<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45405</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2019 11:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2019 11:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศในราชกิจจาฯแต่งตั้ง&#039;แรมโบ้อีสาน-กำนันนวย&#039;เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.62 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง แต่งตั้งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่คณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๒ มีมติเห็นชอบตามที่ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอแต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ นายกรัฐมนตรีลงนามในประกาศแต่งตั้ง นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๓ แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบส านักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการ ผู้ช่วยรัฐมนตรี (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๙ ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๒ จึงให้แต่งตั้งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี จำนวน ๑๐ ราย ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. นายอำนวย คลังผา
๒. นายชาญกฤช เดชวิทักษ์
๓. นายทวี สุระบาล
๔. นายทศพล เพ็งส้ม
๕. นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา
๖. นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์
๗. นายนิทัศน์ รายยวา
๘. นายสรสินธุ ไตรจักรภพ
๙. นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ
๑๐. นายอภิวัฒน์ ขันทอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖2
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45405</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี, ทวี สุระบาล, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, อำนวย คลังผา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190625/image_big_5d123f9887b65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2018 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2018 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถึงบางอ้อ!&#039;อำนวย&#039;เฉลยแล้วเหตุทิ้ง&#039;แม้ว&#039;ซบพลังประชารัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ย.61 - นายอำนวย คลังผา สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์รายการคลุกวงใน อินไซด์ข่าว ช่องสปริงนิวส์ ถึงสาเหตุการย้ายไปพรรคพลังประชารัฐ ว่า &amp;quot;การที่เขาไปตั้งพรรคไทยรักษาชาติ พรรคเพื่อธรรม นี่ผมไม่รู้เลย คือผมก็อยู่พรรคเพื่อไทยมาตลอด คือกรรมการบริหารพรรคน่าจะบอกว่าเวลานี้เราจะต้องไปตั้งพรรคโน้นพรรคนี้ บอกให้เรารู้บ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่อยู่ๆ ก็ไปกัน ไทยรักษาชาตินะครับ ผมไม่เห็นด้วยที่จะขยับ หากไปต้องไปให้หมด อันนี้ไปเป็นกลุ่มๆ ไปอยู่พรรคโน้นพรรคนี้ ผมเห็นว่ามันเป็นการปล่อยทิ้ง อย่างผมเนี่ยก็ไม่รู้เรื่องเลย ผมก็อยู่ในพรรคเนี่ย จะไปไหนก็ต้องบอกกันมาสิ ในขณะที่ปล่อยให้เราอยู่บ้านเก่าๆ บ้านผุๆ อยู่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22985</URL_LINK>
                <HASHTAG>พปชร., พลังประชารัฐ, อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย, อดีตส.ส.ลพบุรี, อำนวย คลังผา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181128/image_mid_5bfe278c40f9b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2018 10:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2018 10:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เละแล้ว! แดงทวงบุญคุณ &#039;อำนวย&#039; - ถามลั่นทิ้งเพื่อไทยซบพปชร.เพราะอะไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย. 61 - นายชินวัฒน์ หาบุญพาด สมาชิกพรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวถึงกรณีสมาชิกพรรคเพื่อไทยหลายรายย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐว่ากรณีพ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ อดีตส.ส.กำแพงเพชร และเป็นคนเสื้อแดงที่ต่อสู้อย่างเข้มข้นคนหนึ่ง เคยลี้ภัย เคยกินนอน ต่อสู้ด้วยกัน เชื่อว่าเหตุที่ย้ายไป คงถูกวิชามาร บีบเรื่องคดี ส่วนตัวมั่นใจพ.ต.ท.ไวพจน์ อุดมการณ์ จุดยืนประชาธิปไตยไม่เปลี่ยนไป แม้ไปอยู่ซีกอื่น ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยให้ซีกนั้นชนะถล่มทลาย ส่วนพี่น้องเสื้อแดงบางส่วนโจมตีนั้น อยากขอให้เข้าใจ เพราะการย้ายไปนั้นมีเบื้องหน้าเบื้องหลังแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชินวัฒน์ กล่าวต่อว่ากรณีพ.ต.ท.ไวพจน์ ไม่เหมือนกับ นายอำนวย คลังผา อดีตส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ที่ย้ายไปพรรคพลังประชารัฐ เรื่องคดีก็ไม่มี ที่ย้ายไปไม่รู้ เพราะอะไร ยังมาบอกว่า ชอบในนโยบาย เห็นราคาข้าวดีขึ้นแล้ว ที่พูดอย่างนี้ ไม่รู้เลยหรืออย่างไร ที่ดีขึ้นมันดีแค่ชั่วคราว แต่ตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมาทั้งราคาข้าว สินค้าเกษตร ตกต่ำมาตลอด ทำไมไม่พูด ไม่เข้าใจว่าย้ายไปทำไม ทั้งที่อยู่เพื่อไทยเดิม ได้เป็นส.ส.อยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เวลาพี่น้องเสื้อแดงต่อสู้ ก็ไม่ได้มาร่วมต่อสู้ หลบมุมอยู่ในถ้ำ พี่น้องเสื้อแดงสู้ด้วยความลำบาก บาดเจ็บล้มตาย เพื่อให้คุณ แต่ในวันนี้มาชื่นชอบนโยบายพรรคพลังประชารัฐ บอกว่านโยบายดี เลยไม่เข้าใจที่ย้ายไปนั้น หวังอะไรบางอย่างหรือไม่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชินวัฒน์ กล่าวด้วยว่า อดีตส.ส.เสื้อแดงที่ย้ายไปพรรคไทยรักษาชาติ คงกลัวพรรคเพื่อไทยจะถูกยุบ มีเวลาสังกัดพรรคไม่ทัน เลยอพยพไปหาที่อยู่ที่น่าจะมั่นคงกว่าพรรคเพื่อไทย แต่ไม่ว่าใครจะย้ายไปไทยรักษาชาติ เพื่อชาติ&amp;nbsp; ถือเป็นพรรคที่เป็น แม่น้ำสายประชาธิปไตย ก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าอยู่ๆใกล้หมดเวลาเลือกตั้ง ไปสนับสนุนพรรคเผด็จการ ก็ต้องคิดว่า ไปเพราะอะไร. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22699</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชินวัฒน์ หาบุญพาด, ประชาธิปไตย, พปชร., พลังประชารัฐ, อำนวย คลังผา, เพื่อไทย, เพื่อไทยย้ายพรรค, เลือกตั้ง, เสื้อแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181125/image_big_5bfa19d49a80d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22688</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2018 14:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2018 07:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยเป็นแค่อดีต!&#039;กำนันนวย&#039;ชมเปาะนโยบายพลังประชารัฐโดนใจประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย. 61 - นายอำนวย คลังผา อดีตส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังสมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐวานนี้ว่า สาเหตุที่ตนมาสมัครสมาชิกพปชร.เพราะเห็นว่านโยบายเป็นที่ต้องการของประชาชน นอกจากนี้ก็เรื่องของความสงบเรียบร้อย ที่ก่อนหน้านี้มีการเดินขบวนกันไม่จบไม่สิ้น ซึ่งเราเห็นว่าพปชร.สามารถดูแลตรงนี้ได้ โดยตนได้รับการทาบทามจาก นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค และตนใช้เวลาตัดสินใจเพียงวันเดียว ส่วนส.ส.คนอื่นๆในจ.ลพบุรี จะตามมาด้วยหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่จะต้องกลับไปคุยกันในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าจะทำให้พรรคเพื่อไทยระส่ำหรือไม่ เพราะนายอำนวยเคยเป็นประธานวิปรัฐบาล นายอำนวย กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน ช่วงนั้นมันผ่านไปแล้ว มันคนละตอนกัน และที่ตนออกจากพรรคเพื่อไทยมาก็ไม่ได้แจ้งใคร ไม่ได้คุยกับใคร ไปเซ็นใบลาออก แล้วออกมาเลย ทั้งนี้ เรามีความเชื่อมั่นในพรรคพลังประชารัฐ ที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน มีนโยบายที่ถูกใจประชาชน เช่น ราคาข้าว ที่ขณะนี้มีราคาดีขึ้น รวมถึงสวัสดิการต่างๆที่โดนใจประชาชน ส่วนจะวางให้ตนดูแลในพื้นที่จ.ลพบุรี หรือไม่นั้น เป็นเรื่องของเลขาธิการพรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22688</URL_LINK>
                <HASHTAG>พปชร., พลังประชารัฐ, ย้ายพรรค, อำนวย คลังผา, เพื่อไทย, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181125/image_big_5bf9edc305219.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2018 09:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2018 07:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วราเทพ&#039;ทิ้งพท.ยกก๊วนส.ส.กำแพงเพชรซบพปชร.&#039;อำนวย คลังผา&#039;จ่อร่วมด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ย. 61 - มีรายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ(พบชร.) แจ้งว่า นายวราเทพ รัตนากร อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เตรียมจะนำอดีต ส.ส.กำแพงเพชร พรรคเพื่อไทย มาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐทั้งหมด และเตรียมจะมาสมัครสมาชิกพรรคเร็วๆ นี้ โดยได้ยืนยันกับแกนนำพรรคพลังประชารัฐไปแล้ว หลังถูกทาบทามมาโดยตลอด โดยอดีต ส.ส.กำแพงเพชร ของพรรคเพื่อไทยที่นายวราเทพจะพามาได้แก่ นายอนันต์ ผลอำนวย นายปริญญา ฤกษ์หร่าย ตลอดจนนายไผ่ ลิกค์ หรือ ไผ่ วันพอยท์ ที่จะมาลงสมัคร ส.ส.กำแพงเพชร ในนามพรรคพลังประชารัฐ ขณะที่ตัวนายวราเทพเองจะไม่สมัครสมาชิก เพราะมีเรื่องคดีความอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า เนื่องจากระยะหลังนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แกนนำกลุ่มวังบัวบาน น้องสาวของนายทักษิณ ชินวัตร ถูกลดบทบาทลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้นายวราเทพ ซึ่งเป็นนักการเมืองในกลุ่มวังบัวบานถูกลดบทบาทลงเช่นกัน ขณะที่นายวราเทพเองมีความสัมพันธ์แนบแน่นกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ตั้งแต่สมัยร่วมงานในกระทรวงการคลัง รัฐบาลไทยรักไทย รวมถึงนายสุชาติ ตันเจริญ แกนนำกลุ่มบ้านริมน้ำ ที่กำลังจะมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ในที่3 พ.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตกันว่า ระยะหลัง นายวราเทพ มักเลี่ยงที่จะไปร่วมกิจกรรม หรือการประชุมพรรคเพื่อไทย รวมไปถึงกรณีที่ นายสุนทร รัตนากร พี่ชายของนายวราเทพ ถูกคำสั่งมาตรา 44 พักการปฏิบัติหน้าที่ นายก อบจ.กำแพงเพชรมาตั้งแต่เดือน ก.ค.59 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีรายงานอีกว่า ในส่วนของ จ.ลพบุรี นายอำนวย คลังผา อดีตประธานวิปรัฐบาล และอดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย มีแนวโน้มสูงที่จะไปร่วมงานพรรคพลังประชารัฐเช่นเดียวกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22562</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปริญญา ฤกษ์หร่าย, ย้ายเข้าพรรคพลังประชารัฐ, วราเทพ รัตนากร, สุชาติ ตันเจริญ, อนันต์ ผลอำนวย, อำนวย คลังผา, เยาวภา วงศ์สวัสดิ์, ไผ่ วันพอยท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181123/image_big_5bf74c4bcbd61.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20062</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพจบิ๊กตู่ไม่หาเสียง กกต.การันตีเอง/ประยุทธ์ได้ใจชวนกดไลค์กดแชร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตู่ดิจิทัล&amp;rdquo; ชวนไลค์เพจเฟซบุ๊ก รับเป็น &amp;ldquo;เบบี้บูมเมอร์&amp;rdquo; ที่ต้องปรับตัวให้เข้ายุค 4.0 พยายามรับฟังทั้งคำด่า-คำชม แต่อย่าหยาบคาย-ผรุสวาท เลคเชอร์เรื่องประชาธิปไตยต้องมองภาพรวม ประชาชนเป็นศูนย์กลางเสมอ อย่าใช้คำว่าเล่นการเมือง เพราะเป็นเรื่องบริหารราชการแผ่นดินที่ต้องมีธรรมาภิบาล กกต.ไวปานกามนิตหนุ่ม ระบุไม่ใช่เรื่องหาเสียง ขู่เก็บข้อมูลเรื่องลงพื้นที่ทุกฝ่ายแล้ว &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; เตือนอนาคตใหม่ระวังพูดในต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ยังคงมีกระแสร้อนแรงต่อเนื่องในการเปิดเฟซบุ๊กและสื่อโซเชียลมีเดียของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์กล่าวสั้นๆ ว่า ก็มีทั้งด่าทั้งชม ก็เป็นเรื่องธรรมดา และเมื่อถามว่าเรตติ้งดีหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ก็ดีดิ ดูเอาเอง
ต่อมาหลังประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้อีกครั้ง ว่าเป็นมือใหม่ ซึ่งไม่ได้มีวัตถุประสงค์หลักหรือรองอะไร แต่ต้องเป็นตู่ดิจิทัลบ้าง เพราะเรากำลังเดินหน้านโยบายไทยแลนด์ 4.0 แต่ตนเองเป็นเบบี้บูมเมอร์ ดังนั้นจึงต้องใช้ให้เป็น พยายามปรับตัว ไม่ใช่มาทำเพราะรัฐบาลอยู่มา 4 ปี ซึ่งที่ผ่านมาก็ให้ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์ได้หมด อะไรที่เป็นประโยชน์จะรับมาพิจารณาดำเนินการให้เหมาะสม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โซเชียลมีเดียถือว่าเป็นช่องทางการสื่อสารอีกช่องทางหนึ่งในการสื่อสารกับประชาชน ผมก็ต้องทำให้ใจกว้างมากขึ้น ยอมรับในข้อติเตียน ขออย่างเดียวขอให้สุภาพหน่อยแล้วกัน ส่วนที่บอกว่าชอบหรือไม่ชอบผมนั้น คนไม่ชอบก็คือไม่ชอบ ไม่ว่าจะพูดอะไรหรือทำอะไรดีๆ ก็ไม่ชอบอยู่ดี จึงต้องไปดูว่าสิ่งที่เขาติใช่ข้อเท็จจริงหรือไม่ ถ้าใช่เราก็แก้ไขเสีย ส่วนอะไรที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงเราก็ชี้แจงได้ การทำงานครั้งนี้ก็ไม่ได้ใช้งบประมาณมากมาย ไม่เห็นจะเสียสตางค์ อะไรก็ทำได้หมด เชิญเข้าไปกดไลค์กันด้วยนะ&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
นายกฯ ย้ำว่า ขอให้ติชมในสิ่งเป็นประโยชน์ ไม่หยาบคาย อะไรที่ไม่เข้าใจ ถ้าตอบได้ก็จะตอบ โดยให้นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกฯ ติดตามเรื่องเหล่านี้ แล้วสรุปมาให้ทราบทุก 3-5 วัน ว่าอะไรที่ควรตอบเอง ซึ่งส่วนใหญ่จะเขียนตอบลงไป แล้วให้เขานำข้อความนี้ไปใส่ ส่วนที่เพจเฟซบุ๊กไม่มียศนำหน้านั้น ทำไมต้องสงสัยกัน บางทีขี้เกียจจิ้มไง ซึ่งการเปิดเพจเป็นการสร้างการรับรู้กับประชาชนก็ใช้ชื่อให้สั้นกระชับที่สุด
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การเปิดเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวเป็นการหาเสียงเอาเปรียบพรรคการเมือง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวทันทีว่า &amp;ldquo;แล้วพรรคอื่นไม่เปิดหรืออย่างไร ให้ความเป็นธรรมกับผมบ้าง ไม่ใช่การหาเสียง จะหาเสียงอย่างไรให้คนรัก แต่นี่หาเสียงให้คนด่าด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นกรุณาเบาๆ ลงกันหน่อย ผมต้องการให้สังคมได้เรียนรู้ว่าจะอยู่กันอย่างไร ในสังคมวันนี้คือสังคมโซเชียลมีเดีย คงต้องมองด้วยความเป็นธรรม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า นายกฯ ประกาศว่าสนใจงานการเมือง มีการประเมินเสียงตอบรับจากประชาชนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การจะตอบรับหรือไม่รับของประชาชนเป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจเอง ถ้าจะทำงานทางการเมืองต่อไป จะทำได้อย่างไร เหตุผลความจำเป็นของตนเองและชาติบ้านเมืองที่สำคัญคืออะไร นั้นคือสิ่งที่ตั้งเจตนารมณ์ไว้ สิ่งสำคัญที่สุดเราจะปฏิรูปต่อไปได้อย่างไร การเดินหน้ายุทธศาสตร์ชาติจะทำได้อย่างไร โดยไม่ถูกกล่าวหาว่าสืบทอดอำนาจ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งระมัดระวังอย่างที่สุด
ย้ำ&amp;quot;อย่าลืมไลค์ให้ผม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในตอนท้ายของการแถลงข่าว พล.อ.ประยุทธ์ย้ำสื่อมวลชนว่า &amp;ldquo;อย่าลืมไลค์ให้ผมด้วย&amp;rdquo; โดยผู้สื่อข่าวถามต่อว่า หลังเปิดตัวสนใจการเมืองและทำโซเชียลมีเดียเชิงรุกแล้วจะปรับตัวอย่างไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า &amp;quot;ผมปรับตัวเอง ว่าจะต้องมีความโปร่งใส สุจริต มีเจตนาอันบริสุทธิ์ มีเจตนารมณ์ทางการเมืองที่มีธรรมาภิบาล ซึ่งผมเปลี่ยนไม่ได้ แต่ถ้าผมได้อยู่ และหากทุกคนจะเข้ามาร่วมก็ต้องทำตามผม จะให้สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นแบบเดิมอีกไม่ได้ อย่าลืมว่านายกฯ มีอำนาจมากพอสมควร เราต้องตั้งหลักให้มั่น ว่าการเป็นนายกฯ หรือรัฐบาล ต้องทำเพื่อประชาชน หลักการของเราคือ มีประชาชนเป็นศูนย์กลางเสมอ เราไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ย้ำว่า ช่องทางการสื่อสารที่เปิดขึ้นมาใหม่ เพื่อรับฟังความคิดเห็น บางเรื่องที่ไม่ถูกใจ มีการเสนอแนะขึ้นมา ยินดีที่จะตอบ อะไรที่ทำแล้วเกิดความเสียหาย หรืออะไรที่ทำได้ก็จะรีบเพิ่มให้ มีอะไรก็ขอให้สอบถามมาทางเว็บไซต์ที่เปิดมา โดยทั้งเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม พยายามเรียนรู้และตอบทุกคำถาม ส่วนการเปิดโซเชียลมีเดีย จะทำให้อารมณ์เสียขึ้นหรือไม่นั้น ยืนยันว่าไม่ วันนี้พูดแบบนั้นหรือไม่ พูดดีไหมล่ะ อารมณ์ดีหรือไม่ เสียงนุ่มนวลไพเราะไหม แต่บางครั้งต้องเห็นใจบ้าง เพราะการทำงานบางครั้งก็ว้าวุ่น เพราะมีเรื่องเยอะหลายเรื่อง ทำไปแล้วก็ไม่จบ บางเรื่องปัญหาเดิมๆ ก็ทับซ้อน ถ้าทุกคนไม่ปรับตัว มันก็ไม่ได้ ขอร้องทุกคนอย่าทำอะไรให้เกิดความเสียหายขึ้นมาอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เห็นนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายอดีตนายกฯ แสดงความเห็นในอินสตาแกรมส่วนตัวหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า &amp;ldquo;คอมเมนต์กันไปเถอะ และขอขอบคุณ ใครให้กำลังใจผม ผมให้กำลังใจเขา ผมไม่ใช่ศัตรูของใคร ใครมีปัญหาอะไรทางกฎหมาย ก็ไปต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเขาให้โอกาสอยู่แล้ว ผมไปสั่งใครไม่ได้ ที่ผ่านมาทำตามข้อมูลและหลักฐานเดิมๆ ปล่อยให้ทุกคนทำตามอิสระ ทำไมต้องก้าวล่วงเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า การวิพากษ์วิจารณ์ที่รุนแรงจะเป็นความผิดหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ชี้ว่า ถ้าจะเอาผิดก็ทำได้ทั้งหมด เพราะมีคอมเมนต์หยาบคายหลายคอมเมนต์ เรื่องนี้อยู่ที่จิตสำนึก ลูกหลานมาอ่านแล้วเขาจะว่าอย่างไร คุณต้องการให้ลูกหลานคุณเป็นอย่างนี้เหรอ ใช้คำผรุสวาท คำหยาบคาย คำด่าพ่อล้อแม่ มันไม่สมควร ทำไมไม่ทำให้ดิจิทัลเราพัฒนาไปสู่ช่องทางการสื่อสารที่บริสุทธิ์ เพื่อเด็กและเยาวชนจะได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นได้ ทุกคนช่วยเรื่องนี้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บอกแล้วว่าถ้าชอบผมมากๆ อีกพวกก็จะออกมาด่าผมมากขึ้น หรือบางพวกชอบผม ก็ไปด่าคนอื่น แต่ก็รับได้ เพราะผมไม่ได้เป็นอย่างที่เขาว่า ก็จบ เรื่องนี้ต้องทำใจ ผมไม่โกรธใครทั้งนั้น ถ้าโกรธ ผมคงไม่บอกใคร&amp;rdquo;พล.อ.ประยุทธ์กล่าว และว่า เคยฟ้องร้องใครหรือไม่ แต่ถ้าใครมาดูหมิ่นจะได้หรือไม่ล่ะ ถ้าไปพูดหรือเขียนสิ่งที่บิดเบือนอย่างชัดเจน มีมากเข้าจะยอมได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่จะทนให้ถึงที่สุดก็แล้วกัน เพราะเป็นนายกฯ นี่นา
อบรมคำว่าประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ระบุว่า แม้แต่คำว่าประชาธิปไตย ก็ต้องไม่ใช่ประชาธิปไตยที่ไร้ขื่อแป ไม่สนใจกฎหมาย ต้องมองว่าคนส่วนใหญ่ต้องการอะไร อยู่ภายใต้กรอบหลักกฎหมายที่ทุกคนยอมรับ พร้อมดูแลเสียงส่วนน้อยด้วย ไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่เห็นด้วย เสียงส่วนน้อยไม่เห็นด้วย แล้วประท้วงวุ่นวายทั้งหมด อย่างนี้ไม่ใช่ประชาธิปไตย ประชาธิปไตยไม่ใช่สิ่งที่คนจะเลือกส่วนตรงนั้นตรงนี้มา หรือเอาตรงนั้นไม่เอาตรงนี้ คำว่าประชาธิปไตยต้องรวมความทั้งหมด ดูแลคนทั้งหมด โดยวิธีการบริหารราชการอันชาญฉลาด และคำว่าชาญฉลาดมันไม่ง่ายนัก ตราบใดที่เรายังติดอยู่กับของเดิมๆ ก็ทำให้เดินหน้าไม่ได้ ซึ่งเราโทษใครไม่ได้เลย เพราะเราคือคนไทย พูดกันมาทุกรัฐบาล ต้องมาช่วยกันคิดว่า จะทำอย่างไรรัฐบาลหน้าจะได้รัฐบาลที่ดี&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมไม่ได้บอกว่ารัฐบาลของผมดีที่สุด อาจมีดีกว่านี้หรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ถ้ามัวแสดงความคิดเห็นแบบเดิมๆ ให้ร้ายกันบิดเบือนกันมา ดิสเครดิตกันไปเรื่อยๆ ไม่มีอะไรดีขึ้น ผมว่าวันนี้การเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยใหม่ ควรเอาเรื่องเป็นหลักการและเหตุผลมาพูดกันดีกว่า ว่าเราจะดูแลกันอย่างไร แก้ไขปัญหาอย่างไร ดังนั้นทุกพรรคการเมืองและนักการเมืองควรชี้แจงแบบนี้ ไม่ใช่ชี้แจงแล้วด้อยค่ารัฐบาลนี้รัฐบาลโน้น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ได้พยายามปรับตัวเดินหน้าเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยอย่างที่ตั้งใจไว้ ตนเองไม่ใช่ศัตรูของใคร หลายคนบอกว่ารัฐบาลนี้ออกมาเป็นผู้เล่น ตนเองยังไม่ได้ลงมาเล่นอะไรกับใครสักคน ให้ความเป็นธรรมกันบ้าง จะสืบทอดอำนาจได้อย่างไร ในเมื่อมีรัฐบาลก็ต้องเป็นรัฐบาล การสืบทอดอำนาจ หมายความว่าใช้กลไกเพื่อให้สืบทอดอำนาจ แต่ไม่รู้จะสืบทอดอำนาจไปทำไม เพราะไม่ได้ต้องการผลประโยชน์ แต่ต้องการให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศก็เท่านั้นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเคยพูดแล้วว่าการเมืองไม่ใช่ของเล่น ผมไม่ใช้คำว่าเล่นการเมือง เพราะการเมืองคือเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินที่ต้องมีธรรมาภิบาล จะเห็นว่าวันนี้มีความเคลื่อนไหวของหลายพรรคการเมือง จึงไม่อยากให้ใช้คำว่าเล่นการเมือง การที่จะเข้ามาสู่ในแวดวงการเมืองในอนาคตนั้น ซึ่งอาจจะรวมผมด้วย ขอใช้คำว่าอาจจะ ทุกคนต้องมองว่าเราจะทำให้ประเทศเดินหน้าอย่างไร ขอให้ทุกคนเข้าใจว่าทุกคนที่ทำงานวันนี้นั้น ทำเพื่อชาติบ้านเมือง&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว และว่า เราต้องสร้างความมั่นใจให้กับทั่วโลก โดยทำให้ทุกอย่างมีเสถียรภาพ บ้านเมืองสงบสุข แม้จะเลือกตั้งบ้านเมืองก็ต้องสงบสุข ไม่มีการตีกันหรือใช้อาวุธ ขอร้องอย่าทำลายศักยภาพของเราตรงนี้ที่เคยเกิดขึ้น 4 ปีที่ผ่านมา ขอร้องอย่าให้เกิดขึ้นอีกเลย เราไม่มีโอกาสอีกแล้ว ถ้าเรายังทำแบบเดิมอยู่อีก ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงประเทศของเรา แล้วใครจะมาเปลี่ยน ประชาชนต้องเข้ามามีส่วนร่วม
ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการเปิดเฟซบุ๊กส่วนตัวของนายกฯ ว่า ต้องไปถามนายกฯ แต่ส่วนตัวคงไม่เปิด เพราะนายกฯ เปิดคนเดียว ก็เหมือน ครม.มารับเรื่องร้องเรียนทั้งหมด ส่วนที่ด่ากันในเฟซบุ๊กนั้น ก็เป็นเรื่องธรรมดา คนด่าก็เพราะคนละพวกกัน คนไม่ใช่จะให้ทำอย่างไร แต่นายกฯ ไม่หงุดหงิดหรอก ท่านอ่านทุกความเห็น จะได้รู้ว่าตัวเองเป็นอย่างไร และ ครม.เป็นอย่างไรด้วย
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงในที่ประชุม ครม.ถึงเรื่องการเปิดช่องทางสื่อสารกับประชาชนทางโซเชียลมีเดียต่างๆ นั้น นายกฯ อธิบายว่า ปัจจุบันเป็นโลกยุคใหม่ที่ต้องสื่อสารหลายทางกับประชาชน เราต้องปรับตัว แม้มีคนออกมาแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง ก็ต้องอดทน โดยคาดว่าทีมงานของ พล.อ.ประยุทธ์เป็นฝ่ายโพสต์ข้อความ แต่ประเด็นนายกฯ จะเป็นผู้กำหนดเอง และอาจตอบหรือโพสต์ข้อความเองในบางกรณี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ เข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติที่มีคนแสดงความเห็นทั้งดีและไม่ดี จะรักหรือไม่รักก็ไม่เป็นอะไร ไม่ได้ท้อใจ แต่ในยุคใหม่นายกฯ ต้องเป็นคนที่สังคมสัมผัสได้ และท่านตั้งใจทำทุกอย่างเพื่อประชาชนและประเทศ โดยขอให้ ครม.เข้าไปเปิดอ่านดูด้วย หากเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใดก็ให้นำไปปรับปรุง&amp;rdquo; พล.ท.สรรเสริญกล่าว
กกต.ชี้ไม่ใช่การหาเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวเรื่องนี้ว่า ไม่ใช่ประเด็นเรื่องการหาเสียง แต่เรื่องนี้ยังไม่มีการคุยกันในรายละเอียด โดยรับทราบเรื่องจากสื่อเท่านั้น ยังไม่สามารถตอบชัดเจนได้ แต่นิยามของคำว่ากิจกรรมทางการเมืองที่มีระบุไว้ในคำสั่ง คสช.นั้น คสช.จะเป็นผู้ชี้ว่าสิ่งไหนทำได้ ทำไม่ได้ ไม่ใช่ กกต. แต่ กกต.จะดูว่าการกระทำใดๆ จะส่งผลเสียหรือส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นหรือไม่ เพราะไม่จำเป็นต้องมีใครมาบอก ก็เป็นหน้าที่ของ กกต.ที่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว แต่ถ้าเห็นว่าการดำเนินการใดๆ ยังไม่เข้าข่ายเป็นการกระทำที่จะกระทบต่อการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ก็จะยังไม่ดำเนินการ ทั้งนี้ ทาง กกต.ได้เก็บข้อมูลทุกอย่างไว้แล้ว เช่น การลงพื้นที่ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หากไม่ได้ใช้ทรัพยากรรัฐ และเวลาราชการ ก็ถือว่าทำได้ แต่ถ้ามีข้อมูลหลักฐานว่ามีการละเมิดกฎหมาย กกต.ต้องดำเนินการแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดี เพราะก้าวไปกับโลกยุคเทคโนโลยี ได้รู้ความเป็นอยู่ และความคิดเห็นของประชาชนว่าเขาคิดอะไรกัน แต่เท่าที่ดูเพจเฟซบุ๊กของ พล.อ.ประยุทธ์ ประชาชนส่วนใหญ่เข้ามาระบายความรู้สึกอึดอัดใจเกี่ยวกับการบริหารที่ผ่านมา อยากให้นายกฯ รับฟังด้วยเหตุด้วยผล อย่าปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นของประชาชน หรืออย่าใช้มาตรการกฎหมายกับผู้ที่ใช้ถ้อยคำรุนแรง ขอให้เปิดกว้างแล้วนำมาปรับปรุงการทำงาน ซึ่งการเปิดกว้างรับความคิดเห็นผ่านโลกออนไลน์ ถือเป็นบททดสอบการเดินหน้าสู่หนทางการเมืองเต็มรูปแบบของท่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ &amp;nbsp;โดยเฉพาะการหยั่งเสียงผู้ที่จะเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ถือเป็นการหาเสียงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า หลายพรรคการเมืองก็มีกิจกรรมปราศรัย ซึ่ง คสช.ก็อนุโลมไปหลายรายการ หลายอย่างด้วยกัน ตราบใดไม่ทำให้เกิดความรุนแรงหรือมีผลกระทบกับการบริหารราชการแผ่นดิน อะไรที่พออนุโลมได้ เราก็อนุโลมให้ ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่ารัฐบาลไปปิดกั้นอะไรกันอีก แต่เราจะต้องพิจารณาให้เหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เดินสายไปพบผู้นำต่างประเทศนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า พวกเขารับผิดชอบตัวเอง จะด่าประเทศกับด่ารัฐบาล ทำผิดกฎหมายไม่ได้ ถ้าพูดไม่เป็นความจริงก็ต้องโดนตามกฎหมาย และไม่จำเป็นต้องส่งคนไปติดตามอะไร ส่วนที่หลายพรรคการเมืองพบประชาชนนั้น ไม่มีอะไร อย่าไปโฆษณาเชิญชวนหาเสียงทำไม่ได้ ส่วนข้อวิจารณ์ว่าการทำเช่นนี้จะคาบเกี่ยวกับการหาเสียง ก็ให้ไปดูที่เจตนาว่าเป็นอย่างนั้นหรือไม่ คนทำเขารู้ว่าทำอะไร ไม่จำเป็นต้องบอก&amp;nbsp;
มท.1 เตือนลงพื้นที่
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของ กกต.ที่จะลงไปทำความเข้าใจ และขณะนี้ทราบว่าผู้ตรวจการ กกต.ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการลงพื้นที่ของกลุ่มการเมืองและนักการเมืองแล้ว ทุกอย่างที่พรรคการเมือง กลุ่มการเมืองดำเนินการ กกต.บันทึกไว้ทั้งหมด ในอนาคตหากฟ้องร้องดำเนินคดีจะมีผลตามที่บันทึกไว้ อยากให้พรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองระมัดระวังในเรื่องนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเดินสายลงพื้นที่หาเสียงเลือกหัวหน้าพรรค ปชป.ว่า ถือเป็นการหาเสียงเลือกตั้งไปในตัวของพรรคประชาธิปัตย์ โดยใช้แท็กติกการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคมาเป็นข้ออ้างหรือไม่ เพราะการเลือกหัวหน้าพรรคไม่จำเป็นต้องเดินสายกันขนาดนี้ก็ได้ และเรื่องนี้เป็นไปตามข้อกฎหมายหรือไม่นั้น ไม่อยากวิจารณ์ แต่เป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นที่ยังไม่มีการเคลื่อนไหวทางการเมือง จึงอยากให้สังคมพิจารณาดูว่าการกระทำเช่นนี้ของพรรคการเมืองเก่าแก่มันควรหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้า ปชป. ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้ กกต.ติดตามการเคลื่อนไหวขอผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคอาจเป็นการเล่นละครเพื่อความได้เปรียบทางการเมืองว่า กกต.มีหน้าที่ติดตามความเคลื่อนไหวของทุกพรรคการเมืองอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองไหนก็ตาม ซึ่งกระบวนการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายพรรคการเมือง จึงไม่คิดว่าจะมีปัญหาอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่ใช่เรื่องการหาเสียง แต่เป็นเรื่องกระบวนการภายในพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งไม่ใช่เรื่องการได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างพรรคการเมือง แต่เป็นเรื่องการแข่งขันภายในพรรค&amp;rdquo; นายจุรินทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอิทธิพรกล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการเตรียมการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ครั้งที่ 1 ว่า มีผู้เข้าร่วม 12 หน่วยงาน โดยได้ชี้แจงขั้นตอนการเลือก ส.ว.ห้รับทราบถึงภารกิจที่หน่วยงานต่างๆ จะช่วยกกต.เพื่อเลือก ส.ว.ครั้งนี้ ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มเปิดลงทะเบียนองค์กรที่จะเสนอชื่อผู้สมัคร ส.ว.แล้ว และจะประกาศผลการลงทะเบียนในวันที่ 5 พ.ย. โดยขณะนี้มีองค์กรที่มาลงทะเบียนทั่วประเทศแล้ว 5 องค์กร สาเหตุที่น้อยอาจเป็นเพราะเป็นช่วงหยุดยาว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20062</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อำนวย คลังผา, อิทธิพร บุญประคอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181016/image_big_5bc5e681c71fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20055</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; นาทีนี้ต้องบอกว่า ลุงตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ทำได้หมดถ้าสดชื่น จากที่เคยจวกนักการเมืองเป็นรายวัน ตอนนี้ก็เป็นนักการเมืองเสียแล้ว จากที่เคยเฉ่งพวกเล่นโซเซียลมีเดีย ตอนนี้ก็ลงสนามเปิดหน้าเล่นทุกแพลตฟอร์ม ทั้ง เพจเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และ ทวิตเตอร์ โดยบอกว่าตนเป็นมือใหม่ วันนี้ต้องเป็น &amp;quot;ตู่ดิจิทัล&amp;quot; บ้าง เพราะเรากำลังเดินหน้านโยบายไทยแลนด์ 4.0 ตนเองเป็น เบบี้บูมเมอร์ ก็ต้องปรับตัวเองเหมือนกัน ซึ่งมีทั้งคนชมคนด่า พร้อมฝากชาวโซเชียลว่าขอให้ใช้คำสุภาพ อย่าใช้คำผรุสวาท หยาบคาย ด่าพ่อล่อแม่ แต่ถึงอย่างไรกลยุทธ์นี้ถือว่าคุ้มค่า แม้จะมีเมนต์รัวๆ แรงๆ ก็จะมี ติ่งลุงตู่ คอยตอบโต้แทนอยู่แล้ว และหากนำเมนต์ต่างๆ ไปปรับใช้กับการทำงานหรือแก้เกมทางการเมืองก็จะเกิดประโยชน์ ว่าแต่ ลุงตู่ จะอดทนอ่านเมนต์ด้วยตัวเองนานแค่ไหน...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อ ลุงตู่ จะเล่นการเมือง จึงพยายามเคลียร์ตัวเองว่า &amp;quot;การเมืองไม่ใช่ของเล่น จึงไม่ใช้คำว่าเล่นการเมือง เพราะการเมืองคือเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินที่ต้องมีธรรมาภิบาล&amp;quot; ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดของ ลุงตู่ หรือป่าว เพราะคำว่า เล่นการเมือง เป็นคำแต่โบราณ ที่มองว่าตำแหน่งทางการเมืองเป็นเรื่องสมมติเหมือน หัวโขน เมื่อสวมเล่นในบทบาทใดเสร็จแล้วก็ต้องถอดออก อย่าไปยึดติด แต่ ลุงตู่ คงติดใจในตำแหน่งนี้ก็เลยจะเล่นต่อ พอถูกวิจารณ์ว่าจะสืบทอดอำนาจก็แจกแจงอีกว่าไม่ได้เป็นลงมาเล่น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า คสช.และแม่น้ำทั้ง 5 ร่วมกันร่างกลไกต่างๆ โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ รองรับการสืบทอดอำนาจอย่างชัดเจน แต่สำคัญอยู่ที่ว่า 4 ปีที่ผ่านมา หาก ลุงตู่ บริหารบ้านเมือง-ปฏิรูปประเทศ เป็นที่พึงพอใจของประชาชน ก็คงไม่มีแรงต่อต้าน แต่หากจะโดดลงเป็น 1 ใน 3 ของผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ก็รอดูว่าประชาชนตัดสินอย่างไร...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วงนี้พรรคการเมืองเร่งเตรียมพร้อมเข้าสู่สนามเลือกตั้งอย่างเต็มที่ ขณะที่ คสช.ยังมีคำสั่งจำกัดการเคลื่อนไหวบางกรณี จึงเป็นหน้าที่สำคัญของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องเป็นเจ้าภาพในการกำหนดหลักเกณฑ์ต่างๆ ให้ชัดเจน นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.กล่าวถึงการลงพื้นที่ของพรรคพลังประชารัฐ ว่า &amp;quot;หากไม่ได้ใช้ทรัพยากรรัฐ และเวลาราชการก็ถือว่าทำได้ แต่ถ้ามีข้อมูลหลักฐานว่ามีการละเมิดกฎหมาย กกต.ต้องดำเนินการแน่นอน&amp;quot; แต่ในทางปฏิบัติ รัฐมนตรีที่เป็นแกนนำพรรค พปชร.คงไม่โง่ขนทรัพยากรของรัฐไปลงพื้นที่ในเวลาราชการเอื้อประโยชน์ให้พรรคตัวเองตรงๆ ให้ถูกจับฟาวล์ได้ง่ายๆ ที่น่าจับตาคือ การใช้วิธี ศรีธนญชัย อาศัยช่องว่างกฎหมายเอื้อประโยชน์ต่อพวกตัวเอง แต่เรื่องเหล่านี้อยู่ที่จิตสำนึกมากกว่ากฎหมาย!...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักการเมืองบางคนก็ขยันวิจารณ์จนเลอะ นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเดินสายลงพื้นที่หาเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า ที่เดินสายไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศในขณะนี้มีการชักชวนบุคคลมารับฟังวิสัยทัศน์ของคนที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรค สิ่งที่เขาพูดก็คือสิ่งที่ ปชป.คิด สำหรับการเลือกตั้งแบบนี้ถือเป็นการหาเสียงเลือกตั้งไปในตัว โดยใช้แท็กติกการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคมาเป็นข้ออ้างเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นที่ยังไม่มีการเคลื่อนไหวทางการเมือง แหม! ในเมื่อกติกาเขาเปิดให้หาเสียงเลือกหัวหน้าพรรค เขาก็ต้องสู้กันเต็มที่ ไม่เหมือน พรรคเพื่อแม้ว ที่อ้างเป็นฝ่ายประชาธิปไตย แต่ไม่มีกระบวนการประชาธิปไตยภายในพรรค ถูกบงการโดยนักโทษหนีคุกคนเดียว ยังมีหน้ากล้าวิจารณ์พรรคคนอื่นเขาอีก...0 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จบแบบไทยๆ สำหรับกรณีหญิงอังกฤษวัย 19 ปี อ้างว่าถูกวางยาข่มขืนที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ภายหลัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร., พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม. และคณะร่วมกันแถลงว่าไม่พบหลักฐานใดๆ ที่บ่งชี้ว่าเกิดเหตุข่มขืนดังกล่าว จึงยุติการสอบสวนไว้เพียงแค่นี้ ทั้งที่แหม่มอังกฤษยืนยันว่าถูกมอมยาข่มขืนกับตำรวจไทยในพื้นที่แล้ว ถือว่าเป็น คำร้องทุกข์ จะจริงหรือเท็จ ตำรวจไม่มีหน้าที่วินิจฉัยโดยไม่รับคำร้องทุกข์ออกเลขคดี ก่อนสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการสั่งคดีว่าจะฟ้องหรือไม่ แต่การ งดสอบสวน แล้วตั้งคณะงานไปตรวจสอบถือเป็นตรรกะวิบัติ แทนที่จะดำเนินการตามกระบวนการสอบสวนคดีอาญาให้ถูกต้อง แล้วสรุปสำนวนส่งอัยการ กลับปิดจ๊อบแบบนี้ เป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมไทยในสายตาชาวโลกว่ายังล้าหลังห่างไกลความเจริญ!...0&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20055</URL_LINK>
                <HASHTAG>บันทึกหน้า4, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, อำนวย คลังผา, อิทธิพร บุญประคอง, แซมซาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
