<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54583</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2020 07:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2020 07:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแดง&#039;เยือนอินโดนีเซียลงนามเอ็มโอยู ถอดบทเรียนจาก&#039;อาเจะห์โมเดล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.63-เมื่อวันที่ 14 ม.ค.63 พลเอกอภิรักษ์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วย พลโทพรศักดิ์พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และนายทหารระดับสูงจากกองทัพบก เดินทางไปยังจังหวัดอาเจะห์ เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อลงนามความร่วมมือด้านการทหาร ระหว่างไทย-อินโดนีเชีย ร่วมถอดบทเรียนการแก้ไขปัญหาในอดีต นำไปสู่แนวทางการพัฒนาความร่วมมือการแก้ไขปัญหาในอนาคตร่วมกันอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีวัตถุประสงค์ 3 ประเด็นสำคัญคือลงนามอนุสัญญา MOU ระหว่างกองทัพบกไทยและกองทัพบกอินโดนีเซีย ที่ถือเป็นครั้งที่ 4 หรือที่เรียกว่า Implementing Arrangement โดยข้อตกลงส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการฝึกศึกษา และแลกเปลี่ยนนายทหารนักเรียน การให้ความร่วมมือด้านการฝึกร่วมระหว่างกำลังของทั้ง 2 กองทัพ ซึ่งได้ดำเนินการมาเป็นระยะเวลานาน โดยกองทัพบกของอินโดนีเซียถือว่ามีความสัมพันธ์อันดีและลึกซึ้งกับกองทัพบก ประเทศไทยมาอย่างยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น เป็นความร่วมมือเรื่องของ Minute Meeting ที่ได้มีการประชุมหารือ และบันทึกการประชุมร่วมกัน ซึ่งมีความสำคัญมากทั้งยังเป็นเรื่องใหม่ โดยมีประเด็นสำคัญหลัก ๆ อยู่ 3 เรื่อง คือการให้ความร่วมมือในด้านความมั่นคงระหว่าง 2 ประเทศ โดยไม่ยอมให้บุคคล ที่เป็นภัยของทั้งสองประเทศใช้พื้นที่ ของประเทศตน ก่อการร้าย การติดตามความเคลื่อนไหว บุคคลที่กระทำผิดกฎหมายและเป็นภัยต่อความมั่นคง และอธิปไตยของทั้งสองประเทศและรวมถึงในภูมิภาคด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สกัดกั้นการลงมือของกลุ่มผู้กระทำความผิดทั้งที่เป็นบุคคลหรือกลุ่มก็ตามที่จะใช้พื้นที่ของประเทศไทย และอินโดนีเซีย กระทำการผิดต่อความมั่นคง ทั้งในทั้ง 2 ประเทศและภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่อง 3 เป็นการประชุม Four Eye ระหว่างผู้บัญชาการทหารบกอินโดนีเซีย และไทย ซึ่งเป็นการหารือส่วนตัว โดย ผู้บัญชาการทหารบกยืนยัน เดินหน้า ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางทหาร เสริมสร้างสันติสุข จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป ซึ่งจากความร่วมมือในครั้งนี้จะทำให้ ผู้ก่อความไม่สงบจะถูกจำกัดเสรีในการก่อเหตุมากขึ้น ไม่ว่าจะหลบหนี การฝึก กำลัง หรือ ใช้เป็นแหล่งพักพิง ถือเป็นการพัฒนาร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน รักษาไว้ซึ่งอธิปไตยของทั้งสองประเทศ และสร้างความมีเสถียรภาพความมั่นคงปลอดภัยในภูมิภาคอาเซียน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54583</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, ผบ.ทบ., อาเจะห์, อินโดนีเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200115/image_big_5e1e5fe2cdaff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23473</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 16:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรือโรฮีนจาอพยพหลงขึ้นฝั่งอาเจะห์ของอินโดนีเซีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการอินโดนีเซียพบชายชายโรฮีนจา 20 คน นำเรือมาขึ้นฝั่งในอำเภออีดี รายุก ของจังหวัดอาเจะห์เมื่อวันอังคาร สอบถามได้ความว่าเรือลำนี้ตั้งใจเดินทางไปมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านรุมล้อมกลุ่มชายชาวโรฮีนจาขึ้นฝั่งที่อำเภออีดี รายุก จังหวัดอาเจะห์ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของในจังหวัดอาเจะห์ ซึ่งตั้งอยู่ในฝั่งตะวันออกของเกาะสุมาตรา กล่าวกับเอเอฟพีเมื่อวันที่ 4 ธันวาคมว่า ชายกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 14-28 ปี แต่มีคนหนึ่งอายุ 50 ปี พวกเขาโดยสารมากับเรือไม้เก่าๆ ลำหนึ่งจากเมียนมา และบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าพวกเขากำลังเดินทางไปมาเลเซีย แต่อาจเป็นเพราะกระแสน้ำทำให้พวกเขามาขึ้นฝั่งที่อาเจะห์นี่ ทั้งหมดมีสุขภาพแข็งแรง เจ้าหน้าที่กำลังพยายามหาสถานที่ให้พักพิงชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่รัฐของเมียนมาและบังกลาเทศสามารถขัดขวางเรือขนผู้อพยพโรฮีนจาไว้ได้หลายลำขณะพยายามออกเรือไปยังมาเลเซีย รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ชาวโรฮีนจาอพยพทางเรือน้อยลงมากนับแต่ทางการไทยปราบปรามเครือข่ายค้ามนุษย์ในปี 2558 ที่เป็นชนวนก่อวิกฤติผู้อพยพจำนวนมากโดนลอยแพกลางทะเล ในปีนั้นมีโรฮีนจาหลายร้อยคนมาขึ้นฝั่งที่อาเจะห์ และได้รับการต้อนรับอย่างดีจากประชาชนในจังหัดอิสลามอนุรักษนิยมแห่งนี้ อย่างไรก็ดี การปราบปรามของกองทัพเมียนมาในรัฐยะไข่เมื่อปีที่แล้ว ได้ก่อความวิตกชาวโรฮีนจาอาจเริ่มกลับมาอพยพทางเรือกันอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนเมษายน อินโดนีเซียก็พบเรือไม้ขนชาวโรฮีนจาราว 80 คนมาขึ้นฝั่งที่อาเจะห์ หลังจากไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านั้น มีโรฮีนจาหลายสิบคนขึ้นฝั่งที่มาเลเซีย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23473</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นฝั่ง, มาเลเซีย, อาเจะห์, เมียนมา, เรืออพยพ, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181204/image_mid_5c064b763449c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
