของนักชิมนานาชาติ เช่นร้านจิตลดา, ร้านรสแซ่บ, ร้านไนท์พลัสมาร์เก็ต ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจนาธาน โกลด์ มีความผูกพันเป็นพิเศษกับเชฟตุ๋ย สุทธิพร สังขมี แห่งร้านจิตลดา โดยนอกจากได้เลือกร้านจิตลดาให้เป็นร้านอาหารที่ดีที่สุดใน 101 อันดับร้านอาหารยอดเยี่ยมของเขาต่อเนื่องมานานกว่าสิบปีแล้ว ยังเลือกอาหารปักษ์ใต้หลายๆ จานของร้านนี้ เช่นแกงไตปลา หอยแมลงภู่อบ ฯลฯ เป็นอาหารที่ต้องกินก่อนตายด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13864</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักวิจารณ์อาหารชื่อดัง, พูลลิตเซอร์, มะเร็งตับอ่อน, อาหารไทย, แอลเอ, โจนาธาน โกลด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180722/image_big_5b53f17b08996.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2026 14:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2018 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปั้นเมนูใหม่ยกระดับ&#039;อาหารถิ่น&#039;สู่พรีเมียม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;มัสมั่นเสิร์ฟพร้อมข้าวหอมอุบล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อาหารไทยยอดนิยมและเป็นเมนูที่มีชื่อสียงในระดับโลก คงหนีไม่พ้น ต้มยำกุ้ง น้ำซุปแซบถึงเครื่องต้มยำ มัสมั่นรสชาติเข้มข้นหอมยี่หร่าเครื่องแกง ผัดไท เมนูเส้นเหนียวนุ่ม หอมมันกุ้งเยิ้มๆ แกงเขียวหวานแสนอร่อย และต้มข่าไก่เข้มข้นกะทิและสมุนไพร หวาน มัน เปรี้ยวลงตัว &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เรื่องราวความอร่อยของอาหารไทยมีมากกว่าเมนูยอดฮิตเหล่านี้ แถมมีอาหารท้องถิ่นที่ผสมผสานวัตถุดิบในพื้นที่และวัฒนธรรมด้านอาหาร ถ้าได้ชิมรสชาติจะลืมไม่ลง &amp;nbsp;เพื่อเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยงเชิงศิลปะอาหาร(Gastronomy tourism) และชูภาพลักษณ์อาหารไทยให้โกอินเตอร์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จับมือกับพันธมิตรเครือข่ายประชารัฐกว่า 37 หน่วยงาน และสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานมหกรรมอาหาร Amazing Thai Taste Festival ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;Eat Thai Food, Feeling Good&amp;rdquo; รวบรวม 134 ร้านอร่อยถูกปาก รสชาติแบบไทยๆ&amp;nbsp; จากทั่วเมืองไทย &amp;nbsp;และสตรีทฟู้ดโดยยอดฝีมือเชฟมิชลิน รอบกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 8-10 มิถุนายน 2561 เวลา 12.00 -20.00 น. ณ สยามสแควร์ &amp;nbsp;งานนี้คึกคัก บอกเลยคุ้มค่าที่แวะมาแน่นอน &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เชฟนิก ณัฏฐพล ชวน&amp;nbsp;สุจิตรา จงชาณสิทโธ เวิร์คช้อปทำข้าวต้มมัดไส้ทุเรียนกะทิลาวา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สุจิตรา จงชาณสิทโธ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท.กล่าวว่า ททท.เปิดแคมเปญ Amazing Thailand Go Local หรือเที่ยวท้องถิ่นไทย เพื่อกระตุ้นการเดินทางเข้าสู่ท้องถิ่นและชุมชน เพื่อสร้างรายได้สู่ท้องถิ่นมากขึ้น ซึ่งรายได้และค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยว พบว่า 1 ใน 3 ใช้จ่ายด้านอาหารเป็นหลัก และปัจจุบันนักท่องเที่ยวยังมองหาอาหารท้องถิ่นที่มีความแปลกใหม่ระหว่างเดินทาง โดยถือว่าอาหารเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยว ทั้งยังสอดรับกับเทรนด์โลกมารู้จักอาหารของแต่ละประเทศ &amp;nbsp;งานมหกรรมอาหาร Amazing Thai Taste Festival &amp;nbsp;ปีนี้เน้นอาหารร้านดังหาทานยากจาก 5 &amp;nbsp;ภูมิภาคของไทย&amp;nbsp; จะให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสและเกิดแรงจูงใจเดินทางไปสู่จังหวัดต่างๆ &amp;nbsp;พร้อมโปรโมทข้าวไทย โดยเฉพาะข้าวหอมอุบล ราคาตันละ 3 แสนบาท ที่จะเสิร์ฟพร้อมอาหารไทยขึ้นชื่อ ต่างจากมหกรรมครั้งก่อนเสนออาหารไทยโกอินเตอร์เท่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; ผัดไทย เมนูเส้นโดนใจคนทั่วโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; งานเทศกาลอาหารครั้งนี้จะยกระดับอาหารไทย อาหารท้องถิ่น ให้เป็นพรีเมียมและเพิ่มมูลค่าอาหารไทย&amp;nbsp; เราสนับสนุนวัตถุดิบจากชาวบ้านมาปรุงอาหาร&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ&amp;nbsp; นอกจากอาหารท้องถิ่น อาหารไทยยอดฮิตแล้ว ยังมีอาหารสุขภาพจากฟาร์มและสวนเกษตรอินทรีย์ ที่มาสาธิตทำอาหาร พร้อมแนะนำแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เป็นมหกรรมอาหารเพื่อการท่องเที่ยว&amp;nbsp; ทำให้รู้จักการท่องเที่ยวเชิงศิลปะอาหาร &amp;quot; รองผู้ว่าฯ ททท. ชวนเที่ยวงานยิ่งใหญ่ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เชฟนิก- ณัฏฐพล ภวไพบูลย์ เชฟรุ่นใหม่ ผู้สร้างสรรค์เวิร์คช้อปทำอาหารในเทศกาล กล่าวว่า อาหารท้องถิ่นของไทยมีหลากหลาย แต่ตนจะดัดแปลงเมนูพื้นถิ่น ปรับเปลี่ยนหน้าตาให้ดูสากล โดยยังคงเอกลักษณ์ที่รสชาติเอาไว้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;หากส่งต่อชุมชนต่อยอดการทำอาหารจะช่วยสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่น&amp;nbsp; อย่างเมนูข้าวต้มมัดไส้ทุเรียนกะทิลาวา และไส้มะม่วงกะทิลาวา นำผลไม้สุดฮอตอย่างทุเรียนมาทำอาหารง่ายๆ &amp;nbsp;เป็นตัวอย่าง Go Local &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ข้าวต้มมัดไส้ทุเรียนกะทิลาวาเมนูสุดสร้างสรรค์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; ภาคอีสาน มีแก่นตะวัน&amp;nbsp;


fifa356 เป็นพืชอาหารที่ประโยชน์ แทนที่จะทอดหรือต้ม จะทำเมนูซาลาเปาไส้แก่นตะวัน ภาคเหนือ มีไส้อั่ว ก็จะทำผัดไทยไส้อั่วแคปหมู ภาคใต้ ฝรั่งชอบอาหารทะเลสดๆ&amp;nbsp; 


bnk789&amp;nbsp;เพราะน่านน้ำไทยอุดมสมบูรณ์ จะนำเสนอคู่ซอสซีฟู๊ดหลายแบบ เช่น ซอสต้มย้ำกุ้ง ซอสแกงเขียวหวาน เป็นการประยุกต์อาหารพื้นถิ่นให้โกอินเตอร์ เปลี่ยนภาพลักษณ์จากเมนูเดิมๆ ได้สัมผัสสิ่งใหม่ๆ 


save168&amp;nbsp;เทศกาลนี้จะส่งเสริมภาพลักษณ์วัตถุดิบไทยให้เชฟทั่วโลกยอมรับ อาหารไทยดัดแปลงได้ แค่แกงเขียวหวานทำได้หลายเมนู ข้าวผัด ไส้พัฟ สปาเกตตี หรือแค่ซอส&amp;nbsp; ถ้า 77 จังหวัด ลองคิดดูจะมหัศจรรย์แค่ไหน ตอนนี้ผมรับวัตถุดิบมา 85 ชนิดจากภาคต่างๆ &amp;nbsp;เพื่อเตรียมสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ในเทศกาลอาหารนี้ &amp;quot;&amp;nbsp; 


สล็อต&amp;nbsp;เชฟนิก เผยอย่างน่าสนใจ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ต้มข่าไก่อาหารไทยยอดฮิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับงาน Amazing Thai Taste Festival แบ่งออกเป็น 8 โซน ประกอบด้วย โซน 1 Good Reputation โชว์นิทรรศการข้าวไทย 16 สายพันธุ์ เรียนรู้การทำอาหารจากสถาบันอาหาร พร้อมปรุงเมนูอาหารไทยที่มีชื่อ อาทิ ต้มยำกุ้ง มัสมั่น เสิร์ฟพร้อมข้าวหอมอุบลให้ลองชิม โซน 2 Good Local แสดงเอกลักษณ์ของอาหาร 5 ภูมิภาค และชิมอาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่นโดยฝีมือ เชฟท้องถิ่นรุ่นใหม่ มีร้านดังมาในงานโดยไม่ต้องเดินทางไปไกล อาทิ ภาคเหนือ ร้านไส้อั่วเผาเตาหลวงลำปาง, ร้านแหนม สุณี, ร้านแม่สมควร ภาคใต้ ขนมลาป้าพิณ, น้ำพริกกุ้งเสียบ, &amp;nbsp;หมูย่างบ้านบัวบก ภาคอีสาน: ร้านหน่อยตำซั่ว, ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือนายเกรียง มทส.ประตู4 &amp;nbsp;ภาคตะวันออก ไอยรา ซีฟู้ด, แกงหมูใบชะมวงลุงดำ, ขนมไทยป้าหนอม, ตำนานป่า ภาคกลาง: ร้านข้าวแช่ช้อนทองเสวย, ครัวม่อนไข่, ผัดหมี่ไทยญวณ ป้าแวม, ทรงนิมิต ขนมเกสรลำเจียก ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ส้มตำสุดแซบ เอกลักษณ์ภาคอีสาน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คนรักสุขภาพแวะมา โซน 3 Good Organic&amp;nbsp; เป็นกิจกรรมสินค้าสุขภาพและเกษตรอินทรีย์จากไร่สู่จาน เลือกซื้อสินค้าจากเกษตรกรตัวจริง &amp;nbsp;โซน 4 Good Fruit &amp;nbsp;ช้อปผลไม้สดจากสวน น้ำผลไม้ปั่นสดและอาหารเมนูทุเรียน พร้อมด้วยไฮไลท์บุฟเฟต์ผลไม้สดจากสวนสู่กลางสยามสแควร์ โซน 5 Good Taste อิ่มอร่อยกับร้านอาหารและสตรีทฟู้ดจากทุกซอกทุกมุมกรุงเทพฯ ,ร้านอาหารที่มิชลินแนะนำ อาทิ บ้านใหญ่ผัดไทย, ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่สวนมะลิ, เจ๊โอว, บ้านใน และ ร้านโซล ฟู้ด มหานคร เป็นต้น โซน 6 Good Idea รวมร้านอาหารดีไซน์เก๋ ๆ ร้านจำหน่ายสินค้าทำมือชิ้นเดียวในโลก โซน 7 Good Power เปิดพื้นที่ให้พันธมิตร 30 ร้านค้า ทั้งอาหาร ของฝาก และธุรกิจบริการ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โซน 8 Good Enjoy&amp;nbsp; มีกิจกรรมสาธิตและเวิร์คช้อปทำอาหารจากเชฟรุ่นใหม่ไทย อาทิ เชฟน็อต วรฤทธิ์ วันที่ 8 มิ.ย. เวลา 17.00 น. , &amp;nbsp;เชฟอิ๊ก บรรณ บริบูรณ์ วันที่ 9 มิ.ย. เวลา 18.00 น. , เชฟพล ตัณฑเสถียร วันที่ 10 มิ.ย. เวลา 18.00 น. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10655</URL_LINK>
                <HASHTAG>Amazing Thai Taste Festival, Amazing Thailand Go Local, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ต้มยำกุ้ง, สยามสแควร์วัน, สุจิตรา จงชาณสิทโธ, อาหารท้องถิ่น, อาหารเพื่อสุขภาพ, อาหารไทย, เกษตรอินทรีย์, เชฟนิก ณัฏฐพลภวไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180604/image_big_5b15098a1ebfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
